Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การแสดงพื้นบ้านอาเซียน ประเทศ จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลี - Coggle Diagram
การแสดงพื้นบ้านอาเซียน ประเทศ
จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลี
อินเดีย
ภารตนาฏยัม (Bharat natyam)
บุคคลสำคัญ
เอลวิส เพรสลีย์ (Elvis Presley)
นักดนตรีและนักแสดงชาวอเมริกัน หรือที่เรารู้จักกันในฉายา "ราชาแห่งร็อคแอนด์โรล" เพราะไม่ว่าจะเป็นการเต้นหรือการร้องเพลง เขาก็สามารถถ่ายทอดออกมาได้อย่างลึกซึ้งกินใจ และยังเป็นสัญลักษณ์ของวงการดนตรีในยุคนั้นอีกด้วย
1.ลักษณะการแสดง ผู้แสดงต้องได้รับการฝึกฝนอย่างมีแบบแผน ด้วยระยะเวลายาวนานจนมีฝีมือยอดเยี่ยม สามารถเครื่องไหวร่างกายได้สอดคล้องกับจังหวะดนตรี เนื้อหาสาระของการแสดง สะท้อนสัจธรรมที่ปลูกฝังยึดมั่นในคำสอนของศาสนา แสดงได้ทุกสถานที่ ไม่เน้นเวที ฉาก เพราะความโดดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ของภารตะนาฏยัม คือลีลาการเต้น และการ่ายรำ
เป็นนาฏศิลป์ที่เก่าแก่ที่สุดในอินเดีย มีส่วนสำคัญในพิธีของศาสนาฮินดูสมัยโบราณ สตรีฮินดูจะถวายตัวรับใช้ศาสนาเป็น “เทวทาสี” ร่ายรำขับร้อง บูชาเทพในเทวาลัย ซึ่งจะเริ่มฝึกตั้งแต่อายุ 5 ขวบ ศึกษาพระเวท วรรณกรรม ดนตรี การขับร้องของเทวทาสีเปรียบประดุจนางอัปสรที่ทำหน้าที่ร่ายรำบนสวรรค์
อ้างอิง
https://www.gotoknow.org/posts/408293
2.ดนตรี ที่ใช้ประกอบการแสดง ในวงดนตรีจะมีผู้ขับร้อง 2 คน คนหนึ่งจะตีฉิ่ง คอยให้จังหวะแก่ผู้เต้น อีกคนจะเป็นผู้ขับร้องและตีกลองเป็นหัวใจสำคัญของการแสดงภารตะนาฏยัม ส่วนเครื่องดีด และเครื่องเป่า เช่น ขลุ่ย เป็นเพียงส่วนประกอบให้เกิดความไพเราะเท่านั้น
3.เครื่องแต่งกาย ในยุคโบราณ จากหลักฐานที่ปรากฏตามรูปปั้น รูปแกะสลัก ไม่สวมเสื้อ สวมแต่ผ้านุ่งยาวแค่เข่า ใส่เครื่องประดับ สร้อยคอ ต่างหู กำไล ข้อมือ ข้อเท้า ต้นแขน ปละเครื่องประดับที่ศีรษะ ปัจจุบันสวมเสื้อ ยึดหลักการแต่งกายสตรีที่เป็นชุดประจำชาติของอินเดีย แต่สมัยใหม่ก็ได้มีการปรับปรุงให้สวยงามมากยิ่งขึ้น
ญี่ปุ่น
การแสดงคาบูกิ
เป็นศิลปะการแสดงดั้งเดิมตั้งแต่สมัยเอโดะของญี่ปุ่น มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมมายาวนาน อีกทั้งยังได้รับการยกย่องจากยูเนสโก้ให้การแสดงนี้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้เมื่อ ปี ค.ศ.2008
จะมีการแสดงออกและเคลื่อนไหวด้วยท่าทางคือ การร้องไห้ เสียใจ ดีใจ โกรธ ฯลฯ โดยมีอยู่ 2 ประเภท คือเรื่องราวของซามูไรหรือตำนานวีรบุรุษ เรื่องความรัก โศกนาฎกรรม ในเรื่องราวมักดัดแปลงจากวรรณกรรมที่มีชื่อเสียง นักแสดงจะมีการเคลื่อนไหวอย่างกระฉับกระเฉงกับท่วงท่า ลีลา ทั้งการเต้นและการร้องที่มีชั้นเชิง เพื่อสื่อความรู้สึกอย่างลึกซึ้ง การออกแบบเครื่องแต่งกายมีความประณีต การแต่งหน้ามีสีสันและเป็นเอกลักษณ์ที่เรียกว่า คุมาโดริ ด้วยทั้งหมดนี้เป็นองค์ประกอบสำคัญของการแสดงละคร Kabuki
อ้างอิง
https://holifestivaljapan.com
สืบค้นเมื่อวันที่ 15/11/2565
บุคคลสำคัญ
ฟูจิมะ อิซึกิ (Fujima Itsuki)
ประวัติส่วนตัว เกิดเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2548 ที่กรุงโตเกียวของประเทศญี่ปุ่น เป็นลูกชายแหวนของตระกูล มัตสึโมโตะ ตระกูลนักแสดงคาบูกิชื่อดังของแดนปลาดิบ
หนุ่มหน้าหวานเจ้าของตำแหน่ง “เจ้าชายคาบูกิ” อันดับ 1 ของญี่ปุ่น
เมื่อเขาอายุได้เพียง 2 ปี “ฟูจิมะ อิสึกิ” ได้เปิดตัวเป็นนักแสดงคาบูกิอาชีพอย่างเป็นทางการที่โรงภาพยนตร์คาบูกิซะ จากนั้นในปี 2552 ก็กลับมาแสดงละครคาบูกิอีกครั้ง ด้วยความที่หน้าตาน่ารักดูแล้วละมุนตาก็ทำให้เขาได้มีโอกาสก้าวเท้าเข้าวงการละครตั้งแต่อายุ 8 ขวบ เล่นละครเรื่องแรกชื่อว่า “Tsuma wa, Kunoichi” และเมื่อแตกเนื้อหนุ่มอายุย่างเข้า 16 ปี ก็ได้เล่นหนังใหญ่ชื่อว่า “Cider no You ni Kotoba ga Wakiagaru
อ้างอิง
https://thejoi.com/itsuki-fujima
สืบค้นเมื่อวันที่ 15/11/2565
จีน
การแสดงงิ้ว
เป็นการแสดงที่ผสมผสานการขับร้องและการเจรจาประกอบกับลีลาท่าทางของนักแสดงให้ออกเป็นเรื่องราว โดยสมัยนั้นได้นำเอาเหตุการณ์ต่าง ๆ ในพงศาวดารและประวัติศาสตร์มาดัดแปลงเป็นบทแสดง รวมทั้งยังมีการนำเอาความเชื่อทางประเพณีและศาสนาเข้าไปผสมผสานกับการแสดงงิ้ว
ส่วนใหญ่จะเป็นงิ้วท้องถิ่น ส่วนงิ้วระดับประเทศ เช่น งิ้วปักกิ่ง เป็นงิ้วที่มีชื่อเสียงมากที่สุด ปัจจุบันงิ้วได้รับการยอมรับจากองค์การยูเนสโก และยกระดับงิ้วให้เป็น ‘มรดกโลก’
อ้างอิง
http://chinesedots.blogspot.com/2009/10/blog-post.html
http://www.digitalschool.club/digitalschool/art/music1_2/lesson3/page09.php
สืบค้นวันที่ 15/11/2565
เครื่องแต่งกาย แต่งตามชุดประจำชาติ มีชุดจักรพรรดิ ชุดขุนนาง เครื่องทรงเสื้อเกราะ มงกุฎจักรพรรดิ หมวกขุนนาง นักรบ รองเท้าเป็นรองเท้าผ้าพื้นเรียบ ผู้แสดงแต่งหน้าเองตามบทบาทที่แสดง
ดนตรี และการขับร้อง เป็นส่วนประกอบที่สำคัญในการแสดง ซึ่งเครื่องดนตรีประเภทบุ๋นประกอบด้วยเครื่องดีด เครื่องสี ส่วนเครื่องดนตรีประเภทบู๊ เครื่องกระทบ ลักษณะการขับร้องนับว่าเป็นหัวใจสำคัญ เพราะผู้ชมต้องการฟังความไพเราะของการขับร้องเพลงมากกว่าการติดตามดูเพื่อให้ทราบเนื้อร้อง
เทคนิคการแสดง แสดงตามทฤษฎีการเคลื่อนไหวทุกส่วนของร่างกาย มีจังหวะสง่างาม การเคลื่อนไหวของมือ เท้า การเดิน การเคลื่อนไหวของหนวดเครา ชายเสื้อ ขนนกที่ประดับอยู่บนศีรษะจะคล้ายกับละครใบ้ ใช้สัญลักษณ์แทนความหมาย
เวที ฉาก และอุปกรณ์ที่ใช้ในการแสดง สมัยโบราณเวทีมักสร้างด้วยอิฐ หิน เรียกว่า "สวนน้ำชา" หรือ "โรงน้ำชา" เวทีชั่วคราวสร้างด้วยไม้รูปสี่เหลี่ยม มีหลังคา ยึดด้วยเสา 4 ตัว พื้นเวทีปูด้วยเสื่อหรือพรม อุปกรณ์โต๊ะ 1 ตัว เก้าอี้ 2 ตัว ไม่มีม่านด้านหน้า อาวุธ เช่น ดาบ หอก ธนู หลาว ทวน กระบอง
ประเภท และบทบาทตัวละคร ตัวละครชายกับหญิงแบ่งออกเป็น "บู๊และบุ๋น" โดยประเภทที่แสดงบู๊จะต้องแสดงกายกรรม ส่วนประเภทที่แสดงบุ๋นจะเน้นที่การขับร้อง และการแสดงอารมณ์ แต่ถ้าแสดงบทบาทที่คาบเกี่ยวกัน จะเรียกตัวละครนั้นว่า "บู๊บุ๋น"
บุคคลสำคัญ
แจ๊คกี้ ชาน หรือ เฉินหลง มีชื่อจริงว่า เฉิน กั่งเซิง
เกิดวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2497
อายุได้เจ็ดขวบ เขาได้เข้าเรียนที่โรงเรียนอุปรากรจีน (เรียนงิ้ว)พออายุได้ 17 ปี วงการงิ้วหมดความนิยมลงจึงหันไปเข้าร่วมทีมสตันท์ในวงการหนังฮ่องกงเรื่องแรกที่ได้เข้าร่วมฉากกับบรู๊ซ ลี คือ Fist of fury ไอ้หนุ่มซินตึ๊งล้างแค้น โดยที่ผู้กำกับได้เซ็นสัญญาไว้ว่าจะให้เฉินหลงแสดงหนัง10เรื่อง แต่ไม่มีเรื่องไหนที่ประสบความสำเร็จ
ในปี1978เฉินหลงได้แสดงหนังเรื่อง Snake in the Eagles shadow หรือ ไอ้หนุ่มพันมือ หนังกังฟู-คอมเมดี้ ทำให้เฉินหลงกลายเป็นคนดังเพียงแค่ชั่วข้ามคืนหลังจากนั้นจึงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง
ในปี1980ได้มีโอกาสแสดงหนังฮอลลีวู้ดแต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ต่อมาในปี 1985 แสดงหนังเรื่อง วิ่งสู้ฟัด ทำให้ได้รับรางวัลตุ๊กตาทองฮ่องกง และต่อมาก็ได้แสดงหนังฮอลลีวู้ดอีกหลายเรื่อง
ในปี2546 ได้ตัดสินใจลาออกจาก Gloden Harvest แล้วมาเปิดบริษัทของตัวเองในนาม JCE (Jackie Chan Emperor Movies Limited) หนังเรื่องแรกคือ The Medallion ฟัดอมตะ
อ้างอิง
https://entertainment.trueid.net/detail/a1kVenjM9BwN
เกาหลี
บูแชชุม (Buchaechum)
การเต้นรำนี้แสดงในงานเฉลิมฉลองและงานต่างๆ มากมายในเกาหลี และได้รับความนิยมไปทั่วโลก นักเต้นใช้พัดขนาดใหญ่ที่วาดด้วยดอกโบตั๋นสีชมพูเพื่อสร้างรูปแบบต่างๆ ที่เป็นตัวแทนของภาพต่างๆ เช่น นก ดอกไม้ ผีเสื้อ มังกร และคลื่น เป็นต้น บูแชชุม มักจะดำเนินการกับเพลงพื้นบ้านหรือการบรรเลงเดี่ยวคลอ แม้ว่าศาลและเพลงพิธีกรรมมักจะถูกใช้เป็นอย่างดี การเต้นรำขึ้นชื่อในด้านการแสดงเทคนิคคลาสสิกที่สง่างามและสง่างามในรูปแบบที่เหมาะสำหรับผู้ชมสมัยใหม่
อ้างอิง :
https://hmong.in.th/wiki/Fan_dance_(Korea
)
1.ลักษณะการแสดง
เป็นการเต้นรำแบบนีโอคลาสสิกของเกาหลีที่มีพื้นฐานมาจากการเต้นรำตามประวัติศาสตร์และศาสนาต่างๆ มักจะดำเนินการโดยกลุ่มนักเต้นหญิง
อ้างอิง :
https://hmong.in.th/wiki/Fan_dance_(Korea
)
2.ลักษณะดนตรี
เป็นการบรรเลงท่วงทำนองเพลงแบบ "อารีรัง"
บรรเลงคลอจังหวะแช่มช้า
อ้างอิง :
https://www.facebook.com/theworldofpatricklau/photos/a.110493210579017/131434998484838/?type=3
3.เครื่องแต่งกาย
รำพัดแบบดั้งเดิมของเกาหลี ส่วนใหญ่ใช้นักเต้นผู้หญิง มักใส่ชุดฮันบกสีสันสดใสขึ้นแสดง
อ้างอิง :
https://twitter.com/femmiita/status/1033181035524120576
บุคคลสำคัญ
บูแชชุม (Buchaechum) ก่อตั้งในปี 1954 โดยนักเต้น คิมแพ็คบง
(Kim Baek-bong) ซึ่งได้รับอิทธิพลจากการเต้นรำแบบชามานิกของเกาหลีและศาลโชซอนแบบดั้งเดิมและการเต้นรำพื้นบ้าน
สืบค้นเมื่อวันที่ 15/11/2565