Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
กระบวนการเปลี่ยนแปลงระบบผิวหนังในผู้สูงอายุ - Coggle Diagram
กระบวนการเปลี่ยนแปลงระบบผิวหนังในผู้สูงอายุ
ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของผิวหนัง
ปัจจัยภายใน Intrinsic factor คือความเสื่อมของเซลล์ตามเวลา เซลล์มีการแบ่งตัวได้ช้าลง การซ่อมแซมเซลล์เพื่อสร้างเซลล์ใหม่ลดลง รวมทั้งการเกิดอนุมูลอิสระ ทำให้เกิดการสะสมของเสีย เกิดกลไกการทำลายเซลล์มากขึ้น
ปัจจัยภายนอก Extrinsic factor เป็นผลจากสิ่งแวดล้อม เช่น การโดนแดด, มลภาวะในแสงแดด ประกอบด้วย UVA, UVB ซึ่งมีผลในการทำลาย DNA ของเซลล์ผิวหนัง มีผลทำให้เซลล์มีการทำลาย ร่วมกับมีการเกิดอนุมูลอิสระที่มากขึ้น ส่งผลทำให้เซลล์เสื่อมสภาพลง
ทฤษฎีความสูงอายุที่สอดคล้อง
ทฤษฎีการเชื่อมตามขวาง (Cross - Linking Theory) หรือทฤษฎีคอลลาเจน (Collagen Theory)
เชื่อว่าความสูงอายุว่าเมื่อมีอายุมากขึ้นโปรตีนบางตัวจะเปลี่ยนแปลง ลักษณะไขว้ขวางกันและอาจจะขัดขวางกระบวนการเผาผลาญในร่างกาย โดยอุดกั้นทางเดินระหว่างภายนอกกับภายในของเซลล์สารอาหารและของเสียที่เกิดขึ้น หน้าที่การทำงานจึงลดลง
สารไขว้ขวาง
สารที่อยู่ภายในเซลล์
คอลลาเจน
เป็นผลให้เกิดความเสื่อมของอวัยวะ
เลนซ์ในลูกตา ทำให้มีความทึบแสงมากขึ้นและกลายเป็นต้อกระจก (Cataracts)
ผิวหนัง
ผนังหลอดเลือด
อิลาสติน
สารที่อยู่นอกเซลล์เป็นกลุ่มสารเส้นใยโปรตีนที่ประกอบเป็นโครงล่างของร่างกายเป็นเนื้อเยื่อประคับประครองและให้ความแข็งแรง พบมากในผิวหนัง กระดูกและกล้ามเนื้อ
การประยุกต์ใช้
กระตุ้นให้ผู้สูงอายุออกกำลังกาย แบบยืดเหยียด (flexibility) จะช่วยป้องกันการยึดติดแข็งของกล้ามเนื้อ เอ็นและข้อ ร่างกายเคลื่อนไหวคล่อง ช่วยป้องกันการหกล้มได้
กระบวนการเปลี่ยนแปลงตามวัยของผู้สูงอายุ
ผิวหนัง
พบการเปลี่ยนแปลงได้คือใบหน้าและส่วนต่างๆ จะมีการ "เหี่ยวย่น" เพราะปริมาณไขมันใต้ผิวหนังน้อยลง "ผิวหน้าซีด" ไม่มีน้ำมีนวลเหมือนหนุ่มสาวเพราะเส้นเลือดฝอยบริเวณใบหน้าลดน้อยลง "ความยืดหยุ่นน้อยลง" เพราะคอลลาเจนและอิลาสตินบริเวณผิวหนังลดจำนวนลง บางคนมี "ตุ่มนูนคล้ายหูด/กระเนื้อ" (Seborrheic Keratosis) เกิดจากการอุดตันของต่อมไขมัน "ฝ้า/กระ/จุดด่าง" (Age Spots) เกิดจากเม็ดสีที่ผิวหนังมีจำนวนมากขึ้นจากการสัมผัสลมและแสงแดงมานาน การสูบบุหรี่ การดื่มสุรา นอกจากนั้นการสร้างเซลล์ใหม่และการเจริญเติบโตของเซลล์จะช้ากว่าปกติจึงทำให้แผลหายช้า ในกลุ่มผู้ป่วยติดเตียงจะเกิด "แผลกดทับ" ได้ง่ายเนื่องจากการไหลเวียนบริเวณที่เกิดผลลดลงเพราะเส้นเลือดฝอยลดจำนวนและมีการสร้างเส้นเลือดฝอยขึ้นใหม่ช้า นอกจากนั้นระบบรับความรู้สึกบริเวณผิวหนังก็ลดลงด้วย