Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การพยาบาลผู้ป่วยที่มีพยาธิสภาพระบบทางเดินหายใจ, image, image, image, image…
การพยาบาลผู้ป่วยที่มีพยาธิสภาพระบบทางเดินหายใจ
Pleural effusion
เป็นภาวะที่มีน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอด อาจเกิดจาก การอักเสบ ภาวะน้ำเกิน
มีโอกาสพัฒนาไปเป็น Empyema thoracis จากการเปลี่ยนแปลงของน้ำ มีความเข้มข้นเพิ่มมากขึ้น
อาการ
หอบ หายใจถี่ หายใจลำบากเมื่อนอนราบ หรือหายใจเข้าลึก ๆ ลำบาก
เนื่องจากของเหลวในช่องเยื่อหุ้มปอดไปกดทับปอด ทำให้ปอดขยายตัวได้ไม่เต็มที่
ไอแห้งและมีไข้ เนื่องจากปอดติดเชื้อ
สะอึกอย่างต่อเนื่อง
เจ็บหน้าอก
ทั้งนี้ ผู้ป่วยบางรา
การวินิจฉัยภาวะน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอด
การสอบถามประวัติทางการแพทย์และการตรวจร่างกาย
การเอกซเรย์
เอกซเรย์คอมพิวเตอร์
อัลตราซาวด์
การวิเคราะห์ของเหลวภายในช่องเยื่อหุ้มปอด
Asthma
หอบหืด : เสียงปอด Wheezingต้องได้
1.ยาพ่นขยายหลอดลม แบบเป็น Puff ให้พ่นเอง มีแบบผสม steroid
ต้องดูแลให้บ้วนปากหลังพ่นยา เพื่อป้องกันการเกิดเชื้อราในช่องปาก
ทำให้ร่างกายอบอุ่นตลอดเวลา
ไม่สัมผัสกับสิ่งกระตุ้นให้อาการกำเริบ
อาการของโรคหอบหืด
ผู้ป่วยโรคหอบหืดจะมีอาการไอ มีเสมหะ แน่นหน้าอก หายใจไม่อิ่ม หายใจมีเสียงหวีด และเหนื่อยหอบ โดยอาการจะเป็นๆ หายๆ ส่วนใหญ่เป็นช่วงกลางคืนหรือเช้ามืด และหลังจากสัมผัสปัจจัยกระตุ้นต่างๆ
ทั้งนี้ อาการของโรคมีตั้งแต่ไม่รุนแรงมาก คือ ไออย่างเดียว มีอาการเป็นช่วงสั้นๆ หอบนานๆ ครั้ง ไปจนถึงอาการรุนแรงมาก เช่น หอบทุกวัน หรือมีอาการตลอดเวลาจนไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ
การวินิจฉัยโรคหอบหืด
การตรวจสมรรถภาพปอดด้วยวิธี spirometry ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐานในการตรวจวัดปริมาตรของอากาศที่หายใจเข้าและออกจากปอด รวมถึงประสิทธิภาพของปอดในการลำเลียงออกซิเจนเข้าสู่กระแสเลือด
การตรวจ Peak Expiratory Flow (PEF) เป็นการตรวจสมรรถภาพปอดโดยใช้เครื่อง Peak Flow Meter โดยให้ผู้ป่วยสูดลมหายใจเข้าให้เต็มปอดแล้วเป่าออกให้แรงที่สุดเพื่อวัดค่าความเร็วสูงสุดของลมที่เป่าออกได้ หากค่าที่วัดได้ต่ำกว่าปกติอาจเป็นไปได้ว่าเกิดจากภาวะหลอดลมตีบ
การรักษาโรคหอบหืด
กลุ่มยาควบคุมหรือระงับการอักเสบของหลอดลม เช่น ยากลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์ชนิดสูดพ่น (inhaled corticosteroids)
กลุ่มยาบรรเทาอาการ ได้แก่ ยาขยายหลอดลมซึ่งมีฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้อหลอดลมคลายตัวและขยายตัว จึงช่วยลดอาการไอ เหนื่อยหอบ หายใจไม่สะดวก ยานี้ควรใช้เฉพาะเมื่อมีอาการ และไม่มีผลในการลดอาการหลอดลมอักเสบ
Bronchitis
เป็น ภาวะหลอดลมฝอยอักเสบ จากเชื้อโรค
อาการ : ไข้ ไอเรื้อรัง เจ็บคอ
การรักษา : พ่นยา ยาปฏิชีวนะ Steroid
ภายหลังการติดเชื้อระยะแยก อาจจะเริ่มมีออาการไอแห้งๆ หลังจากนั้นจะเริ่มมีเสมหะ การไอแบบมีเสมหะนั้นแสดงถึงว่าหลอดลมอักเสบแล้ว และจะเป็นไปต่อเนื่อง 10 วัน หรืออาจจะนานถึง 3 สัปดาห์
อาการอื่นๆที่สำคัญคือสีของเสมหะจะเปลี่ยนจากขาวใสไปเป็นเขียวหรือเหลือง อาการนี้ไม่สามารถบ่งบอกได้ว่าเป็นการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย แต่เป็นการบอกว่าระบบภูมิคุ้มกันนั้นกำลังทำงาน
ปัจจัยเสี่ยงของหลอดลมอักเสบ
สูดดมควันบุหรี่
ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
กรดไหลย้อนในกระเพาะอาหาร
การสัมผัสกับสารระคายเคืองบ่อยครั้ง อาจจะเป็นควัน ฝุ่น หรือไอสารเคมี
ไม่ได้รับการฉีดวัคซี สำหรับไข้หวัด ปอดบวมและไอ
อายุมากกว่า 50 ปี
การวินิจฉัยหลอดลมอักเสบแบบเฉียบพลัน
การตรวจร่างกายโดยทั่วไปได้แก่ การฟังเสียงปอดขณะที่ผู้ป่วยหายใจ เพื่อฟังว่ามีเสียงหายใจดังหรือไม่ แพทย์จะสอบถามเกี่ยวกับอาการไอว่ามีความรุนแรง หรือความถี่อย่างไรบ้าง รวมถึงถามเกี่ยวข้องกับสุขภาพก่อนหน้า เช่น เป็นไข้หวัดมาก่อนหรือไม่ มีปัญหาเกี่ยวกับหายใจหรือไม่ เป็นต้น
การดูแลรักษาด้วยตนเอง
ทานยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ เช่น ไอบูโพรเฟน Ibuprofen (Advil)
และ นาพร็อกเซน (Aleve, Naprosyn) ซึ่งช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอของคุณ
สร้างความชื้นในบรรยากาศรอบๆ วิธีนี้จะช่วยคลายเมือกในจมูกและอกของผู้ป่วย ทำให้หายใจง่ายขึ้น
ดื่มของเหลวมาก ๆ เช่น น้ำหรือน้ำชา เพื่อทำให้เสมหะลดลง
ใส่ขิงลงในชาหรือน้ำร้อน ขิงเป็นสารต้านการอักเสบตามธรรมชาติที่สามารถลดอาการหลอดลมอักเสบและอาการระคายเคือง
กินน้ำผึ้ง เพื่อบรรเทาอาการไอ ทั้งยังมีคุณสมบัติต้านไวรัสและแบคทีเรีย
การป้องกันหลอดลมอักเสบ
นอนหลับให้เพียงพอ
หลีกเลี่ยงการสัมผัสปาก จมูกหรือตากับผู้ป่วยหลอดลมอักเสบ
หลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของร่วมกัน เช่น แว่นตาหรือช้อนส้อม
ล้างมือให้สะอาดและสม่ำเสมอ
เลิกสูบบุหรี่ หรือหลีกเลี่ยงการสูดดม
รับประทานอาหารครบ 5 หมู่
รับวัคซีนสำหรับไข้หวัด(common cold) ปอดบวม(pnuemania)และไอ(cough)
งดการสัมผัสกับสารระคายเคืองในอากาศ เช่น ฝุ่น ควันสารเคมีและมลพิษอื่น โดยใช้การสวมหน้ากากป้องกัน
COPD
อาการ
หอบ โดยเฉพาะเวลาต้องออกแรงหรือทำกิจวัตรประจำวัน
ไอหรือไอเรื้อรัง มีเสมหะเหนียวข้นปริมาณมาก
หายใจลำบาก มีเสียงหวีดในลำคอตลอดเวลา
เกิดการติดเชื้อที่ปอดบ่อย ๆ
สาเหตุ
การสูดดมควัน ฝุ่น หรือสารเคมี
มลพิษทางอากาศ
พันธุกรรม
การวินิจฉัย
การตรวจสมรรถภาพปอดโดยใช้สไปโรเมตรีย์ (Spirometry)
การตรวจเอกซเรย์ทรวงอก
การตรวจเลือด
การตรวจซีที สแกน
การตรวจอื่น ๆ เช่น การวัดความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือด การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง การตรวจเสมหะดูการติดเชื้อ
การรักษา
การเลิกสูบบุหรี่
การหลีกเลี่ยงมลพิษและสารเคมี
การใช้ยา
ยาขยายหลอดลม
ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์
ยาปฏิชีวนะ
ยาชนิดอื่น ๆ
การตราจทางห้องปฏิบัติการ
การตรวจสมรรถภาพปอดหรือ spirometry
Chest X-ray (CXR)
การตรวจ computed tomography (CT) ของทรวงอก
การตรวจ arterial blood gas (ABG)
การตรวจคดักรองภาวะ alpha-1 antitrypsin deficiency
Pneumonia
อาการ : ไข้สูง เหงื่อออกมากหลังไข้ ไอ เสมหะมากเหนียวข้น หอบ อ่อนเพลีย
การดูแล : ลดไข้ เพิ่มน้ำให้กับร่างกาย ละลายเสมหะ พักผ่อน ให้ออกซิเจนเพียงพอ
ภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญ
1.ปอดบวมน้ำ หรือมีโลหิตคั่งในปอด
2.เยื่อหุ้มปอดอักเสบ ทั้งชนิดมีน้ำ และไม่มีน้ำ ในโพรงเยื่อหุ้มปอด
3.มีหนองในโพรงเยื่อหุ้มปอด
4.มีการติดเชื้อของไต เยื่อบุช่องท้องอักเสบ
5.หูชั้นกลางอักเสบและโพรงไซนัสอักเสบ
6.ช็อคจากการติดเชื้อ
7.ระบบไหลเวียนล้มเหลวร่วมกับหัวใจวายชนิดโลหิตคั่ง
8.เกิดการจับกลุ่มของโลหิตอุดตัน ในหลอดโลหิต
การรักษา
ให้ร่างกายได้รับสารน้ำอย่างเพียงพอโดยการแนะนำผู้ป่วยให้ดื่มน้ำมาก ๆ ในผู้ป่วยที่มีการสูญเสียน้ำออกจากร่างกาย โดยเฉพาะทางเดินหายใจ
2.การให้อาหาร ควรให้รับประทานอาหารอ่อนบ่อย ๆ ครั้งละน้อย ๆ
การคั่งค้างของเสมหะ เสมหะ หรือน้ำมูกที่อุดกั้นทางเดินหายใจ โดยการลดเสมหะ โดยให้ดื่มน้ำมาก ๆ
การพยาบาล
การดูแลบำบัดระบบทางเดินหายใจ
ดูแลสมดุล สารน้ำและอิเล็คโทรลัยต์ให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
อาหาร ในระยะแรกควรเลือกให้อาหารอ่อนๆ
ให้ผู้ป่วยได้รับการพักผ่อนจากเพียงพอ ทั้งร่างกายและจิตใจ
ให้ยาลดไข้ และเช็ดตัวลดไข้ ควรให้ยาลดไข้ก่อน
ดูแลความสะอาดปากและฟัน