Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (Multiple Sclerosis), อ้างอิง: https://www.pobpad…
โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (Multiple Sclerosis)
อาการ
มีปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็น เช่น เห็นภาพซ้อน ตามัว สูญเสียการมองเห็น โดยมักเป็นเพียงข้างใดข้างหนึ่ง รวมทั้งอาจมีอาการเจ็บตาร่วมด้วย
รู้สึกเมื่อยล้าหรือเหนื่อยมากจนทำกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ได้ อาการมักกำเริบขึ้นเมื่ออากาศร้อน หลังออกกำลังกาย ช่วงที่ป่วย หรือช่วงใกล้หมดวัน
เกิดอาการอ่อนแรงหรือเหน็บชาตามแขนและขาข้างใดข้างหนึ่งหรือบริเวณใบหน้าเพียงซีกเดียว
รู้สึกเจ็บจี๊ดคล้ายไฟช็อตเมื่อหันคอ โดยเฉพาะเวลาที่โน้มคอมาด้านหน้า
มีปัญหาเกี่ยวกับการถ่ายหนักและเบา เช่น ปัสสาวะบ่อย กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ปัสสาวะไม่สุด ท้องผูก เป็นต้น
ค่อย ๆ สูญเสียการทรงตัว ขาอ่อนแรง และเดินหกล้มได้ง่าย
มีอาการสั่น การเคลื่อนไหวของอวัยวะต่างๆ ไม่ประสานงานกัน
พูดไม่ชัด เคี้ยวหรือกลืนอาหารลำบาก
มีปัญหาด้านการคิด การเรียนรู้ และการตัดสินใจ เช่น ความจำไม่ดี สมาธิสั้น ทำความเข้าใจข้อมูลต่างๆ ได้ช้า เป็นต้น
มีปัญหาเกี่ยวกับสมรรถภาพทางเพศ ผู้ชายอาจประสบปัญหาอวัยวะเพศแข็งตัวได้ยาก หลั่งอสุจิช้า หรือไม่หลั่งอสุจิ ส่วนผู้หญิงอาจถึงจุดสุดยอดได้ยากหรือน้ำหล่อลื่นที่ช่องคลอดน้อยลง
ซึมเศร้า วิตกกังวล หรืออารมณ์แปรปรวนอย่างรุนแรงกะทันหัน เช่น ร้องไห้ หัวเราะ หรือตะโกนออกมาอย่างไม่มีเหตุผล เป็นต้น แต่อาการนี้พบได้น้อย
สาเหตุ
เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันทำลายปลอกประสาทที่ปกป้องใยประสาทในระบบประสาทส่วนกลาง ส่งผลให้ปลอกประสาทอักเสบและเกิดแผลที่เนื้อเยื่อบริเวณดังกล่าว ซึ่งจะกระทบต่อการสื่อสารระหว่างสมองกับอวัยวะส่วนอื่น ทำให้อวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายไม่ทำงานตามปกติ
พันธุกรรม ไม่ได้ถ่ายทอดทางพันธุกรรมโดยตรง แต่ผู้ที่มีบุคคลในครอบครัวมีประวัติป่วยเป็นโรคนี้อาจเสี่ยงป่วยได้เช่นกัน ซึ่งเกิดขึ้นได้ประมาณร้อยละ 2-3
เชื้อชาติ คนไทยเสี่ยงเป็นโรคนี้ได้น้อยกว่าเมื่อเทียบกับชาวตะวันตก
อายุ โรคนี้เกิดขึ้นได้กับคนทุกช่วงอายุ แต่ส่วนใหญ่พบในผู้ที่มีอายุ 15-60 ปี
เพศ ผู้หญิงเสี่ยงป่วยเป็นโรคนี้สูงกว่าผู้ชาย 2 เท่า
การติดเชื้อไวรัส ผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสเสี่ยงเกิดโรคนี้ได้ โดยเฉพาะโรคติดเชื้อไวรัสเอ็บสไตบาร์หรือเชื้ออีบีวี (Epstein-Barr Virus: EVB) ที่ทำให้เป็นไข้และมีต่อมน้ำเหลืองโต เนื่องจากเชื้อไวรัสชนิดนี้จะส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย
โรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเองบางชนิด เช่น โรคเกี่ยวกับไทรอยด์ เบาหวานชนิดที่ 1 หรือลำไส้อักเสบ
พฤติกรรมอื่น ๆ ผู้ที่สูบบุหรี่เสี่ยงเกิดโรคนี้ได้มากกว่าผู้ที่ไม่ได้สูบถึง 2 เท่า
การวินิจฉัย
ตรวจระบบประสาทของร่างกาย
แพทย์จะตรวจการมองเห็น การเคลื่อนไหวของดวงตา ความแข็งแรงของมือและขา การทรงตัว การประสานงานกันของอวัยวะต่าง ๆ การพูด และการตอบสนองอื่น ๆ เพื่อดูว่ามีความผิดปกติหรือไม่
ตรวจเลือด
เพื่อดูว่าอาการที่เกิดขึ้นนั้นมีสาเหตุมาจากปัญหาสุขภาพอื่น ๆ หรือไม่
เจาะน้ำไขสันหลัง
เป็นการตรวจว่าร่างกายมีความผิดปกติอันเกี่ยวเนื่องกับโรค Multiple Sclerosis หรือเกิดจากโรคอื่น โดยแพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่และสอดเข็มเข้าไปที่บริเวณหลังส่วนล่าง เพื่อเจาะเอาตัวอย่างน้ำจากโพรงกระดูกสันหลังไปตรวจในห้องปฏิบัติการ ผู้ป่วยอาจรู้สึกไม่สบายตัวและปวดศีรษะบ้างเป็นเวลา 2-3 วัน หลังตรวจ
การทำ MRI
วิธีนี้จะช่วยให้เห็นรอยแผลบริเวณสมองหรือไขสันหลังของผู้ป่วย โดยแพทย์อาจฉีดสารทึบรังสีเข้าหลอดเลือดดำเพื่อให้มองเห็นรอยดังกล่าวได้อย่างชัดเจน
ตรวจการตอบสนองทางไฟฟ้าของระบบประสาท
เป็นวิธีบันทึกคลื่นไฟฟ้าที่ระบบประสาทปล่อยออกมาขณะตอบสนองสิ่งเร้า การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมองมีหลายชนิด แต่ส่วนใหญ่แพทย์จะวัดจากการทำงานของดวงตาผู้ป่วย เพราะวิธีนี้ไม่ก่อให้เกิดการเจ็บปวด ทั้งยังช่วยประเมินการทำงานของเส้นประสาทตาได้ด้วย
การป้องกัน
ยังไม่ปรากฏวิธีป้องกัน แต่การเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงบางประการอาจช่วยลดแนวโน้มการเกิดโรคนี้ได้ เช่น งดสูบบุหรี่ หมั่นตรวจสุขภาพ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบถ้วน ดูแลร่างกายให้แข็งแรง เป็นต้น
ภาวะแทรกซ้อน
มีปัญหาเกี่ยวกับลำไส้ กระเพาะปัสสาวะ หรือสมรรถภาพทางเพศ
กล้ามเนื้อกระตุกหรือหดเกร็ง ขยับกล้ามเนื้อลำบากมากขึ้น
เกิดอัมพาต โดยมักเกิดขึ้นที่ส่วนขา
รู้สึกซึมเศร้าและเกิดความเปลี่ยนแปลงทางสุขภาพจิต เช่น ขี้ลืม อารมณ์แปรปรวน เป็นต้น
เกิดโรคลมชัก
การรักษา
การให้ยาสเตียรอยด์ (Steroid, Therapy)
การรักษาด้วยการเปลี่ยนถ่ายน้ำเลือดหรือพลาสมา (Plasmapheresis)
การรักษาด้วยอิมมูโนโกลบูลิน
พยาธิสภาพ
ซึ่งอยู่เกิดจากเม็ดเลือดชนิดลิมโฟไซต์ภายในต่อมน้ำเหลืองได้รับการกระตุ้นจากสารบางชนิดและมีกลไกกระตุ้นให้เม็ดเลือดขาวมโฟไซต์ออกจากต่อมน้ำเหลืองผ่านเข้าไปในระบบประสาทส่วนกลางซึ่ง ได้แก่ เส้นประสาทตาสมองและไขสันหลังเกิดการทำลายปลอกประสาทหรือปลอกมัยอิห้มอยู่รอบเส้นประสาทซึ่งปลอกประสาทมีหน้าที่ในการส่งต่อกระแสประสาทให้เป็นไปอย่างรวดเร็วเมื่อเกิดการอักเสบและทำลายปลอกประสาทส่งผลให้การนำกระแสประสาททำได้ช้าลงเกิดเป็นอาการผิดปกติต่าง ๆ โดยผู้ป่วยอาจมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลาขอาการพร้อมกันได้
อ้างอิง:
https://www.pobpad.com/multiple-sclerosis
นางสาวชลนิภา กัมทอง รหัสนักศึกษา:634N46207