Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
Introduction & Prenatal period - Coggle Diagram
Introduction & Prenatal period
Introduction
Age of prenancy
Gestational age (GA)
:นับจากวันแรกที่มีประจำเดือนครั้งสุดท้าย (LMP) *นับง่ายนิยมใช้
Fetal age (FA)
: นับจากวันที่ตกไข่ ดังนั้นจะมีระยะเวลาน้อยกว่า GA 2 weeks
Note** รอบเดือน = 28 D
วันที่ 1 =วันที่มีประจำเดือนวันแรก
วันที่ 14 = วันที่มีการตกไข่/เกิด fertilization
Estimated date of confinement (EDC)
:การประมาณกำหนดคลอด ใช้ GA
EDC = LMP + 7 วัน - 3 เดือน
Abortion
(การแท้ง) : เป็นการหยุดการเจริญเติบโตของตัวอ่อน และมีการขับตัวอ่อนออกมาก่อนที่จะ สามารถมีชีวิตอยู่รอดได้เอง
Before fertilization/fertilization
กระบวนการเตรียมพร้อม sperm ให้เกิด fertilization ได้
1.Capacitation
: หัวของ sperm จะเคลือบด้วย glycoprotein ซึ่งมีประจุลบ เป็นประจุเดียวกับภายในชาองคลอดทำให้เกิดแรงผลักให้ Sperm เคลื่อนที่ไปได้ รวมถึงยังป้องกันไม่ให้ spermโดยทำลายจาก Immune ของผู้หญิง
เมื่อ sperm เคลื่อนที่ถึงท่อนำไข่ ตัว glycoprotein จะช่วยยึดติดกับท่อนำไข่เพื่อรอการปฏิสนธิ โดยเมื่อเกิดการตกใข่ ภายในท่อนำไข่จะเกิดการเปลี่ยนค่า PH โดย PH ที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ sperm หลุดออกไปเกิดการ fertilization
2.Acrosomal reaction
Membrane depolarization
: เมื่อ sperm เจอผนังของ cell ไข่ มันจะปล่อย hydrolytic enzyme by exocytosis ออกมาย่อยชั้น Zona pellucida(jelly coat) ของcell ไข่ และเกิดการ fuse membrane รวมกัน
เป็นการป้องกัน sperm ตัวอื่นเข้ามา
“Fast block”
Cortical fertilization
: ในระหว่างที่รอปฏิสนธิ cellไข่ จะเกิด cortical reaction โดยจะมีการเพิ่มของ Ca2+ ion ส่งผลให้มีการหลั่ง cortical granule ซึ่งจะทำให้ชั้น perivitelline space ขยายตัว
เป็นการป้องกัน sperm ตัวอื่นเข้ามา
“Slow block”
ไข่ที่พร้อมจะปฏิสนธิ จะอยู่ในระยะ Graafian follicle(Mature)
Preselection of embryo’s sex
1.ความสามารถในการว่ายของ X,Y sperm
2.ความเร็วในการว่ายใน elective fleid ต่างกัน(ประจุต่าง)
3.ลักษณะ X,Y sperm ต่างกัน
4.ปริมาณ DNA ของ X,Y sperm ต่างกัน
Developmental period
Prenatal
Pre-embryonic/Germinal period
: นับตั้งแต่ fertilization ถึง Implantation
2 weeks
Implantation site of blastocyst
ตำแหน่งที่เกิดการฝังตัวมักเกิดที่ superior part,posterior wall
เราสามารถ detect การฝังตัวได้จากการ USG และ RIA โดยดูฮอร์โมน hCG ซึ่งตรวจได้ตั้งแต่สิ้นสุด weeks 2 หลังจาก fertilization (กรณีตรวจในเลือด)
Ectopic pregnancy ภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูก
ส่วนใหญ่พบการฝังตัวบริเวณ Uterine tube มักเกิดในคนที่เคยผ่าตัดอุ้งเชิงกรานหรือติดเชื้อในระบบสืบพันธุ์เนื่องจากจะเกิดพังพืดทำให้ Zygote เคลื่อนที่ไปไม่ได้
เป็นสาเหตุการตายของแม่ในช่วงไตรมาสแรกของการท้อง (3เดือน)
Embryonic period
: สร้างอวัยวะครบ แต่ยังทำงานไม่สมบูรณ์
3-8 weeks
Fetal period
: cell differentiation+cell growth ของอวัยวะที่สร้างไว้
8 weeks to birth
Postnatal
Prenatal period
Pre-embryonic/Germinal period
: นับตั้งแต่ fertilization ถึง Implantation
2 weeks
First week : เมื่อเกิด fertilization ได้ “Zygote”
เกิดการแบ่ง cell แบบ mitosis เพิ่มจำนวนเป็นเท่าๆ เรียกว่า “Cleavage”
เรียกกลุ่ม cell ที่มีการเจริญเติมโตเป็นเท่าๆว่า “Blastomeres”
เมื่อ Blastomeres มี 8-16 cell รูปร่างคล้ายลูกหม่อน เราจะเรียกว่า “Morula”
มีการสร้างช่องว่างขึ้นมา ด้านในเราจะเรียกว่า “Blastocysts”
Second week : blastocyst ฝังตัวใน endometrium ของแม่แล้ว
7.5 days
Embryoblast (inner cell mass) มีการแบ่งเป็น 2 ชั้น เรียกว่า bilaminar germ disc
1.Epiblast (blast= cellอ่อน)
1.hypoblast
Trophoblast (outer cell mass) มีการแบ่งเป็น 2 ชั้น
1.ชั้นนอก Syncytiotrophoblast มีลักษณะยื่นเข้าไปใน endometrium เหมือนนิ้ว
2.ชั้นใน cytotrophoblast
ช่องว่าง
1.blastocyst cavity ยังมีอยู่เหมือนเดิม
2.Amniotic cavity เป็นช่องที่เกิดมาใหม่ อยู่เหนือ epiblast
9 days
Embryoblast (inner cell mass)
1.epiblast เหมือนเดิม
2.Hypoblast มีการยืดลงมาเป็นเนื้อเยื่อหุ้มล้อมรอบ Blastocyst cavity ที่อยู่ด้านในเรียกว่า exocoelomic membrane หรือ Heuser’s membrane
ช่องว่าง
1.blastocyte cavity ถูก exocoelomic membrane หุ้มจึงเปลี่ยนชื่อเป็น exocoelomic cavity หรือ primitive yolk sac
2.amniotic cavity เหมือนเดิม
Trophoblast
1.syncytiotrophoblast มีช่องว่างเกิดขึ้นชื่อ trophoblastic lacunae เป็นแอ่งรับเลือดจากแม่ 2.cytotrophoblast คล้ายเดิม
12 Days
Embryoblast มีชั้นสีส้มแทรกขึ้นมา เรียกว่า extraembryonic mesoderm แบ่งเป็นสองชั้น คือ extraembryonic splanchnic mesoderm กับ extraembryonic somatic mesoderm
Trophoblast ชั้น Syncytiotrophoblast มีเลือดแม่เข้ามาอยู่ในช่องแล้ว
ช่องว่าง มีชั้น Extraembryonic cavity หรือ chorionic cavity เป็นช่องอยู่ในชั้น extraembryonic mesoderm เพิ่มมา
13 Days
ช่องว่าง
-Extraembryonic cavity หรือ chorionic cavity ช่องเล็กๆจะรวมกันเป็นช่วงใหญ่ช่องเดียว แล้วดัน primitive yolk sac ไปข้างหลัง แต่มันยังดันไปไม่หมดเหลือช่องว่าง เรียกว่า Exocoelomic cyst
-Exocoelomic cavity ถูกดันไปข้างหลังกลายเป็น secondary yolk sac หรือ definitive yolk sac
Embryoblast มีชั้น Connecting Stalk เกิดขึ้น เป็นส่วนที่ไม่ถูก extraembryonic cavity แทรกเข้าไป -
Trophoblast 2 ชั้นจะรวมกันเป็นนิ้วเรียกว่า Primary villi
Embryonic period
Third week
Primitive streak
-ด้านบนของ epiblast จะมีแท่งยื่นขึ้นมาคือ primitive streak ตรงปลายมีรอยหวัมกลมๆเรียกว่า primitive node ตรงกลางแท่งเป็นร่องเรียก primitive groove ปลาย groove จะเป็นกลมๆตรงกับตำแหน่ง primitive node เรียก primitive pit
primitive streak เป็นส่วนที่บอกว่าด้านไหนปาก ด้านไหนก้น
-เหนือ primitive streak จะมีส่วน prechordal plate จะเจริญไปเป็นช่องปาก
Primitive pit จะเป็นทางผ่านของเซลล์ epiblast ให้มุดลงไป
Gastrulation
Epiblast จะมุดลงไปแทนที่ hypoblast เดิม เกิดเป็นช้ัน endoderm ต่อมา epiblast ที่เหลือจะกลายเป็น ชั้น ectoderm หลังจากนั้น epiblast จะแทรกเข้าไประหว่าง endoderm กับ ectoderm กลายเป็นช้ัน mesoderm
sacrococcygeal teratoma
-หลังจากได้เนื้อเยื่อครบ 3 ชั้นแล้ว primitive streak ท่ีเคยเป็นที่ให้เซลล์มุดออกไปก็จะหมดหน้าท่ี มันก็ จะสลายไป แต่ในกรณีท่ี primitive streak ไม่สลาย จะเกิดเป็นโครงสร้าง เรียกว่า sacrococcygeal teratoma
-เป็นเนื้อเยื่อลักษณะเป็นถุงยาวตามแกนกลางลำตัว และเนื่องจาก primitive streak เป็นเซลล์ต้นกำเนิด มันสามารถ develop ไปเป็นอะไรก็ได้
-most common in newborn
Notochordal formation
เมื่อกี้เกิด mesoderm แนวด้านข้างของลำตัว ตอนนี้เราเหลือ space แนวกลางตัวให้ primitive streak อยู่
บริเวณ primitive pit จะมีเซลล์ของ epiblast ส่วนหนึ่งที่เคลื่อนไปข้างหน้าในแนวแกนกลาง ใต้ primitive streak วิ่งเข้าไปหา precordial plate เราเรียกมันว่า “notochordal process” ต่อมาเกิดรูในnotochordal process เรียกว่า “notochordal canal”
notochordal canal กับ notochordal processที่อยู่ด้ายล่างของcanal มันจะรวมกับ endoderm แล้วก็สลายไป ทาให้เหลือแค่ส่วนบนของ notochordal process ไปรวมกับ ectoderm เรียกว่า “notochordal plate” จะเกิดการยกตัวขึ้นแล้วหลุดออกมากลายเป็น “notochord” อยู่ตรง กลางmesoderm
notochord เป็นตัวกำหนด longitudinal axis ของ embryo (กระดูกสันหลัง) และ ท้ายที่สุด notochord จะกลายเป็น nucleus pulposus ที่อยู่ใน intervertebral discs
เนื้อเยื่อ 3 ชั้น
ectoderm จะมีการเปลี่ยนแปลงไปเป็น 2 ส่วน ได้แก่ neuroectoderm (จะกลายเป็นระบบ ประสาท) และ surfaceectoderm (เป็นผิวหนัง)
Mesoderm
Paraxial mesoderm : mesoderm ที่อยู่ด้านข้าง notochord
Intermediate mesoderm : อยู่ตรงกลาง
Lateral plate mesoderm : มันมีลักษณะเป็นแผ่นๆ และต่อมาจะแยกเป็น 2 ส่วนย่อย
3.1 Parietal mesoderm อีกชื่อคือ somatic เพราะฉะนั้นมันก็จะเป็น intraembryonic somatic mesoderm
3.2 Visceral mesoderm หรือก็คือ splanchnic mesoderm จะเป็น intraembryonic splanchnic mesoderm
Endoderm เปลี่ยนแปลงเป็น epithelial lining and glands of digestive and respiratory tracts
Folding of embryo
1.median plane » เป็นการม้วนตัวของศีรษะและส่วนที่จะเป็นก้น เกิดจาก ectoderm พัฒนาการที่เร็วกว่า ทำให้ectoderm ห่อendoกับmeso
Horizontal plane » ectoderm จะเจริญเร็วกว่า ทำให้ส่วนของendo กับ meso ถูกดันเข้า
ไปข้างใน พอectoderm 2 ข้างมาชนกันก็กลายเป็นผนังลำตัวและทำให้เกิดช่องว่างในลำตัว
Week 4
-เริ่มมีหัวใจ
-เริ่มมีการสร้าง upper limb bud (ติ่งแขน)
-มีการสร้าง forebrain
-ความผิดปกติที่จะทำให้ตัวอ่อนหยุดชะงักการพัฒนาในweek4 จะทำให้เกิดแขนกุด
Week5
-มี lowerlimb bud
-มี hand plate,foot plate
Week6
-มีนิ้ว
Week7
-มีการสร้างgenital tubercle (คือส่วนที่อีกหน่อยจะกลายเป็นอวัยวะเพศ)
Week8
-genital tubercle มีการdifferentiateแต่ก็ยังแยกเพศไม่ได้
Fetal period
มีdifferentiate ของแขน ขา ให้ได้สัดส่วนที่เหมาะสม
อวัยวะเพศก็ชัดเจนมากขึ้น
เน้นปรับสัดส่วนของหัว ลำตัว แขน ขา
มีการวัดความยาวของลำตัว(ใช้คำนวณอายุ ของ fetus) โดยแบ่งเป็น
1.crown- rump length วัดในท่านั่งโดยวัดจากก้นกบถึงvertex (ส่วนที่นูนที่สุดของskull)
Crown-heel length วัดในท่ายืน วัดตั้งแต่vertex ถึง ส้นเท้า
การเจริญเติบโตของความยาวลำตัวจะเพิ่มมากขึ้นเยอะสุดในช่วงของเดือนที่3- 5 ของการตั้งครรภ์ ส่วนน้ำหนังจะเพิ่มมากขึ้น2เดือนสุดท้ายก่อนคลอด