Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ภัยพิบัติทางธรรมชาติ (Natural Disaster), 6311114003 นายกิรติ สิทธิรักษ์,…
ภัยพิบัติทางธรรมชาติ (Natural Disaster)
ภัยพิบัติธรรมชาติทางธรณีภาค
แผ่นดินไหว (Earthquake)
สาเหตุ
การเคลื่อนตัวฉับพลันของรอยเลื่อนมีพลัง
แผ่นดินไหวจะเกิดเมื่อมีพลังจากความเครียดสะสมบริเวณรอยเลื่อนมีมากจึงเกิดการปรับสมดุลใหม่
การปะทุของภูเขาไฟอย่างรุนแรง
การปะทุของแก๊ส ไอน้ำ การไหลพุ่งของลาวาออกสู่ภายนอกปล่องภูเขาไฟ หรือบริเวณรอยแยกของเปลือกโลก
ผลกระทบ
เกิดแผ่นดินถล่มในพื้นที่เทือกเขาหรือพื้นที่ลาดชัน
อาคารบ้านเรือนที่อยู่บริเวณเชิงเขาพังทลาย
เกิดสึนามิ
เกิดจากแผ่นดินไหวรุนแรงใต้ทะเล/ มหาสมุทร ทำลายอาคาร ทรัพย์สิน และชีวิตมนุษย์จำนวนมากบริเวณชายฝั่งทะเล
เกิดไฟไหม้
ชุมชนที่การใช้แก๊สหุงต้มเมื่อท่อแก๊สรั่ว จะเกิดไฟไหม้
เกิดการสั่นสะเทือนของแผ่นดินรุนแรง
ทำให้สิ่งก่อสร้างพัง แผ่นดินแยก/ ทรุด ผู้คนบาดเจ็บ เสียชึวิต
การจัดการภัยพิบัติ: แผ่นดินไหว
มาตรการ
ตรวจสภาพอาคาร สิ่งก่อสร้าง หากไม่แข็งแรงให้ทำการซ่อมแซม
มีการซักซ้อมการหลบภัย
เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับแผ่นดินไหว
วิธีป้องกัน
ออกแบบอาคารให้รับแรงแผ่นดินไหวได้
ศึกษาข้อมูลแผ่นดินไหว และเข้าร่วมการหลบภัยในพื้นที่เสี่ยง
ตรวจสอบอาคารที่อยู่อาศัย ไม่วางของหนักไว้ที่สูง
การปฏิบัติตน
ก่อนเกิดภัย
ติดตามข่าวสาร
เตรียมสิ่งของจำเป็นไว้ใกล้ตัว
สังเกตสัญญาณภัยพิบัติ
ขณะเกิดภัย
กรณีอยู่ในตัวอาคาร ให้ระวังของที่อยู่สูงตกใส่ศีรษะ ถอยออกห่างจากประตู หน้าต่าง และกระจก ถ้าสั่นไหวรุนแรง ให้หลบใต้โต๊ะ ใต้เตียง
ห้ามใช้ลิฟต์
กรณีอยู่นอกอาคาร ควรอยู่ห่างจากเสาไฟฟ้า อาคารสูง
หลังเกิดภัย
ตรวจสอบสภาพร่างกายตัวเองและคนรอบข้าง
รีบออกห่างจากอาคารที่เสียหาย
ภูเขาไฟปะทุ (Volcanic Eruption)
สาเหตุ
เกิดจากการเคลื่อนที่ของแมกมา
มีแรงดันปะทุขึ้นเหนือแผ่นดินตามรอยต่อระหว่างแผ่นเปลือกโลก รอบวงแหวนแห่งไฟ
เกิดจากจุดร้อนนอกรอยต่อระหว่างแผ่นเปลือกโลก
ใต้แผ่นเปลือกโลกมีจุดร้อนที่มีแมกมาร้อนจัด พร้อมที่จะปะทุขึ้นมาเหนือผิวโลก
ผลกระทบ
แก๊สภูเขาไฟ
เป็นแก๊สที่ละลายเป็นของเหลวอยุ่ในแมกมา มีความเป็นกรดจัด
แผ่นดินถล่มจากภูเขาไฟปะทุ
แรงสั่นสะเทือนและแรงดันของแมกมาทำให้หิน ดิน ด้านข้างของภูเขาไฟเกิดการพังทลาย
ทีฟรา
เป็นตะกอนภูเขาไฟขนาดต่าง ๆ ที่ถูกพ่นออกมาจากภูเขาไฟ
ลาฮาร์
เป็นฝุ่นธุลี พอรวมตัวกับน้ำจากฝน ทำให้มีลักษณะเป็นโคลน
ลาวาหลาก
เป็นลาวาเหลว ไหลออกจากปล่องภูเขาไฟ สามารถทำลายอาคารและทรัพย์สินที่เคลื่อผ่านได้
หินตะกอนภูเขาไฟหลาก
เป็นฝุ่น เถ้าธุลี และเศษหินภูเขาไฟที่มีอุณหภูมิสูงมาก
การจัดการภัยพิบัติ: ภูเขาไฟปะทุ
มาตรการ
ต้องมีการประชาสัมพันธ์ความรู้เกี่ยวกับแผ่นดินไหวและภูเขาไฟปะทุ
เตรียมแผนรับมือและมีแผนสำรองแม้ยามเกิดเหตุฉุกเฉิน
ต้องมีการเตือนภัยล่วงหน้าว่าภูเขาไฟจะเกิดการปะทุ จะเกิดเมื่อไร ต้องอพยพหรือไม่
วิธีป้องกัน
ให้ความรู้แก่ประชาชน
จัดเตรียมศูนย์อพยพชั่วคราวในพื้นที่เสี่ยง
เตรียมสิ่งของที่จำเป็น
การปฏิบัติตน
ก่อนเกิดภัย
ติดตามข่าวสาร
วางแผนช่องทางติดต่อสื่อสารฉุกเฉินในครอบครัว
ขณะเกิดภัย
เมื่องทางการสั่งอพยพ ให้อพยพออกจากพื้นที่ประสบภัยทันที
สวมเสื้อคลุม กางเกงขายาว ถุงมือ รองเท้าที่ทนทาน
ไม่ควรหลบอยู่ในอาคารที่ไม่แข็งแรง
หลังเกิดภัย
สำรวจตรวจสอบความเสียหายพื้นที่บริเวณบ้าน และซ่อมแซมส่วนที่ได้รับความเสียหาย
รอฟังประกาศจากทางราชการ เมื่อได้รับการสั่งให้อพยพกลับก็ให้ปฏิบัติตาม
สึนามิ (Tsunami)
สาเหตุ
แผ่นดินถล่มขนาดใหญ่ใต้ทะเล
การเกิดดินถล่มที่รุนแรงทำให้กองดินทรายไหลลงสู่ที่ลาดทวีปอย่างรวดเร็วจนน้ำทะเลปั่นป่วนและเกิดเป็นสึนามิตามมา
เกาะภูเขาไฟหรือภูเขาไฟใต้ทะเลปะทุอย่างรุนแรง
ทำให้เกิดการสั่นและแรงผลักดันน้ำทะเลขึ้นสู่ผิวน้ำจนเกิดสึนามิตามมา
อุกกาบาตขนาดใหญ่ตกในทะเล
แผ่นดินไหวใต้ทะเลหรือมหาสมุทรอย่างรุนแรง
มักเกิดจากการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลก
ผลกระทบ
ทำให้น้ำทะเลท่วมเข้าไปในชายฝั่งทะเล ส่งผลให้น้ำเค็มเข้าไปผสมในแหล่งน้ำจืด
ทำลายอาคาร สิ่งก่อสร้างที่มีโครงสร้างไม่มั่นคงแข็งแรงจำนวนมาก
เกิดความเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
เกิดการสูญเสียชีวิตของมนุษย์และสัตว์จำนวนมาก
การจัดการภัยพิบัติ: สึนามิ
มาตรการ
ต้องมีการซ้อมรับภัยจากสึนามิในพื้นที่เสี่ยงภัย
ต้องมีการเผยแพร่ข้อมูลแผ่นดินไหวและสึนามิ
การติดตั้งระบบเตือนภัยล่วงหน้าด้วยการวางทุ่นลอยลงในพื้นที่เสี่ยงภัย
วิธีป้องกัน
ศึกษาความรู้เรื่องภัยพิบัติจากแผ่นดินไหวและสึนามิ สัญญาณเตือนภัยสึนามิ
ฝึกซ้อมรับภัยสึนามิ
หลีกเลี่ยงการก่อสร้างใกล้ชายฝั่งทะเล
การปฏิบัติตน
ก่อนเกิดภัย
เมื่อรู้สึกว่าเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงหรือเห็นน้ำทะเลลดลงผิดปกติ ให้รีบย้ายไปยังที่สูงทันที
เตรียมสิ่งของจำเป็นต่าง ๆ ให้พร้อม
ติตดามข่าวสาร
ขณะเกิดภัย
หาที่อยู่ที่ชายหาดและรู้สึกแผ่นดินสั่นสะเทอน ให้ย้ายไปยังพื้นที่สูง
หากได้ยินประกาศเตือนภัยสึนามิ ให้อพยพไปยังที่สูงที่น้ำท่วมไม่ถึง
หากอยู่บนเรือในทะเล ให้ลอยเรืออยู่กลางทะเล หรือนำเรือออกสู่ทะเลลึก
หลังเกิดภัย
พยายามอยุ่ห่างจากอาคาร สิ่งก่อสร้างที่เสียหาย
กลับเข้าบ้านอย่างระมัดระวัง ระวังเพดารพังลงมา ไม่เปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าจนกว่าทางการจะแจ้ง
ติดตามข่าวสารจากทางราชการ
ซ่อมแซมและทำความสะอาดบ้านเรือน
แผ่นดินถล่ม (Landslide)
สาเหตุ
สาเหตุจากธรรมชาติ
การเกิดแผ่นดินไหวที่รุนแรง
การมีฝนตกหนักต่อเนื่อง
สาเหตุจากมนุษย์
การตัดไม้ทำลายป่า
การตัดถนนตามไหล่เขา
ผลกระทบ
ทำให้บ้านเรือนพังทลายเสียหาย
ทำให้ผู้คนและสัตว์บาดเจ็บ ล้มตาย และสูญหาย
ทำให้พื้นที่เกษตรและพืชผลทางการเกษตรเสียหาย
เส้นทางคมนาคมต่าง ๆ ถูกทำลาย
การจัดการภัยพิบัติ: แผ่นดินถล่ม
มาตรการ
หากในพื้นที่เสี่ยงภัยเกิดภัยพิบัติ ให้ส่งสัญญาณเตือนไปสู่ทางราชการ
ดูแลไม่ให้มีการถางป่าในบริเวณต้นน้ำ
จัดทำระบบเตือนภัยแผ่นดินถล่ม
วิธีป้องกัน
ปลูกพืชคลุมดินหรือหญ้าแฝกบริเวณที่ลาดเชิงเขา
ไม่ตัดไม้ทำลายป่า
ซักซ้อมอพยพหนีภัยในพื้นที่เสี่ยง
การปฏิบัติตน
ก่อนเกิดภัย
จัดเวรยามเฝ้าระวังภัย
สำรวจพื้นที่ที่อยู่อาศัย และหมั่นสังเกตสัญญาณเตือนภัยทางธรรมชาติ
ขณะเกิดภัย
อพยพไปตามเส้นทางที่ปลอดภัย โดยขึ้นที่สูง
อยู่ให้ห่างจากลำน้ำให้มากที่สุด
กรณีพลัดตกน้ำ ให้หาต้นไม้ใหญ่ยึดเกาะ
หลังเกิดภัย
จัดทำทางเบี่ยงของดินและน้ำ
ห้ามเข้าใกล้และกลับเข้าไปในบ้านเรือน
ภัยพิบัติธรรมชาติทางบรรยากาศภาค
พายุฝนฟ้าคะนอง (Thunderstorm)
สาเหตุ
เกิดกระแสอากาศร้อนชื้นใกล้พื้นผิวพัดขึ้นสู่หย่อมความแปรปรวนภายในเมฆก้อนที่ก่อตัวอยู่ด้านบน
เกิดกระบวนการลดอุณหภูมิตามความสูงอย่างรวดเร็วและเกิดการกลั่นตัวเป็นหยดน้ำ
อากาศร้อนชื้นปกคลุมพื้นผิว
ผลกระทบ
ลมกระโชกแรง
ฟ้าแลบ ฟ้าผ่า
ลูกเห็บหรือพายุลูกเห็บ
ฝนตกหนัก
การจัดการภัยพิบัติ: พายุฝนฟ้าคะนอง
มาตรการ
สำรวจที่อยู่อาศัย ซ่อมแซมให้มีความแข็งแรง
ตัดแต่งกิ่งไม้ หรือโค่นต้นไม้ที่ไม่แข็งแรง
มีระบบเตือนภัยตามฤดูกาลที่มีการเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง
วิธีป้องกัน
หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ไม่ควรอยู่ในที่โล่งแจ้ง
เตรียมความพร้อมระบบป้องกันน้ำท่วม
ควรติดตั้งสายล่อฟ้า
ตรวจสอบเสาไฟฟ้าแรงสูง
การปฏิบัติตน
หลังเกิดภัย
หากพบต้นไม้ใหญ่บริเวณบ้านโค่นล้ม ให้รีบตัดทิ้งทันที
หลังพายุสงบ ไม่ควรออกไปในที่โล่งแจ้งทันที
หากมีผู้บาดเจ็บจากการถูกฟ้าผ่า ให้เคลื่อนย้ายผู้ถูกฟ้าผ่าไปยังตำแหน่งที่ปลอดภัย ทำการปฐมพยาบาล และรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที
ขณะเกิดภัย
ให้ออกห่างจากชายหาดเมื่อเกิดพายุ
ไม่ควรใส่เครื่องประดับ
ถ้าอยู่ที่โล่งแจ้ง ให้อยู่ห่างต้นไม้ใหญ่ เสาไฟฟ้า งดใช้โทรศัพท์มือถือ
เข้าไปหลบในที่กำบังที่ปลอดภัย ปิดประตู หน้าต่างให้มิดชิด ถอดปลั้๊กเครื่องใช้ไฟฟ้า งดใช้โทรศัพท์บ้าน
ก่อนเกิดภัย
ติดตามพยากรณ์อากาศ
จัดเก็บสิ่งของที่อาจปลิวไปกับลมให้อยู่ในที่มิดชิด
สำรวจที่อยู่อาศัยและซ่อมแซมวัสดุที่ไม่มั่นคง
พายุหมุนเขตร้อน (Tropical Storm)
สาเหตุ
มีสาเหตุมาจากการที่น้ำในมหาสมุทรได้รับความร้อนจากดวงอาทิตย์ อุณหภูมิของน้ำจึงสูงขึ้น และกลายเป็นไอน้ำจำนวนมากระเหยขึ้นสู่บรรยากาศ จากนั้นไอน้ำจะเกิดการกลั่นตัวกลายเป็นหยดน้ำเล็ก ๆ และก่อตัวเป็นเมฆ ซึ่งการกลั่นตัวของไอน้ำนี้จะมีการคายความร้อนออกมา เมื่อพลังงานความร้อนในส่วนนี้ประกอบกับแรงโคริออริสที่เกิดจากการหมุนรอบตัวเองของโลก ก็จะทำให้เกิดเป็นพายุหมุนได้
ผลกระทบ
พายุเคลื่อนที่ขึ้นฝั่ง
สร้างความเสียหายแก่ประชาชนในบริเวณนั้น ๆ
พายุเคลื่อนที่ในทะเล
ทำให้ไม่สามารถทำประมงหรือสัญจรทางทะเลได้
เกิดฝนตกหนัก
การจัดการภัยพิบัติ: พายุหมุนเขตร้อน
มาตรการ
มีการวางแผนในระยะยาว เพื่อป้องกันภัยจากพายุ
มีการกำหนดพื้นที่เสี่ยงภัยและมีเครื่องหมายเตือนภัย
มีระบบเตือนภัยลมและพายุ
วิธีป้องกัน
ตัดต้นไม้ที่มีโอกาสหักลงทับอาคารบ้านเรือน
ซ่อมแซมอาคารบ้านเรือนให้มั่นคงแข็งแรง
การปฏิบัติตน
ก่อนเกิดภัย
หมั่นตรวจตรา ซ่อมแซมบ้านเรือนให้มั่นคงและแข็งแรงอยู่เสมอ
จัดเก็บสิ่งของที่อาจปลิวไปกับลมให้มิดชิด
ติดตามข่าวพยากรณ์อากาศอยู่เสมอ
ขณะเกิดภัย
ให้หลบอยู่ในอาคารบ้านเรือนที่มั่นคงแข็งแรง ปิดประตู หน้าต่างให้มิดชิด
ไม่อยู่ใกล้เสาไฟฟ้า ต้นไม้ หรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่มมั่นคงแข็งแรง
ไม่อยู่ใกล้บริเวณชายฝั่งทะเล
หากจำเป็นต้องอพยพออกจากพื้นที่ ให้ไปตามเส้นทางที่ปลอดภัย
หลังเกิดภัย
ช่วยเหลือทำการปฐมพยาบาลแก่ผู้บาดเจ็บ
ถ้ามีเสาไฟฟ้าล้ม สายไฟขาด ห้ามเข้าใกล้หรือแตะต้อง
หลังพายุสงบ ไม่ควรออกไปในที่โล่งแจ้งทันที
ประเภท
พายุโซนร้อน
พายุไต้ฝุ่น
มหาสมุทรแปซิฟิกเหนือด้านตะวันตกกับมหาสมุทรแปซิฟิกใต้และทะเลจีนใต้)/
พายุเฮอริเคน
(มหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ทะเลแคริบเบียน อ่าวเม็กซิโกและทางด้านทะเลฝั่งตะวันตกของเม็กซิโก)/
พายุไซโคลน
(อ่าวเบงกอล และมหาสมุทรอินเดีย)/
พายุวิลลี-วิลลี
(ออสเตรเลีย)
พายุดีเปรสชั่น
พายุทอร์นาโด หรือพายุงวงช้าง (Tornado)
สาเหตุ
เกิดจากการที่
กลุ่มของอากาศ
ที่อุ่นกว่าลอยผ่านเข้าไปใต้กลุ่มของอากาศที่เย็นกว่าจึงทำให้เกิดการถ่ายเทอากาศหมุนเวียนกันขึ้นในเขตจำกัด และใกล้ ๆ จุดศูนย์กลางจะมีกระแสลม หมุนเร็วมากจนทำให้เกิดลำอากาศเป็นเกลียวตั้งสูงขึ้นไปในท้องฟ้า ถัดออกมาทางขอบนอกอัตราเร็วของการหมุนจะค่อยๆ ช้าลง แต่กระนั้นขอบนอกก็ยังมีความแรงพอที่จะพัดบ้านทั้งหลังให้พังได้อย่างง่ายดาย
ทอร์นาโด
เกิดขึ้นจากลมร้อนและลมเย็นมาเจอกันและก่อตัวให้เกิดลมหมุน และเมื่อ ลมหมุนในระดับไม่คงที่ ทำให้ปลายข้างหนึ่งลงมาสัมผัสที่พื้นก่อให้เกิดทอร์นาโดได้โดยทอร์นาโดส่วนใหญ่เกิดในสหรัฐอเมริกาเนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่ สามารถก่อให้เกิดลมร้อนและไอเย็นปะทะกัน และมีขนาดใหญ่ขึ้นแล้วเล็กลง
ผลกระทบ
ความเสียหายที่เกิดจาก
ความรุนแรงของพายุ
ฝนตกหนักมากทั้งวันทั้งคืน จนทำให้เกิดน้ำป่าและแผ่นดินถล่ม
อาคารบ้านเรือนถูกพายุพัดจนพังทลาย
ต้นไม้ล้มถอนรากถอนโคน
ในทะเลมีคลื่นลมแรงจัดมากเป็นอันตรายต่อการเดินเรือ
เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างหนัก
ภาครัฐต้องเสียเงินจำนวนมากในการปรับปรุงประเทศ
ประชาชนสูญเสียรายได้
กิจกรรมทางเศรษฐกิจต้องหยุดชะงักลง
การจัดการภัยพิบัติ: พายุทอร์นาโด
มาตรการ
มีแผนเตือนภัยในช่วงที่เกิดพายุทอร์นาโด
วิธีป้องกัน
ควรมีการสร้างที่หลบภัยไว้ในบ้าน
เสริมสร้างอาคารบ้านเรือนให้มั่นคงแข็งแรง
การปฏิบัติตน
ขณะเกิดภัย
ให้อพยพไปยังที่ที่มีกำบังลมและปลอดภัย
ปิดประตู หน้าต่าง อยู่ให้ห่างจากหน้าต่าง
ไม่เข้าไปหลบในโกดัง โรงรถ หรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง
ปิดสวิตซ์ไฟฟ้า งดใช้อุปกรณืไฟฟ้ารวมถึงโทรศัพท์เคลื่อนที่
หากขับรถยนต์บนเส้นทางใกล้กับจุดเกิดพายุทอร์นาโดกำลังเคลื่อนผ่าน ให้รีบขับหนีให้เร็วที่สุด
หลังเกิดภัย
สำรวจความเสียหายภายหลังความรุนแรง
ตรวจสอบสายไฟและเสาไฟฟ้า
ช่วยเหลือทำการปฐมพยาบาลเยบื้องต้นแก่ผู้บาดเจ็บ แล้วนำตัวส่งโรงพยาบาล
ก่อนเกิดภัย
หมั่นตรวจตรา ซ่อมแซมบ้านเรือนให้มั่นคงและแข็งแรงอยู่เสมอ
สร้างหลุมหลบภัยไว้ในบ้าน
ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอยู่เสมอ
ภัยพิบัติธรรมชาติทางอุทกภาค
อุทกภัย (Flood)
ประเภท
น้ำท่วมขัง
น้ำล้นตลิ่ง
น้ำท่วมฉับพลันหรือน้ำป่าไหลหลาก
สาเหตุ
สาเหตุจากธรรมชาติ
ฝนตกหนักจากพายุหมุนเขตร้อน
อิทธิพลจากลมมรสุม
น้ำทะเลหมุน
ฝนตกหนักจากพายุฝนฟ้าคะนอง
สาเหตุจากมนุษย์
การขยายเขตเมืองรุกล้ำพื้นที่ลุ่มต่ำ
การสร้างสิ่งก่อสร้างกีดขวางทางน้ำ และมีระบบการระบายน้ำไม่เพียงพอ
การตัดไม้ทำลายป่า
การจัดการน้ำที่ขาดประสิทธิภาพ
ผลกระทบ
ภัยจากไฟฟ้าดูดหรือไฟฟ้ารั่ว
ภัยจากสัตว์ร้ายและมีพิษ เช่น ตะขาบ งู เป็นต้น
เกิดแผ่นดินถล่ม
มลพิษทางน้ำ
น้ำป่าไหลหลาก
ความเสียหายทางเศรษฐกิจ
การจัดการภัยพิบัติ: อุทกภัย
มาตรการ
มาตรการไม่ใช้สิ่งก่อสร้าง
การปรับปรุงการใช้ที่ดิน ประกอบด้วยการควบคุมผังเมืองและการควบคุมสิ่งก่อสร้าง
มาตรการใช้สิ่งก่อสร้าง
การสร้างเขื่อนในการควบคุมการไหลของน้ำในพื้นที่ขนาดใหญ่
การปรับปรุงสภาพลำน้ำ
การสร้างเขื่อนและผนังกั้นน้ำ
วิธีป้องกัน
ให้ความรู้และข้อมูลแก่ประชาชน
ไม่บุกรุกทำลายป่าไม้
การพยากรณ์และเตือนภัยน้ำท่วม
การปฏิบัติตน
ก่อนเกิดภัย
เตรียมวางแผนอพยพไปยังสถานที่ปลอดภัย
ขุดลอกแหล่งน้ำที่ตื้นเขินเพื่อให้น้ำไหลได้ดี
ติดตามรายงานสภาวะอากาศจากทางราชการ
ขณะเกิดภัย
ติดตามข่าวสารจากทางราชการ
อยู่ในอาคารบ้านเรือนที่แข็งแรง
ไม่เข้าใกล้อุปกรณ์ไฟฟ้า สายไฟ เสาไฟฟ้า
ไม่ควรขับขี่ยานพาหนะฝ่าลงไปในกระแสน้ำ
ไม่ควรเล่นน้ำและระวังสัตว์มีพิษ
หลังเกิดภัย
ทำความสะอาดบ้านเรือน
ซ่อมแซมอาคารบ้านเรือน สาธารณูปโภคต่าง ๆ
หากมีซากสัตว์ตายตามที่ต่าง ๆ ให้รีบจัดการผังโดยเร็ว
สงเคราะห์ผู้ประสบภัยอื่น ๆ ที่เดือดร้อน
ภัยพิบัติธรรมชาติทางชีวภาค
ไฟป่า (Wildfire)
สาเหตุ
สาเหตุจากมนุษย์
การเผาป่า
การเผาไร่หรือเศษพืชเกษตร
ความประมาทในการเข้าใช้พื้นที่หรือพักแรมในป่า
สาเหตุจากธรรมชาติ
กิ่งไม้เสียดสีกัน
การปะทุของภูเขาไฟ
ฟ้าผ่า
ภาวะภัยแล้งจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก
ประเภท
ไฟผิวดิน
ไฟใต้ดิน
ไฟเรือนยอด
ผลกระทบ
สัตว์ป่าลดลงและเกิดการอพยพของสัตว์ป่า
ทำให้หน้าดินเปิดโล่ง
พื้นที่ป่าและพรรณไม้ถูกเผาไหม้
ปัญหาหมอกควัน
การจัดการภัยพิบัติ: ไฟป่า
มาตรการ
เตรียมความพร้อมทั้งบุคลากรและเครื่องมือ
จัดการเชื้อเพลิง ทำแนวกันไฟ
รวบรมข้อมูลไฟป่า
กำหนดเขตควบคุมไฟป่า
วิธีป้องกัน
ฝึกอบรม ให้ประชาชนป้องกันไฟและดับไฟป่าในท้องถิ่นของตน
ให้ความรู้แก่ประชาชน ขอความร่วมมือให้ประชาชนเลิกจุดไฟเผาป่า และหันกลับมาดูแลป่า
การปฏิบัติตน
ก่อนเกิดภัย
ดูแลพื้นที่ริมแนวชายป่า
ทำระบบป้องกันไฟป่า
เตรียมหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉิน
จัดเตรียมและซ่อมแซมอุปกรณ์ดับไฟป่าให้เพียงพอและพร้อมใช้งาน
ขณะเกิดภัย
สร้างแนวกันไฟ
เมื่อพบเห็นไฟไหม้ป่าหรือสวนป่า ให้ช่วยกันดับไฟอย่างระมัดระวัง
ให้อพยพไปยังสถานที่ปลอดภัย
ระหว่างดับไฟในขณะที่ลมแรง ให้หลีกเลี่ยงการสูดดมควัน
หลังเกิดภัย
เพิ่มความระมัดระวังการจุดไฟในป่า
จัดเวรยามเฝ้าระวังไฟป่า
สร้างระบบควบคุมไฟป่าด้วยแนวทางป้องกันไฟป่าเปียก
ภัยแล้ง (Drought)
ประเภท
ภัยแล้งทางการเกษตร
ภัยแล้งทางอุทกวิทยา
ภัยแล้งทางอุตุนิยมวิทยา
สาเหตุ
ขาดแหล่งกักเก็บน้ำที่เพียงพอในช่วงภัยแล้ง
แหล่งน้ำได้รับการพัฒนาที่ไม่เหมาะ มีขนาดเล็กเกินไป นำมาใช้ประโยชน์ไม่เพียงพอ
การตัดไม้ทำลายป่า
ทำให้ขาดความชุ่มชื่นและซึมซับเก็บน้ำ
ความผิดปกติของตำแหน่งร่องมรสุม
ทำให้มีฝนตกในพื้นที่น้อยกว่าปกติ
ความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้น
จำนวนประชากรมากขึ้น ทำให้ปริมาณน้ำลดลงอย่างมาก
เกิดการผันแปรของสภาพอากาศ
ฝนไม่ตกตามฤดูกาล ตกน้อย ทำให้มีน้ำกักเก็บในแหล่งน้ำน้อย
ผลกระทบ
สิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศแหล่งน้ำตายและสูญพันธุ์
เกิดไฟป่า
ขาดแคลนน้ำ
สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ
การจัดการภัยพิบัติ: ภัยแล้ง
มาตรการ
จัดหาและก่อสร้างแหล่งน้ำหรือแหล่งกักเก็บน้ำขนาดใหญ่
จัดทำระบบเตือนภัยแล้ง
จัดระบบชลประทานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
วิธีป้องกัน
เตรียมอุปกรณ์หรือภาชนะสำหรับกักเก็บน้ำ
ติดตามสภาวะอากาศ
ปลูกป่าไม้เพิ่มขึ้น
การปฏิบัติตน
ก่อนเกิดภัย
เตรียมสร้างระบบกักเก็บนน้ำในพื้นที่การเกษตร
ติดตามสภาพอากาศ
สำรองภาชนะกักเก็บน้ำไว้ให้เพียงพอในช่วงฤดูฝน
กำจัดวัสดุเชื้อเพลิงรอบที่พัก
ขณะเกิดภัย
เพราะปลูกพืชอายุสั้นที่ใชน้ำน้อย
แก้ปัญหาเฉพาะหน้าโดยการแจกจ่ายน้ำแก่ประชาชน
ควรใช้น้ำอย่างประหยัด
หมั่นตรวจสอบท่อน้ำหรือก๊อกน้ำไม่ให้มีการรั่วซึม
หลังเกิดภัย
ลดการกระทำที่ก่อให้เกิดภาวะเรือนกระจก
รณรงค์การอนุรักษ์การใช้น้ำอย่างประหยัด
วางแผนการแก้ปัญหาระยะยาวโดยพัฒนาลุ่มน้ำ
6311114003 นายกิรติ สิทธิรักษ์
เอกอังกฤษ นครศรีธรรมราชศึกษา 05