Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
กระบวนการพยาบาลอนามัยชุมชน และประกอบด้วย 5 ขั้นตอน, นางสาว อรพิมล ปิ่นปี…
กระบวนการพยาบาลอนามัยชุมชน และประกอบด้วย 5 ขั้นตอน
การประเมินภาวะสุขภาพชุมชน และ การวินิจฉัยชุมชน
การเตรียมชุมชน
1.สร้างสัมพันธภาพกับชุมชน
เช่น การแนะนำตัว แจ้งบทบาทหน้าที่
2.ชี้แจงวัตถุประสงค์
เช่นขั้นตอนการดำเนินงาน ระยะเวลา และประโยชน์ที่ได้รับ
1.ขั้นการประเมินภาวะสุขภาพ
การเก็บรวบรวมข้อมูล (Data Collection)
ชนิอของข้อมูล
ข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data)
ข้อดีได้ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ ทันสมัย (เก็บข้อมูลเอง)
ข้อเสีย เสียเวลา เสียงบประมาณ
ข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data)
ข้อดี ไม่สิ้นเปลืองคน ค่าใช้จ่าย
ข้อเสีย ข้อมูลไม่ครบถ้วน (มีคนเก็บข้อมูลเอาไว้แล้ว)
ข้อมูลที่ใช้ในการประเมิน
1.ข้อมูลทั่วไปของชุมชน เช่น ประวัติชุมชน ที่ตั้งอาณาเขต วิถีชุมชน
2.ข้อมูลประชากร เช่น อายุ เพศ สถานะภาพ อาชีพ การศึกษา
3.ข้อมูลด้านสุขภาพ เช่น อัตราเกิด อัตราตาย
4.ข้อมูลด้านพฤติกรรมสุขภาพ เช่น การรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย
5.ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม เช่น ขยะ น้ำ ส้วม
6.ข้อมูลด้านการบริการสุขภาพ เช่น ระบบบริการสุขภาพ คลินิก ร้านขายยา
เครื่องมือ/วิธีการเก็บข้อมูล
1.การสังเกต (Observation)เช่นพฤติกรรมสุขภาพ
2.การสำรวจ(Survey)เช่นสำมะโนประชากร
3.การใช้แบบสอบถาม(Questionnaire)เช่นการรับประทานอาหาร
4.การวัดและประเมิน(Measurement)เช่นBP,Blood sugar
5.การทดสอบ(Test)
ุ6.การสัมภาษณ์/สัมภาษณ์เชิงลึก
7.การสนทนากลุ่ม
การกำหนดกลุ่มเป้าหมาย
1.ประชากรทั้งหมด(Census)
2.การสุ่มตัวอย่าง(Random Sampling)เช่น การสุ่มแบบง่าย
การวิเคราะห์ข้อมูล (Data analysis)
ข้อมูลเชิงปริมาณ
Descriptive Stat เช่น อายุ เพศ การศึกษา อาชีพ
Inferential Stat เช่น T-Test
ข้อมูลเชิงคุณภาพ
การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา เช่น ไม่ไปตรวจคัดกรอง
การนำเสนอข้อมูล (Data Presentation)
หลักการ
ถูกต้อง กระชับ น่าสนใจ เข้าใจง่าย
แบบตาราง แผนภูมิกง แผนภูมิแท่ง แผนภาพ และพีรามิดประชากร
2.ขั้นการวินิจฉัยชุมชน(Community Diagnosis)
การระบุปัญหา (Problem identification)
1.ใช้เกณฑ์ตัวชี้วัดด้านสุขภาพ เช่น เกณฑ์จปฐ
2.5D เช่น Dead,Disability
3.กระบวนการกลุ่ม
จัดลำดับความสำคัญของปัญหา (Priority setting)
การให้คะแนน
ขนาดของปัญหา
ไม่มีเลย = 0 มากกว่า 0-25 = 1 มากกว่า 25-50 =2 มากกว่า 50-75=3 มากกว่า 75-100=4
ความรุนแรง
ไม่มีเลย = 0 มากกว่า 0-25=1 (ไม่เรื้อรัง) มากกว่า 25-50=2 (ใช้เวลาในการรักษา) มากกว่า50-75=3(พิการ) มากกว่า 75-100=4 (ตายจากโรค)
ความยากง่าย
ทำไม่ได้เลย =0 ยากมาก =1 ยาก=2 ง่าย=3 ง่ายมาก =4
ความวิตกกังวล/ความสนใจ
ไม่มีเลย/ไม่สนใจ = 0 มากกว่า 0-25/สนใจน้อย = 1 มากกว่า 25-50/สนใจปานกลาง =2 มากกว่า 50-75/สนใจมาก =3 มากกว่า 75-100/สนใจมากที่สุด =4
การระบุสาเหตุ และทำโยงใยสาเหตุของปัญหา
ชนิดของสาเหตุ (Type of causation)
สาเหตุทางตรง และสาเหตุทางอ้อม
ชนิดของโยงใยสาเหตุของปัญหา (Type of web of causation)
โยงใยสาเหตุทางทฤษฎี และโยงใยสาเหตุที่เกิดขึ้นจริง
การวางแผนงานและโครงการ
คือ การตัดสินใจล่วงหน้าว่าจะทำอะไร ทำอย่างไร ทำเมื่อใด และใครเป็นผู้ทำ
ความสำคัญ
เป็นเครื่องช่วยให้มีการตัดสินใจอย่างมีหลักเกณฑ์
เป็นศูนย์กลางการประสานงาน
การปฏิบัติงาน ประหยัด มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล
เป็นเครื่องมือในการควบคุมงานของนักบริหาร เพื่อติดตามการปฏิบัติงานฝ่ายต่างๆ
ลักษณะของแผนงาน
ชัดเจน สมบูรณ์ แม่นตรง ครอบคลุม ยืดหยุ่น เป็นพิธีการ ง่ายในการปฏิบัติงาน ง่ายในการควบคลุม ประหยัด
ประเภทของแผนงาน
1.แผนระดับสูง
เป็นแผนที่องค์การบริหารระดับสูงกำหนดขึ้นโดยกำหนดไว้เป็นข้อความกว้างๆ
แผนมโนมติ แผนนโยบาย แผนยุทธศาสตร์
2.แผนระดับปฏิบัติการหรือแผนปฏิบัติการ
เป็นแผนชั้นรองลงมาจำแนกออกเป็น
แผน(Plan)
ข้อกำหนดหรือรายละเอียดของการดำเนินงาน เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพ
แผนงาน(Program)
กลุ่มกิจกรรมตั้งแต่ 2 โครงการขึ้นไปที่มุ่งบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายอย่างเดียวกัน
โครงงาน(Project)
กิจกรรมที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกัน มุ่ตอบสนองเป้าหมายเดียวกันโดยมีเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดชัดเจน
ประกอบด้วย งาน(Task)และกิจกรรม(Activity)
ความหมายของโครงการ
ส่วนที่จะทำให้แผนปฏฺิบัติการที่วางไว้กลายเป็นจริง มีความเป็นรูปธรรม
ประเภทของโครงการ
1.แบบประเพณีนิยม(Convention method)
คือการเขียนบรรยายตามหัวข้อที่กำหนด เพื่อตอบคำถามของผู้บริหารอนุมัติการจัดทำโครงการหรือสนับสนุนงบประมาณ
1.ชื่อโครงการ ต้องชัดเจน เหมาะสม และเจาะจงเข้าใจง่าย
2.หลักการและเหตุผล เป็นตัวบอกว่าทำไมต้องทำโครงการนั้น
3.วัตถุประสงค์ ควรระบุวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน ปฏิบัติได้และวัดประเมินผลได้
หลักการเขียนวัตถุประสงค์
S:sensible เป็นไปได้ คือ วัตถุประสงค์เป็นไปได้ในการทำโครงการ
M: measurable วัดได้ คือ วัตถุประสงค์สามารถวัดและประเมินได้
A: attainable ระบุสิ่งที่ต้องการ คือ ระบุสิ่งที่ต้องการอย่างเฉพาะเจาะจง
R: reason เป็นเหตุเป็นผล คือ วัตถุประสงค์มีความเป็นเหตเป็นผล
T: time เวลา คือ มีขอบเขตเวลาที่แน่นอน
4.เป้าหมาย การกำหนดทิศทางและความต้องการที่คาดหวังจะให้เกิดในการปฏิบัติงาน
5.วิธีดำเนินการ หรือกิจกรรม เป็นกระบวนการปฏิบัติเพื่อบรรลุ เป้าหมายและวัตถุประสงค์
6.ระยะเวลาการดำเนินงานโครงการ การระบุระยะเวลาตั้งแต่เริ่มต้นโครงการจนเสร็จสิ้นโครงการ
7.งบประมาณ ประมาณการค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นของโครงการ
8.การประเมินผล การติดตามประเมินผลควรทำอย่างไร ในระยะเวลาใดและใช้วิธีการใดจึงจะเหมาะสม
9.ผลที่คาดว่าจะได้รับ/ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ คือ เป็นผลประโยชน์และผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับจากการดำเนินการ
10.ผู้รับผิดชอบโครงการ การระบุตัวบุคคลหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ
2.แบบตารางเหตุผลสัมพันธ์(Logical framwork method)
การประเมินผลโครงการ
คือ กระบวนการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างอย่างเป็นระบบเพื่อสรุปผลว่าโครงการนั้นได้บรรลุตามวัตถุประสงค์/เป้าหมาย และมีประสิทธิภาพเพียงใด
ประเด็นสำคัญในการประเมิน
1.ประสิทธิผล (Effectiveness)
เป็นการประเมินผลลัพธ์หรือผลงานในเชิงปริมาณหรือเชิงคุณภาพได้ตรงตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายมากน้อยเพียงใด
2.ประสิทธิภาพ(efficiency)
เป็นการประเมินว่าผลงานที่ได้ออกมาสิ้นเปลืองงบประมาณหรือทรัพยากรเพียงใด มักใช้การวิเคราะห์ต้นทุนและประโยชน์หรือวิเคราะห์ต้นทุนและประสิทธิผล
3.ความพอเพียง(Sufficiency)
เป็นการประเมินว่าโครงการตอบสนองความต้องการของผู้รับบริการได้ในระดับใด พอเพียงที่จะแก้ปัญหาที่อยู่หรือไม่
4.ความเหมาะสม(Appropriateness)
ประเมินดูการจัดบริการสอดคล้องกับความต้องการของผู้รับบริการหรือไม่ เหมาะสมกับพื้นที่ และเหมาะสมกับเวลาหรือไม่
5.ความเสมอภาค (Equality)
ประเมินดูว่าใครบ้างมีโอกาศหรือไม่มีโอกาสได้รับผลลัพธ์จากโครงการ
นางสาว อรพิมล ปิ่นปี รุ่น 36/2 เลขที่ 60