Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
เด็กหญิง อายุ 7 ปี Diac : Acute Bacteria Pneumonia Underlying Disease :…
เด็กหญิง อายุ 7 ปี
Diac : Acute Bacteria Pneumonia
Underlying Disease : Down Syndrome
สาเหตุ
ตามทฤษฎี
เกิดจากภาวะติดเชื้อ จาก เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส (ไข้หวัดใหญ่ หัด และอีสุกอีใส) เชื้อรา และสารเคมี ฯลฯ โดยเชื้อโรคจะแพร่กระจายโดยการไอ จาม หรือหายในรดกันเชื้อแบคทีเรียที่พบบ่อยในปาก จมูก และ คอ เป็นโรคติดต่อชนิดเฉียบพลันที่มีการอักเสบของเนื้อปอด หลอดลมขนาดเล็ก หลอดลมฝอยถุงลม โรคปอดบวมเกิดขึ้นเมื่อระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงและปล่อยให้เชื้อโรคบางชนิดเข้าสู่ปอดและเกิดการติดเชื้อลุกลามขึ้น แม้ว่าสุขภาพจะยังดีอยู่แล้ว แต่บางครั้ง เชื้อโรคเหล่านี้แข็งแรงมากจนระบบภูมิคุ้มกันต้านไม่ได้
ผู้รับบริการ
เกิดจากภาวะติดเชื้อแบคทีเรีย ทำให้เชื้อแพร่กระจายจากการหายใจลงสู่ปอด และทำให้เกิดโรค ร่วมกับการมีโรคประจำตัวคือดาวน์ซินโดรม ทำให้ผู้รับบริการมีภูมิคุ้มกันที่ทำให้ติดเชื้อได้ง่าย จึงทำให้เชื้อลงปอดเกิด โรคปอดบวม โดยผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ แสดงให้เห็นว่า ผู้รับบริการ มีค่า Neutrophil สูงกว่าปกติ แสดงให้เก็นว่า มีการติดเชื้อในร่างกาย
ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิด
Acute Bacteria Pneumonia
ตามทฤษฏี
ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล โดยเฉพาะในแผนกผู้ป่วยหนัก (ICU)
ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหัวใจ
ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ติดเชื้อ HIV, ผู้ป่วยโรคเอดส์, ผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ ผู้ป่วยมะเร็งระหว่างการให้เคมีบำบัด หรือได้รับยากดภูมิคุ้มกันเป็นเวลานาน
ผู้ที่สูบบุหรี่ หรือคนในครอบครัวสูบบุหรี่
ผู้รับบริการ
ผู้ป่วยมีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เนื่องจากมีโรคประจำตัว คือ ดาวน์ซินโดรม
บิดาและปู่ สูบบุหรี่
อาการและอาการแสดงที่พบ
ตามทฤษฎี
ไอมีเสมหะ เจ็บหน้าอกขณะหายใจหรือไอ หายใจเร็ว หายใจหอบ หายใจลำบาก มีไข้ขึ้นสูงประมาณ 38-40 องศาเซลเซียส และอาจมีอาการจับไข้ตลอดเวลา หนาวสั่น เหงื่อออก หนาวสั่น คลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสีย อ่อนเพลีย หน้าแดง ริมฝีปากแดง ลิ้นเป็นฝ้า
ผู้รับบริการ
3 วันก่อนมาโรงพยาบาล เริ่มมีอาการไอ และทุกครั้งที่ไอมักจะมีเสมหะ ลักษณะเสมหะสีเขียว เหนียวข้น และมีการอาเจียนร่วมกับการไอ จึงไปรักษาที่รพ.สต. ให้ยา Paracetamol และยาละลายเสมหะมารับประทาน
1 วันก่อนมาโรงพยาบาล ทานยาแล้วยังไม่ดีขึ้น เริ่มมีไข้ ไอมีเสมหะเหมือนเดิม หายใจเหนื่อย
1 ชั่วโมงก่อนมาโรงพยาบาล มีไข้สูง หายใจเร็ว หายใจเหนื่อย หายใจมีหน้าอกบุ๋ม ไอมีเสมหะ จึงรีบมาโรงพยาบาล
การรักษา
ตามทฤษฎี
การให้ยาปฏิชีวนะ ใช้ในกรณีของการติดเชื้อแบคทีเรีย โดยแพทย์จะเลือกใช้ยาปฏิชีวนะตามเชื้อที่คิดว่าเป็นสาเหตุของโรคจากข้อมูลทางคลินิกและทางระบาดวิทยา อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันพบว่าการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างแพร่หลายอาจทำให้เชื้อบางชนิด เช่น Streptococcus pneumoniae มีการดื้อยาเพิ่มมากขึ้น
การรักษาแบบประคับประคองตามอาการ สำหรับผู้ป่วยโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัส และเชื้ออื่นๆ ซึ่งแพทย์อาจพิจารณาให้ยาลดไข้ ยาขยายหลอดลม ยาละลายเสมหะ ในรายที่มีอาการรุนแรงอาจจำเป็นต้องให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ ให้ออกซิเจน และทำกายภาพบำบัดทรวงอก เป็นต้น
การรักษาภาวะแทรกซ้อน เป็นกรณีที่พบได้ในกลุ่มเสี่ยง โดยภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยได้แก่ เชื้อแบคทีเรียแพร่กระจายจากปอดเข้าสู่กระแสเลือดส่งผลให้อวัยวะอื่นๆ ติดเชื้อตามไปด้วย บางรายอาจพบฝีในปอด หรือเกิดภาวะมีน้ำในโพรงเยื่อหุ้มปอดที่จำเป็นต้องเจาะหรือดูดออก ในรายที่อาการรุนแรงมาก ผู้ป่วยอาจเกิดภาวะหายใจล้มเหลวซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตและจำเป็นต้องใส่ท่อเข้าหลอดลมร่วมกับเครื่องช่วยหายใจ
ผู้รับบริการ
ได้รับ HHHFNC 25 LPM fiO2 0.6 หลังอาการดีขึ้นได้เปลี่ยนมาเป็น O2 Cannular
ได้รับยาพ่น Ventolin 1 NB + NSS up to 4ml NB q 6 hr และ Adrenaline 1 ml + NSS up to 4 ml NB q 6 hr
ได้รับยาปฏิชีวนะ Ceftriaxone (75 mg/kg/Day) 1.5 gm IV q 24 hr v stat
ปัญหาทางการพยาบาล
ตามทฤษฎี
พร่องออกซิเจนเนื่องจากปอดติดเชื้อ
ผู้รับบริการ
มีภาวะพร่องออกซิเจนเนื่องจากมีเสหะอุดกั้นบริเวณทางเดินหายใจ
ประสิทธิภาพการหายใจลดลง เนื่องจากมีภาวะติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ