Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุที่มีการเจ็บป่วยทางจิตเวชความผิดปกติทางจิตเวช…
การพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุที่มีการเจ็บป่วยทางจิตเวชความผิดปกติทางจิตเวชจากการเสพสารเสพติด
ความหมาย ลักษณะอาการและอาการแสดงของความผิดปกติทางจิตเวชจากการเสพสารเสพติด
ความหมายของความผิดปกติทางจิตเวชจากการเสพสารเสพติด
เป็นอาการและอาการแสดงที่ขึ้นกับชนิด ปริมาณ วิธีการใช้ ระยะเวลาที่ใช้ และการใช้สารเสพติดใน ขณะนั้นๆ สามารถแบ่งเป็น 4 โรคหลัก
โรคของการใช้สารเสพติด(substance use disorder)
เป็นรูปแบบพฤติกรรมที่ผิดปกติจากการ ใช้สารเสพติดอย่างไม่เหมาะสมของผู้เสพสารเสพติดด้วยการใช้สารแบบมีปัญหา (substance abuse) หรือการติด สาร (dependence) นำไปสู่ความบกพร่องหรือทุกข์ทรมานอย่างมีนัยสำคัญทางคลีนิก
ภาวะเมาสาร (substance intoxication)
เป็นกลุ่มอาการที่เกิดการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม และจิตใจจนเป็นปัญหาทำให้เกิดความบกพร่องในหน้าที่ด้านสังคม การงาน และด้านอื่นๆที่สำคัญเช่น มีพฤติกรรม ทางเพศไม่เหมาะสม, มีพฤติกรรมก้าวร้าว หลังจากการใช้สารนั้นทันทีหรือใช้สารนั้นเมื่อไม่นาน
ภาวะถอนสาร (substance withdrawal)
เป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากการหยุดหรือลดปริมาณการ ใช้สารเสพติดที่เคยใช้ปริมาณมากมาเป็นเวลานาน โดยกลุ่มอาการที่เกิดจะมีลักษณะเป็นไปตามชนิดของสารเสพติด นั้นๆ ทำให้เกิดความบกพร่องในหน้าที่ด้านสังคม การงาน และด้านอื่นๆที่สำคัญ
โรคทางจิตเวชที่เกิดจากการใช้ติดสารเสพติด(substance induced mental disorder)
เป็นโรค ทางจิตที่เป็นผลโดยตรงจากการใช้สารเสพติด ซึ่งจะมีการกล่าวถึงอาการแสดงที่เกิดจากสารเสพติดแต่ละชนิดต่อไป
ลักษณะอาการและอาการ
โรคของการใช้สารเสพติด (substance use disorder)
- การใช้สารแบบมีปัญหา (substance abuse)
ก่อให้เกิดความเสียหายหรือผลเสียต่อตนเอง ต่อไปนี้อย่างน้อย 1 ข้อ ในช่วงใดช่วงหนึ่งใน 12 เดือนที่ผ่านมา โดยอาการยังไม่เข้าได้กับลักษณะของการติดสารเสพ ติด (substance dependence)
มีการใช้สารเสพติดนั้น ๆอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้ไม่สามารถทำงานต่าง ๆ ได้เต็มที่ เช่น หน้าที่ การงาน การเรียน หรืองานบ้าน
มีการใช้สารเสพติดนั้น ๆอย่างต่อเนื่อง ในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ เช่น ขับรถขณะมึนเมา
ก่อให้เกิดปัญหาทางกฎหมายจากการใช้สารสารเสพติดนั้น ๆ เช่น ถูกจับกุม
มีการใช้สารเสพติดนั้น ๆอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าสารเสพติดนั้น ๆจะก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ใน ด้านสังคม หรือความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล เช่น การทะเลาะเบาะแวงระหว่างสามีภรรยาที่เกิดจากผลของการใช้สาร เสพติดนั้น ๆ
- การติดสาร (substance dependence)
ผู้เสพสารเสพติดมีรูปแบบการใช้สารที่มีปัญหาที่ทำให้เกิดความเสียหายหรือผลเสียต่อตนเอง ต่อไปนี้อย่างน้อย 3 ข้อขึ้นไป ช่วงใดช่วงหนึ่งในระยะเวลา 12 เดือนที่ผ่านมา
การดื้อยา (tolerance) โดยมีลักษณะต่อไปนี้อย่างใดอย่างหนึ่ง
มีการเพิ่มปริมาณการใช้สารเสพติดนั้น ๆเพื่อให้ได้ผลหรืออาการที่ต้องการ
ผลที่มาจากสารเสพติดนั้น ๆลดลงไปอย่างมาก แม้จะมีการเสพสารเสพติดนั้น ๆอย่าง ต่อเนื่องในปริมาณที่เท่าเดิม
อาการขาดยา (withdrawal) โดยมีลักษณะต่อไปนี้อย่างใดอย่างหนึ่ง
เกิดกลุ่มอาการขาดยาซึ่งมีลักษณะเฉพาะตามแต่ละชนิดของสารเสพติดนั้น ๆ
มีการใช้สารสารเสพติดเพื่อหลีกเลี่ยงหรือบรรเทาอาการขาดสารเสพ
ติดชนิดนั้น ๆ
มักใช้สารเสพติดชนิดนั้น ๆ ในจำนวนที่เพิ่มมากขึ้นหรือติดต่อกันนานมากกว่าที่คิดไว้
ตั้งใจอยู่เสมอที่จะหยุดหรือลดปริมาณการใช้สารเสพติดนั้น ๆแต่ไม่สำเร็จ
เวลาในแต่ละวันหมดไปกับกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อที่จะให้ได้สารเสพติดนั้น ๆมา เพื่อการเสพสาร เสพติดหรือเพื่อฟื้นจากผลของสารเสพติดนั้น ๆ
การใช้สารเสพติดนั้น ๆมีผลทำให้กิจกรรมสำคัญๆ ในด้านสังคม อาชีพ และกิจกรรมส่วนตัว เสื่อมลง
มีการใช้สารเสพติดนั้น ๆต่อไปเรื่อย ๆ แม้จะทราบว่าสารเสพติดนั้น ๆก่อให้เกิดปัญหาทาง กายและจิตใจอยู่เป็นประจำก็ตาม
ภาวะเมาสาร (substance intoxication)
มีอาการอย่างน้อย 1 อย่างที่เป็นอาการเมาของสารเสพติดนั้น ๆ ที่เกิดขึ้นทันทีหรือไม่นานหลังจาก ใช้สารเสพติดนั้น ๆ และไม่ได้เกิดจากโรคทางกายหรือโรคจิตเวชอื่น ๆ ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรม และจิตใจ จนเป็นปัญหาที่เด่นชัดและมีนัยสำคัญทางคลินิก ทำให้เกิดความบกพร่องในหน้าที่ด้านต่าง ๆ ได้แก่ พฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมาะสม พฤติกรรมก้าวร้าว อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย การตัดสินใจบกพร่อง
ภาวะถอนสาร (substance withdrawal)
มีอาการอย่างน้อย 2 อย่างๆที่เกิดขึ้นภายใน 2 ถึง 3 ชั่วโมง ถึง 2 ถึง 3 วันหลังหยุดใช้หรือลด ปริมาณการใช้สารเสพติดชนิดนั้น ๆจากที่เคยใช้ปริมาณมากมาเป็นเวลานาน และไม่ได้เกิดจากโรคทางกายหรือโรคจิต เวชอื่น ๆ จนเป็นปัญหาที่เด่นชัดและมีนัยสำคัญทางคลินิก ทำให้เกิดความบกพร่องในหน้าที่ด้านสังคม การงาน และ ด้านอื่น ๆ ที่สำคัญ
โรคทางจิตเวชที่เกิดจากการใช้ติดสารเสพติด(substance induced mental disorder)
เป็นโรค ทางจิตที่เป็นผลโดยตรงจากการใช้สารเสพติด ความเกี่ยวข้องกับปริมาณ วิธีที่ใช้ และระยะเวลาที่ใช้ของสารเสพติดนั้น ๆอีกด้วย ในทีนี้จะขอแบ่งสาร เสพติดเป็น 5 กลุ่มใหญ่ตามการออกฤทธิ์
กลุ่มที่ 1 สารกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง (central nervous system stimulants)
เป็นสารที่ออกฤทธิ์โดยตรงต่อศูนย์ควบคุมความพึงพอใจ (pleasure or reward center) เกิดอาการตื่นตัว (arousal) ขยันขันแข็ง (hyperactivity)อารมณ์ดี (elevated mood) พึงพอใจ (peasant) เคลิ้มสุข (euphoria) ความต้องการในการนอน จึงน้อยลง (decreased need of sleep)
กลุ่มที่ 2 กลุ่มนาร์โคติก (narcotic)
เป็นสารที่ออกฤทธิ์ผ่าน opioid receptor จึงมักมีฤทธิ์ทำให้ หายปวด (analgesic) และมีฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลาง (central nervous system suppression) และกด ศูนย์การหายใจ (respiratory suppression) ทำให้ง่วงนอนและหลับ สารเสพติดในกลุ่มนี้ ได้แก่ สารฝิ่น (opium), มอร์ฟีน (morphine), เฮโรอีน (heroin)
กลุ่มที่3 กลุ่มกดระบบประสาทส่วนกลาง (Central nervous system depressants)
เป็นสารที่ ออกฤทธิ์โดยตรงต่อ limbic system ผ่าน GABA receptor โดยสารในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะออกฤทธิ์ผ่าน GABA receptor เป็นหลัก ซึ่งเมื่อ GABA receptor ถูกกระตุ้น ก็จะสั่งผลให้ chloride channel ที่เยื่อหุ้มเซลล์ประสาท (cell membrane) เปิดกว้างและถี่ขึ้น ประจุ chloride(Cl) จึงวิ่งเช้ามาในเชลล์ประสาทมากขึ้น action potential ซึ่งนำกระแสประสาทจึงเกิดน้อยลง ลักษณะดังกล่าวถึงส่งผลให้ สารกลุ่มนี้กดการทำงานของระบบประสาทให้น้อยลง ลดความวิตกกังวล จิตใจสงบ ไม่ฟุ้งซ่าน ไม่กระสับกระส่าย ง่วงนอน แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้เกิดผลข้างเคียง ให้มี อาการหลงลืม (amnesia) สารเสพติดในกลุ่มนี้ ได้แก่ ยากลุ่ม barbiturates, ยากลุ่ม benzodiazepines, สุรา (alcohol)
กลุ่มที่ 4 กลุ่มหลอนประสาท (psychedelic drugs/Hallucinogen)
เป็นสารที่ออกฤทธิ์ต่อ serotonin และ glutamate receptor ทำให้ประสาทรับรู้บิดเบือน (perceptual disturbance) ประสาทหลอน หลงผิด และสับสน สารเสพติดในกลุ่มนี้ ได้แก่ สาร lysergic acid diethylamide (LSD), ketamine, phencyclidine (PCP), ยาอี (ecstasy), mescalin, เห็ดขี้เมา (mushrooms/psilocybin)
กลุ่มที่ 5 กลุ่มสารอื่น ๆ
ที่มีฤทธิ์แตกต่างจาก 4 กลุ่มแรก สารเสพติดในกลุ่มนี้ ได้แก่ กัญชา (cannabis), สารระเหย (inhalant) เช่น กาว ทินเนอร์, ใบกระท่อม (mitragyna), khat
สาเหตุ การบำบัดรักษาความผิดปกติทางจิตเวชจากการเสพสารเสพติด
สาเหตุของความผิดปกติทางจิตเวชจากการเสพสารเสพติด
ปัจจัยด้านชีวภาพ
พันธุกรรม มีความสัมพันธ์กับการนำไปสู่การติดสารเสพติดของบุคคล
การเปลี่ยนแปลงของระบบประสาทในสมอง เมื่อร่างกายได้รับสารเสพติดอย่างต่อเนื่อง
การเปลี่ยนแปลงระดับเมตาบอลิสม (metabolic activity) การใช้สารอย่างต่อเนื่องจะทำให้มี การเปลี่ยนแปลงระดับเมตาบอลิสม (metabolic activity) เพื่อเร่งกระบวนการทำลายสารเสพติด
ปัจจัยทางจิต
มีแรงจูงใจในการอยากลองพบว่า ผู้ใช้สารเสพติดมักเริ่มตันใช้ตั้งแต่อายุยังน้อย
ทฤษฎีจิตวิเคราะห์ (psychoanalytic theory) กล่าวว่า ผู้ที่มีปัญหากรใช้สารเสพติดจะมี superego ที่ช่างลงโทษ (harsh superego) และใช้สารนั้นเป็นหนทางที่จะลดความเครียดจากจิตไร้สำนึก (unconscious system) มีพัฒนาการติดอยู่ที่ระยะ oral stage (oral fixation) โดยใช้สารเสพติดช่วยลดความวิตก กังวล
บุคลิกภาพ บุคลิกภาพที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดพฤติกรรมติดสาร คือ impulsivity, dependency need ที่สูง การควบคุม อารมณ์ที่บกพร่อง กลุ่มอาการ ADHD และบุคลิกภาพแบบ antisocial
ปัจจัยทางสังคม
- ครอบครัวหรือพ่อและแม่มีการใช้สารเสพติด
สัมพันธภาพในครอบครัวไม่ดี เด็กหันไปติดเพื่อน ถูกเพื่อนชักจูง
สังคมมีค่านิยมผิดเกี่ยวกับการใช้สารเสพติด ตัวอย่างเช่น สังคมและวัฒนธรรมบางแห่ง ส่งเสริมให้การดื่มสุราเป็นเรื่องปกติและสังคมยอมรับ
สังคมสิ่งแวดล้อมที่เป็นวัตถุนิยม ชุมชนแออัดแต่อ่อนแอเพราะต่างคนต่างอยู่ มีกลุ่มอิทธิพล วางตัวอยู่เหนือกฎหมาย
การบำบัดรักษาความผิดปกติทางจิตเวชจากการเสพสารเสพติด
ระบบการบําบัดรักษาการเสพสารเสพติดในประเทศไทย แบ่งเป็น 3 ระบบ วัตถุประสงค์ของการบำบัดรักษาดังนี้
1) เพื่อให้ผู้ป่วยหยุดใช้สารเสพติดให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ (abstinence from the stance)
2) เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยมีสุขภาพทั้งร่างกายจิตใจและสังคมดีขึ้น
3) เพื่อช่วยผลักดันและส่งเสริมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่เหมาะสมโดยเน้นปัจจัย เกื้อหนุนทางสังคมที่เพียงพอ
ระบบสมัครใจ หมายถึง การรักษาที่ผู้ป่วยสมัครใจมาขอรับการรักษาที่สถานพยาบาลของรัฐ โดยตรง
ระบบบังคับรักษา หมายถึง การรักษาสำหรับผู้ป่วยที่ต้องคดียาเสพติดและอยู่ระหว่างรอ พิสูจน์หลักฐานเพื่อส่งดำนินคดีในชั้นศาล กรมคุมประพฤติมีหน้าที่ให้กรดูแลติดตามหรือส่งผู้ป่วยมาบำบัดตามคำสั่ง ศาลให้เข้ารับการบำบัดรักษาที่สถานพยาบาลของรัฐ เป็นวลา 4 เดือน และติดตามต่อเนื่องอีก 1 ปี
การต้องโทษ (ทัณฑสถานบำบัดพิเศษ) หมายถึง การักษาผู้ป่วยที่เป็นนักโทษอยู่ในเรือนจำที่มี ปัญหาเกี่ยวกับติดสารเสพติด จำเป็นต้องรักษาอยู่ในสถานบำบัดพิเศษของเรือนจำนั้น
รูปแบบการบำบัดรักษาความผิดปกติทางจิตเวชจากการเสพสารเสพ
ระยะแรก (pre-admission) คือ การเตรียมพร้อมสำหรับผู้ป่วยใช้เวลา 1 - 7 วัน เป็นระยะที่ ผู้ป่วยเข้ามารับการรักษาครั้งแรกผู้ป่วยจะได้รับการประเมินอาการทางคลินิก (clinical assessment)และดูความ พร้อมความเต็มใจในการมารับการรักษา
ระยะสองการถอนพิษยา (detoxification) คือ ระยะนี้ใช้เวลาประมาณ 2 - 3 สัปดาห์ โดยเริ่ม จากการลดขนาดยาเสพติดลงไปเรื่อย ๆ โดยผู้ป่วยจะได้รับยาที่ออกฤทธิ์เหมือนหรือใกล้เคียงสารเสพติด (Agonist therapy)
ระยะสามการรักษาทางจิตสังคมเพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพ (psychosocial rehabilitation)คือ นั้น มีความจำเป็นและได้ผลดีมาก เช่น การทำครอบครัวบำบัด หรือ การบำบัดคู่สมรส (family or marital therapy) การทำจิตบำบัดแบบประคับประคองรายบุคคล (individual supportive psychotherapy) ชุมชนบำบัด (therapeutic community) การทำกลุ่มช่วยเหลือกันเอง (self-help group) พฤติกรรมบำบัด (behavior therapy)
ระยะสี่การติดตามดูแล (after-care) คือ เป็นระยะที่ผู้ป่วยกลับไปอยู่บ้านในชุมชนตามปกติแต่ แพทย์ยังนัดมาเพื่อติดตาม ปีละ 3 - 4 ครั้ง พร้อมกับสุ่มตรวจปัสสาวะเพื่อตรวจสอบสารเสพติดในระยะนี้ผู้ป่วยอาจ
การพยาบาล
การประเมินสภาพ (assessment)
ชนิดของสารเสพติดที่ผู้ป่วยเคยใช้ และใช้ก่อนที่จะมาขอรับการรักษาในครั้งนี้
วิธีที่ผู้ป่วยใช้ในการนำสารเข้าสู่ร่างกาย เช่น การสูบควัน การดม การกิน หรือการฉีดเข้าเส้นเลือด - ปริมาณสารเสพติดที่ใช้ในแต่ละครั้ง
ระยะเวลา ความถี่ในการใช้สาร และหลังสุดผู้ป่วยใช้สารเสพติดเมื่อไหร่
ในสภาพการณ์ใดที่ผู้ป่วยต้องใช้สารเสพติดนั้น ๆ
ขณะเมื่อใช้สารเสพติดต่าง ๆ ผู้ป่วยเคยมีประสบการณ์อะไรที่เกี่ยวกับอาการต่าง ๆ ทางร่างกาย และจิตใจ
ประวัติการเลิกสารเสพติดด้วยตนเองหรือเข้ารับการรักษา
ข้อมูลการตรวจร่างกาย ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ
ผลการคัดกรอง/อาการทางจิต ความผิดปกติ/ปัญหาอื่นที่เกิดจากการเสพสารเสพติดด้วยแบบ ประเมินต่าง ๆ เช่น แบบประเมินภาวะที่เกี่ยวข้องกับการใช้สารเสพติด เช่น แบบประเมินในการค้นหาปัญหาจากการ ดื่มสุรา (Alcohol Use Disorder Identification Test :AUDIT) แบบประเมินภาวะขาดสุรา (Clinical Institute Withdrawal Assessment for Alcohol-revised : CIWA-Ar) หรือ (Alcohol withdrawal Scale :AWS)
ระดับความรุนแรงของปัญหาที่มีความเกี่ยวข้องกับการเสพสารเสพติดเช่น ปัญหาความทรุดโทรม ของร่างกาย
การวินิจฉัยทางการพยาบาล (nursing diagnosis)
ระยะเตรียมการก่อนบำบัด (pre-admission)
ผู้ป่วยและครอบครัวมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับเกี่ยวกับการติดสารเสพติด การรักษา การฟื้นฟูและ การป้องกันการกลับไปเสพสารเสพติดซ้ำ
ระยะการถอนพิษยา (de toxification)
การดูแลตนเองบกพร่อง
มีภาวะเสียงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เนื่องจากความรู้สึกและการควบคุมเคลื่อนไหวบกพร่อง
มีภาวะเสี่ยงต่อการเกิดการชัก
การรับรู้บกพร่อง มีหูแว่ว เห็นภาพหลอนแปลภาพผิด รับสัมผัสผิดปกติ (tactile hallucination)
มีภาวะเสี่ยงต่อการทำร้ายตนเอง
แบบแผนการนอนเปลี่ยนแปลงเนื่องจากระบบประสาทถูกกระตุ้น
มีภาวะเสี่ยงต่อการขาดสารอาหาร น้ำ และอีเลคโทรไลท์เนื่องจากอาการคลื่นไส้ อาเจียน
ระยะการฟื้นฟูสภาพ (rehabilitation)
ผู้ป่วยมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับแบบแผนการดำเนินชีวิตเพื่อป้องกันการกลับไปเสพสารเสพติดซ้ำ หลังได้รับการรักษาการฟื้นฟูการเสพสารเสพติด
มีอารมณ์เศร้า/ศักดิ์ศรีความภาคภูมิใจลดต่ำลง
ระยะติดตามดูแล (after-care)
ใช้กลไกทางจิต กลไกการปรับตัว และการเผชิญปัญหาไม่เหมาะสม
การวางแผนและการปฏิบัติทางการพยาบาล (planning and implementation)
เป้าหมายในระยะสั้น
เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นฟูสมรรถภาพทั้งทางร่างกาย จิตใจ และสังคม
ส่งเสริมและดูแลการให้พักผ่อนได้รับอาหารยาตามแผนการรักษา
การลดหรือป้องกันพฤติกรรมรุนแรง
ลดหรือป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากยาที่ใช้ในภาวะถอนยาเสพติด
เป้าหมายในระยะยาว
เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยหยุดใช้สารเสพติดและเลิกใช้สารเสพติดได้ถาวร
เพื่อส่งเสริมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการปรับตัวในการเผชิญปัญหาอย่างเหมาะสม
มีความรู้ในการดูแลตนเองทำกิจวัตรประจำวันและกิจกรรมต่าง ๆ ได้ตามปกติ
เพื่อส่งเสริมให้รับผิดชอบตามบทบาทหน้าที่การงานได้
มีสัมพันธภาพที่ดีกับบุคคลอื่น
มีเครือข่ายในสังคมที่คอยให้การช่วยเหลือเมื่อมีปัญหา
สามารถเผชิญปัญหาภาวะกดดันและใช้กลไกทางจิตได้อย่างเหมาะสม
การเพิ่มคุณค่าชีวิตแห่งตน
มีกำลังใจในการดำเนินชีวิตในสังคม
ระยะเตรียมการก่อนบำบัด (pre-admission)
สร้างสัมพันธภาพเพื่อการบำบัด
ให้ความรู้ผู้ป่วยและครอบครัวเกี่ยวกับการติดสารเสพติด
รวบรวมและประเมินข้อมูลทั้งสภาพร่างกาย สภาพจิต อาการและอาการแสดงเพื่อค้นหาปัญหาที่ พบในขณะถอนพิษจากสารเสพติด
สังเกตและบันทึกรายงานและให้การดูแลอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในขณะถอนพิษยาอย่างเหมาะสม
จัดสิ่งแวดล้อมเพื่อการบำบัดและให้การดูแลช่วยเหลือการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน
ระยะการฟื้นฟูสภาพ (rehabilitation)
กระตุ้นให้ผู้ป่วยเข้าร่วมกิจกรรมที่ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในเกี่ยวกับการติดสารเสพติด
ประเมินสภาวะความเครียดและแรงกดันต่าง ๆ ที่อาจทำให้ผู้ป่วยกลับไปใช้สารเสพติดอีก
กระตุ้นผู้ป่วยให้มีส่วนร่วมในแผนการรักษาและมุ่งเน้นให้เกิดความเข้าใจในปัญหาของตนเองที่ ต้องใช้สารเสพติด
สนับสนุนให้ผู้ป่วยได้เปิดเผยหรือบอกได้ถึงแรงจูงใจต่าง ๆ ที่ทำให้เขาต้องใช้สารเสพคิดพร้อมกับ ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถหาวิธีการแก้ปัญหาต่าง ๆ
ระยะติดตามดูแล (after-care)
ส่งเสริมแรงจูงใจและการร่วมมือในการรักษาต่อไป หลีกเลี่ยงการกลับไปใช้สารเสพติดอีก
ให้ข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งประโยชน์ที่ผู้ป่วยและครอบครัวสามารถพึ่งพาและขอความช่วยเหลือได้
ส่งต่อเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง โดยการสอนให้ความรู้เกี่ยวกับยาและสารเสพติด