Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
บทที่ 5 การพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุที่มีการเจ็บป่วยทางจิตเวช,…
บทที่ 5 การพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุที่มีการเจ็บป่วยทางจิตเวช
5.6โรคย้ำคิดย้ำทำ
Obsessive Compulsive Disorders (OCD)
ความหมาย
เป็นการคิดหรือทำเรื่องหนึ่งเรื่องใดซ้ำๆโดยไม่สามารถหยุดยั้งได้ ใช้เวลามากกว่า 1 ชั่วโมงต่อวัน
ย้ำคิด (Obsession)
อาการ
มีความหมกมุ่น โดยเกิดขึ้นซ้ำๆมากระตุ้น
ผู้ป่วยพยายามที่จะเพิกเฉยหรือหยุดยั้งความคิด การกระตุ้น
ย้ำทำ(Compulsive)
อาการ
พฤติกรรมที่ทำซ้ำๆ
พฤติกรรม หรือการแสดงออกด้านจิตใจ เพื่อที่จะป้องกันหรือลดความกังวลหรือความทุกข์ทรมานใจ มากหรือป้องกันเหตุการณ์หรือ. สถานการณ์ที่น่ากลัว
การรักษา
พฤติกรรมบำบัด ใช้หลัก Exposure และ Response prevention
การรักด้วยยา ยากลุ่ม SSRI เช่น Fluoxetine
การพยาบาล
1.การประเมินผู้ป่วย
ด้านร่างกาย ผิวหนังแห้ง นอนไม่หลับ ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ
ด้านอารมณ์ ผู้ป่วยอาจมีอารมณ์เศร้า
ด้านความคิด มีอาการย้ำคิด อาการเครียด
2.ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล
การทำหน้าที่ท่ีรับผิดชอบตามบทบาทที่มีอยู่ไม่มีประสิทธิภาพเนื่องจากมีพฤติกรรมกระทำซ้ำ
การปฏิบัติการพยาบาล
สร้างสัมพันธภาพเพื่อการบำบัด
ช่วยให้ลดการทำพฤติกรรมซ้ำ
ตอบสนองความต้องการขั้นพื้นฐาน
สอนและให้คำปรึกษา
ความรู้เพื่อการดูแล
เทคนิควิธีการผ่อนคลายความเครียด
การจัดกิจกรรมให้ผู้ป่วยทำ
5.5โรควิตกกังวล
ความหมาย
ความรู้สึกไม่สบายใจหวาดหวั่น ไม่มั่นใจต่อสภาพการณ์ในอนาคต เป็นการตอบสนองทางอารมณ์ต่อภัยคุกคามที่ยังไมเ่กิดขึ้นโดยการคาดการณไว้ล่วงหน้า
อุบัติการณ์
พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย
สาเหตุ
1)ปัจจัยทางชีววิทยา
กรรมพันธุ์
กายวิภาคของระบบประสาท
สารชีวเคมี blood lactateสูงผิดปกติทำให้ผู้ป่วยมีอาการ panic disorder
สารสื่อประสาท serotonin และ GABA
ภาวะการเจ็บป่วยทางกาย
2) ปัจจัยทางจิตวิทยา
ทฤษฎีจิตวิเคราะห์
ทฤษฎีสัมพระหว่างบุคคล
ทฤษฎีการเรียนรู้
3)ปัจจัยทางสังคมและส่ิงแวดล้อม
อาการของโรควิตกกังวลจะเป็นไปตามสังคมวัฒนธรรมของบคุคล
ลักษณะอาการ
อาการตึงเครียดของระบบประสาทอัตโนมัติและกล้ามเนื้อ เช่น ปวดศีรษะตึงต้นคอ หายใจไม่ออก อึดอัด จุกแน่นลำคอ เจ็บหน้าอก ใจส่ัน ตกใจง่าย มือเท้าเย็น เหงื่อออก วูบวาบ ตามลำตัวเสียวแปลบๆจากศีรษะถึงเท้าหงุดหงิด อ่อนเพลียง่าย นอนไม่หลับ ไม่มีสมาธิ
ระดับความวิตกกังวล
ระดับปกติ (Normal) แสดงออกให้รู้ว่าไม่สบายใจ
ระดับน้อย (Mild anxiety) เกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน จะมีลักษณะตื่นตัวดี กระตือรือร้น เรียนรู้ได้ดี
ระดับปานกลาง (Moderate anxiety) มีการรับรู้ทางประสาทสัมผัสต่างๆทั้งการ มองเห็นการฟังมีประสิทธิภาพลดลง ความสนใจและสมาธิลดลง การรับรู้แคบลง เสียงสั่นฟัง พูดเร็วขึ้น
ระดับสูง (Severe anxiety) รับรู้เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ น้อยลง ความสนใจจดจ่ออยู่กับแค่บางสิ่งบางอย่าง ไม่สามารถอธิบายสิ่งท่ีต้องการพูดได้
ระดับรุนแรง (Panic state) ความสามารถในการรับรู้จะหยุดชะงัก พูดไม่รู้เรื่อง ไม่สามารถสื่อสารกับบุคคลอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่มีความสามารถในการทำสิ่งต่างๆ ความรู้สึกตัว อารมณ์ผิดปกติ
การรับรู้ผิดไปจากความเป็นจริง
ลักษณะของความวิตกกังวล
Trait – anxiety or A –trait (ความวิตกกังวลประจำตัว)
2.State-anxietyorA-state (ความวิตกกังวลในขณะปัจจุบัน)
การบำบัดรักษา
1.รักษาด้วยยา เช่น Aivan, Xanax, buspar เป็นยาที่นิยมใช้
2.การรักษาทางจิตสังคม เช่น การทำจิตบำบัด การบำบัดโดยปรับความคิด
3.การบำบัดทางเลือก (Alternative therapy) การใช้เทคนิคลดความวิตกกังวล
ชนิดของโรคในกลุ่มของโรควิตกกังวล
Generalized Anxiety Disorders (GAD)
ความหมาย
วิตกกังวลมากผิดปกติ ต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิต
อาการ
เกิดขึ้นบ่อยๆอย่างน้อย 6 เดือนขึ้นไป
ยากที่จะควบคุมความกังวล
ความกังวลจะเก่ียวข้องกับอาการอย่างน้อย3อาการจากทั้งหมด 6 อาการและอย่างน้อยอาการที่
เกิดขึ้น ได้เกิดมาแล้วไม่น้อยกว่า6เดือน
6.มีปัญหาการนอนหลับ
กระสับกระส่าย
2.อ่อนเพลียไม่มีเรี่ยวแรง
3.มีปัญหาด้านสมาธิหรือใจลอย
4.หงุดหงิดง่าย
5.ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ตึงเครียดตามกล้ามเนื้อ
ความวิตกกังวลหรืออาการทางกายเป็นสาเหตุให้มีอาการทางคลินิกหรือบกพร่องในการเข้าสังคม การประกอบอาชีพหรือการทำหน้าที่ที่สำคัญอื่นๆในชีวิต
การรักษา
1.จิตบำบัด เช่น วิธี CBT
2.การรักษาด้วยยา Benzodiazepine. เช่น Diazepam
การพยาบาล
1.ประเมินผู้ป่วย
ด้านร่างกาย มีอาการ เช่น หายใจไม่เต็มอิ่มใจสั่น ปวดศีรษะ นอนไม่หลับ
ด้านอารมณ์ มีความวิตกกังวลทุกข์ใจเกี่ยวกับเหตุการณ์ในชีวิตหลายๆเรื่อง กระสับกระส่าย
ด้านความคิด. ผู้ป่วยอาจจะมีความคิดฆ่าตัวตายเพราะต้องการหนีความทุกข์ใจ
2.ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล
วิตกกังวลเนื่องจากการใช้วิธีเผชิญความเครียดไม่มีประสิทธิภาพ
การพยาบาล
จัดสิ่งแวดล้อม
พดูคยุกับผู้ป่วยด้วยน้ำเสียงและท่าทีที่สงบ
ให้ผู้ป่วยสำรวจความรู้สึก
ประเมินความคิดที่จะทำอันตรายต่อตนเอง
ให้คำปรึกษา สอนเทคนิคผ่อนคลาย
Panic disorder
ความหมาย
ความรู้สึกกลัวหรือไม่สบายใจอย่างรุนแรง ซึ่งเกิดขึ้นในระยะเวลารวดเร็วภายในไม่กี่นาที และถึงระดับสูงสุดในระยะเวลา 10 นาที
อาการแสดงเกิดขึ้นอย่างน้อย 4 อาการ
ใจสั่น หัวใจเต้นแรง หรืออัตราเต้นของหัวใจเร็ว
เหงื่อออกมาก
สั่นทั้งตัว
หายใจเร็วถี่
รู้สึกอยากอาเจียน
เจ็บแน่นหน้าอก
คลื่นไส้ ปั่นป่วนในท้อง
รู้สึกวิงเวียน สมองตื้อ โคลงเคลงหรือจะเป็นลม
ร้อนๆ หนาวๆ ตามตัว
รู้สึกตัวชาหรือรู้สึกซู่ซ่า รู้สึกเหมือนไม่อยู่กับความจริง (Derealization) หรือไม่ใ่ช่ตัวของ
ตัวเอง(Depersonalization)
กลัวควบคุมตัวเองไม่ได้ หรือเหมือนจะเป็นบ้า
กลัวตาย
อาการท่ีเกิดอย่างน้อย ครั้งหนึ่งจะต้องมีอาการอยู่เป็นเวลาตั้งแต่1เดือนขึ้นไป โดยเกิดอาการใด อาการหนึ่ง หรือทั้ง 2 อาการ ได้แก่
กังวลตลอดเวลาว่าจะเกิดมีอาการขึ้นอีก
การแสดงพฤติกรรมการปรับตัวท่ีไม่มีประสิทธิภาพจะเกี่ยวข้องกับการเกิดอาการ
การบำบัดรักษา
จิตบำบัด เช่น CBT ฝึกการหายใจ เมื่อเกิด hyperventilation
การรักษาด้วยยา ได้แก่ ยากลุ่ม SSRI
การพยาบาล
1.การประเมินผู้ป่วย
ด้านร่างกาย อาการใจสั่น เจ็บหน้าอก หายใจติดขัด นอนไม่ค่อยหลับ
ด้านอารมณ์ แสดงให้เห็นว่าวิตกกังวล
ด้านความคิด. ผู้ป่วยอาจจะมีความคิดฆ่าตัวตาย
2.ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล
วิตกกังวลอย่างรุนแรง เนื่องจากรับรู้ว่ามีการคุกคามต่อชีวิตอัตมโนทัศน์ภาพลักษณ์
3.การปฏิบัติการพยาบาล
แสดงท่าทีสงบ ไม่คุกคามผู้ป่วย
ตระหนักถึงความรู้สึกกลัวของผู้ป่วย
ถ้าผู้ป่วยมีอาการหายใจเร็ว ให้หายใจในถุงกระดาษ
สอนและให้คำปรึกษา
3.Phobia disorder
ความหมาย
กลัวรุนแรง ไม่มีเหตุผล กลัวเกินเหตุ
โรคกลัวอยู่ในที่โล่งหรือท่ีชุมชน (Agoraphobia)
อาการเก่น คือ กลัว วิตกกังวล 2 สถานการณ์ จาก 5 สถานการณ์ ดังนี้
1.การใช้ขนส่งมวลชน
2.ที่โล่งกว้าง
3สถานที่ที่มีคนมาก
4.การเข้าคิวในแถว หรือที่ที่มีคนหนาแน่น
5.การอยู่บ้านคนเดียวลำพัง
โรคกลัวสังคม (Social phobia หรือ Social anxiety disorder)
กลัวการถูกเฝ้ามองในการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม
ความกลัว ความวิตกกังวล หรือการหลีกเลี่ยง ต้องเกิดอย่างต่อเนื่อง และอย่างน้อย 6 เดือนขึ้นไป
โรคกลัวสิ่งเฉพาะเจาะจง (Specific phobia)
กลัวอย่างชัดเจน หรือวิตกกังวลเกี่ยวกับวัตถุหรือสถานการณ์ที่เฉพาะเจาะจง
การพยาบาล
1.การประเมินผู้ป่วย
ด้านร่างกาย ถ้าความกลัวรุนแรงมาก ควรประเมินอาการทางกายจาก panic attack
ด้านอารมณ์ ความกลัวต่อสิ่งต่างๆ มีผล่อการดำเนินชีวิตของผู้ป่วยอย่างไร
ด้านความคิด ประเมินการรับรู้สิ่งคุกคามที่ทำให้ผู้ป่วยกลัว
2.ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล
รู้สึกกลัวที่ไม่สมเหตสุมผล เนื่องจากอยู่ใ่นสถานที่ที่บุคคลรู้สึกว่าไม่สามารถหนีได้ หรืออาจทำให้เกิดอันตรายได้
แยกตัวจากสังคม เนื่องจากกลัวอยู่ในสถานที่ซึ่ง่บุคคลไม่สามารถจะหนีได้
3.การปฏิบัติการพยาบาล
สร้างสัมพันธภาพเพื่อการบำบัด
อยู่เป็นเพื่อนขณะผู้ป่วยมีความกลัว
ให้ผู้ป่วยเลือกวิธีจัดการความกลัวด้วยตนเอง
จัดให้เข้ากลุ่มกิจกรรมบำบัด
ให้เผชิญความกลัวทีละระดับอย่างช้าๆ หรือ ให้เผชิญกับสิ่งที่ทำให้กลัวมากที่สุด
สอนและให้คำปรึกษา ให้ความรู้ เทคนิคการผ่อนคลาย
ให้ยาคลายกังวลตามแผนการรักษา
นางสาวจิราภรณ์ แก้วขวาน้อย. รหัส 180101041 พยบ.ปี3