Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุที่มีการเจ็บป่วยทางจิตเวช ความผิดปกติทางจิตเ…
การพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุที่มีการเจ็บป่วยทางจิตเวช
ความผิดปกติทางจิตเวชจากการเสพสารเสพติด
ลักษณะอาการและอาการแสดง
2) ภาวะเมาสาร (substance intoxication) มีอาการอย่างน้อย 1 อย่างที่เป็นอาการเมาของสารเสพติดนั้น ๆ ที่เกิดขึ้นทันทีหรือไม่นานหลังจาก ใช้สารเสพติดนั้น ๆ
พฤติกรรมก้าวร้าว
อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย
พฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมาะสม
การตัดสินใจบกพร่อง
3) ภาวะถอนสาร (substance withdrawal) มีอาการอย่างน้อย 2 อย่างๆที่เกิดขึ้นภายใน 2 ถึง 3 ชั่วโมง ถึง 2 ถึง 3 วันหลังหยุดใช้หรือลด ปริมาณการใช้สารเสพติดชนิดนั้น ๆจากที่เคยใช้ปริมาณมากมาเป็นเวลานาน
1) โรคของการใช้สารเสพติด (substance use disorder)
การใช้สารแบบมีปัญหา (substance abuse) ก่อให้เกิดความเสียหายหรือผลเสียต่อตนเอง ต่อไปนี้อย่างน้อย 1 ข้อ ในช่วงใดช่วงหนึ่งใน 12 เดือนที่ผ่านมา โดยอาการยังไม่เข้าได้กับลักษณะของการติดสารเสพ ติด (substance dependence)
มีการใช้สารเสพติดนั้น ๆอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้ไม่สามารถทำงานต่าง ๆ ได้เต็มที่
มีการใช้สารเสพติดนั้น ๆอย่างต่อเนื่อง ในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้
ก่อให้เกิดปัญหาทางกฎหมายจากการใช้สารสารเสพติดนั้นๆ
มีการใช้สารเสพติดนั้น ๆอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าสารเสพติดนั้น ๆจะก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ในด้านสังคม หรือความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล
การติดสาร (substance dependence) เกิดความเสียหายหรือผลเสียต่อตนเอง ต่อไปนี้อย่างน้อย 3 ข้อขึ้นไป ช่วงใดช่วงหนึ่งในระยะเวลา 12 เดือนที่ผ่านมา
การดื้อยา (tolerance) โดยมีลักษณะต่อไปนี้อย่างใดอย่างหนึ่ง
มีการเพิ่มปริมาณการใช้สารเสพติดนั้น ๆเพื่อให้ได้ผลหรืออาการที่ต้องการ
ผลที่มาจากสารเสพติดนั้น ๆลดลงไปอย่างมาก แม้จะมีการเสพสารเสพติดนั้น ๆอย่างต่อเนื่องในปริมาณที่เท่าเดิม
อาการขาดยา (withdrawal) โดยมีลักษณะต่อไปนี้อย่างใดอย่างหนึ่ง
เกิดกลุ่มอาการขาดยาซึ่งมีลักษณะเฉพาะตามแต่ละชนิดของสารเสพติดนั้น ๆ
มีการใช้สารสารเสพติดเพื่อหลีกเลี่ยงหรือบรรเทาอาการขาดสารเสพติดชนิดนั้น ๆ
มักใช้สารเสพติดชนิดนั้น ๆ ในจำนวนที่เพิ่มมากขึ้นหรือติดต่อกันนานมากกว่าที่คิดไว้
ตั้งใจอยู่เสมอที่จะหยุดหรือลดปริมาณการใช้สารเสพติดนั้น ๆแต่ไม่สำเร็จ
เวลาในแต่ละวันหมดไปกับกิจกรรมต่างๆ เพื่อที่จะให้ได้สารเสพติดนั้น ๆมา
การใช้สารเสพติดนั้น ๆมีผลทำให้กิจกรรมสำคัญๆ ในด้านสังคม อาชีพ และกิจกรรมส่วนตัว
มีการใช้สารเสพติดนั้น ๆต่อไปเรื่อย ๆ แม้จะทราบว่าสารเสพติดนั้น ๆก่อให้เกิดปัญหาทางกายและจิตใจอยู่เป็นประจำก็ตาม
4) โรคทางจิตเวชที่เกิดจากการใช้ติดสารเสพติด(substance induced mental disorder) เป็นโรคทางจิตที่เป็นผลโดยตรงจากการใช้สารเสพติด ซึ่งอาการและอาการแสดงจะมีแตกต่างกันไปตามสารเสพติดแต่ละชนิด นอกจากนี้ยังมีความเกี่ยวข้องกับปริมาณ วิธีที่ใช้ และระยะเวลาที่ใช้ของสารเสพติดนั้น ๆอีกด้วย ในทีนี้จะขอแบ่งสาร เสพติดเป็น 5 กลุ่มใหญ่ตามการออกฤทธิ์ ได้แก่
กลุ่มที่3 กลุ่มกดระบบประสาทส่วนกลาง (Central nervous system depressants)
สารกลุ่มนี้กดการทำงานของระบบประสาทให้น้อยลง ลดความวิตกกังวล จิตใจสงบ ไม่ฟุ้งซ่าน ไม่กระสับกระส่าย ง่วงนอน แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้เกิดผลข้างเคียง ให้มี อาการหลงลืม (amnesia) สารเสพติดในกลุ่มนี้ ได้แก่ ยากลุ่ม barbiturates, ยากลุ่ม benzodiazepines, สุรา (alcohol)
กลุ่มที่ 4 กลุ่มหลอนประสาท (psychedelic drugs/Hallucinogen)
เป็นสารที่ออกฤทธิ์ต่อ serotonin และ glutamate receptor ทำให้ประสาทรับรู้บิดเบือน (perceptual disturbance) ประสาทหลอน หลงผิด และสับสน สารเสพติดในกลุ่มนี้ ได้แก่ สาร lysergic acid diethylamide (LSD), ketamine, phencyclidine (PCP), ยาอี (ecstasy), mescalin, เห็ดขี้เมา (mushrooms/psilocybin)
กลุ่มที่ 2 กลุ่มนาร์โคติก (narcotic)
มีฤทธิ์ทำให้หายปวด (analgesic) และมีฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลาง (central nervous system suppression) และกดศูนย์การหายใจ (respiratory suppression) ทำให้ง่วงนอนและหลับ สารเสพติดในกลุ่มนี้ ได้แก่ สารฝิ่น (opium), มอร์ฟีน (morphine), เฮโรอีน (heroin)
กลุ่มที่ 5 กลุ่มสารอื่น ๆ ที่มีฤทธิ์แตกต่างจาก 4 กลุ่มแรก
กัญชา (cannabis), สารระเหย (inhalant) เช่น กาว ทินเนอร์, ใบกระท่อม (mitragyna), khat
กลุ่มที่ 1 สารกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง (central nervous system stimulants)
สารกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางชนิดรุนแรง ได้แก่ โคเคน (cocaine), แอมเฟตามีน (amphetamine), เมทแอมเฟตามีน (met-amphetamine)
สารกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางชนิดไม่รุนแรงและเป็นที่ยอมรับในสังคม ได้แก่ คาเฟอีนในเครื่องดื่ม เช่น คาเฟอีน (caffeine) ในกาแฟ, เครื่องดื่มชูกำลัง, นิโคติน (nicotine) ในยาสูบหรือบุหรี่
สาเหตุ
2) ปัจจัยทางจิต
ทฤษฎีจิตวิเคราะห์ (psychoanalytic theory)
บุคลิกภาพ บุคลิกภาพที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดพฤติกรรมติดสาร คือ impulsivity,dependency need ที่สูง การควบคุม อารมณ์ที่บกพร่อง กลุ่มอาการ ADHD และบุคลิกภาพแบบ antisocial
มีแรงจูงใจในการอยากลอง
3) ปัจจัยทางสังคม
ครอบครัวหรือพ่อและแม่มีการใช้สารเสพติด
สัมพันธภาพในครอบครัวไม่ดี เด็กหันไปติดเพื่อน ถูกเพื่อนชักจูง
สังคมมีค่านิยมผิดเกี่ยวกับการใช้สารเสพติด ตัวอย่างเช่น สังคมและวัฒนธรรมบางแห่งส่งเสริมให้การดื่มสุราเป็นเรื่องปกติและสังคมยอมรับ
สังคมสิ่งแวดล้อมที่เป็นวัตถุนิยม ชุมชนแออัดแต่อ่อนแอเพราะต่างคนต่างอยู่ มีกลุ่มอิทธิพลวางตัวอยู่เหนือกฎหมาย มักมีการแพร่ระบาดของสารเสพติดอย่างกว้างขวางและมีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาต
1) ปัจจัยด้านชีวภาพ
การเปลี่ยนแปลงของระบบประสาทในสมอง
การเปลี่ยนแปลงระดับเมตาบอลิสม (metabolic activity)
พันธุกรรม
ระบบการบำบัดรักษาการเสพสารเสพติดในประเทศไทย
ระบบสมัครใจ หมายถึง การรักษาที่ผู้ป่วยสมัครใจมาขอรับการรักษาที่สถานพยาบาลของรัฐโดยตรง
ระบบบังคับรักษา หมายถึงการรักษาสำหรับผู้ป่วยที่ต้องคดียาเสพติดและอยู่ระหว่างรอพิสูจน์หลักฐานเพื่อส่งดำนินคดีในชั้นศาล กรมคุมประพฤติมีหน้าที่ให้การดูแลติดตามหรือส่งผู้ป่วยมาบำบัดตามคำสั่งศาลให้เข้ารับการบำบัดรักษาที่สถานพยาบาลของรัฐ
การต้องโทษ (ทัณฑสถานบำบัดพิเศษ) หมายถึง การักษาผู้ป่วยที่เป็นนักโทษอยู่ในเรือนจำที่มีปัญหาเกี่ยวกับติดสารเสพติด จำเป็นต้องรักษาอยู่ในสถานบำบัดพิเศษของเรือนจำนั้น
รูปแบบการบำบัด
ระยะสามการรักษาทางจิตสังคมเพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพ (psychosocial rehabilitation) คือ นั้นมีความจำเป็นและได้ผลดีมาก เช่น การทำครอบครัวบำบัด หรือ การบำบัดคู่สมรส การทำจิตบำบัดแบบประคับประคองรายบุคคล ชุมชนบำบัด การทำกลุ่มช่วยเหลือกันเอง พฤติกรรมบำบัด ใช้เวลาในการรักษานานอย่างน้อย 1 ปี อาจจะใช้การรักษาแบบผู้ป่วยนอกได้ แต่ผู้ป่วยควรมาติดตามต่อเนื่อง สัปดาห์ละ 3 ครั้ง ๆ ละ 3 ชั่วโมงเป็นเวลา 16 สัปดาห์ ซึ่งเป็นการใช้รูปแบบ MATRIX program หรือใช้รักษาแบบผู้ป่วยในโดยใช้รูปแบบชุมชนบำบัด
ระยะสี่การติดตามดูแล (after-care) คือ เป็นระยะที่ผู้ป่วยกลับไปอยู่บ้านในชุมชนตามปกติ แต่แพทย์ยังนัดมาเพื่อติดตาม ปีละ 3 - 4 ครั้ง พร้อมกับสุ่มตรวจปัสสาวะเพื่อตรวจสอบสารเสพติดในระยะนี้ผู้ป่วย
ระยะสองการถอนพิษยา (detoxification) คือ ระยะนี้ใช้เวลาประมาณ 2 - 3 สัปดาห์ โดยเริ่ม จากการลดขนาดยาเสพติดลงไปเรื่อย ๆ โดยผู้ป่วยจะได้รับยาที่ออกฤทธิ์เหมือนหรือใกล้เคียงสารเสพติด (Agonist therapy) ออกฤทธิ์จับกับตัวรับสารสื่อประสาทระบบเดียวกับสารเสพติด นำมาใช้ชดเชยแทนสารเสพติด ระหว่างนี้ผู้ป่วยจะได้รับอาหารที่มีคุณภาพ และมีปริมาณพียงพอ ซึ่งมีสารอาหาร ครบถ้วน อาจได้รับการเสริมด้วยวิตามิน พร้อมทั้งแก้ไขปัญหาภาวะแทรกซ้อนและภาวะขาดสมดุลของน้ำและเกลือ แร่ในร่างกาย
ระยะแรก (pre-admission) คือ การเตรียมพร้อมสำหรับผู้ป่วยใช้เวลา 1 - 7 วัน เป็นระยะที่ ผู้ป่วยเข้ามารับการรักษาครั้งแรกผู้ป่วยจะได้รับการประเมินอาการทางคลินิก (clinical assessment)และดูความ พร้อมความเต็มใจในการมารับการรักษา มีการตรวจร่างกายและตรวจสภาพจิตโดยละเอียดรวมทั้งการส่งตรวจทางห้องปฏิบัติ
การพยาบาล
2) การวินิจฉัยทางการพยาบาล
ระยะการถอนพิษยา (de toxification) มักมีความสัมพันธ์กับอาการในภาวะถอนสารเสพติด ทั้งทางร่างกายและจิตใจของสารเสพติดแต่ละชนิด
ระยะการฟื้นฟูสภาพ (rehabilitation) มักมีความสัมพันธ์กับการรู้จักตนเอง ความเข้มแข็งในจิตใจ ความเชื่อมั่นในการกลับไปดำเนินชีวิตในสังคมอย่างปกติและไม่กลับไปเสพซ้ำ
ระยะเตรียมการก่อนบำบัด (pre-admission) มักมีความสัมพันธ์กับความรู้และทัศนคติเกี่ยวกับการติดสารเสพติด การรักษา การฟื้นฟูและการป้องกันการกลับไปเสพสารเสพติดซ้ำของผู้เสพสารเสพติดและครอบครัว
ระยะติดตามดูแล (after-care) มักมีความสัมพันธ์กับความรู้ความสามารถในการแก้ไขปัญหา และกำลังใจในการดำเนินชีวิตในสังคม แรงจูงใจและความมุ่งมั่นในการป้องกันการกลับไปเสพยาเสพติดซ้ำ
3) การวางแผนและการปฏิบัติทางการพยาบาล
เป้าหมายในระยะสั้น เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นฟูสมรรถภาพทั้งทางร่างกาย จิตใจ และสังคมให้มีสุขภาพทั้งร่างกายจิตใจและสังคมดีขึ้น จึงมักเกี่ยวข้องกับความต้องการทางร่างกายหรือสรีระและความต้องการมั่นคงปลอดภัย
เป้าหมายในระยะยาว เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยหยุดใช้สารเสพติดและเลิกใช้สารเสพติดได้ถาวร มักเกี่ยวข้องกับความต้องการเคารพนับถือ
1) การประเมินสภาพ (assessment)
ชนิดของสารเสพติดที่ผู้ป่วยเคยใช้ และใช้ก่อนที่จะมาขอรับการรักษาในครั้งนี้
วิธีที่ผู้ป่วยใช้ในการนำสารเข้าสู่ร่างกาย เช่น การสูบควัน การดม การกิน หรือการฉีดเข้าเส้นเลือด
ปริมาณสารเสพติดที่ใช้ในแต่ละครั้ง
ระยะเวลา ความถี่ในการใช้สาร และหลังสุดผู้ป่วยใช้สารเสพติดเมื่อไหร่
ในสภาพการณ์ใดที่ผู้ป่วยต้องใช้สารเสพติดนั้น ๆ
ขณะเมื่อใช้สารเสพติดต่าง ๆ ผู้ป่วยเคยมีประสบการณ์อะไรที่เกี่ยวกับอาการต่าง ๆ ทางร่างกายและจิตใจ
ประวัติการเลิกสารเสพติดด้วยตนเองหรือเข้ารับการรักษา
ข้อมูลการตรวจร่างกาย ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ
ผลการคัดกรอง/อาการทางจิต ความผิดปกติ/ปัญหาอื่นที่เกิดจากการเสพสารเสพติดด้วยแบบประเมินต่าง ๆ
ระดับความรุนแรงของปัญหาที่มีความเกี่ยวข้องกับการเสพสารเสพติด
4) การประเมินผลทางการพยาบาล
ประเมินตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ซึ่งผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น สามารถประเมินได้จากการบอกกล่าวของผู้ป่วยเอง ครอบครัวผู้ป่วย หรือจากการสังเกตจากพยาบาล ข้อบ่งชี้ที่แสดง ให้เห็นว่าการพยาบาลได้ผลทางบวก
สารเสพติด (substance)คือสารเคมีหรือวัตถุใดก็ตามที่เสพเข้าสู่ร่างกายไม่ว่าจะด้วยการกิน ดม สูบ หรือฉีด โดยไม่ได้มีจุดประสงค์ทางการแพทย์ และสารนั้นเข้าไปมีผลบังคับระบบจิตประสาทของผู้เสพ ทำให้เกิดความอยาก สารอย่างมาก (craving) ในการที่จะเสพต่อเนื่อง ควบคุมการใช้สารไม่ได้ เลิกได้ยาก แม้ว่าผู้เสพจะรู้ว่าเกิดโทษต่อ ร่างกาย จิตใจ และเกิดผลเสียต่อสังคม
เป็นอาการและอาการแสดงที่ขึ้นกับชนิด ปริมาณ วิธีการใช้ ระยะเวลาที่ใช้ และการใช้สารเสพติดในขณะนั้นๆ สามารถแบ่งเป็น 4 โรคหลัก
ภาวะเมาสาร (substance intoxication) เป็นกลุ่มอาการที่เกิดการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม และจิตใจจนเป็นปัญหาทำให้เกิดความบกพร่องในหน้าที่ด้านสังคม การงาน และด้านอื่นๆที่สำคัญ เช่น มีพฤติกรรม ทางเพศไม่เหมาะสม, มีพฤติกรรมก้าวร้าว หลังจากการใช้สารนั้นทันทีหรือใช้สารนั้นเมื่อไม่นาน
ภาวะถอนสาร (substance withdrawal) เป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากการหยุดหรือลดปริมาณการ ใช้สารเสพติดที่เคยใช้ปริมาณมากมาเป็นเวลานาน โดยกลุ่มอาการที่เกิดจะมีลักษณะเป็นไปตามชนิดของสารเสพติด นั้นๆ ทำให้เกิดความบกพร่องในหน้าที่ด้านสังคม การงาน และด้านอื่นๆที่สำคัญ
โรคของการใช้สารเสพติด(substance use disorder) เป็นรูปแบบพฤติกรรมที่ผิดปกติจากการใช้สารเสพติดอย่างไม่เหมาะสมของผู้เสพสารเสพติดด้วยการใช้สารแบบมีปัญหา (substance abuse) หรือการติดสาร (dependence) นำไปสู่ความบกพร่องหรือทุกข์ทรมานอย่างมีนัยสำคัญทางคลีนิก
โรคทางจิตเวชที่เกิดจากการใช้ติดสารเสพติด(substance induced mental disorder) เป็นโรคทางจิตที่เป็นผลโดยตรงจากการใช้สารเสพติด