Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การพยาบาลผู้ป่วยที่มีความผิดปกติด้านโลหิตวิทยา - Coggle Diagram
การพยาบาลผู้ป่วยที่มีความผิดปกติด้านโลหิตวิทยา
กายวิภาคและเสรีรวิทยาในระบบโลหิต
เลือดและองค์ประกอบ
เซลล์เม็ดเลือด (RBC, WBC, Platelets)
Plasma (น้ำ, โปรตีน, อิเลคโตรไลท์)
Protein ที่พบมากคือ (albumin, globulin, fibrinogen)
อัลบูมินในพลาสมาช่วยรักษาแรงดันออนโคติก เพื่อดึงน้ าไว้ในหลอดเลือด
โกลบูลินมีหลายหน้าที่ ขนส่งสาร ป้องกันการติดเชื้อ เป็นโปรตีนหลักของแอนติบอดี้
ไฟบริเจนเมื่อถูกกระตุ้นโดยไฟบรินจะทำหน้าที่ช่วยในการแข็งตัวของเลือด
กรบวนการสร้างเม็ดเลือด
เซลล์ต้นกำเนิด (Stem cell) แบ่งเป็น Embryonic stem cell, Adult stem cell, Lymphoid stem cell & myeloid stem cell
พัฒนาเป็นเซลล์เม็ดเลือดแต่ละชนิด
กระบวนการสร้างเม็ดเลือดนี้เรียกว่า Hematopoiesis
เม็ดเลือดแดง (Erythrocytes)
ไม่มีนิวเคลียส รูปร่าง biconcave นุ่ม ยืดหยุ่น มีผลต่อการไหลเวียน microcirculatory
องค์ประกอบ : ฮีโมโกลบิน (สายโกลบินและฮีม : ธาตุเหล็ก)
โมเลกุลของฮีโมโกลบินจับตัวกับออกซิเจน Oxyhemoglobin
RBC Immature เรียกว่า Reticulocytes
เจริญเติบโตเต็มที่ภายใน 48 ชม.
การนับจำนวน reticulocytes ช่วยให้ทราบว่าอัตราการผลิตRBCเพียงพอหรือไม่
สร้างที่ไขกระดูก ต้องใช้วิตามินบี 12 กรดโฟลิก โปรตีน เอนไซม์ และแร่ธาตุ เช่น เหล็ก ทองแดง
กระตุ้นด้วยฮอร์โมน Erythropoietin จากไต
ไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือดประมาณ 120 วัน
ทำลายโดย Macrophage
อนุมูลของเหล็กจะออกจากฮีมและถูกนำมาสร้างฮีมใหม่
ฮีมที่เหลือจะแตกตัวเป็น Bilirubin และหลั่งออกมากับน้ำดี
RBC ถูกทำลายปริมาณที่สูงขึ้น
ปริมาณ Bilirubin and Urobilinogen ในปัสสาวะจะเพิ่มขึ้น
เม็ดเลือดขาว (Leukocytes)
เป็นกลไกการป้องกัน ต่อต้านสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ ที่เข้าสู่ร่างกาย
สร้างขึ้นที่ไขกระดูก (Granulocytes, Monocytes, and Some lymphocytes) และต่อมน้ำเหลือง (Lymphocyte)
Polymorphonuclear granulocyte
Neutrophils
ตอบสนองต่อการอักเสบและการติดเชื้อ ปริมาณ neutrophils จะสูงขึ้น
ป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อราและจุลชีพอื่นๆที่ก่อให้เกิดการอักเสบ
ด่านแรกของการตอบสนองทางภูมิคุ้ม
ถ้ามีการทำงานหรือเกิดการตายเกิดขึ้นจะแสดงออกมาในรูปของหนอง
Basophils
Basophils เป็ น granulocyte มีน้อยกว่า 1 %
หลั่ง Histamine ซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้อย่างรุนแรง
Eosinophils
ตอบสนองต่อการติดเชื้อจากพยาธิ
ตอบสนองต่อปฏิกิริยา ป้องกันการอักเสบเฉพาะที
มีอายุประมาณ 4-5 วัน อยู่ในกระแสเลือดประมาณ 6-8 ชม.
WBC monocytes ที่อยู่ในเนื้อเยื่อคือ Macrophage
WBC ชนิดที่มีแกรนูล มีหน้าที่จับกินเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย (phagocytosis)
Neutrophils เป็นWBCชนิดที่มีแกรนูลที่มีจำนวนมากที่สุด
non granular leukocytes
Lymphocyte
T cells
มีจำนวนประมาณ 80 %
เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันผ่านทาง cell-mediated immunity
T helper cells และ cytotoxic T cells ซึ่งจะมหน้าที่ทำลายเซลล์ที่แปลกปลอม
B cells
มีหน้าที่สร้างภูมิคุ้มกัน Antibodies
Monocyte
มี 2-8% ขนาดใหญ่ รูปร่างนิวเคลียสคล้ายรูปไต
ทำหน้าที่จับกินเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาสู่เซลล์ก่อน
เกล็ดเลือด (Thrombocytes)
กระบวนการแข็งตัวของเลือดและการอักเสบ
รักษาความมั่นคงของผนังหลอดเลือดฝอย
ผนังหลอดเลือดฝอยได้รับการบาดเจ็บเกล็ดเลือดจะทำหน้าที่อุดหรือซ่อมแซมรูเปิด
การสร้างถูกควบคุมโดย Thrombopoietin ซึ่งสร้างโดยตับและไต
มีชีวิตอยู่ประมาณ 6-10 วัน
กระบวนการแข็งตัวของเลือดมีหลายข้ันตอนใช้เวลา 5-10 นาที
ม้าม
สร้างRBCเมื่อทารกอยู่ในครรภ์
ทำลายRBCที่มีอายุมากหรือที่ผิดปกต
เก็บสำรองRBCและเกล็ดเลือด
ดึงธาตุเหล็กจากฮีโมโกลบินที่ได้จากการทำลายRBCกลับมาสร้างเม็ดเลือดใหม่
สร้างแอนตี้บอดี้ต่อต้านเชื้อโรค
กรองแบคทีเรีย
ไขกระดูก
rad marrow ผลิตเซลล์เม็ดเลือด (RBC, WBC, Platelets) พบใน flat & irregular bone
วัยสูงอายุ ไขกระดูกจะผลิตเม็ดเลือดลดลง เพราะเนื้อเยื่อไขกระดูกแทนที่ด้วยเนื้อเยื่อไขมัน
ฮอร์โมน erythropoietin สร้างจากตับและกระตุ้นการสร้าง RBC
ต่อมน้ำเหลือง
เคลื่อนย้ายโปรตีนจากช่องว่างระหว่างเนื้อเยื่อ
จะมีขนาดใหญ่ขึ้น เมื่อร่างกายต้องตอบสนองต่อ antigen หรือเซลล์ผิด
ปกติจะคลำไม่พบ เมื่อเจ็บป่วยหรือมีโรคเกิดขึ้นจะมีขนาดใหญ่ขึ้นและคลำพบปกติ
ตับ
เป็นตัวกรองและผลิตสารที่ช่วยในกลไกการแข็งตัวของเลือด
แหล่งที่เก็บสะสมเหล็กเมื่อเกินความต้องการ
ตับจะผลิต hepcidin ทำหน้าที่ในการควบคุมสมดุลของเหล็ก
การประเมินสภาพในระบบโลหิตวิทยา
การตรวจพิเศษ
การเตรียมผู้ป่วยก่อนตรวจ
อธิบายวิธีการตรวจเพื่อขอความร่วมมือ
ลงลายมือชื่อยินยอมเข้ารับการตรวจ
จัดท่าที่เหมาะสมกับการเจาะไขกระดูก ซึ่งขึ้นอยู่กับบริเวณที่แพทย์ผู้ทำการเจาะต้องการ ถ้าเป็นบริเวณ Posterior iliac crest ควรนอนตะแคงด้านใดด้านหนึ่ง
ทำความสะอาดบริเวณที่จะเจาะด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ เช่น Providine-iodine
แพทย์จะวางผ้าเจาะกลางบริเวณที่จะทำการเจาะไขกระดูก
ดูแลให้ผู้ป่วยได้ยาระงับรู้สึกเฉพาะที่ บริเวณที่ทำการเจาะ
แพทย์จะใช้เข็มแทงเข้าไป marrow cavity เพื่อดูดเซลล์ไขกระดูก
บอกให้ผู้ป่วยทราบว่าขณะที่แพทย์ดูดเอาเซลล์ไขกระดูกจะรู้สึกปวดบ้าง แนะนำให้ผู้ป่วยใช้วิธีผ่อนคลายเพื่อบรรเทาอาการปวด
ให้กำลังใจกับผู้ป่วยดูแลให้นอนอยู่ในท่าทางที่เหมาะสม
การพยาบาลหลังการตรวจ
หลังแพทย์นำเข็มออก ดูแลให้ผู้ป่วยได้รับ Pressure dressing เพื่อหยุดการไหลของเลือด
ควรนอนในท่าที่ทำการเจาะไขกระดูก นานประมาณ 10-15 นาที เพื่อคงไว้ซึ่งแรงดันของ Pressure dressing
กรณีที่ผู้ป่วยมีภาวะ Thrombocytopenia ควรใช้แรงกดบริเวณที่ จาะไขกระดูกนาน 15 นาที เพื่อหยุดการไหลของเลือด
ติดตามประเมินภาวะเลือดออก ทุก 15 นาที นาน 1 ชั่วโมงหลังทำหัตถการ
ประคบเย็นบริเวณที่เจาะไขกระดูก เพื่อบรรเทาอาการปวดและป้องกันการมีเลือดออก
ดูแลให้ยาแก้ปวดตามแผนการรักษา ประมาณ 2-3 วันอาการปวดก็จะ หายไป
ประวัติการเจ็บป่วย
ประวัติการเจ็บป่วยในครอบครัว
ถ่ายทอดทางพันธุกรรม
การเหนื่อยล้าและหมดแรง
การมีไข้
อาการสำคัญของ lymphoma และ leukemia
การใช้ยาและสารเคมี
ผลข้างเคียงของการใช้ยาเคมีบำบัดเกิดภาวะ neutropenia
ยาแอสไพรินและibuprofen มีผลทำให้ความสามารถในการแข็งตัวของเลือดลดลง
การทำงานปนเปื้อนสารเคมีนานส่งผลต่อกระบวนการสร้างเม็ดเลือด
การตรวจร่างกาย (ผิวหนัง ศีรษะ ทรวงอก หน้าทอง หลังและขา ต่อมน้ำเหลือง ระบบประสาท)
การตรวจเพื่อการวินิจฉัย (ตรวจทางห้องปฏิบัติการ ตรวจรังสี ตรวจพิเศษ)
การเตรียมผู้ป่วยก่อนตรวจ
อธิบายวิธีการตรวจและระยะเวลาที่ใช้ในการตรวจที่ยาวนาน
ซักถามประวัติการแพ้อาหารทะเลและเกลือไอโอดีน
ลงลายมือชื่อยินยอมเข้ารับการตรวจ
ดูแลให้รับประทานอาหารและน้้ำดื่มก่อนตรวจ
ดูแลให้ยาระงับความรู้สึกเฉพาะที่
ประเมินความเจ็บปวดขณะแทงเข็มฉีดยา
อธิบายให้ผู้ป่วยทราบว่าขณะฉีดสารทึบรังสีจะรู้สึกร้อนวูบวาบ
ประเมินความไม่สุขสบายขณะนอนอยู่บนเตียงนานหลายชั่วโมงเพื่อถ่ายภาพรังสี
ติดตามประเมินปฏิกิริยาภูมิแพ้สารทึบรังสีอย่างต่อเนื่อง
การพยาบาลหลังการตรวจ
ยกมือหรือเท้าข้างที่ทำหัตถการให้สูง นาน 24 ชั่วโมง
ประเมินอาการเลือดออก หรือผลข้างเคียงจากการฉีดสารทึบรังสี
ประเมินอาการปวดและดูแลให้ยาแก้ปวดตามแผนการรักษา
ประเมินการรับความรู้สึกของอวัยวะที่ทำให้หัตถการ เพราะอาจมีอันตรายต่อเส้นประสาทที่มาเลี้ยงอวัยวะนั้นได้
อธิบายเพื่อให้ข้อมูลกับผู้ป่วยว่าหลังฉีดสารทึบรังสี สีของอุจจาระและปัสสาวะอาจเปลี่ยนแปลงไปเป็นสีน้ำเงิน
ติดตามประเมินอาการแสดงของภาวะแทรกซ้อนที่เกิดข้ึนได้แก่ การติดเชื้อ ภาวะปอดอักเสบ ซึ่งเกิดยากแต่อาจเกิดขึ้นได้ถ้ามีการกระจายของสารทึบรังสีเข้าไปในท่อของทรวงอก
ให้คำแนะนำกับผู้ป่วยและญาติในการรายงานอาการแสดงเมื่อเกิดมีภาวะหายใจลำบาก