Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การพยาบาลนรีเวช, เรียกว่า “Hypothalamus Pituitary Ovarian Axis (HPO axis)…
การพยาบาลนรีเวช
โรคไม่ติดเชื้อ
:fire:
Menstrual cycle disorders :<3:
amenorrhea ประจำเดือนไม่มา , Menopause หมดประจำเดือน
dysmenorrhea ปวดประจำเดือน
Post menstrual bleeding หลังจากมีประจำเดือนมีเลือดออกมา
Abnormal Uterine Bleeding ภาวะเลือดออกผิดปกติจากโพรงมดลูก :<3:
คือเลือดที่ออกจากโพรงมดลูกมีลักษณะแตกต่างจากระดูพบได้ทุกช่วงอายุ โดยเฉพาะในวัยเจริญพันธุ์
:red_flag:
กลุ่มที่มีพยาธิสภาพโดยเลือดที่ออกมาสาเหตุมาจาก Myoma Uteri, Endometriosis, PID :red_flag:
Pelvic Inflammatory Disease : PID
โรคอักเสบติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน
ส่วนใหญ่พบในสตรีวัยรุ่น
เน้นการใช้ยาปฏิชีวนะ
การพยาบาล
ให้ความรู้เกี่ยวกับกายวิภาค และสรีรวิทยาสตรี
แนะนำการทำความสะอาดร่างกาย และอวัยวะสืบพันธ์อย่างถูกวิธี
แนะนำการรักษาสุขอนามัยทางเพศ
แนะนำให้สังเกตอาการติดเชื้อ ในระบบสืบพันธุ์ เช่น ไข้สูง ปวดท้องน้อย ตกขาวผิดปกติ คัน
หลีกเลี่ยงการมี เพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย (Unsafe sex)
ไม่สวนล้างช่องคลอด หรือทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ
แนะนำการคุมกำเนิดที่เหมาะสม
แนะนำสตรีทีมีเพศสัมพันธ์แล้วให้มาตรวจภายในอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
แนะนำการวางแผนครอบครัวโดยการตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และประวัติทางพันธุกรรม
ประเมินภาวะติดเชื้อ วัดV/S ทุก 4 ชม. โดยเฉพาะอาการไข้สูง>38 องศาเซลเซียส
NPO เพื่อเตรียมผ่าตัดใน Acute PID
จัดท่าให้ผู้ป่วยนอน Fowler’s Position เพื่อจำกัดให้หนอง หรือสิ่งคัดหลั่งขังอยู่บริเวณ Cul-de-sac เพื่อไม่ให้ลุกลามไปในอุ้งเชิงกราน
ให้การพยาบาลโดยยึดหลัก Universal Precaution Technique
ดูแลให้ได้รับยาปฏิชีวนะและ IVF ตามแผนการรักษา สังเกตอาการแพ้ยา Anaphylactic shock โดยเฉพาะกลุ่มยาเพนนิซิลิน
กลุ่มที่ไม่มีพยาธิสภาพเรียกว่า Dysfunction Uterine Bleeding: DUB :red_flag:
ภาวะเลือดออกผิดปกติชนิดที่ไม่มีไข่ตก (Anovulatory DUB) เกิดจาการทางานที่ไม่สมดุลกันระหว่าง Hypothalamus, Ovary ทำให้มีเลือดออกกะปริดกะปรอย
ภาวะเลือดออกผิดปกติชนิดที่มีไข่ตก
(Ovulatory DUB)
การพยาบาล
: :red_flag:
ประเมินความรุนแรงของการเสียเลือดและป้องกันภาวะซีดติดตามผล Hematocrit
ป้องกันภาวะช็อค โดย Record V/S, I/O, สังเกตภาวะช็อค
ป้องกันการติดเชื้อ ดูแลการทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธุ์
ในรายที่ต้องผ่าตัดพยาบาลเตรียมผู้ป่วยก่อนและหลังการผ่าตัด
ประคับประคองจิตใจ
การขูดมดลูก :red_flag:
การถ่างขยายปากมดลูกร่วมกับการขูดมดลูก (Dilatation and curettage)
การขูดมดลูกแบบแยกส่วน (Fractional curettage)
วัตถุประสงค์ในการขูดมดลูก
เพื่อการวินิจฉัยโรค
เพื่อการรักษาในหญิงตั้งครรภ์
การปฏิบัติตนหลังการขูดมดลูก
หลังจากการขูดมดลูกอาจมีเลือดออกกะปริดกะปรอยได้บ้าง แต่ควรจะมีปริมาณที่น้อยลงเรื่อยๆ และควรหายไปภายใน 5-7 วัน
อาจมีอาการปวดหน่วงท้องน้อยอันเนื่อง มาจากการหดเกร็งของมดลูกได้ แต่อาการจะดีขึ้นหลังจากรับประทานยาแก้ปวดทั่วไป เช่น Paracetamol และอาการปวดจะดีขึ้นเรื่อยๆตามลำดับ
3.หลีกเลี่ยงการใช้ผ้าอนามัยแบบสอดเข้าไปในช่องคลอด ควรใช้ผ้าอนามัยแบบเป็นแผ่นรอง
ควรนอนพักผ่อนให้มาก และควรหยุดพักการทำงานประมาณ 1-2 วัน
ได้รับยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
6.งดมีเพศสัมพันธ์ประมาณ 2 สัปดาห์
วัยเจริญพันธุ์จะกลับมามีประจำเดือนได้ และสามารถที่จะตั้งครรภ์ได้ภายใน 4-6 สัปดาห์
ต้องไปพบแพทย์ตามนัดเพื่อตรวจติดตามผลการรักษาและ/หรือฟังผลการวินิจฉัยโรคจากการตรวจชิ้นเนื้อ
ผลข้างเคียง/ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากการขูดมดลูก
มดลูกทะลุ โดยเฉพาะในรายที่ขูดมดลูกเนื่องจากการแท้งบุตร ทั้งนี้เพราะมดลูกของสตรีที่ตั้งครรภ์มักจะนุ่มมาก
2.การตกเลือด การขูดมดลูกเนื่องจากการแท้งบุตร อาจขูดชิ้นเนื้อออกได้ไม่หมด ส่วนใหญ่แล้วชิ้นเนื้อที่ตกค้างมักจะหลุดออกมาได้เองโดยที่ไม่ก่อให้เกิดปัญหา
การติดเชื้อ
ภาวะแทรกซ้อนในระยะยาวเป็นเดือนหรือเป็นปี คือ
1.การเกิดพังพืดภายในโพรงมดลูก ซึ่งอาจทำให้ไม่มีประจำเดือน หรือไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ในภายหลังจากการขูดมดลูก หรือ
2.หากตั้งครรภ์อาจมีการฝังตัวของรกที่ลึกเข้าไปในผนังมดลูกหรืออาจจะทะลุออกนอกมดลูกได้
Dysfunction Uterine Bleeding :<3:
Tumor/ cyst :<3:
Endometriosis
ภาวะที่เยื่อบุโพรงมดลูกมีการเจริญเติบโตในตำแหน่งอื่นๆนอกเหนือจากภายในโพรงมดลูก และอาจลุกลามไปยังอวัยวะใกล้เคียงใน และนอกอุ้งเชิงกราน
พยาธิสภาพ
มักพบจุดสีน้ำตาลในอุ้งเชิงกราน โดยเฉพาะ ผิวรังไข่ มดลูก ลำไส้ เยื่อบุช่องท้อง ลักษณะสีแดงหรือสีน้ำเงินปนดำอาจพบขนาดใหญ่กว่า10 cm. เรียกว่า Chocolate cyst
หากพบถุงน้ำภายในมีของเหลวสีน้ำตาลเข้ม เรียกว่า Endometrioma ถุงน้ำจะสร้าง Adhesion มายึดกับอวัยวะข้างเคียงเป็นสาเหตุทำให้มีบุตรยาก
ปัจจัยเสี่ยง
สตรีที่มีระดูครั้งแรกอายุน้อย ช่วงรอบระดูสั้นและเลือดระดูออกมาก
พันธุกรรม
พยาธิสภาพขัดขวางการไหลของระดู เช่น Imperforate hymen
สตรีที่ไม่มีบุตรหรือมีบุตรน้อย
ระดับความรุนแรงของ Endometriosis
Mild ไม่เกิดพังผืดหรือการดึงรังของอวัยวะ
Moderate เกิดพังผืดและดึงรังโดยเฉพาะบริเวณรังไข่
Severe เกิดการดึงรังไปยัง ligament อวัยวะเกี่ยวกับการขับถ่าย
การวินิจฉัย
การซักประวัติ อาการปวดประจำเดือน การรบกวนจากอาการปวด
การตรวจร่างกาย ตรวจหน้าท้อง ตรวจภายใน
Q-tip test
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
Complete blood count (CBC) และ erythrocyte sedimentation rate (ESR) เพื่อหาสาเหตุการอักเสบว่าเป็นแบบเฉียบพลันหรือเรื้อรัง
Urinalysis และ urine culture
Sexually transmitted disease testing เช่น wet smear, VDRL
CA-125 ใช้ประโยชน์ในการติดตามผลการรักษา มากกว่าใช้ในการวินิจฉัยเพราะ sensitivity ต่ำ ประมาณ ร้อยละ 20-50
Ultrasound มีประโยชน์ในการช่วยวินิจฉัยและแยกโรค
MRI ใช้ในการวินิจฉัยได้ดีมี sensitivity ร้อยละ 75 และบอกความผิดปกติของอวัยวะสืบพันธ์ได้
Laparoscopy
การรักษา
การผ่าตัด เลือกใช้ในรายที่ระยะของโรครุนแรง ผู้ป่วยมีอาการปวดรุนแรง หรือมีอาการฉับพลัน และจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัด หรือในรายที่รักษาด้วยยาแล้วไม่ได้ผลในกลุ่มวัยรุ่นควรเลือกการผ่าตัดเชิงอนุรักษ์(conservative) ซึ่งผู้ป่วยจะยังสามารถตั้งครรภ์ได้ สามารถทำได้ทั้งการผ่าตัดผ่านกล้อง (laparoscopy)ซึ่งเป็นที่นิยมและการผ่าตัดเปิดหน้าท้อง (laparotomy)
มีอัตราการกลับมาเป็นซ้ำประมาณร้อยละ 50 ใน 1 ปี
การใช้ยา
ยาบรรเทาปวด NSAIDs เป็นยาที่ใช้รักษาอาการ dysmenorrhea และใช้เสริมฤทธิ์ของฮอร์โมน (adjuvant agents) ในการรักษาอาการปวด
Hormonal Suppression เพื่อยับยั้งการมีระดู ป้องกันการตกไข่ ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกที่เจริญผิดที่ขาดฮอร์โมนเพศไปหล่อเลี้ยงและฝ่อหายไป
Combination Estrogen and Progestin Therapy
4.Danazolสามารถจับกับ sex hormone binding globulin ทำให้มีการเพิ่มขึ้นของ free testosterone ทำให้ร่างกายมีระดับของแอนโดรเจนสูง เอสโตรเจนต่ำ ทำให้ยับยั้งการเจริญของภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ และเกิดภาวะขาดประจำเดือน
Progestins สามารถยับยั้งภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ได้ โดยจะทำให้เกิดภาวะ decidualization แล้วตามด้วยการฝ่อของเยื่อบุโพรงมดลูกที่อยู่ผิดที่
6.Gonadotropin-Releasing Hormone Agensts ออกฤทธิ์โดยการยับยั้งการหลั่ง gonadotropins ซึ่งจะทำให้รังไข่หยุดทำงานเกิดภาวะที่เรียกว่า medical oophorectomy และยังช่วยลดการเกิดพังผืดโดย ลดการทำงานของ plasminogen activator และ matrix metalloproteinase เนื่องจากยามีผลลดความหนาแน่นของมวลกระดูก
cervix
ตรวจมะเร็งปากมดลูกตอนอายุ 35 ปี
มะเร็งปากมดลูก
แบ่งระยะโดย FIGO
ovary
uterus
Myoma uteri
เนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง ลักษณะค่อนข้างกลมแข็งอาจพบได้หลายก้อน
สาเหตุและปัจจัย
ฮอร์โมนเอสโตรเจน และโปรเจสเตอโรนจากรังไข่เป็นตัวเร่งให้เกิดเนื้องอกและพบว่าเนื้องอกมีขนาดเล็กลงภายหลังหมดระดู
อาการและอาการแสดง
ระดูออกมาก (Hypermenorrhea) และมานาน (Menorrhagia)
ก้อนในท้องน้อย (Palpable mass)
อาการกดเบียดอวัยวะข้างเคียง (Pressure symptom)
ปวดท้องน้อย (Pelvic Pain)
ตกขาว (Leukorrhea)
ภาวะมีบุตรยาก (Infertility)
การรักษา
เฝ้าสังเกตอาการ ถ้าขนาดก้อนเนื้อ ไม่เกิน 12 wks. ให้มาตรวจซ้ำ ทุก 4-6 เดือน และให้ยาเสริมธาตุเหล็กเพื่อป้องกันภาวะโลหิตจาง
รักษาด้วยยา
2.1 NSAIDS บรรเทาอาการอักเสบ และลดปริมาณเลือดที่ออก
2.2 GnRH analogue ใช้ในผู้ป่วย Endometriosis โดยทำให้มีภาวะหมดประจำเดือนเทียม (Pseudomenopause) โดยให้ก่อนผ่าตัด 2-3 เดือน มีผลให้ก้อนเนื้องอกมีขนาดลดลง และทำให้เสียเลือดน้อยลงขณะผ่าตัด แต่จะไม่ให้นานเกิน 6 เดือน เพราะอาจทำให้กระดูกพรุนได้
ผ่าตัด
3.1 Myomectomy ผ่าตัดเฉพาะก้อนเนื้องอก โดยที่ยังมีมดลูกอยู่
3.2 Hysterectomy ผ่าตัดมดลูกออกไปด้วยในกรณีที่ไม่สามารถตัดก้อนเนื้อออกได้
3.2.1 Abdominal Hysterectomy ผ่าตัดมดลูกผ่านทางหน้าท้อง ผ่าตัดมดลูกรังไข่ และท่อนำไข่ทั้ง 2 ข้างเรียก Total Abnormal Hysterectomy with Bilateral Salphingo-Oophorectomy (TAH with BSO)
3.2.2 Vaginal Hysterectomy ทำการผ่าตัดผ่านทางช่องคลอดในรายที่มีเนื้องอกมดลูกโผล่พ้นปากมดลูก
displacement
ระดู
:<3:
สรีระวิทยาของการมีระดู
ระดู หมายถึง
“เลือดที่ไหลออกจากโพรงมดลูกเป็นรอบๆ ทุกเดือน”
ประกอบด้วย เมือก เลือด เยื่อบุโพรงมดลูก เซลล์เยื่อบุ ช่องคลอด มูกปากมดลูกและแบคทีเรีย โดยมี prostaglandin enzyme และ fibrinogen ช่วยทำให้เลือดไม่แข็งตัว
กลไกการเกิดระดู
ปัจจัยที่มีผลต่อกลไกการเกิดระดู ประกอบด้วย การทำงานของ
Hypothalamus
Pituitary gland
Ovary
ชนิดของระดู
ระดูที่มีไข่ตก (Ovular menstruaion) การหลุดลอกของเยื่อบุโพรงมดลูกในระยะ secretary
ระดูที่ไม่มีไข่ตก (Anovular menstruation) มีการหลุดลอกของเยื่อบุโพรงมดลูกในระยะ proliferative
วงรอบของระดู
ปกติวงรอบของระดู (interval)หรือระยะห่างระหว่างรอบระดู ประมาณ 28 วัน (21-35 วัน)
ระยะเวลามีระดู (duration) 3-7 วัน
ภาวะผิดปกติที่สัมพันธ์กับการมีระดู
ภาวะขาดระดู (Amenorrhea)
อาการปวดระดู (Dysmenorrhea)
ภาวะเลือดออกหลังหมดประจำเดือน (Post menstrual bleeding)
ลักษณะของระดูที่ผิดปกติได้แก่
รอบระดู น้อยกว่า 21 วัน Polymenorrhea
รอบระดู มากกว่า 35 วัน Oligomenorrhea
รอบระดู และระยะเวลามีระดูไม่แน่นอน metrorrhagia
ระยะเวลามีระดูเกิน 7 วัน menorrhagia
ระยะเวลามีระดูนานและปริมาณมาก meno metrorrhagia
ปริมาณเลือดที่ออกน้อยกว่าปกติ hypomenorrhea
ปริมาณของเลือดระดูที่มากกว่าปกติhypermenorrhea
ภาวะขาดระดู
ภาวะขาดระดู (Amenorrhea) เป็นการเปลี่ยนแปลงของร่างกายตามปกติ พบใน
ระยะก่อนเข้าวัยสาว (pre-puberty)
ขณะตั้งครรภ์ (pregnancy)
ระหว่างการให้นมบุตร (lactational amenorrhea)
วัยหมดระดู (menopause)
ชนิดของภาวะขาดระดู
ชนิดปฐมภูมิ (Primary amenorrhea) หมายถึง ภาวะที่ไม่มีระดูตามวัยอันควร
ภาวะขาดฤดูชนิดทุติยภูมิ (secondary amenorrhea) เป็นภาวะขาดระดูในสตรีที่เคยมีระดูมาแล้ว คือ ระดูหายไป อย่างน้อย 3 เดือน ในรายที่มาสม่ำเสมอ หรือ 6 เดือน ในรายที่ระดูมาไม่สม่ำเสมอ เช่น การตั้งครรภ์ ภาวะหมดระดู การให้นมบุตร และการพร่องในหน้าที่ของ HPO axis รวมทั้งช่องทางคลอด
เนื้องอกของต่อมใต้สมองที่สร้าง prolactin ผู้ป่วยจะมีระดับ prolactin สูง ซึ่งจะมีผลยับยั้งการหลั่ง GnRH ทำให้ gonadotropin (FSH และ LH) ลดลงและออกฤทธิ์โดยตรงที่รังไข่ จึงทำให้ผู้ป่วยขาดระดู
Menopause
:<3:
ความหมาย หญิงที่มีอายุ 40-59 ปี ซึ่งครอบคลุมตามระยะของการหมดประจำเดือน ได้แก่
ระยะก่อนหมดประจำเดือน (อายุ 40-44 ปี)
ระยะใกล้หมดประจำเดือน (อายุ 45-55 ปี) และ
ระยะหลังหมดประจำเดือน (อายุ 56-59 ปี)
เอสโตรเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่สร้างจากรังไข่จะมีระดับลดลงในช่วงวัยหมดประจำเดือน จึงก่อให้เกิดอาการต่างๆซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว
กลุ่มอาการของวัยหมดประจำเดือน ประกอบด้วย ความรู้สึกร้อนวูบวาบ เหงื่อออกมากในเวลากลางคืน นอนไม่หลับหรือหลับยาก หลับไม่ลึก เครียด อารมณ์แปรปรวนหงุดหงิดง่าย ขาดความมั่นใจ วิตกกังวล หลงลืมง่าย ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะเล็ด หรือกลั้นปัสสาวะไม่ได้ ช่องคลอดแห้ง คัน เจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์ แต่ในผู้หญิงบางคนอาจจะไม่มีอาการใดๆเกิดขึ้นเลย หรือมีอาการเพียงบางอย่าง ในขณะที่บางคนอาจมีอาการเกิดขึ้นอย่างมากจนทำให้เกิดผลกระทบต่อการทำงาน และการดำเนินชีวิตประจำวัน
ภัยเงียบที่พบในวัยหมดประจำเดือน ซึ่งจะเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นในระยะยาว ได้แก่
โรคกระดูกพรุน
(ซึ่งการสูญเสียเนื้อกระดูกอย่างมากจนทำให้เกิดโรคกระดูกพรุนจะทำให้เกิดกระดูกหักง่ายแม้หกล้มเพียงเล็กน้อย)
โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง
หลักในการดำเนินชีวิตในวัยหมดประจำเดือนเพื่อให้มีสุขภาพที่แข็งแรงมีดังต่อไปนี้
การพักผ่อนที่เพียงพอ และการรักษาอารมณ์ให้ปกติโดยการคิดบวก
อาหาร ควรรับประทานให้หลากหลายเพื่อได้สารอาหารที่ครบถ้วน ลดการบริโภคอาหารไขมัน หวานจัดหรือเค็มจัด เน้นการบริโภคผักและผลไม้เป็นประจำ โปรตีนจากปลา อาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น นม กะปิ กุ้งแห้ง ปลาเล็กปลาน้อย หรือผักที่มีสีเขียวเข้ม
ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ นานครั้งละ 30 นาทีขึ้นไป เช่น การเดินเร็ว การวิ่งเหยาะๆ หรือเต้นแอโรบิก แต่ทั้งนี้ควรเป็นตามสุขภาพด้วย
การตรวจสุขภาพเป็นประจำ อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
โรคติดเชื้อทางนรีเวช
:fire:
Infection
:<3:
bacteria :red_flag:
ตกขาว (Leukorrhea)
อาการ
ตกขาวที่มีทั้งปริมาณลักษณะสีหรือกลิ่นที่แตกต่างจากตกขาวปกติก่อให้เกิดความรำคาญ คันช่องคลอด มีกลิ่นเหม็นปวดแสบปวดร้อน ปัสสาวะแสบขัด เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์
fungus :red_flag:
เชื้อราในช่องคลอด (Candida vaginitis)
สาเหตุ
เชื้อ Candida albicans
อาการและอาการแสดง
ตกขาวมีสีเหลือง หรือขาว เป็นก้อนคล้ายนมข้น (Curd like discharge) อวัยวะเพศภายนอก และช่องคลอดบวมแดง คันในช่องคลอดปัสสาวะแสบตอนสุด เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์
การวินิจฉัย
การทำ Wet smear นำตกขาวไปตรวจจะพบ Oval budding yeast หรือ Psuedohyphae
การรักษา
ใช้ยาเหน็บ Clotrimazole 100 mg.หรือยารับประทาน Ketoconazole 200 mg. 1X2 bid
parasites :red_flag:
พยาธิในช่องคลอด (Trichomonas Vaginitis)
สาเหตุ
Trichomonas Vaginalis (Potozoa)
อาการและอาการแสดง
ระยะฟักตัวนาน 3 สัปดาห์ ตกขาวมีสีเหลืองปนเขียวปริมาณมากมีกลิ่นเหม็น และ เป็นฟอง (Frothy) ระคายเคืองคันที่ช่องคลอด พบปากมดลูกมีจุดเลือดออกเป็นหย่อมๆ เรียกว่า Strawberry Cervix
การวินิจฉัย
Wet smear นำตกขาวไปตรวจพบ T. vaginalis เคลื่อนไหวไปมา
การรักษา
Metronidazole 2 gm. a single dose or 500 mg Bid x 7 days
sexual transmitted disease :red_flag:
หนองใน (Gonorrhea)
สาเหตุเชื้อ
Neisseria gonorrhea
อาการและอาการแสดง
ระยะฟักตัวประมาณ 1-14 วันปัสสาวะแสบขัดปัสสาวะลาบากมีหนองไหลออกมาจากท่อปัสสาวะ มีเลือดออกทางช่องคลอด คันบริเวณปากช่องคลอด (pruritus vulva) ปวดท้องน้อย
การวินิจฉัย
ย้อมสี Gram Stain การเพาะเชื้อ , การตรวจหาหน่วยทางพันธุกรรม
การรักษา
Ciprofloxaxin 500 mg a single dose
หนองในเทียม (Non-gonoccal urethritis
สาเหตุเชื้อ
เชื้อ Chlamydia trachomatis
อาการและอาการแสดง
ระยะฟักตัวประมาณ 7-21 วันตรวจภายในพบปากมดลูกอักเสบมักพบบริเวณ Transformation zone ของปากมดลูกท่อปัสสาวะอักเสบ (urethritis) ปีกมดลูกอักเสบ (adnexitis) ทำให้ปากมดลูกตีบตัน หรือเกิดพังผืดในอุ้งเชิงกราน (adhesion) เยื่อบุโพรงมดลูกอักเสบ(endometritis)และโรคอักเสบติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน
การวินิจฉัย
ย้อมสี Gram Stain การเพาะเชื้อการตรวจหาหน่วยทางพันธุกรรม
การรักษา
Doxycycline 100 mg 2-3 times a day for 10-14 days
ซิฟิลิส (Syphilis)
สาเหตุเชื้อ
เชื้อ Treponemapallidum (เป็นแบคทีเรียชนิดเกลียว)
อาการและอาการแสดง
ระยะฟักตัวประมาณ 21 วัน
1) ซิฟิลิสระยะปฐมภูมิ (Primary syphilis) เป็นแผลที่อวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกมีขอบนูนและแข็ง (Hard chancre) และพื้นขอบแผลเรียบขนาด 1-2 cm.ไม่เจ็บไม่มีหนองที่แผล
2) ซิฟิลิสระยะทุติยภูมิ (Secondary syphilis) หลังจาก 6 สัปดาห์ ถึง 6 เดือนพบ Treponemapallidumผู้ป่วยมีอาการอ่อนเพลียไข้ต่ำๆ ปวดเมื่อย ต่อมน้ำเหลืองโต มีผื่นขึ้นตามร่างกายโดยเฉพาะฝ่ามือ ฝ่าเท้าคล้ายออกหัดบางรายมีผมร่วงเป็นหย่อมๆบางรายอาจมีอาการปวดศีรษะ คอแข็งมีความผิดปกติของเส้นประสาทคู่ที่ 2-8 อาการอาจหายได้เองภายใน 3-12 สัปดาห์
3) ซิฟิลิสระยะแฝง (Latent syphilis) ไม่มีอาการใดๆ แต่ตรวจพบเชื้อในเลือดแบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ
3.1) ระยะแฝงช่วงต้น (Early latent period) ผู้ป่วยไม่มีอาการแต่มีประวัติได้รับเชื้อน้อยกว่า 1 ปี หากไม่ได้รับการรักษาอาจกลับเป็นซ้ำในระยะทุติยภูมิได้
3.2) ระยะแฝงช่วงปลาย (Late latent period) ผู้ป่วยไม่มีอาการแต่มีประวัติได้รับเชื้อ นานกว่า 1 ปี
การวินิจฉัย
ย้อมสี Gram Stain การเพาะเชื้อ , การตรวจหาหน่วยทางพันธุกรรม
การรักษา
Ciprofloxaxin 500 mg a single dose
แผลริมอ่อน (Chancroid)
สาเหตุเชื้อ
Haemophilusducreyi
อาการและอาการแสดง
ระยะฟักตัวประมาณ 1-6 วันมีแผลที่อวัยวะเพศลักษณะนุ่มขอบไม่แข็ง (Soft chancre) เป็นรอยหยักมีสีแดงรอบๆแผลมีไข้ต่ำๆ ปวดเวลาถ่ายปัสสาวะหรืออุจจาระ รู้สึกเจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์ ตกขาวผิดปกติ แผลส่วนใหญ่อยู่ที่ปากช่องคลอดถึงฝีเย็บ รอบรูทวารหนัก ต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบโต
การวินิจฉัย
เพาะเชื้อ โดยเอาหนองที่แผลหรือจากต่อมน้ำเหลืองมาย้อมจะพบเชื้อ เรียงตัวเป็นสายคล้ายฝูงปลา เรียกว่า School of fish
การรักษา
: Zithromax 1.0 gm (250mg x 4 tablets)
เริม (Herpes simplex) สาเหตุเชื้อ Herpes simplex virus (HSV)
1 HSV Type 1 ติดเชื้อบริเวณปาก หรือลำตัวเหนือสะดือ
2 HSV Type 2 ติดเชื้อ บริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอก
อาการและอาการแสดง
ลักษณะตุ่มใสเล็กๆคันปวดแสบร้อนในผู้ติดเชื้อครั้งแรกอาจมีอาการไข้ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ต่อมน้ำเหลืองโต
การวินิจฉัย
การเพาะเชื้อจากตุ่มน้ำใสๆ
การรักษา
Acyclovir 200 mg for 5 times a day
กามโรคของท่อและต่อมน้ำเหลือง (Lymphogranulomavenereum: LGV)
อาการและอาการแสดง
มีแผลอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกส่วนล่าง รูท่อปัสสาวะ แคมใหญ่ แล้วแตก
ออกกลายเป็นแผลเล็กๆตื้นๆ ไม่เจ็บแผลอาจหายเองต่อมาผู้ป่วยมีต่อมน้ำเหลืองโตอักเสบมีหนอง
การวินิจฉัย
การตรวจหาภูมิคุ้มกันต่อเชื้อ คลามัยเดีย
การรักษา
Doxycycline 100 mg. / Erythromycin 500 mg.
สาเหตุ
เชื้อ Chlamydia Trachomatis Subserotype L1,L2 และ L3
หูดหงอนไก่ (Condyloma acuminate, Genital wart)
อาการและอาการแสดง
ระยะฟักตัว 2-3 เดือนมีลักษณะติ่งเนื้อ สีชมพูหรือสีขาว (warts) ผิวขรุขระเป็นหยักคล้ายหงอนไก่ หรือดอกกะหล่ำ (Cauliflower) บริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอก
การวินิจฉัย
ตัดติ่งเนื้อ ตรวจหา Serotype ของ HPV หรือ
ทำ Colposcope ร่วมกับป้าย 3% Acetic Acid บริเวณปากมดลูก
การรักษา
การผำตัดด้วยเครื่องจี้ไฟฟ้า และใช้ยาป้าย ได้แก่
Podophyllin 10-25%
Trichloroacetic acid (TCA) 80-90%
Podophilox 0.5%
สาเหตุ
เชื้อ Human papilloma virus (HPV) Type 6,11
หูดข้าวสุก (Molluscumcontagiosum)
อาการและอาการแสดง
ลักษณะเป็นตุ่มแข็งเล็กๆที่มีรอยบุ๋มที่ส่วนบน (Central Umbilication)
พบบริเวณอวัยวะเพศและหัวหน่าว ส่วนใหญ่ไม่เจ็บ ไม่คัน หายได้เองภายใน 6-9 เดือน
การวินิจฉัย
บีบหรือเจาะรอยบุ๋มจะได้ของเหลวข้นๆสีขาวเหลืองนำไปตรวจย้อม Gram Stain จะเห็น Molluscum bodies ลักษณะเป็นรูปไข่
สาเหตุ
เชื้อ ไวรัส Poxuiridac (กลุ่ม Pox Virus)
การผ่าและเย็บถุงน้ำบาร์โธลิน :<3:
ข้อบ่งชี้ (Indication)
1.ผู้ป่วยที่มีถุงน้ำบาร์โธลินที่มีอาการปวดหรือมีขนาดโตขึ้นเรื่อยๆ
2.ผู้ป่วยเป็นฝีของต่อมบาร์โธลิน
ข้อห้าม (Contraindication)
1.ผู้ป่วยที่มีถุงน้ำบาร์โธลินที่มีขนาดเล็กและไม่มีอาการ
ภาวะแทรกซ้อน
การกลับเป็นซ้ำ
มีเลือดออกจากแผลที่ผ่าตัด
การติดเชื้อ
คำแนะนำหลังทำหัตถการ
นั่งแช่ในน้ำอุ่น (Warm sitz baths) อย่างน้อย 3-5 วัน
งดมีเพศสัมพันธ์ประมาณ 3-4 สัปดาห์ หรือจนกว่าจะกลับมาตรวจติดตามแล้วแพทย์ประเมินว่าแผลหายดีแล้ว
3.รับประทานยาปฏิชีวนะและยาแก้ปวดให้ครบตามที่แพทย์สั่ง
อาการที่ต้องกลับมาพบแพทย์
มีเลือดออกจากแผล
มีแผลบวมอักเสบ
มีอาการปวดมากขึ้นกว่าเดิม
มีไข้ขึ้นสูง
มีหนองไหลออกมาจากช่องคลอด
ให้มาตรวจดูแผลหลังผ่าตัด 1 สัปดาห์ตามที่แพทย์นัด
เรียกว่า
“Hypothalamus Pituitary Ovarian Axis (HPO axis) มีทั้งกลไกกระตุ้น และยับยั้งFSH และ LH จะมากระตุ้นรังไข่ ทำให้มีการเจริญของถุงไข่ (Follicle) เพื่อสร้างฮอร์โมน เอสโตรเจน เมื่อ Follicle โตเต็มที่และมีการตกไข่ ผนังของ Follicle จะเปลี่ยนแปลงไปเป็น corpus luteum ซึ่งทำหน้าที่สร้าง estrogen และ progesterone ในช่วงก่อนการตกไข่ estrogen จะกระตุ้นให้เยื่อยุ โพรงมดลูกหนาตัวขึ้นเป็น Proliferative endometrium ภายหลังการตกไข่ estrogen และ Progesterone จะกระตุ้น เยื่อบุโพรงมดลูกให้เปลี่ยนเป็น secretory endometrium และเมื่อ corpus luteum เริ่มเสื่อมสลาย ระดับฮอร์โมนทั้งสองจะลดลงทันที มีการหลุดลอกของเยื่อบุโพรงมดลูก เป็น ระดู และออกสู่ภายนอกร่างกาย
Turner ‘s syndrome
Anorexia nervosa
Curd like discharge
Bartholin’s Abscess
ใช้มีดกรีดในแนวตรงจากบนลงล่าง B-Cขยายปากถุงเพื่อระบายหนองออก และเย็บผนังด้านในถุงน้ำกับ mucosa ของช่องคลอด
มีลูกไม่ได้