Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
บทที 4 การพยาบาลเด็กและวัยรุ่นที่มีการเจ็บป่วยทางจิตเวช …
บทที 4
การพยาบาลเด็กและวัยรุ่นที่มีการเจ็บป่วยทางจิตเวช เด็กทีมีภาวะบกพร่องทางสติปัญญา
บอกและอธิบายความหมาย ลักษณะอาการและอาการแสดง เด็กทีมีภาวะบกพร่องทางสติปัญญา
1.1 ความหมายเด็กทีมี ภาวะบกพร่องทางสติปัญญา
ภาวะบกพร่องทางสติปัญญา(intellectualdisability)
หมาย ถึงภาวะที่เกิดขึ้นในระยะพัฒนาการจากการที่สมองของเด็กหยุดพัฒนาหรือมีการพัฒนาอย่างไม่สมบูรณ์
1.2 ลักษณะอาการและอาการแสดงเด็กทีมีภาวะบกพร่องทางสติ ปัญญา
ความบกพร่องของการปรับตัว (deficits in adaptive function) ส่งผลให้บุคคลมีพัฒนาการ ทีไม่หมาะสม ไม่สามารถพึงพา ตนเองและรับผิดชอบต่อสังคมได้ ทําให้มีความจํากัดในการดํารงชีวิต ประจําวัน
1) มีพัฒนาการล่าซา สามารถพบพัฒนาการทีล่าช้ากว่า เกณฑ์ในทุกด้าน แต่จะมีพัฒนาการ ล่าช้ามากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความรุนแรง
2) มีความบกพร่อง ด้านเชาว์ปัญญา เด็กทีมีภาวะบกพร่องทางสติปญญาระดับเล็กน้อย
3) มีปัญหาด้านพฤติกรรม
เด็กบางรายอาจพบว่ามีพฤติกรรมทีเป็นปัญหา
4) มีลักษณะผิดปกติของรูปร่างอวัยวะต่าง ๆ เช่น ดาวน์ซิน โดรม มีศีรษะขนาดเล็ก ตังจมูก แบน ตาห่าง หางตาชีขึน
1) บกพร่องทางสติปัญญาเล็กน้อย (mild intellectual disability) ระดับ IQ 50-69ต้องการ
ด้านความคิด
ด้านสังคม
ด้านการปฏิบัติ
2) บกพร่องทางสติปัญญาปานกลาง (moderate intellectual disability) ระดับ IQ 35-49 ต้องการความช่วยเหลือปาน กลาง
ด้านความคิด ทักษะการสือสารการพูดการอ่าน การเขียน
ทักษะความคิดการคํานวณ การเข้าใจเวลา
ด้านการปฏิบัติ สามารถดูแลตนเองในการรับประทาน อาหารแต่งกายขับถ่ายสุขอนามัย และการทํางานบ้านโดยต้องใช้เวลา
3) บกพร่องทางสติปัญญารุนแรง (severe intellectual disability) ระดับ IQ 20-34 ต้องการความช่วยเหลือมาก
ด้าน การคิด การใช้ภาษา ต้องช่วยเหลือในการแก้ปัญหา ตลอดชีวิต
ด้านสังคม มีข้อจํากัดใการพูด อาจพูดได้เปนคํา ๆ หรือ วลี จะมีสัมพันธภาพกับสมาชิก ในครอบครัวและผู้คุ้นเคย
ด้านกาปฏิบัติต้องการความช่วยเหลือทุกอย่างในการทํา กิจวัตรประจําวัน
4) บกพร่องทางสติปัญญารุนแรงมาก (profound intellectual disability) ระดับ IQ < 20 ต้องการความช่วยหลือตลอด วลา
ด้นความคิด และด้านสังคม มีข้อจํากัดในการเข้าใจ สัญลักษณ์ของการสือสารด้วยคําพูด หรือท่าทาง อาจเข้าใจคําหรือ ท่าทางง่าย ๆ วาบกพร่องทางร่างกาย และการรับความรู้สึกทําให้ ไม่สามารถมีกิจกรรม ทางสังคมร่วมกับคนอืนได้
ด้านการปฏิบัติ ต้องพึพาผู้อืนในทุกด้านของการทํากิจวัตร ประจําวัน การดูแลสุขภาพ ความปลอดภัย ต้องอาศัยการฝกอย่างมาก ในการช่วยเหลือตนเอง
สาเหตุการบําบัดรักษาเด็กทีมีภาวะบกพร่องทางสติปัญญา
2.1 สาเหตุของเด็กทีมีภาวะบกพร่องทางสติปัญญา
1) ปัจจัยทางพันธุกรรม เกิดจากความผิดปกติของยีนทีมีการ ถ่ายทอดทางพันธุกรรมเช่น ดาวน์ซิน โดรม (down syndrome) มีความผิดปกติของโครโมโชมคู่ที 21 เกินมา 1 แท่ง เด็กจะมีศีรษะเล็กกลม ตังจมูกแบน ตาห่าง หางตาชีขึน ใบหูตากว่า ปกติ ริมฝปากโค้งขึน มีลินใหญ่จุกปาก
2) ปัจจัยในระยะตังครรภ์ ระยะคลอด และหลังคลอด
ระยะตังครรภ์ จากการศึกษาพบว่า ในระหว่างการตัง ครรภ์ถ้ามารดามีการใช้ แอลกอฮอล์ยาหรือสารเคมีอืน ๆ อาจส่ผลต่อ พัฒนาการของสมองทารกในครรภ์ได้
ระยะคลอด พบว่า การคลอดก่อนกําหนด เด็กทารกจะมีนาหนักตัวแรกคลอดตากว่า เกณฑ์มาตรฐาน กระบวนการ คลอดนานผิดปกติ สมองได้รับบาดเจ็บจากการคลอด
ระยะหลังคลอด พบ ว่า สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากโรคทีเกิดในวัยเด็ก เช่น โรคไอกรน โรค อีสุกอีใส โรคหัด อาจนําไปสภาวะเยือทหุ้มสมองอักเสบ (meningitis) และสมองอักเสบ
3) ปัจจัยทางจิตสังคม พบว่า เด็กทีเติบโตมาท่ามกลางความยากจน ครอบครัวแตกแยกและผู้ เลียงดูมีความผิดปกติทางจิต เช่น ซึมเศร้า หรือ ติดสารเสพติด
2.2 การบําบัดรักษาเด็กทีมีภาวะบกพร่องทางสติปัญญา
การรักษาโรคทางกาย ทีเป็นสาเหตุและความผิดปกติทีอาจ พบร่วมด้วย เช่น อาการชัก หัวใจพิการแต่กําเนิด หรือภาวะพร่อง ไทรอยด์ฮอร์โมน
กายภาพบําบัด เป็นการส่งเสริมพัฒนาการของกล้ามเนือมัดใหญ่ เพือแก้ไขการเดินการ เคลือนไหวทีผิดปกติ ช่วยลดการยึดติดของข้อต่อ
การจัดโปรแกรมการฝึกทักษะทีจําเป็นในการเรียนรู้เพื่อส่ง เสริมพัฒนาการของเด็กในทุก ๆ ด้านพบว่าเด็กทีได้รับการกระตุ้นพัฒ นาการตังแต่เล็ก ๆ จะสามารถเรียนรู้ได้เร็วกว่าการกระตุ้นพัฒนาการ เมือเด็กโตแล้ว
กิจกรรมบําบัด เป็นการบําบัดทีช่วยแก้ไขปัญหาทีเป็นองค์ ประกอบสําคัญในดําเนินชีวิต
• การส่งเสริมพัฒนาการของกล้ามเนือมัดเล็กเพือใช้ในการหยิบ จับสิงของ
• ฝึกการทํางานของกล้ามเนือให้สามารถทํางานสัมพันธ์ กันระหว่างตาและมือ
• ส่งเสริมความสามารถในการทํากิจวัตรประจําวัน
-อรรถบําบัดเป็นการส่งเสริมพัฒนาการด้านการสือสารโดย ฝึกเด็กให้ใช้กล้ามเนื้อในการพูด การเปล่งเสียง
การฟื้นฟูสมรรถภาพทางการศึกษา การจัดการศึกษาพิเศษ เฉพาะเด็กทีมีภาวะบกพร่องทาง สติปัญญา
การพื้นฟูสมรรถภาพทางอาชีพ
การให้คําแนะนําครอบครัว เน้นการให้ข้อมูลในเรื่อง สาเหตุ แนวทางการรักษา และการ พยากรณ์โรค
การพยาบาลเด็กทีมีภาวะบกพร่องทางสติปัญญา
1) การประเมินสภาพ (assessment) เป็นการรวบรวมข้อมูล เพื่อประเมินปัญหาความผิดปกติ
การซักประวัติ
การประเมินด้านร่างกาย (physical assessment)
ใช้แบบคัดกรองพัฒนาการ
ด้านการใช้กล้ามเนือมัดใหญ่ (gross motor: GM)
ด้านการใช้กล้ามเนือมัดเล็กและสติปัญญา (fine motor: FM)
ด้านการเข้าใจภาษา (receptive language: RL)
ด้านการใช้ภาษา (expressive language: EL)
ด้านการช่วยเหลือตนเองและสังคม (personal social: PS)
การตรวจสภาพจิต
2) การวินิจฉัยทางการพยาบาล (nursing diagnosis)
ตัวอย่างการเขียนข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล
• ไม่สามารถสือสารบอกความต้องการของตนเองได้ เนืองจากพัฒนาการด้านการใช้ ภาษาล่าช้า
• มีความกพร่องในการช่วยเหลือตนเองที เหมาะสมตามวัยเนืองจากพัฒนาการกล้ามเนือ มัดใหญ่และกล้ามเนือ มัดเล็กล่าช้า
• เสียงต่อการเกิดอุบัติเหตุเนืองจากอยู่ไม่นิงและการ ทรงตัวไม่ดีกล้ามเนืออ่อนแรง
3) การวางแผนและการปฏิบัติการพยาบาล (planning and implementation)
กิจกรรมการพยาบาลต่อตัวเด็กทีมีภาวะบกพร่องทางสติปัญญา มีด้วยกัน 3 ลักษณะ
ลักษณะที 1 การส่งเสริมพัฒนาการตามความสามารถของ เด็กทีมีภาวะบกพร่องทาง สติปัญญา
ลักษณะที 2 การช่วยเหลือเด็กทีมีภาวะบกพร่องทางสติปัญญาทีมี ปัญหาทางจิตเวช
ลักษณะที 3 ด้านการศึกษาและการฝึกอาชีพ เด็กทีมี ภาวะบกพร่องทางสติปัญญาควร ได้รับการศึกษตามความสามารถ อย่างเหมาะสมตมวัย
การป้องกันภาวะบกพร่องทางสติปัญญา เป็นบทบาท พยาบาลในการส่งเสริมสุขภาพทังใน ระยะก่อนตังครรภ์ ระยะตังครรภ์ ระยะคลอดและระยะหลังคลอดเพื่อป้องกันเด็กไม่ให้เกิดภาวะบกพร่อง ทางสติปัญญา
4) การประเมินผล (evaluation)
ภายหลังให้การพยาบาลเด็กทีมีภาวะบกพร่องทางสติปญญา จะต้องมีการประเมินผลที เกิดขึนว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ทีได้กําหนด ไว้หรือไม่โดยเปรียบเทียบกับเกณฑ์การประเมินผลทีได้กําหนดไว้
น.ส.เปมิกา เพิ่มชีวา รหัส180101126