Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
อาณาจักรทั้ง 5 - Coggle Diagram
อาณาจักรทั้ง 5
Kingdom Protista
1.ไฟลัมโพรโทซัว (Phylum Protozoa)
โพรโทซัว เป็นโพรทิสต์เซลล์เดียวที่มีลักษณะคล้ายสัตว์ มีลักษณะสำคัญ ดังนี้
เป็นเซลล์เดียวบางชนิดเป็นเซลล์อยู่เดี่ยวๆยางชนิดรวมกันเป็นกลุ่ม( colony )
ไม่มีอวัยวะหรือเนื้อเยื่อใดๆมีออร์แกเนลทำหน้าที่ต่างๆในเซลล์
มีเซลล์เมมเบรนเป็นกรอบของเซลล์บางชนิดมีโครงแข็งหุ้มเป็นสารจำพวกเซลลูโลส หรือเจลาติน
ขับถ่ายของเสียที่เป็นของเหลวโดยคอนแทรกไทล์ของโพรโทซัวว่าเป็น ออสโมเรกูเลเตอร์ ( osmoregulator )
การดำรงชีวิตมีทั้งที่หากินเป็นอิสระในน้ำเน่า
การสืบพันธุ์ตามปกติจะสืบพันธุ์แบบไม่ใช่เพศ คือ การแบ่งตัวจาก 1 เป็น 2 การสืบพันธุ์แบบมีเพศคือ การเข้าจับคู่กัน
การเข้าเกราะ( encystment )พบในโพรโตซัวหลายชนิด
อวัยวะเคลื่อนที่ของโพรโทซัวในแต่ละกลุ่มจะแตกต่างกัน
สาหร่าย( algae )สาหร่ายเป็นโพรทิสต์ที่มีลักษณะคล้ายพืช เนื่องจากมีคลอโรฟิลล์ และมีผนังเซลล์เช่นเดียวกับพืช
2.ไฟลัมคลอโรไฟตา ( Phylum Chlorophyta )มีลักษณะดังนี้
2.1. มีคลอโรฟิลล์เป็นชนิด คลอโรฟิลล์ Aและ B และมีแคโรทีนแซนโทฟิลล์
2.2. อาหารสะสมเป็นพวกแป้ง
2.3. ผนังเซลล์เป็นสารพวกเซลลูโลส บางชนิดอาจมี แคลเซียมและซิลิกอนอยู่ด้วย
2.4. มีแฟลเจลลา 1,2 หรือจำนวนมาก อยู่ทางด้านหน้าของเซลล์
2.5. ตัวอย่างของสาหร่ายในไฟลัมนี้ ได้แก่
-พวกที่เป็นเซลล์เดียว-พวกที่เป็นเซลล์เดียวมีแฟลเจลลาเคลื่อนที่ได้
-พวกเป็นสาย
-พวกเป็นแผ่นและมีขนาดใหญ่
3.ไฟลัมคริโซไฟตา (Phylum Chrysophyta )มีลักษณะสำคัญดังนี้3.1มีคลอโรฟิลล์เป็นชนิดคลอโรฟิลล์ เอและดี
3.2อาหารสะสมเป็นน้ำตาลโมเลกุลใหญ่
3.3ผนังเซลล์ประกอบด้วยเซลลูโลสมักมีซิลิกอนและไคทิน
3.4มักเป็นพวกเซลล์เดียว
4.ไฟลัมยูกลีโนไฟตา ( Phylum Euglenophyta )
สาหร่ายในไฟลัมนี้เรียกว่า ยูกลีนอยด์ มีลักษณะดังนี้
4.1มีคลอโรฟิลล์เป็นชนิดเอ และ บี แคโรทีน แซนโทฟิลล์
4.2อาหารสะสมเป็นแป้งเรียกว่า พาราไมลัม( Paramylum )
4.3ไม่มีผนังเซลล์ มีแต่เยื่อเซลล์เหนียวๆ
5.ไฟลัมฟีโอไฟตา ( Phylum Phaeophyta )
มีลักษณะดังนี้
5.1มีคลอโลฟิลล์เป็นชนิดคลอโรฟิลล์ เอและซี มีแคโรทีน ฟิวโคแซนทิน ทำให้ มองดูเป็นสีน้ำตาล
5.2อาหารสะสมเป็ฯน้ำตาลโมเลกุลใหญ่เรียกว่า ลามินาริน และแอลกอฮอล์ เรียกว่า มานิตอล
5.3ผนังเซลล์เป็นสารพวกเซลลูโลสและกรดแอลจินิก
5.4.สาหร่ายสีน้ำตาลมีส่วนที่คล้ายรากเรียกว่า โฮลด์ ฟาสต์( hoid fast )
6.ไฟลัมโรโดไฟตา ( Phylum Rhodophyta )
มีลักษณะสำคัญ ดังนี้
6.1มีคลอโรฟิลล์เป็นชนิด เอ และ ดี แคโรทีน แซนโทฟิลล์และไฟโคอิริทริน ซึ่งเป็นสารสีแดง
6.2อาหารสะสมเป็นแป้งมีชื่อเฉพาะว่า ฟลอริเดียนสตาร์ช
6.3ผนังเซลล์เป็นสารเซลล์ลูโลส พอลิแซคคาไรด์ที่เป็นเมือกบางชนิดมีแคลเซียมด้วย
6.4ส่วนใหญ่อยู่ในทะเลบางชนิดเท่านั้นที่อยู่ในน้ำจืด
7.ไฟลัมไพร์โรไฟตา (Phylum Pyrrophyta )
สาหร่ายในไฟลัมนี้เรียกว่า พวกไดโนแฟลเจลเลต ( dinoflagellate ) เป็นสาหร่ายที่มีแส้ 2 เส้น ใช้ในการเคลื่อนที่ มีลักษณะสำคัญคือ
7.1. มีคลอโรฟิลล์เป็นชนิดคลอโรฟิลล์ เอและคลอโรฟิลล์ซี
7.2ไม่มีอาหารเก็บสะสมในเซลล์ ถ้ามีเป็นแป้ง
7.3 มีแฟลเจลลา 2 เส้นเส้นหนึ่งทำหน้าที่ในการเคลื่อนที่และอีกเส้นหนึ่งพันอยู่ใน ร่องรอบตัวทำให้เซลล์หมุนในขณะเคลื่อนที่
7.4ถ้ามีผนังเซลล์จะเป็นสารเซลลูโลสและสารที่เป็นเมือกบางชนิดอาจไม่มีผนังเซลล์ทำให้เปลี่ยนรูปร่างได้
7.5เป็นเซลล์เดี่ยวบางครั้งเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วทำให้เกิดการวอเตอร์บลูม
7.6พบทั้งในน้ำจืด น้ำเค็มและน้ำกร่อย
8.ไฟลัมมิกโซไมโคไฟตา ( Phylum Myxomycophyta )
เป็นโพรทิสต์ที่มีช่วงชีวิตที่มีลักษณะคล้ายสัตว์และช่วงชีวิตที่มีลักษณะคล้ายพืช มีลักษณะสำคัญ ดังนี้
1.มีเซลล์เป็นแบบยูคาริโอต ไม่มีผนังเซลล์ ไม่มีคลอโรฟิลล์ ประกอบด้วยกลุ่มของโพรโทพลาซึมที่แพร่กระจายมีลักษณะเป็นเมือก
2.การสืบพันธุ์มีวงชีวิตที่มีลักษณะคล้ายสัตว์สลับกับวงชีวิตคล้ายพืช
3.ราเมือกดำรงชีวิตแบบภาวะมีการย่อยสลาย( Saprophytism )
ไลเคนส์ ( lichens )
ไลเคนส์ประกอบด้วยราและสาหร่ายที่อยู่ร่วมกันแบบภาวะที่ต้องมีการพึ่งพา สาหร่ายที่มาอยู่ร่วมกับราสาหร่ายสีเขียวในไฟลัมคลอโรไฟตาส่วนราเป็นพวกราถุง( sac fungi ) ในไฟลัมแอสโคไมโคตา
Kingdom Fungi
ลักษณะสำคัญของสิ่งมีชีวิตในอาณาจักฟังไจ
อาจมีเซลล์เดียว เช่น ยีสต์ แต่ส่วนใหญ่เป็นพวกหลายเซลล์พวกหลายเซลล์ ประกอบด้วยกลุ่มเซลล์ที่มีลักษณะเส้นใย เส้นใยแต่ละเส้นเรียกว่า ไฮฟา(Hypha) ไฮพามักรวมกันเป็นกระจุกเรียกว่าไมซีเลียม(mycelium) ไฮฟามีไรซอยด์
ช่วยยึดเห็ดราให้ติดแน่นกับที่ และบางส่วนของไฮฟาทำหน้าที่สร้างสปอร์
โครงสร้างของเซลล์เป็นเซลล์แบบยูคาริโอต มีผนังเซลล์คล้ายพืช (มีองค์ประกอบเป็นเซลลูโลส และไคทิน) แต่ไม่มีคลอโรฟิลล์ดังนั้นสร้างอาหารเองไม่ได้ ดำรงชีวิตแบบปรสิตหรือแบบภาวะมีการย่อยสลาย หรือบางชนิดอยู่ร่วมกับสาหร่ายที่ต้องพึ่งพา(ไลเคน)
ส่วนใหญ่สืบพันธุ์โดยการสร้างสปอร์ สปอร์มีทั้งที่เกิดจากการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ และแบบอาศัยเพศ นอกจากนี้ยังมีการสืบพันธุ์แบบอื่นๆเช่นรา ขนมปัง สืบพันธุ์แบบอาศัยเพศโดยวิธี คอนจูเกชัน ยีสต์สืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศโดยวิธีการแตกหน่อ
การจัดจำพวกฟังไจ
โดยทั่วไปใช้การสร้างสปอร์ที่เกิดจากการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศเป็น
เกณฑ์ แบ่งออกเป็น 4 ดิวิชัน ได้แก่
ดิวิชันไซโกไมโคตา (Zygomycota) สร้างไซโกสปอร์(zygospores)ได้แก่ Rhizopus nigricans เป็นราดำที่ขึ้นบนขนมปัง(Blackbreadmold)ผลไม้และอาหารเน่าเสีย ส่วนใหญ่เป็นราที่อาศัยบนบก
2.ดิวิชันแอสโคไมโคตา (Ascomycota) สร้างแอสโคสปอร์(ascospores)ราในดิวิชันนี้มีจำนวน ชนิดมากที่สุดตัวอย่างคือsaccharomycescerevisiae หรือ ยีสต์หมักเบียร์(Brewer's yeast) ราสีแดง(Monascussp.) ที่ใช้ผลิตข้าวแดงและเต้าหู้ยี้ราน้ำค้างและมีบางชนิดสร้างดอกเห็ด ซึ่งใช้เป็นอาหารได้
ดิวิชันเบสิดิโอไมโคตา(Basidiomycota) สร้างเบสิดิโอสปอร์(basidiospores)ได้แก่ เห็นที่กิน เป็นอาหารได้และมีความสำคัญทางเศรษฐกิจตัวอย่าง เห็ดฟาง (volvariclla volvacea) เห็ดหอม (Lentinulaedodes)เห็ดหูหนู เห็ดนางรมเห็ดเป๋าฮื้อเห็ดแชมปิญอง เห็ดกระดุม
ดิวิชันดิวเทอโรไมโคตา(Deuteronomy) หรือเรียกอีกอย่างว่า Fungi imperfecti สร้างสปอร์ไม่ทราบว่าชนิดใดเนื่องจากนิวเคลียสของสปอร์หลอมรวมกัน(พบว่าส่วนใหญ่ ดูเหมือนเป็นพวกแอสโคสปอร์)เรียกอีกชื่อหนึ่งว่าfungiimperfecti หมายถึง กลุ่มของรา หลายชนิดที่ไม่พบว่ามีการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศได้แก่ ราที่นำมาผลิตเพนิซิลลิน(Penicilium sp.) ราที่ใช้ผลิตกรดซิตริก (Aspergilus niger) รวมทั้งราที่ใช้ผลิต เนยแข็งราที่ทำให้เกิดโรคกลากเกลื้อน เท้าเปื่อย
Kingdom Monera
ลักษณะสำคัญของสิ่งมีชีวิตในอาณาจักรมอเนอรา
-เป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวที่มีโครงสร้างเซลล์แบบโพรคาริโอต(prokaryotic cell) ในขณะที่สิ่งมีชีวิตอื่นๆทุกอาณาจักรมีโครงสร้างเซลล์แบบยูคารีโอต (eukaryotic cell)
-ไม่มีออร์แกเนลล์ชนิดมีเยื่อหุ้มเช่น ร่างแหเอนโดพลาสซึม กอลจิคอมเพลกซ์ ไลโซโซม คลอโรพลาสต์ มีเฉพาะออร์แกเนลล์ที่ไม่มีเยื่อหุ้มคือไรโบโซม
สิ่งมีชีวิตในอาณาจักรนี้แบ่งเป็น 2 ไฟลัม คือ
ประโยชน์ของแบคทีเรีย
ด้านอุตสาหกรรม เช่นการผลิตอาหารหมัก ใช้ฟอกหนัง
ด้านการเกษตร เช่นใช้เป็นปุ๋ย
การทดสอบคุณภาพน้ำ
ทางด้านการแพทย์ เช่นการผลิตยาปฏิชีวนะ
ใช้ในเทคโนโลยีชีวภาพ โดยใช้เทคนิคทางพันธุวิศวกรรมสร้างแบคทีเรียที่มีลักษณะต่าง ๆ
ช่วยย่อยสลายซากสิ่งมีชีวิตให้เป็นอาหารของพืช
โทษของแบคทีเรีย
ผลิตสารพิษที่เป็นอันตราย
ทำให้เกิดโรคต่างๆ ใน คน เช่น ไทฟอยด์ อหิวาตกโรค ปอดบวม วัณโรค คอตีบ สัตว์ เช่น แอนแทรกซ์ บาดทะยัก และพืช เช่น โรครากเน่า โรคใบไม้ของสาลี่
2.ไฟลัมไซยาโนไฟตา (Phylum Cyanophyta)ได้แก่ สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน (Blue-green algae) ปัจจุบันเรียกชื่อใหม่ว่าCyanobacteriaลักษณะของสิ่งมีชีวิตในไฟลัมไซยาโนไฟตา คือ
ไม่มีเยื่อหุ้มนิวเคลียส เป็นเซลล์พวกโปรคารีโอต ไม่มี flagella
มี chlorophyll phycocyanin phycorythin กระจายในเซลล์ แต่ไม่ได้รวมเป็น chloroplast
ผนังเซลล์เป็น cellulose และ pectin
มีขนาดเล็ก อาจอยู่ในลักษณะ
4.1 เซลล์เดี่ยว หรือเซลล์กลุ่ม เช่น Gloeocapsa , Chroococcus และ
Eucapsis
4.2 เซลล์ที่จัดเรียงเป็นสาย เช่น Anabaena , Oscillatoria และ Spirulina
การสืบพันธุ์ของ Cyanocacteria
การแบ่งตัว Binary fission
การหักเป็นท่อน (fragmentation) พบในพวกที่เป็นสาย
สร้างสปอร์หรือสร้างเซลล์พิเศษ เช่น akinete
ประโยชน์
เป็นผู้ผลิตอาหาร และ O2
Spirulina หรือเกลียวทอง มี protein สูง ใช้ทำอาหารเสริมคนและสัตว์
Nostoc Anabaena Oscillatori สามารถเพิ่มความตรึง N ทำเป็นปุ๋ยในดิน เช่น แหนแดง (Azolla) ซึ่ง Anabaena อยู่ช่องว่างกลางใบ
1.ไฟลัมชิโซไฟตา (Phylum Schizophyta) สิ่งมีชีวิตที่จัดอยู่ในไฟลัมนี้ ได้แก่ แบคทีเรีย
ลักษณะของสิ่งมีชีวิตในไฟลัมซิโซไฟดา คือ
มีเซลล์ขนาดเล็ก
ลักษณะรูปร่าง มี 3 ลักษณะคือ
2.1 รูปร่างกลม เรียกว่า coccus
2.2 รูปร่างแบบแท่งยาว เรียกว่า bacillus
2.3 รูปร่าง เกลียว เรียกว่า spirillum
เซลล์รูปร่างต่าง ๆ มีการเรียงตัวทำให้เกิดลักษณะเฉพาะแบคทีเรียที่มีเช่น รูปร่างทรงกลม มีการเรียงตัวหลายแบบ
เซลล์ทรงกลม 2 เซลล์เรียงต่อกันเรียก diplococci
เซลล์หลายเซลล์เรียงต่อกันเป็นลูกโซ่เรียก streptococci
เซลล์หลายเซลล์เรียงกันเป็นกลุ่มก้อนคล้ายพวงองุ่น เรียก staphylococc
-เซลล์ 8 เซลล์ เรียงเป็นลูกบาศก์เรียก sarcina
Kingdom Animalia
สิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ ประกอบด้วยเซลล์ชนิดยูแคริโอต การจำแนกเป็นไฟลัมต่างๆใช้ลักษณะสำคัญคือ จำนวนชั้นของเนื้อเยื่อ ช่องภายในตัว ปล้องขา ลำตัว ชนิดของท่อทางเดินอาหาร สมมาตร (symmetry) ของลำตัว ชนิดของระบบไหลเวียน และการพัฒนาของระบบอื่นๆ แบ่งออกเป็นสอง ซับคิงดอม (Subkingdom) คือ ซับคิงดอมพาราซัว(Parazoa) ได้แก่ฟองน้ำและซับคิงดอมเมทาซัว (Metazoa) ได้แก่สัตว์อื่นๆที่เหลือ ซึ่งแบ่งย่อยเป็นไฟลัมต่างๆมากถึง 30 ไฟลัมในปัจจุบัน แต่ที่สำคัญมี 9 ไฟลัมคือ
5.ไฟลัมแอนเนลิดา (Phylum Annelida) หนอนปล้อง ลำตัวแบ่งเป็นปล้องชัดเจน มีเนื้อเยื่อสามชั้น มีสมมาตรแบบด้านข้าง มีช่องตัวที่แท้จริง (coelom) มีระบบไหลเวียนและระบบประสาท แบ่งเป็นสามชั้น
5.1 ชั้นโพลีคีตา (Class Polychaeta) ได้แก่ แม่เพรียง (Nereis) หนอนฉัตร (tube worm)
5.2 ชั้นโอลิโกคีตา (Class Oligochaeta) ได้แก่ ไส้เดือนดิน (Pheretima)
5.3 ชั้นไฮรูดิเนีย (Class Hirudinea) ได้แก่ ปลิง (leech) ทากดูดเลือด (landleech)
6.ไฟลัมมอลลัสกา (Phylum Mollusca) ลำตัวนิ่มมักมีเปลือกหุ้มเนื้อเยื่อสามชั้น มีสมมาตร ด้านข้างมีช่องตัวลดรูปจนมีขนาดเล็ก มีระบบไหลเวียนและระบบประสาท แบ่งเป็นห้าชั้น
6.1 ชั้นแอมฟินิวรา (Class Amphineura) ได้แก่ ลิ่นทะเล (chiton)
6.2 ชั้นแกสโทรโพดา (Class Gastropoda) ได้แก่ หอยกาบเดี่ยว (snail) หอยทาก (slug) ทากทะเล (nudibranch)
6.3 ชั้นแพลีไซโพดา (Class Pelecypoda) ได้แก่ หอยกาบคู่ (bivalves) เช่น หอยแมลงภู่ (Mytilus biridis)
6.4 ชั้นสแคโฟโพดา (Class Scaphoposa)ได้แก่ หอยงาช้าง (tusk shell)
6.5 ชั้นเซฟาโลโพดา (Class Cephalopoda) ได้แก่ ปลาหมึกสาย หรือปลาหมึกยักษ์ (Octopus) ปลาหมึกกล้วย (Loligo) หอยงวงช้าง (nautilus)
4.ไฟลัมเนมาโทดา (Nematoda) ได้แก่ หนอนตัวกลม มีเนื้อเยื่อสามชั้นมีสมมาตรแบบด้านข้าง มีช่องตัวเทียม (pseudocoet) เช่น พยาธิไส้เดือน (Ascaris lumbricoides) โรคเท้าช้าง (Brugia malayi)
ไฟลัมอีไคโนเดอร์มาตา (Phylum Echinodermata) เป็นสัตว์ทะเลทั้งหมด ผิวหนังมีหนาม ตัวอ่อนมีสมมาตรด้านข้าง ตัวเต็มวัยมีสมมาตรรัศมีมีระบบน้ำใช้ในการเคลื่อนที่ มีระบบไหลเวียน ระบบประสาท และระบบท่อทางเดินอาหาร จำแนกเป็นห้าชั้น
8.3 ชั้นอีคิยูรอยเดีย (Class Echiuroidea) เช่น เม่นทะเล (sea urchin) เหรียญทราย (sand dollar)
8.4 ชั้นโฮโลทูรอยเดีย (Class Holothuroidea) เช่น ปลิงทะเล (sea cucumber)
8.2 ชั้นโอฟิยูรอยเดีย (Class Ophiuroidea) เช่น ดาวเปราะ (brittle star)
8.5 ไคนอยเดีย (Class Crinoidea) เช่น ดาวขนนก (feather star) พลับพลึงทะเล (sea lilly)
8.1 ชั้นแอสเทอรอยเดีย (Class Asteroidea) ได้แก่ ปลาดาว หรือดาวทะเล (star fish)
3.ไฟลัมแพลทิเฮลมินทีส (Phylum Platyhelminthes) ได้แก่ หนอนตัวแบน มีเนื้อเยื่อสามชั้น ไม่มีช่องตัว มีสมมาตรแบบด้านข้าง (bilateralsymmetry) มีระบบย่อยอาหาร (บางชนิดไม่มี) แบ่งเป็นสามชั้น
3.1 ชั้นเทอร์เบลลาเรีย (Class Turbellaria) ได้แก่ พลานาเรีย (Dugesia)
3.2 ชั้นทรีมาโทดา (Class Trematoda) ได้แก่ พยาธิใบไม้ (fluke) เช่น พยาธิใบไม้ในตับ (Opisthorchis viverrini)
3.3 ชั้นเซสโทดา ( Class Cestoda) ได้แก่ พยาธิตัวตืด (tape worm) เช่น พยาธิตัวตืดหมู (Taenia solium)
7.ไฟลัมอาร์โทรโพดา (Phylum Arthropoda) สัตว์ที่มีลำตัวแบ่งเป็นปล้องมีโครงร่างภายนอก หรือเปลือกปกคลุม ขาต่อเป็นข้อๆ สมมาตรแบบด้านข้างมีระบบไหลเวียนและระบบประสาท แบ่งเป็น สองซับไฟลัม คือ เคลิเซอราตา (Chelicerata) ได้แก่ แมงดาทะเล และแมงมุม และซับไฟลัมแมนดิบูลาตา (Mandibulata) เช่น กุ้ง ปู ตะขาบ กิ้งกือ แบ่งเป็นชั้นดังนี้
7.1 ไซโฟซูริดา (Class Xiphosurida) ได้แก่ แมงดาจาน (Tachypleus gigas)
7.2 อะแร็กนิดา (Class Arachnida) ได้แก่ แมงมุม แมงป่อง
7.3 ครัสเตเชีย (Class Crustacea) ได้แก่ กุ้ง กั้ง ปู เพรียงหิน
7.4 ไคโลโพดา (Class Chilopida) ได้แก่ ตะขาบ
7.5 ไดโพลโพดา (Class Diplopoda) ได้แก่ กิ้งกือ
7.6 อินเซกตา ( Class Insecta) ได้แก่ แมลงต่างๆ
2.ไฟลัมซีเลนเทอราตา (Phylun Coelenterata) เป็นสัตว์ที่มีเนื้อเยื่อสองชั้น มีสมมาตรแบบ รัศมี(radial symmetry) มีท่อทางเดินอาหาร แต่ไม่มีช่องตัว มีเซลล์ไนโดไซต์ (cnidocyte) สร้างเข็มพิษ (nematocyst) แบ่งเป็นสามชั้น(Class)
2.1 ชั้นไฮโดรชัว (Class Hydrozoa) ได้แก่ ไฮดรา (Hydra) แมงกะพรุนไฟ (Physalia)
2.2 ชั้นไซโฟซัว ( Class Scyphozoa) ได้แก่ แมงกะพรุนหนัง (Aurelia) แมงกะพรุนไฟ (Chironex)
2.3 ชั้นแอนโทซัว (Class Anthozoa) ได้แก่ ปะการัง (coral) ปะการังเขากวาง (Acrepora) กัลปังหา (sea fan)
ไฟลัมคอร์ดาตา (Phylum Chordata) สัตว์มีกระดูกสันหลัง มีสมมาตรด้านข้าง มีช่องตัวอย่างแท้จริง มีระบบต่างๆพัฒนาสูงสุด จำแนกเป็นสามซับไฟลัมคือ
9.1 ซับไฟลัมยูโรคอร์ดาตา (Subphhylum Urochordata) ได้แก่ เพรียงหัวหอม (tunicate)
9.2 ซับไฟลัมเซฟาโลคอร์ดาตา (Subphylum Cephalochordata) ได้แก่ แอมฟิออกซัส (Amphioxus)
9.3 ซับไฟลัมเวอร์ทีบราตา (Vertebrata) ได้แก่ สัตว์มีกระดูกสันหลังทั้งหมด จำแนก เป็นชั้นดังนี้
9.3.1 ชั้นแอ็กนาทา (Class Agnatha) ได้แก่ ปลาปากกลม (cyclostome)
9.3.2 ชั้นคอนดริกไทอีส (Class Chomdrichthyes) ได้แก่ ปลากระดูกอ่อน เช่น ปลาฉลาม ปลาฉนาก ปลากระเบน
9.3.3 ชั้นออสทีอิกไทอีส (Class Osteichthyes) ได้แก่ ปลากระดูกแข็ง เช่น ปลากะพง ปลาช่อน ปลาหมอเทศ
9.3.4 ชั้นแอมฟิเบีย (Class Amphibia) สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก ได้แก่ กบ คางคก เขียด ซาลาแมนเดอร์
9.3.5 ชั้นแรปทิเลีย (Class Reptilia) สัตว์เลื้อยคลาน ได้แก่ เต่า ตะพาบน้ำ แย้ ตะกวด จิ้งจก จิ้งเหลน จระเข้
9.3.6 ชั้นเอวีส (Class Aves) ได้แก่ นกชนิดต่างๆ เป็ด ไก่
9.3.7 ชั้นแมมมาเลีย (Class Mammalia) สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ได้แก่ แพลทิปัส ปากเป็ด (duck-billed platypus) สัตว์มีถุงหน้าท้อง (marsupials) เช่น จิงโจ้ โอพอสซัม แทสมาเนียนเดวิล สัตว์มีรก (placenta) เช่น กระรอก กระต่าย วัว ควาย ช้าง แรด ลิง คน
1.ไฟลัมพอริเฟอรา (Phylum Porifera) เป็นสัตว์หลายเซลล์ ไม่มีสมมาตร ลำตัวเป็นรูพรุน มีช่องน้ำเข้าและช่องน้ำออก มีโครงร่างแข็งหรือเป็นเส้นใยโปรตีน เช่น ฟองน้ำแก้ว สกุล Euplectella ฟองน้ำน้ำจืด สกุล Spongilla ฟองน้ำถูตัว สกุล Spongia
Kingdom Plantae
พืชเป็นสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ เซลล์เป็นชนิดยูแคริโอต มีสารสีเพื่อการสังเคราะห์ด้วยแสงเรียกว่าคลอโรฟิลล์ ซึ่งมีหลายชนิด มีผนังเซลล์เป็นสาร เซลลูโลส สืบพันธุ์ทั้งแบบอาศัยเพศและไม่อาศัยเพศ มีวัฏจักรชีวิตแบบสลับ (alternation of generation) การจำแนกเป็นไฟลัมหรือดิวิชันใช้ลักษณะวัฏจักรชีวิตแบบสลับที่มีระยะแกมีโทไฟต์ (gemetophyte) และสปอโรไฟต์ (sporophyte) การมีท่อลำเลียงอาหารและน้ำ มีรากและใบ และมีดอก (fower) หรือไม่มีดอก แบ่งออกเป็นดิวิชัน ดังนี้
ดิวิชันไบรโอไฟตา (Division Bryophyta) เป็นพืชขนาดเล็ก ไม่มีระบบท่อลำเลียง มีระยะแกมีโทไฟต์เจริญเป็นอิสระนานกว่าระยะสปอโรไฟต์ ได้แก่ มอสส์ (moss) ลิเวอร์เวิร์ต (liverwort) และฮอร์นเวิร์ต (hornwort)
ดิวิชันไซโลไฟตา (Division Psilophyta) พืชมีลำต้นยาวเรียว เริ่มมีท่อลำเลียง ไม่มีใบและราก ที่แท้จริง ได้แก่สกุล Psilotum หรือหวายทะนอย
ดิวิชันไลโคไฟตา (Divison Lycophyta) พืชโบราณ มีใบและรากที่แท้จริง มีท่อลำเลียง ได้แก่ สกุลSelagilnella หรือตีนตุ๊กแก สกุล Lycopediun หรือหญ้ารังไก่ สามร้อยยอด
ดิวิชันสฟีโนไฟตา (Division Sphenophyta) ลำต้นมีลักษณะเป็นข้อ ๆ มีรากและใบที่แท้จริง มีท่อลำเลียงที่แท้จริง ได้แก่สกุล Equisetum หรือหญ้าถอดปล้อง สนหางม้า
ดิวิชันเทอโรไฟตา (Division Pterophyta) เป็นพืช เริ่มมีท่อลำเลียงพัฒนาดีขึ้น ไม่มีดอก ได้แก่เฟิร์น ผักแว่น จอกหูหนู แหนแดง ชายผ้าสีดา
ดิวิชันไพโนไฟตา (Division Pinophyta) เป็นพืชยืนต้น มีเนื้อไม้ มีท่อลำเลียงที่พัฒนาดีขึ้น มีรากและใบ มีเมล็ด แต่เมล็ดไม่มีส่วนหุ้มเมล็ด (คือ เปลือย [ghymnosperm]) แบ่งเป็นสามซับดิวิชัน (subdivision) คือ
ซับดิวิชัน Cycadicae คือพืชพวกปรง (Cycas)
ซับดิวิชัน Pinicae ได้แก่ แป๊ะก้วย สกุล Ginkgo และพืชพวกสน เช่น สนสองใบ (Pinus merkusii) สนสามใบ (Pinus Kesiya) ไซเพรสส์ (Cypress) เรดวูด (redwood)
ซับดิวิชัน Gneticae ส่วนใหญ่เป็นไม้เลื้อยขนาดใหญ่ เช่น มะเมื่อย สกุล Gnetum และพืชในทะเลทรายแอฟริกา สกุล Welwitschia
ดิวิชันแมกโนลิโอไฟตา (Division Magnoliophyta) คือพืชไม้ดอกที่มีท่อลำเลียง มีใบและราก มีเมล็ดที่มีรังไข่ห่อหุ้ม แบ่งเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว (monocots) และพืชใบเลี้ยงคู่ (dicots) หรือแบ่งเป็นสองชั้นคือ
ชั้นแม็กโนลิออปซิดา (Class Magnoliopsida [dicots]) ได้แก่พืชใบเลี้ยงคู่
ชั้นลิลิออปซิดา (Class liliopsida [monocots]) ได้แก่พืชใบเลี้ยงเดี่ยว