Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
โรคสะเก็ดเงิน, อ้างอิง:http://www.cai.md.chula.ac.th/lesson/lesson4806/htm…
โรคสะเก็ดเงิน
-
ภาวะแทรกซ้อน
โรคข้ออักเสบสะเก็ดเงิน
เป็นโรคที่มีการอักเสบของข้อต่อรวมกับผื่นผิวหนังของโรคสะเก็ดเงินไปพร้อมกัน อาจทำให้ข้อต่อบางส่วนไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ
โรคมะเร็ง
ผู้ป่วยมีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งได้สูงขึ้น โดยเฉพาะมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของโรคและการใช้ยารักษาด้วย
-
โรคหัวใจและหลอดเลือด
ผู้ที่เป็นโรคสะเก็ดเงินมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้สูงถึง 3 เท่า รวมไปถึงการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติและโรคหลอดเลือดสมองก็เพิ่มมากขึ้นด้วย
ผลข้างเคียงหลังการรักษา
อาจส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคที่ร้ายแรงได้ เช่น ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยวิธีการส่องไฟอาจเสี่ยงต่อโรคมะเร็งผิวหนัง
ปัญหาทางด้านจิตใจ
ผู้ป่วยอาจเกิดภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล รู้สึกหดหู่ หมดความมั่นใจ เกิดความลำบากในการใช้ชีวิตและทำกิจกรรมต่าง ๆ เนื่องจากสภาพร่างกายภายนอกที่เกิดจากโรค
การป้องกัน
พยายามไม่เครียด
ความเครียดในชีวิตประจำวันอาจส่งผลเสียแก่ร่างกาย เพราะเมื่อเกิดความเครียดขึ้นจะทำให้ร่างกายเกิดการอักเสบ ซึ่งเป็นผลมาจากปฏิกิริยาตอบสนองจากร่างกาย จึงควรหลีกเลี่ยงความเครียดให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยอาจหาวิธีการผ่อนคลายที่สร้างสรรค์ เช่น ออกกำลังกาย ปรึกษากับคนรอบข้างเมื่อเกิดปัญหา นั่งสมาธิทำจิตใจให้สงบ
-
ดูแลผิวหนังไม่ให้บาดเจ็บ
ผิวหนังที่ได้รับการบาดเจ็บจากสิ่งแวดล้อมภายนอกอาจเป็นปัจจัยกระตุ้นให้พัฒนาโรคขึ้นได้ โดยอาจจะมีการป้องกันผิวหนังขณะทำกิจกรรมต่าง ๆ หรือทำกิจกรรมอย่างระมัดระวัง เช่น ทาครีมกันแดดก่อนออกแดด
-
-
กลไกการเกิด
-
รายงานการหายจากโรคสะเก็ดเงินของผู้ป่วยหลังได้รับการปลูกถ่ายไขกระดูก และการเกิดโรคของผู้ป่วยหลังได้รับการปลูกถ่ายไขกระดูกจากผู้ป่วยที่เป็นโรค
การพบว่าการใช้ยาหรือสารกดภูมิคุ้มกัน(immunosuppressive agents) ทำให้โรคดีขึ้น และการใช้ monoclonal antibody เช่น antiCD3 และ antiCD4 monoclonal antibody, DAB389IL-2 ซึ่งเป็น modified interleukin-2-based lymphocyte-selective toxin หรือการรักษาด้วยTh2 cytokine เช่น IL-4, IL-10สามารถทำให้โรคดีขึ้น
การพบการเปลี่ยนแปลงระดับของ cytokines และการแสดงออกของ activated molecule บน T cell รวมถึงการแสดงออกของ adhesion molecule บน keratinocyte ในผื่นของผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน
การลดอุบัติการณ์เกิดโรคทางผิวหนังที่เกี่ยวข้องกับ Th2-cell เช่น atopic dermatitis ร่วมกับโรคสะเก็ดเงิน
-
การรักษา
ยาทาภายนอก
เป็นยาในรูปแบบครีมและน้ำมันโดยทาลงไปบริเวณผิวหนังที่มีอาการโดยตรง ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการต่างๆให้ดีขึ้นได้
ยารับประทานและยาฉีด
เป็นวิธีที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการในระดับปานกลางถึงรุนแรง แต่มักก่อให้เกิดผลข้างเคียง แพทย์มักแนะนำให้ใช้ยาในระยะสั้น โดยยาที่ใช้รักษาสามารถแบ่งออกเป็นหลายกลุ่ม
การส่องไฟ (Phototherapy)
เป็นวิธีการรักษาที่ใช้รังสีอัลตราไวโอเลต เอ (UVA) และรังสีอัลตราไวโอเลต บี (UVB) ช่วยในการฆ่าเซลล์เม็ดเลือดขาวที่กระตุ้นให้เซลล์ผิวหนังมีการแบ่งตัวกันอย่างรวดเร็วเกินปกติ เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการปานกลางไปจนถึงขั้นรุนแรง
สาเหตุ
ระบบภูมิคุ้มกัน
ในระบบร่างกายปกติ เซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดที่เรียกว่า ลิมโฟไซต์ชนิดเซลล์ที จะทำลายสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย แต่เมื่อเกิดความผิดปกติ จึงทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวเหล่านี้ทำหน้าที่ผิดเพี้ยนไป โดยจะเข้าไปทำลายเซลล์ผิวหนังแทน
กรรมพันธ์ุ
ผู้ที่มีบุคคลในครอบครัวเป็นโรคนี้หรือโรคทางด้านผิวหนังอื่น ๆ มีโอกาสเสี่ยงมากขึ้นในการเป็นโรคสะเก็ดเงิน แต่ปัจจัยนี้ก็ยังไม่สามารถกำหนดได้ชัดเจนว่าผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวจะเป็นโรคชนิดนี้อย่างแน่นอน
พยาธิสภาพ
โรคสะเก็ดเงินเป็นโรคทางระบบภูมิคุ้มกันซึ่งเกิดขึ้นในผู้ที่มีพันธุกรรมที่มีโอกาสเกิดโรคอยู่แล้วเมื่อใต้สิ่งกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจากภายนอกจะเกิดการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันทั้ง Innate และ adaptive immune response และเกิดภาวะภูมิคุ้มกันไวเกินชนิดที่ 4 มีการหลั่ง cytokines ชนิต T type-1 และ T typ0-17 ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ผิวหนังตามมา
พันธุกรรม
สะเก็ดเงินชนิดที่ไม่มีความสำคัญกับ HLA (Human Leukocyte Antigen) โดย T lymphocyte ถูกกระตุ้นจากปัจจัยบางอย่างและกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันชนิด T helper type 1 ให้ทำงานมากกว่าปกติมีการหลั่ง Cytokine หลายชนิดเพื่อกระตุ้น T helper 17 cel ซึ่งจะหลั่งสารหลายชนิดเช่น Interleukin17 (IL17), IL22, L23, Tumor necrotic factor alpha จะก่อให้เกิดการอักเสบเรื้อรังของผิวหนังและการแบ่งตัวเร็วมากกว่าปกติของ Keratinocytes
-
-
-
-
-
-