Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
อวัยวะรับสัมผัส - Coggle Diagram
อวัยวะรับสัมผัส
ตา
ต้อหิน Glaucoma
เป็นกลุ่มโรคที่มีลักษณะร่วม ได้แก่ มีความดันในลูกตา( IOP ) มีขั้วตาผิดปกติและสูญเสียลานสายตา (visual field) ร่วมด้วย
-
เมื่อมีแรงดันลูกตาเพิ่มมากขึ้นจะทำ
ให้ประสาทตาถูกทำลายส่งผลให้เกิดการสูญเสียประสิทธิภาพของลานสายตาและเสียสมรรถภาพของการมองเห็น
-
-
อาการ
ต้อหินระยะเฉียบพลันมีอาการปวดศีรษะมาก ปวดตามากสู้แสงไม่ได้ตามัวลงคล้ายหมอกมาบังบางคนมองเห็นแสงสีรุ้งรอบ ๆ ดวงไฟ
ต้อหินระยะเรื้อรัง ความดันของลูกตาสูงขึ้นเล็กน้อยผู้ป่üยอาจไม่
รู้สึกอาการอะไรเลย บางคนรู้สึกมึนศีรษะ ตาพร่ามัว รู้สึกเพลียตาไม่มีอาการปวด ไม่มีการเปลี่ยนแปลงของลานสายตาลานสายตาจะค่อย ๆ แคบลง
การรักษา
ต้อหินระยะเฉียบพลันต้องรีบรักษาเพื่อลดคüามดันในลูก
ตาให้ลงสู่ระดับปกติแพทย์มักให้ยาหยอดตา และยารับประทานทางปากหรือยาฉีดจนความดันลดลงสู่อาการปกติ การเห็นดีขึ้นจึงนัดผ่าตัดตามมา
ต้อหินระยะเรื้อรัง แพทย์จะให้รักษาเพื่อมิให้ยาหยอดตาและยา
รับประทานเพื่อเพิ่มการไหลออกหรือลดการผลิตน้ำอเควียสควบคุมความ
ดันลูกตาให้อยู่ในระดับปกติพร้อมนัดมาตรวจเป็นระยะ ๆ
ต้อกระจก
เป็นภาวะแก้วตา (Lens) ขุ่น เป็นผลการเปลี่ยนแปลงโปรตีนภายในแก้วตาจากที่มีลักษณะโปร่งใสเหมือนกระจกในภาวะปกติเป็นทึบแสงไม่ยอมให้แสงผ่าน ทำให้เกิดอาการตามัว มองเห็นภาพไม่ชัดเจน
สาเหตุ
-
ความผิดปกติโดยกำเนิด (Congenital cataract) ความผิดปกติในการ
เจริญเติบโตของลูกตาในเด็กทารกแรกเกิดส่วนมากเป็นกรรมพันธุ์
-
-
-
การรักษา
ต้อกระจกไม่มีการรักษาด้วยยา มีวิธีเดียวเท่านั้น คือการผ่าตัดเอา
แก้วตา ที่ขุ่นออก ซึ่งเรียกว่า ลอกต้อกระจก
ชนิดของการผ่าตัด
Intracapsular cataract extraction (IICE) การผ่าตัดนำแก้วตา
ที่ขุ่นพร้อมทั้งเปลือกหุ้มเข้าตาทั้งหมดในเวลาเดียวกัน
Extracapsular cataract extraction (ECCE)คือ การผ่าตัดเอา
แก้วตาที่ขุ่นออกพร้อมทั้งเปลือกหุ้มเข้าตาด้านหน้าโดยเหลือเปลือกหุ้ม
แก้วตาด้านหลัง
Phacoemulsification with Intraocular Lens (PE C IOL)เป็น
การผ่าตัดต้อกระจกโดยใช้คลื่นเสียงหรืออัลตราซาวด์ที่มีความถี่สูงเข้าไป
สลายเนื้อแก้วตาแล้วดูดออกมาทิ้งและจึงนำแก้วตาเทียมใสเข้าไปแทน
-
-
-
-
-
หู
-
-
การสูญเสียการได้ยิน
หมายถึง ภาวะที่มีความบกพร่องในกลไกของการได้ยิน ทําให้ผู้ป่วยมีปัญหาในการฟัง หูอื้อ ได้ยินไม่ชัดหรือมีเสียงดังในหู พบได้ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยชรา
-
-
การวินิจฉัย
1.การซักประวัติ
-
อาการร่วม เช่น ปวดหู น้ําออกหู คันหู มีเสียงดังในหู เวียนหัวบ้านหมุน อาการผิดปกติของระบบประสาท
จะช่วยบอกตําแหน่ง
ประวัติในอดีต เช่น การใช้ยาที่มีพิษต่อหู อุบัติเหตุที่ศีรษะ การผ่าตัดใบหู การได้ยินเสียงดังมากเกินไป
ประวัติบุคคลในครอบครัว มีหูหนวก เป็นใบ
2.การตรวจร่างกาย
-
-
การตรวจการได้ยินด้วยส้อมเสียง (Tuning fork) เพื่อแยกโรคหูชั้นกลางหรือเส้นประสาทหูในผู้ป่วยที่มีปัญหาการได้ยินที่ตรวจไม่พบความผิดปกติของหูชั้นนอกและเยื่อแก้วหู
-
จมูก
เป็นอวัยวะที่รับสัมผัสกลิ่่นเช่น กลิ่นอาหารและสารเคมีอื่นๆในโพรงจมูกจะมีเซลล์รับสัมผัสกลิ่นซึ่งเป็นสารเคมีอยู่ทางตอนท้ายของโพรงจมูกอยู่ถึง 7 ชนิด
กลไกการได้กลิ่น
โมเลกุลในอากาศ ช่องโพรงจมูก สัมผัสกับขน(cilia)ของเซลล์รับความรู้สึกในการดมกลิ่นซึ่งอยู่ที่เบื่อบุโพรงจมูกด้านบย ไปไซแนปส์กับเซลล์ประสาทรับกลิ่น ซึ่งจะเปลี่ยนกลิ่นเป็นกระแสประสาท วิ่งไปตามเส้นประสาทคู่ที่1 (Olfactory nerve) Olfactory bulb แปลผลที่ Temporal lobe ของ Cerebrum(ศูนย์การดมกลิ่น)
โรคที่พบได้ในจมูก
เลือดกำเดา Epistaxis
สาเหตุ เป็นภาวะที่มีเลือดออกมาทางจมูก จากการฉีกขาดของหลอดเลือดที่เยื่อบุจมูกซึ่งอาจมาจาก ได้รับบาดเจ็บ การมีสื่งแปลกปลอมเข้าไปและมีความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด รวมทั้งการติดเชื้อรวมไปถึงการมีเนื้องอกในช่องจมูก
อาการ
1.เลือดออกจากผนังกั้นจมูกส่วนหน้า(Anterior Epistaxis)พบบริเวณที่เรียกว่า Kiesselbach's plexus or little area ซึ่งเป็นบริเวณที่มีหลอดเลือดที่มาเลี้ยงจมูกรวมอยู่มาก พบมากในเด็กและคนหนุ่มสาว
2.เลือดออกจากผนังกั้นจมูกส่วนหลัง(Posterior Epistaxis)มักพบในผู้สูงอายุที่มีโรค HT หรือโรคในกลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือดทำให้เลือดออกง่ายหยุดยาก
-
Nasal polyp ริดสีดวงจมูก
-
-
อาการ คันจมูก แน่นจมูก หายใจไม่สะดวก พูดเสียงขึ้นจมูกซึ่งเป็นเรื้อรัง บางครั้งอาจไม่มีความรู้สึกในการรับกลิ่นอาจมีน้ำมูกออกเป็นหนองถ้าติ่งเนื้อเมือกอุดกั้นรูเปิดของไซนัสก็อาจทำให้เกิดมีอาการปวดที่หัวคิ้วหือโหนกแก้มเช่นเดียวกับไซนัสอักเสบ
-
-
-
Sinusitis
หมายถึงโพรงจมูกหรือช่องอากาศที่อยู่ในกระดูกของหน้ามีทางติดต่อกับช่องจมูกเรียกว่ารูเปิดไซนัส มีไซนัสอยู่4คู่คือ
-
-
-
-
-
-
-
-