Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
เมทาบอลิซึมในสารชีวโมเลกุล, ผนังลำไส้เล็ก, glucose, alcohol, DHAP, amino…
เมทาบอลิซึมในสารชีวโมเลกุล
ไขมัน
fatty acid
ชนิดอิ่มตัว
กรดปาล์มมิติก
ชนิดไม่อิ่มตัว
กรดโอเลอิก
กระบวนการเมทาบอลิซึมของไขมัน
Catabolism
ปฏิกิริยาที่ย่อยสลายสารประกอบขนาดใหญ่ให้เป็นสารโมเลกุลขนาดเล็กและปล่อยพลังงานเคมีที่อยู่ในพันธะโมเลกุลนั้นๆเรียกว่า exergonic
แคตตาบอลิซึมของกรดไขมันเป็นปฏิกิริยาออกซิเดชันเกิดในไมโทคอนเดรีย
ประมาณ 95 เปอร์เซ็นต์ของพลังงานทั้งหมดของไตรเอซิลกลีเซอรอล จะยังคงอยู่ในรูปของสายโซ่กรดไขมัน
ส่วนใหญ่อยู่ในรูปของ triacylglycerol หรือว่าอยู่ในเรื่องของtriglyceride
triacylglycerol จะเปลี่ยนจากรูปที่ไม่ละลายน้ำไปเป็นลูกของไมเซลล์ ต่อมน้ำดีจะหลั่งไปคลุกเคล้ากับ triacylglycerol ทำให้ลำไส้เล็กหลั่งเอนไซม์ไลเปส
กรดไขมัน(fatty acid)
กลีเซอรอล
ไขมันจากการย่อยอาหารจะถูกดูดซึมที่ลำไส้เล็กแล้วสังเคราะห์ขึ้นเป็น triacylglycerol
Anabolism
ปฏิกิริยาที่สร้างหรือรวมตัวของโมเลกุลขนาดเล็กให้เป็นโมเลกุลขนาดใหญ่ซึ่งต้องการพลังงานเรียกว่า endergonic
ส่วนประกอบ
hydrogen
oxygen
carbon
การสังเคราะห์กรดไขมัน
การสังเคราะห์กรดไขมันเกิดขึ้นที่ไซโทพลาซึมของเซลล์ตับกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อไขมัน
การสังเคราะห์กรดไขมันจะเริ่มต้นจากอะซิทิลโคเอนไซม์เอและค่อยๆเพิ่มจำนวนคาร์บอนขึ้นครั้งละ 2 อะตอมจนได้กรดไขมันที่มีจำนวนคาร์บอนตามต้องการ
การสังเคราะห์กรดไขมันจะสังเคราะห์เมื่อเซลล์มีพลังงานเพียงพอและมีอะซิติลโคเอนไซม์เอเหลือใช้แต่เอนไซม์ที่สังเคราะห์มีอยู่ในไซโทพลาสซึมดังนั้นจึงจำเป็นต้องนำเอาอะซิติลโคเอนไซม์เอออกมาจากในไมโทคอนเดรียก่อน
fatty acid จากเนื้อเยื่อไขมัน
beta oxidation
Acetyl CoA
citrate
oxaloacetate
2 more items...
Ketone bodies
คีโตนบอดี้เป็นกลุ่มของสารประกอบที่สังเคราะห์ได้ในร่างกายเมื่อมีเมตาบอลิซึมของไขมันเพิ่มขึ้นมากจะมีสารคีโตนบอดี้สังเคราะห์จากแอซิติลโคเอนไซม์เอมากขึ้นกว่าปกติเรียกว่าภาวะคีโตซิส
กรณีที่ร่างกายได้รับกลูโคสน้อยเช่นผู้ป่วยเบาหวานขาดอินซูลินที่ลำเลียงกลูโคสเข้าสู่เซลล์ เซลล์จะต้องสลายกรดไขมันเพื่อใช้สร้างพลังงาน ปริมาณอะซิติลโคเอนไซม์เอจะสูงขึ้น
ประกอบด้วย
กรดอะซิโตน แอซิติก
กรดบีตา ไฮดรอกซิบิวทีริก
อะซิโตน
วิตามิน
แบ่งเป็น
วิตามินที่ละลายในไขมัน
วิตามิน D
พบในพืชยีสต์ ไข่ นม
ดูดซึม Ca และ P
หากขาด เกิดโรคกระดูกอ่อน
สำคัญต่อการสร้างกระดูก
วิตามิน A
ช่วยในการมองเห็น สืบพันธ์ุ การเจริญเติบโต
พบในอาหารประเภทเนื้อสัตว์ Caroteniod
ในพืชจะพบสารประกอบ Vit A
หากขาด เยื่อบุตาอักเสบ โรคผิวหนัง
วิตามิน K
สร้าง Prothombin ของตับ
พบในผักใบเขียว ตับ
เป็น Co enzyme ในปฎิกิริยาการแข็งตัวของเลือด
หากขาด มีเลือดออกในอวัยวะต่างๆ
วิตามิน E
หากขาด โลหิตจาง บวม
ป้องกันการแตกตัวของเม็ดเลือดแดง
พบในน้ำมันพืช ผักสีเหลือง เมล็ดทานตะวัน
ป้องกันการเกิด Oxidation ของกรดไขมันอิ่มตัว
ป้องกันการเกิด Oxidation
วิตามินที่ละลายในน้ำ
วิตามิน B5
เผาผลาญคาร์โบไฮเดรต สังเคราะหืกรดไขมัน
หากขาด ปวดท้อง อาเจียน เป็นตะคริว
วิตามิน B6
สร้างเม็ดเลือดแดง
หากขาด อ่อนเพลีย ชาปลายมือปลายเท้า โลหิตจาง
วิตามิน B3
หากขาดมีผลต่อระบบประสาทส่วนปลาย
พบในรำข้าว ถั่วลิสง
วิตามิน B7
เนื้อสัตว์ ตับ ส่วนมากร่างกายได้รับจากแบคทีเรียในลำไส้
หากขาด อ่อนเพลีย โลหิตจาง
เป็น Co enzyme ช่วยขนส่งออกซิเจน
วิตามิน B2
พบในเครื่องใน ไข่ นม
หากขาด จะมีอาการแสดงทางริมฝีปาก ผิวหนัง ตา
ใช้ในการเจริญเติบโต
วิตามิน B9
พบในผัก ผลไม้ ข้าวแดง
หากขาด ปากเปื่อย ท้องเดิน
Co enzyme ขนส่ง Catom ในกระบวนการสังเคราะห์ DNA RNA
วิตามิน C
หลอดเลือดแข็งแรง เป็น antioxiden
พบในผักสด รสเปรี้ยว
ช่วยดูดซึมธาตุเหล็ก สารต้านอนุมูลอิสระ
หากขาด เลือดออกตามไรฟัน อ่อนเพลีย เหงือกบวม เบื่ออาหาร
สังเคราะห์คอลลาเจน
วิตามิน B12
พบในเนื้อสัตว์ ไม่มีในพืช
หากขาด โลหิตจาง อ่อนแรง สับสน ประสาทหลอน
ช่วยสร้าง DNA RNA
วิตามิน B1
พบในเนื้อหมู ปลา ไก่
หากขาด โรคเหน็บชา
เป็น co enzyme ของปฎิกิริยาในร่างกาย
เกลือแร่
หน้าที่ของเกลือแร่
สารประกอบในกระดูกและฟัน
รักษาสมดุลน้ำ
metabolism
ควบคุมกรด ด่าง ของร่างกาย
สังเคราะห์สาร
แบ่งเป็น
Trace elements
ได้แก่
Zinc
พบมากในเนื้อเยื่อ ตา กระดูก ผม ตับ ไต
หากขาด การเจริญเติบโตช้า ลิ้นอักเสบ แผลหายช้า เบื่ออาหาร ผมร่วง
สังเคราะห์โปรตีน
Mn
ขนส่งสัญญาณระหว่างสมอ ประสาทกล้ามเนื้อ
หากขาด เจริญเติบโตช้า การทรงตัวไม่ดี
เผาผลาญคาร์โบไฮเดรตโปรตีน ไขมัน
Iodine
เป็นส่วนประกอบของ Thyroxine hormone ทำให้ร่างกายเจริญเติบโต
พบในอาหารทะเล เกลือ
ควบคุมพลังงานในการเผาผลาญ
หากขาด เกิดคอพอก
F
ช่วยสร้างฟัน กระดูก
สำหรับ Fluoride มีคุณสมบัติยับยั้ง enzyme ชื่อ enolase ในกระบวรการ Glycolysis
Fe และ Cu
Cu พา Fe เป็นองค์ประกอบของ Heme
ส่งเสริมการแก่ตัวของเม็ดเลือดแดง
สังเคราะห์ heamoglobin myoglobin
การดูดซึม Fe ต้องอาศัย Cu
Majore lements
ได้แก่
S
ช่วยให้เลือดแข็งตัว
สามารถรวมกับสารพิษ ขับออกนอกร่างกาย
P
แบ่ง Cell สังเคราะห์โปรตีน Co enzyme
พบในเมล็ดฟักทอง ถั่ว ไข่ นม
ควบคุมกรดเบสในเลือด
Cl
รักษากรด-เบส
ในกระเพาะอาหารมีเอนไซม์ที่มี (HCL)
Ca
ช่วยให้เลือดหยุดไหล
พบใน นม ถั่ว ไข่ ผักผลไม้
สร้างกระดูกและฟันร่วมกับ P
หากขาด กระดูกอ่อน
Na และ K
K พบในของเหลวในเซลล์
Na พบในของเหลวนอกเซลล์
หากขาด อ่อนเพลีย ท้องเสีย
พบในมะเขือเทศ ส้ม
ควบคุมปริมาณน้ำในร่างกาย รักษาสมดุลกรด ด่าง
พบในเกลืองแกง
โปรตีน
โปรตีนประกอบขึ้นจากกรดอะมิโนเรียงตัวกันเป็นโซ่เส้นตรงเชื่อมด้วยพันธะเพปไทด์
โปรตีนหลายตัวเป็นเอ็นไซม์ซึ่งเร่งปฏิกิริยาเคมีในเมแทบอลิซึม โปรตีนตัวอื่นมีหน้าที่เชิงโครงสร้างหรือกลไก เช่น โปรตีนที่ประกอบขึ้นเป็นไซโทสเกลิทัน ระบบโครงค้ำจุนรูปทรงของเซลล์
เอนไซม์ (Enzyme)
เอนไซม์แต่ละชนิดมีหน้าที่เฉพาะเจาะจง (Specific) โดยจะทำปฏิกิริยากับสารตั้งต้น(Substrate) ที่เหมาะสมกันเท่านั้น
3.เมื่อสิ้นสุดปฏิกิริยา เอนไซม์จะกลับสู่สภาวะตั้งต้นเพื่อรอสารตั้งต้นตัวใหม่
เอนไซม์มีโครงสร้างทางเคมีเป็นสารประกอบจำพวกโปรตีน ซึ่งประกอบไปด้วย โพลีเปปไทด์ (Polypeptide) เพียงสายเดียว หรือหลายสายที่ม้วนกันเป็นก้อนกลม
สารประกอบนั้นเป็นไอออนของโลหะเรียกว่า โคแฟกเตอร์ (Cofactor)
สารประกอบอินทรีย์จะเรียกว่า โคเอนไซม์ (Coenzyme)
4.เอนไซม์เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่สามารถเร่งอัตราการเกิดปฏิกิริยาให้เกิดเร็วขึ้น และเป็นตัวลดพลังงานกระตุ้น
เอนไซม์มีความไวต่อปฏิกิริยามาก ปริมาณเอนไซม์เพียงเล้กน้อยก็สามารถเร่งปฏิกิริยาได้ ถ้าไม่มีเอนไซม์ปฏิกิริยาเคมีในร่างกายทุกชนิดจะเกิดขึ้นช้ามาก จนชีวิตไม่สามารถรอดอยู่ได้
โปรตีนยังมีความสำคัญในการส่งสัญญาณของเซลล์ ระบบภูมิคุ้มกัน การยึดติดของเซลล์ การลำเลียงแบบใช้พลังงานข้ามเยื่อ และวัฏจักรเซลล์
กรดอะมิโนยังมีผลต่อเมแทบอลิซึมพลังงานของเซลล์โดยการให้แหล่งคาร์บอนสำหรับเข้าสู่วัฏจักรกรดซิตริก
เมื่อแหล่งพลังงานหลักอย่างกลูโคสหาได้ยาก
เกิดการสลายโปรตีนที่กล้ามเนื้อ
การสลายกรดอะมิโนในกล้ามเนื้อ NH4+ถูกส่งไปยังตับโดยเปลี่ยนให้เป็นalanine
โครงสร้างของโปรตีน
โครงสร้างลำดับที่สาม (tirtiary structure)
เป็นโครงสร้างที่เกิดเนื่องจาก พันธะต่างๆ ระหว่าง หมู่ R (side chain )
โครงสร้างลำดับ 4 (quaternary structure)
เกิดจากการรวมกันของสายโพลีเปปไทด์มากกว่า 1 สาย ด้วยแรงดึงดูดอย่างอ่อน ระหว่างหมู่ R ระหว่างสายโพลีเปปไทด์ที่ยังไม่เกิดพันธะ ซึ่งอยู่บริเวณผิวนอกของโครงสร้างโครงสร้างลำดับ 4 นี้พบในเอนไซม์ (enzyme)
โครงสร้างทุติยภูมิ (secondary structure)
เป็นโครงสร้างที่เกิดจากกรดอะมิโน ((amino acid) ที่อยู่ภายในสายโพลีเปปไทด์เดียวกัน ทำปฏิกิริยากันด้วยพันธะไฮโดรเจน ซึ่งเกิดขึ้นในตำแหน่งที่เว้นระยะห่างสม่ำเสมอทำให้เกิดโครงสร้างสามมิติของโปรตีนที่
แบบเกลียวอัลฟา (alpha helix) ซึ่งมีลักษณะเป็นเป็นเกลียวขดคล้ายสปริงเกลียวแอลฟาเป็นโครงสร้างพื้นฐานทั้งในโปรตีนเส้นใย (fibrous protein)และในโปรตีนก้อนกลม (globular protein)
แบบ beta sheetsหรือpleated sheetซึ่งเป็นแผ่นพับซ้อนกันไปมา
โครงสร้างปฐมภูมิ (primary sturcture)
การเชื่อมต่อกันของกรดอะมิโน (amino acid) เป็นสายยาว ระหว่างกรดอะมิโนเชื่อมต่อกันด้วยพันธะเปปไทด์ (peptide) เกิดเป็นโพลีเปปไทด์ โดยมีปลายด้านหนึ่งของสาย เป็นปลายอะมิโน (amino end) และปลายอีกด้านหนึ่งเป็น ปลายคาร์บอกซิล (carboxyl end)
การสังเคราะห์กรดอะมิโน
คาร์โบไฮเดรต
ประเภทของคาร์โบไฮเดรต
เชิงเดี่ยว
disaccharide
ซูโครส
แลกโทส
มอลโทส
polysaccharide
เซลลูโลส
แป้ง
ไกลโคเจน
monosaccharide
กลูโคส
ฟรุตโทส
กาแล็กโทส
เชิงซ้อน
ไกลโคโปรตีน
ไกลโคลิพิด
นิวคลีโอไทด์
การย่อยของคาร์โบไฮเดรต
อาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต
ย่อยที่ปาก ด้วยการบดเคี้ยวเชิงกล และมีน้ำลายมาคลุกเคล้า โดยน้ำลายมีเอนไซม์ที่มีชื่อว่าsalivary amylase
dextrin,แป้ง,มอลโทส
มอลโทส
กลูโคส
glycolysis
2 more items...
1 more item...
แป้ง
การสลายกลูโคสเป็นพลังงาน
glycolysis
Krebs cycle
pantose phosphate
วิถีนี้จะเกี่ยวข้องกับออกซิเดชันของกลูโคส แต่บทบาทหลักกลับเป็นแอแนบอลิซึมมากกว่าแคแทบอลิซึม ในสิ่งมีชีวิตส่วนมาก วิถีดังกล่าวเกิดในไซโทพลาสซึม สำหรับพืช ขั้นตอนส่วนใหญ่เกิดในพลาสติด
เป็นขบวนการซึ่งสร้าง NADPH และน้ำตาลเพนโตส หรือน้ำตาล 5 คาร์บอน
ระยะใช้ออกซิเจน (oxidative phase)
ระยะที่สองเป็นการสังเคราะห์น้ำตาล 5 คาร์บอนโดยไม่ใช้ออกซิเจน (non-oxidative)
กรดนิวคลิอิก
nucleotides
nitrogenous bases
พิวรีน (purine)
A G
ไพริมิดีน (pyrimidine)
C T U
หมู่ฟอสเฟต
น้ำตาลไรโบส หรือ น้ำตาลดีออกซีไรโบส
หน้าที่
ถ่ายทอดลักษณะ
พันธุกรรม
สังเคำะห์ โปรตีน
ผนังลำไส้เล็ก
Maltase
Lactase
แลกโทส
กาแลคโทส
Sucrase
ซูโครส
ฟรุตโทส
glucose
pyruvate
อลานินกับแลกเตทจากกกล้ามเนื้อ
Lactate
pyruvate
acetyl-CoA
1 more item...
glycogen synthesis
1 more item...
glucose
Alanine
glucose
alcohol
DHAP
glycerol
amino acid
Acetyl CoA
Cholesterol
glycerol-3-P
glucose
glucose-6-phosphate
4 step
ribose 5-phosphate
Histidine(His,H)
Serine(Ser,S)
3-phosephoglycerate
Erythrose 4-phosphate
Phenylalanine(Phe) Tyrosine(Tyr) Tryptophen(W)
phosphoenopyruvate
pyruvate
Alanine(Ala) Valine(Val) Isoleucine(Ile)Leucine(Leu)
citrate
alpha-ketoglutarate
1 more item...
Glutamate(Glu)
Glutamine(Gln) Proline(Pro) Arginine(Arg)
ตับอ่อน
Pancreatic amylase b -amylase
2NAD+
2NADH
2ADP+P1
ATP
fatty acid
amino acid
เข้าไปในไมโตรคอนเดรีย
NADPH
ออกจากไมโตคอนเดรีย
TCA cycle
ตับ
กล้ามเนื้อ
TCA cycle
4-step
ปาก
ผ่านหลอดอาหาร และกระเพาะอาหาร ไม่เกิดการย่อยบริเวณนี้
ลำไส้เล็กส่วนduodenum