Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
12.จิตวิทยาและมนุษยสัมพันธ์ในการส่งเสริม และพัฒนาการเกษตร - Coggle Diagram
12.จิตวิทยาและมนุษยสัมพันธ์ในการส่งเสริม
และพัฒนาการเกษตร
12.1แนวคิดและทฤษฎีทางจิตวิทยาและมนุษยสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริม
และพัฒนาการเกษตร
ความรู้เกี่ยวกับจิตวิทยาและมนุษยสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมและ
พัฒนาการเกษตร
ความรู้เกี่ยวกับจิตวิทยาที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร
ความหมาย:จิตวิทยา (Psychology) หมายถึง การศึกษาเชิงวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับ
พฤติกรรมและกระบวนการทางจิต โดยพฤติกรรมเป็นการกระทำและการตอบสนองที่สามารถวัดและสังเกตได้โดยตรง ส่วน จิต เป็นสภาวะและกระบวนการภายในี่ไม่สามารถ
สังเกตได้โดยตรง แต่ต้องอาศัยการสังเกตหรือการวัดพฤติกรรม
ขอบเขตของจิตวิทยาตามระดับ
พฤติกรรม
มิติทางด้านปัจเจกบุคคล
มิติทางด้านปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคล
มิติทางด้านกระบวนการกลุ่ม
ความสำคัญของจิตวิทยา
ช่วยทำให้บุคคลรู้จัก เข้าใจ และเกิดการยอมรับในตนเองมากขึ้น
ช่วยทำให้ รู้จัก เข้าใจ และยอมรับในตัวผู้อื่นมากขึ้น
ช่วยให้คนในสังคมแสดงพฤติกรรมที่เหมาะสมตามแนวทางของกฎเกณฑ์ทางสังคม
ประโยชน์ของจิตวิทยา
ต่อตนเอง/ต่อสังคม/ด้านอื่นๆ
ความรู้เกี่ยวกับมนุษยสัมพันธ์ในการส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร
ความหมายของมนุษยสัมพันธ์
ตามศัพท์:การติดต่อ ความเกี่ยวข้องกัน
ความสัมพันธ์กัน
ทั่วไป:การเข้ากับคนอื่นได้การติดต่อสัมพันธ์กัน
ระหว่างบุคคล เพื่อให้เกิดความเข้าใจอันดีต่อกัน
ในศาสตร์ต่าง ๆ
ศาสตร์ทางจิตวิทยา:การแสดงพฤติกรรมต่อ
กันในระบบสังคม
ศาสตร์สังคมวิทยา:การมีพฤติกรรมโต้ตอบกันระหว่างมนุษย์ใน
สังคมเดียวกัน
ทางการเรียนรู้ในลักษณะสาขาวิชา:วิชาที่ว่าด้วยกระบวนการจูงใจ
คนอย่างมีประสิทธิภาพในการเข้ากับคนและครองใจคน ด้วยความเข้าใจอันดี
ทางการสร้างความพอใจในงาน:ิชาที่ว่าด้วยศาสตร์และ
ศิลป์ในการสร้างเสริมความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลเพื่อให้ได้มาซึ่งความรักใคร่นับถือ
ยที่ใช้ในองค์การ:ศาสตร์และศิลป์แห่งการเสริมสร้าง
ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในองค์การ
ความสำคัญ
การดำเนินชีวิตครอบครัว
การดำเนินชีวิตและการดำรงอยู่ของชีวิตทางสังคม
การดำเนินชีวิตในองค์การ
เศรษฐกิจ
การเมืองการปกครอง
การเรียนรู้
ประโยชน์
ช่วยให้เข้าใจธรรมชาติ และพฤติกรรมของคน
ช่วยให้เข้าใจความต้องการของคนอื่น
ก่อให้เกิดการร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ
ทำให้เกิดความราบรื่นในการคบหาสมาคมกับผู้อื่น
กระตุ้นให้บุคคลมีจิตใจดี มีเมตตา กรุณาต่อบุคคลอื่น
ช่วยลดความขัดแย้ง
ช่วยให้ชีวิตมีความสุข
ทำให้เกิดความสามัคคีและความพร้อมเพรียงในหมู่คณะ
ช่วยให้เกิดขวัญ กำลังใจในการทำงาน
ช่วยให้การพัฒนาประเทศ เจริญก้าวหน้า
จิตวิทยาเกี่ยวกับการรับรู้และการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับการสjงเสริมและ
พัฒนาการเกษตร
แนวคิดของจิตวิทยาที่เกี่ยวกับการรับรู้ในการส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร
ความหมายของการรับรู้
องค์ประกอบการรับรู้
กระบวนการรับรู้
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการรับรู้
แนวคิดและทฤษฎีจิตวิทยาที่เกี่ยวกับการเรียนรู้ในการส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร
ความหมายของการเรียนรู้:กระบวนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมจากเดิม
ไปสู่พฤติกรรมใหม่ที่ค่อนข้างถาวร
ลักษณะที่สำคัญเกี่ยวกับการเรียนรู้
องค์ประกอบการเรียนรู้:แรงขับ/สิ่งเร้า/การตอบสนอง/การเสริมแรง
ทฤษฎีการเรียนรู้ที่สำคัญ
ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มพฤติกรรมนิยม
ทฤษฎีการเชื่อมโยง
ทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิค
ทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบการกระทำ
ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มปัญญานิยมหรือพุทธินิยม
ทฤษฎีของกลุ่มเกสตัลท
ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจต
ทฤษฎีการเรียนรู้โดยการค้นพบของบรุนเนอร์
ทฤษฎีการเรียนรู้ 8 ขั้น ของกาเย่
ทฤษฎีประมวลสารสนเทศ
ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มปัญญาสังคมหรือสังคมเชิงพุทธิปัญญา
ทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคมเชิงพุทธิปัญญา
ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มมนุษยนิยม
ทฤษฎีการเรียนรู้ของมาสโลว
ทฤษฎีการเรียนรู้ของโรเจอร์ส
) แนวคิดเกี่ยวกับการเรียนรู้ของโคมส์
แนวคิดเกี่ยวกับการเรียนรู้ของโนลส์
ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มสร้างสรรค์ทางปัญญานิยม
ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มสร้างสรรค์ทางปัญญานิยม
ทฤษฎีการสร้างความรู้ใหม่โดยผู้เรียนเองหรือทฤษฎีคอนสตรัคชั่นนิสซึ่ม
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเรียนรู้
จิตวิทยาที่เกี่ยวกับแรงจูงใจ การสื่อสาร และทัศนคติที่เกี่ยวข้องกับการ
ส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร
แนวคิดและทฤษฎีจิตวิทยาที่เกี่ยวกับแรงจูงใจในการส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร
ความหมายของแรงจูงใจซแรงผลักดันภายในที่ไม่สามารถสังเกตเห็นได้ซึ่งก่อตัวขึ้นจนกลายเป็นแรงกระตุ้นและบังคับให้บุคคลแสดง
พฤติกรรมตอบสนอง โดยมีการกำหนดทิศทางการตอบสนองนั้น
การจูงใจ หมายถึง “สภาวะภายในของบุคคลที่ถูกกระตุ้นหรือผลักดันโดยแรงจูงใจ ให้แสดงพฤติกรรมที่อย่างมีทิศทางและต่อเนื่อง เพื่อนำไปสู่การบรรลุตามจุดมุ่งหมาย”
ลักษณะของแรงจูงใจซภาายใน/ภายนอก
ความสำคัญของการจูงใจ
ทฤษฎีการจูงใจ
ทฤษฎีที่เน้นเนื้อหาของการจูงใจ
ทฤษฎีลําดับขั้นความต้องการของมาสโลว์
ทฤษฎีสองปัจจัยของเฮิร์ซเบิร์ก
ทฤษฎีความต้องการของแมคเคลแลนด์
ทฤษฎี X และทฤษฎี Y ของแมคเกรเกอร
ทฤษฎีที่เน้นกระบวนการในการจูงใจ
ทฤษฎีความคาดหวังของวรูม
ทฤษฎีความเสมอภาคหรือความเท่าเทียม
ทฤษฎีการเสริมแรงของการจูงใจ
แนวคิดและทฤษฎีจิตวิทยาที่เกี่ยวกับการสื่อสารในการส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร
ความหมายของการสื่อสาร:กระบวนการซึ่งคนเรามีปฏิกิริยาต่อ
กันและกันเพื่อความมุ่งหมายที่จะให้เกิดการผสมกลมกลืนกันทั้งในระหว่างบุคคลและภายในตัวบุคคล
ผู้นั้นเอง
ความสำคัญของการสื่อสาร
เป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย
ก่อเกิดความเข้าใจกันระหว่างบุคคลและสังคม
การสื่อสารเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาความเจริญก้าวหน้า
ช่วย
สืบทอดวัฒนธรรมประเพณ
ช่วยธำรงสังคม
ให้อยู่ร่วมกันเป็นปกติสุขและอยู่ร่วมกันอย่างสันติ
องค์ประกอบที่สำคัญของการสื่อสาร
ผู้ส่งสาร
สาร
สื่อ หรือช่องทาง
ผู้รับสาร
ผลการสื่อสาร
รูปแบบจำลองและทฤษฎีการสื่อสาร
SMCR ของเบอร์โล
เชิงเส้นตรงของแชนนันและวีเวอร์
ชแรมม์
แนวคิดและทฤษฎีจิตวิทยาที่เกี่ยวกับทัศนคติในการส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร
ความหมายของทัศนคติ หมายถึงผลจากผสมผสานระหว่างความนึกคิด ความเชื่อ
ความคิดเห็น ความรู้และความรู้สึกของบุคคลที่มีต ต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใด คนใดคนหนึ่งจากประสบการณ์ของแต่ละบุคคล ทางบวกและลบเกิดการยอมรับและตอบโต้ ก่อให้เกิดพฤติกรรมใดพฤติกรรมหนึ่ง
องค์ประกอบของทัศนคติ
ด้านความรู้/ด้านความรู้สึก/ด้านพฤติกรรม
ปัจจัยที่ก่อให้เกิดทัศนคติ
การทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทัศนคติ
ทฤษฎีเกี่ยวกับทัศนคติ
การวางเงื่อนไขและการให้แรงเสริม
ทฤษฎีสิ่งล่อใจ
ทฤษฎีความสอดคล้องกันในการรับรู้
ทฤษฎีความขัดแย้งทางความคิด
ทฤษฎีการเปลี่ยนแปลงทัศนคติโดยการปรับตัวให้เข้ากับสังคม
ทฤษฎีเกี่ยวกับการมีส่วนร่วม
ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับมนุษยสัมพันธ์ในการส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร
กลุ่มทฤษฎีแรงจูงใจ
ทฤษฎีพฤติกรรมนิยม
ทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคม
ทฤษฎีพุทธินิยม
ทฤษฎีมนุษยนิยม
ทฤษฎีความคาดหวัง
ทฤษฎีความเป็นธรรม
ทฤษฎีความต้องการของมนุษย์
ทางกายภาพ
รความมั่นคงปลอดภัย
ทางสังคม
ได้รับการยกย่องสรรเสริญในสังคม
ความสำเร็จสมหวังในชีวิต
ทฤษฎีสองปัจจัยของเฮิร์ซเบิร์ก
ปัจจัยอนามัย
ปัจจัยจูงใจ
12.2 การประยุกต์แนวคิดและทฤษฎีทางจิตวิทยาและมนุษยสัมพันธ์ไปใช้ในการ
ส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร
การประยุกต์หลักจิตวิทยาไปใช้ในการส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร
จิตวิทยากับงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร
เพื่อให้บุคคลเป้าหมายเกิดการเรียนรู้(Learning)
และยอมรับนวัตกรรมนั้น
เป้าหมายในการใช้จิตวิทยาในการส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร
พื่อส่งเสริมบรรยากาศที่ดีระหว่างนักส่งเสริมและตัวเกษตรกร
เพื่อเป็นกำลังใจให้เกษตรกรแสดงความรู้เพิ่มมากขึ้น
เพื่อแสดงความพึงพอใจในตัวเกษตรกร
เพื่อให้การชมเชยแก่เกษตรกร
หลักการใช้จิตวิทยาในการส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร
เข้าใจการเปลี่ยนแปลงอัตมโนทัศน์
ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของเกษตรกร
คำนึงถึงความพร้อมที่จะเรียนรู้
ตระหนักถึงความมุ่งหมายของการเรียนรู้ของเกษตรกร
เข้าใจในหลักการทำงานกับเกษตรกรเป็นรายบุคคล
เข้าใจในหลักการทำงานกับเกษตรกรเป็นรายกลุ่ม
เข้าใจในหลักการทำงานกับเกษตรกรเป็นแบบมวลชน
การประยุกต์จิตวิทยาที่เกี่ยวกับการรับรู้และการเรียนรู้ไปใช้ในการส่งเสริม
และพัฒนาการเกษตร
การประยุกต์จิตวิทยาที่เกี่ยวกับการรับรู้ไปใช้
การส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มโดยคำนึงถึงกฎการรับรู้ของกลุ่มเกสตัลท
การสร้างความประทับใจระหว่างบุคคลตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกัน
การผลิตและใช้สื่อโดยคำนึงถึงคุณลักษณะของสิ่งเร้า
การดำเนินงานส่งเสริมการเกษตรโดยคำนึงถึงบุคคลเป้าหมาย
การสนับสนุนการตัดสินใจ
การประยุกต์จิตวิทยาที่เกี่ยวกับการเรียนรู้
ความพร้อมในการเรียนรู้ของผู้เรียน
ความแตกต่างระหว่างบุคคลและวิธีการเรียนรู้ของผู้เรียน
การมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ของผู้เรียน
การกำหนดวัตถุประสงค์การเรียนรู้ให้ชัดเจน
การจัดระบบเนื้อหาสาระและการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับผู้เรียน
การกระทำและการรับรู้ผ่านประสาทสัมผัสหลายทาง
การถ่ายโอนการเรียนรู้
การประยุกต์จิตวิทยาที่เกี่ยวกับแรงจูงใจการสื่อสารและทัศนคติไปใช้ในการ
ส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร
การประยุกต์จิตวิทยาที่เกี่ยวกับการจูงใจไปใช้
ข้อควรคำนึงถึงในการสร้างแรงจูงใจ
วิธีการสร้างแรงจูงใจ
การประยุกต์จิตวิทยาที่เกี่ยวกับการสื่อสารไปใช้
ขั้นความรู้/ขั้นการชักชวน/ขั้นการตัดสินใจ/ขั้นการนำไปปฏิบัติ/ขั้นการยืนยันการตัดสินใจ
การประยุกต์จิตวิทยาเกี่ยวกับทัศนคติไปใช้
การเปลี่ยนทัศนคติต่อตนเอง/การสร้างและเปลี่ยนทัศนคติที่ดี
การประยุกต์ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับมนุษยสัมพันธ์ไปใช้ในการส่งเสริมและ
พัฒนาการเกษตร
การสร้างแรงจูงใจ
ทฤษฎีพฤติกรรมนิยม
ทฤษฎีความคาดหวัง
ทฤษฎีความเป็นธรรม
การตอบสนองความต้องการของเกษตรกร
ทฤษฎีความต้องการความสัมฤทธิผลของแมคเคลแลนด์
ทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์
12.3 การสร้างมนุษยสัมพันธ์ในการส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร
แนวคิดเกี่ยวกับการสร้างมนุษยสัมพันธ์ในการส่งเสริม
และพัฒนาการเกษตร
ความสำคัญ
สามารถเข้าใจตนเองและผู้อื่น
ได้รับความร่วมมือในการทำงานจากบุคลากรในหน่วยงานต่าง ๆ
ทำให้เกิดการพัฒนางานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร
ประโยชน์ของการสร้างมนุษยสัมพันธ์
ทำให้ผู้ที่มีมนุษยสัมพันธ์ดีสามารถเข้ากับคนอื่นได้ง่าย
เป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดความสำเร็จในการทำงาน
เพื่อเชื่อมโยงให้บุคลากรทุกฝ่ายทำงานร่วมกันให้บรรลุผลสำเร็จ
ทำให้สังคมมีคุณภาพ
ขอบเขตของการสร้างมนุษยสัมพันธ์
ภายในและภายนอกองค์การรส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร
การสร้างมนุษยสัมพันธ์ในการส่งเสริม
และพัฒนาการเกษตร
การสร้างมนุษยสัมพันธ์ในองค์การ
เพื่อนร่วมงาน/บผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชา
การสร้างมนุษยสัมพันธ์กับบุคคลภายนอกองค์การ
บุคลากรของหน่วยงานอื่น
เกษตรกร
แนวทางและข้อควรพิจารณาในการสร้างมนุษยสัมพันธ์
ในการส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร
แนวทางการสร้างมนุษยสัมพันธ์
การสนใจในตัวบุคคลอื่น
การยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่เสมอ
การจำชื่อบุคคลต่าง ๆ
การเป็นผู้ฟังที่ดี
การพูดในเรื่องที่ผู้ฟังสนใจ
การรู้จักยกย่องบุคคลอื่น
การรู้จักถ่อมตน
การมีความร่วมรู้สึกหรือการเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น
การมีใจยุติธรรม
แนวปฏิบัติต่อผู้อื่นเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดี
การให้ความสนใจ/ยิ้มแย้มแจ่มใส/แสดงการจำได้/คู่สนทนาที่ดี/รับฟังความคิดเห็น/นับถืออาวุโส/มีน้ำใจ/แสดงความชื่นชมยินดี
ข้อควรพิจารณาในการเสริมสร้างมนุษยสัมพันธ์
ระวังบุคลิกภาพ ไม่พึงประสงค์/การโต้แย้ง การโต้เถียงเพื่อเอาชนะ/การตำหนิติเตียนผู้อื่นทั้งต่อหน้าและลับหลัง
การพูดเพ้อเจ้อ นินทาว่าร้าย/การไม่สนใจฟังผู้อื่น/การแสดงความอิจฉาริษยา
การไม่รักษาสัจจะ/ชอบจู้จี้จุกจิก/แสดงการไม่จริงใจ/ความไม่คงเส้นคงวา
การโจมตีแรงจูงใจ/การคิดแบบถืออัตตา/การคิดแบบถือพวกทางสังคม
การแสดงความมีอคติใจแคบ/ความโมโหฉุนเฉียว/การเลือกที่รักมักที่ชัง