Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การพยาบาลผู้ป่วยผู้ใหญ่ที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ - Coggle Diagram
การพยาบาลผู้ป่วยผู้ใหญ่ที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ
การบาดเจ็บทรวงอก (Chest trauma)
หมายถึง ภาวะที่ผนังทรวงอกและอวัยวะที่อยู่ภายในทรวงอกได้รับบาดเจ็บจากแรงภายนอกมากระทำต่อทรวงอกนชนิดตามสาเหตุของการบาดเจ็บได้เป็น 2 ชนิด คือ
การบาดเจ็บทรวงอกจากแรงกระแทกและการบาดเจ็บทรวงอกแบบมีแผลทะลุ
ผลกระทบของการบาดเจ็บทรวงอก
เมื่อมีการบาดเจ็บทรวงอก จะมีการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่สำคัญ ดังนี้
ช่องเยื่อหุ้มปอด (pleural cavity) ภายในช่องเยื่อหุ้มปอด ปกติจะมีความดัน -4 cm.H2O ที่มีส่วนช่วยในการขยายตัวของปอดช่วงหายใจเข้า
มีดิแอสตินัม (mediastinum) เป็นส่วนที่อยู่ระหว่างปอด 2 ข้างและระหว่างกระดูกอกและกระดูกสันหลัง เป็นที่อยู่ของอวัยวะสำคัญในทรวงอก ได้แก่ หัวใจ หลอดเลือดแดงใหญ่ หลอดเลือดดำและแดงของปอดหลอดลมส่วนปลาย หลอดอาหารส่วนปลาย ระบบน้ำเหลือง
ช่องเยื่อหุ้มหัวใจ (pericardial cavity) ภายในช่องเยื่อหุ้มหัวใจปกติจะมีของเหลวอยู่ประมาณ 5-20 มิลลิลิตร ไม่เกิน 50 มิลลิลิตร หากมีเลือดหรือน้ำที่บรรจุภายในช่องเยื่อหุ้มหัวใจปริมาณมาก ทำให้แรงดันในช่องเยื่อหุ้มหัวใจเพิ่มขึ้นจนสูงกว่าแรงดันในหลอดเลือดดำที่นำเลือดกลับเข้าสู่หัวใจ ส่งผลให้ปริมาณเลือดที่กลับเข้าสู่หัวใจลดลง และปริมาณเลือดที่ออกจากหัวใจใน 1 นาทีลดลงตามมา
มีลมรั่วเข้าไปในเลือด (air emboli) เป็นภาวะที่อันตรายมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อลมหรือฟองอากาศเข้าไปในหลอดเลือดแดงและหัวใจ
ภาวะอกรวน (Flail chest)
คือ ภาวะที่มีกระดูกซึ่โครงหักตั้งแต่ 2 ซี่เรียงกัน โดยแต่ละซี่หักมากกว่า 2 ตำแหน่งและอาจพบการหักของกระดูกหน้าอก (sternum) ร่วมด้วย
อาการและอาการแสดงของภาวะอกรวน
คือ การหายใจแบบ paradoxical การเคลื่อนไหวของทรวงอกลดลงและขยับ 2 ข้างไม่เท่ากัน ทำให้ปริมาตรของปอดลดลง
การพยาบาลผู้ป่วยภาวะอกรวน
การพยาบาลเพื่อป้องกันภาวะร่างกายพร่องออกซิเจน
ให้การพยาบาลเพื่อการบรรเทาปวดแก่ผู้ป่วย จะส่งเสริมให้ผู้ป่วยหายใจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ให้การพยาบาลเพื่อป้องกันภาวะช็อกจากเสียเลือด
การบาดเจ็บที่ช่องท้องและอวัยวะในอุ้งเชิงกราน (Abdominal and Pelvic trauma)
การบาดเจ็บช่องท้องจากแรงกระแทกและการบาดเจ็บช่องท้อง
แบบมีแผลทะลุ ดังนี้
การบาดเจ็บช่องท้องจากแรงกระแทก (Blunt abdominal trauma; BAT)
การบาดเจ็บช่องท้องแบบทะลุทะลวงหรือมีแผลทะลุ (Penetrating abdominal trauma; PAT)
อาการและอาการแสดงของการบาดเจ็บที่ท้องและอุ้งเชิงกราน
การบาดเจ็บที่ท้องและอุ้งเชิงกราน เป็นได้ทั้ง blunt abdominal trauma (BAT) และ penetrating
abdominal trauma (PAT) ซึ่งจะมีอาการและอาการแสดงแตกต่างกันไป
การบาดเจ็บอวัยวะในช่องท้องและอุ้งเชิงกรานที่พบบ่อย
การบาดเจ็บช่องท้องทำให้อวัยวะภายในช่องท้องบาดเจ็บที่พบบ่อย ดังนี้
การบาดเจ็บที่ม้าม (Splenic injury)
อาการและอาการแสดงของผู้ป่วยที่มีการบาดเจ็บที่ม้าม
ท้องโป่งหรือตึง ปวดท้องบริเวณ LUQ มีสัญญาณของเคอร์ (Kehr’s sign)
การพยาบาลผู้ป่วยที่มีการบาดเจ็บที่ม้าม
การพยาบาลผู้บาดเจ็บที่ม้ามกรณีที่รักษาแบบไม่ผ่าตัด
การพยาบาลผู้บาดเจ็บที่ม้ามกรณีที่รักษาแบบผ่าตัด
การบาดเจ็บที่ตับ (Liver injury)
อาการและอาการแสดงของผู้ป่วยที่มีการบาดเจ็บที่ม้าม
ท้องโป่งหรือตึง ปวดท้องบริเวณ RUQ อาจปวดร้าวไปที่ไหล่ขวาร่วมด้วย
การพยาบาลผู้ป่วยที่มีการบาดเจ็บที่ตับ
การพยาบาลผู้บาดเจ็บที่ตับกรณีที่รักษาแบบไม่ผ่าตัด
การพยาบาลผู้บาดเจ็บที่ตับกรณีที่รักษาแบบผ่าตัด
การบาดเจ็บของลำไส้ (Bowel injury)
อาการและอาการแสดงของผู้ป่วยที่มีการบาดเจ็บที่ลำไส้
ท้องโป่งตึงและแข็ง (guarding and rigidity) ปวดท้องรุนแรง ไม่ขยับร่างกายเนื่องจากปวดมาก มีไข้สูง
การพยาบาลผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดลำไส้
ประเมินสัญญาณชีพทุก 15 นาที 4 ครั้ง ทุก 30 นาที 2 ครั้ง และทุก 1 ชั่วโมงจนครบ 24 ชั่วโมง เพื่อติดตามและเฝ้าระวังภาวะช็อกจากการเสียเลือดจากการผ่าตัดหรือมีเลือดออกจากบาดแผลผ่าตัด
ดูแลให้ได้รับออกซิเจนตามแผนการรักษาเพื่อเพิ่มตัวนำออกซิเจนในร่างกาย เนื่องจากมีการสูญเสียเลือดจากการบาดเจ็บและการผ่าตัด
ดูแลบรรเทาอาการปวดแผลผ่าตัดทั้งวิธีใช้ยาและไม่ใช้ยา
ดูแลทำความสะอาดบาดแผลด้วยหลัก aseptic technique เพื่อป้องกันการติดเชื้อที่แผล
ดูแลให้ได้รับสารน้ำทางหลอดเลือดดำตามแผนการรักษา เพื่อป้องกันภาวะพร่องสารน้ำ
ติดตามอาการทางหน้าท้องเพื่อเฝ้าระวังเลือดออกในช่องท้องซ้ำได้
ดูแลการทำงานของสาย NG ให้มีประสิทธิภาพ
ติดตามประเมินอาการและอาการแสดงของภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้
สำหรับผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บที่ลำไส้ใหญ่จะได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัดทำทวารเทียม (colostomy)
เมื่อผู้ป่วยมีอาการคงที่ ดูแลให้ผู้ป่วยได้รับสารอาหารตามแผนการรักษา
การบาดเจ็บที่กระเพาะปัสสาวะ (Bladder injury) ชนิดของกระเพาะปัสสาวะบาดเจ็บแบ่งออกเป็น 5 ชนิด ดังนี้
การฉีกขาดบางส่วนของผนังกระเพาะปัสสาวะ แต่ไม่ทะลุ (interstitial bladder injury)
การฉีกขาดของผนังกระเพาะปัสสาวะร่วมกับการรั่วไหลของน้ำปัสสาวะเข้าในชั้นนอกเยื่อบุช่องท้อง (extraperitoneal rupture)
การฉีกขาดของผนังกระเพาะปัสสาวะร่วมกับการรั่วไหลของน้ำปัสสาวะเข้าไปทั้งชั้นนอกเยื่อบุช่องท้องและในช่องท้องร่วมกัน (combined bladder injury)
การฉีกขาดของผนังกระเพาะปัสสาวะร่วมกับการรั่วไหลของน้ำปัสสาวะเข้าในช่องท้อง (intraperitoneal rupture)
กระเพาะปัสสาวะฟกช้ำ (bladder contusion)
กระดูกเชิงกรานหัก (Pelvic fracture) กระดูกเชิงกรานหัก แบ่งเป็น 2 แบบ
1) การหักแบบ non-weight bearing fractures เป็นการหักส่วนส่วนหนึ่งของกระดูกเชิงกรานที่ไม่รุนแรง เช่น การหักบริเวณราไม (pelvic rami) ขอบของกระดูกเชิงกราน(iliac crest)
2) การหักแบบ weight-bearing fractures เป็นการหักของกระดูกเชิงกรานที่ค่อนข้างรุนแรง มักมีการแตกหรือเคลื่อนของกระดูก เช่น การหักของกระดูกเชิงกรานที่เป็นวงรอบ (pelvic ring)