Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การพยาบาลบุคคลที่มีบุคลิกภาพผิดปกติ (Personality Disorder) - Coggle…
การพยาบาลบุคคลที่มีบุคลิกภาพผิดปกติ
(Personality Disorder)
สาเหตุ
ด้านจิตใจ
เช่น พบภาวะหยุดชะงักในพัฒนาการระยะขั้นปาก (Oral fixation) : ทำให้มีบุคลิกแบบ Passive (ไม่กล้า), Dependent (พึ่งพา), การหยุดชะงักระยะฝึกขับถ่าย (Anal fixation) : มีบุคลิกดื้อดึง, มีมโนธรรมสูง เป็นต้น
สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม
การได้รับการเลี้ยงดูที่ไม่ถูกต้องตั้งแต่ในวัยเด็ก ทำให้เด็กมีบุคลิกภาพและพฤติกรรมการปรับตัวผิดปกติ เช่น มารดาที่มีบุคลิกภาพแบบวิตกกังวลมาก ลูกก็จะซึมซับบุคลิกภาพและเลียนแบบตามผู้เลี้ยงดูเป็น Anxiety และอารมณ์พื้นฐาน เช่น เด็กขี้กลัว จะพัฒนากลายเป็น บุคลิกภาพแบบหลีกเลี่ยง (Avoidant Personality Disorder) ปัจจัยกระตุ้น เช่น ปัญหาความเครียดต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านสัมพันธภาพกับบุคคลอื่น
ปัจจัยนำด้านชีวภาพ
ได้แก่ กรรมพันธุ์ การบกพร่องของสารชีวเคมีหรือการเสียหน้าที่ของระบบในสมอง ความผิดปกติของ Hormone เช่น บุคคลที่มีบุคลิกภาพแบบหุนหันพลันแล่น มักพบว่าฮอร์โมน testosterone หรือ estrogen สูงกว่าคนปกติ
ลักษณะอาการทางคลินิก
: :red_flag:
จะมีลักษณะสำคัญที่เรียกว่า “Alloplastic” คือต้องการให้ผู้อื่นปรับตัวเข้าหาตนเอง
DSM-V ระบุว่า ผู้ป่วยมักมีอาการหรืออาการแสดงอย่างน้อย 2 อาการ
Cognition กระบวนการนึกคิดแปรปรวน เบี่ยงเบนไป
Affectivity การแสดงออกทางอารมณ์ไม่เหมาะสม
Interpersonal functioning มีปัญหาในการสร้างสัมพันธภาพกับผู้อื่น
Impulse control มักมีพฤติกรรมขาดความยับยั้งชั่งใจ
ชนิดของบุคลิกภาพผิดปกติ
:red_flag:
Cluster A
:!:
มีพฤติกรรมแปลกประหลาด, คิดแปลกๆ แยกตัว (Odd, Eccentric
Paranoid, Schizoid, Schizotypal
1.1 บุคลิกภาพชนิดหวาดระแวง (Paranoid Personality) :star:
ลักษณะอาการ
ขาดความไว้วางใจผู้อื่น ระแวงสงสัย แปลเจตนาผู้อื่นในทางประสงค์ร้ายต่อตนเองโดยขาดเหตุผล มีท่าทีแบบป้องกันตัวเองตลอดเวลา บางรายจู่โจมทำร้ายผู้อื่นก่อนด้วยความระแวงว่าจะทำร้ายตน ขี้ระแวง ไม่ไว้ใจใคร หัวแข็ง ดูเคร่งศาสนา กลัวความรักเท่าๆกับความเกลียด ลักษณะบุคลิกภาพที่เด่นชัดใน กลุ่มนี้ จะดูระวังตัวมาก ไม่เชื่อใจใคร แปลพฤติกรรมคนอื่นว่ามุ่งร้าย ลึกๆมีความอจฉาริษยา คิดว่าไม่ค่อยได้รับความเป็นธรรม
ปัจจัยนำ
บิดามารดาไม่รักเด็ก ใช้เด็กเป็นแพะรับบาป หรือเป็นที่ระบายความก้าวร้าว ทำให้เด็กรู้สึกว่าโลกนี้มีแต่ความโหดร้าย ไร้เมตตา กลายเป็นคนที่หวาดระแวง ไม่เชื่อใจ ไม่ไว้วางใจผู้อื่น
1.2 บุคลิกภาพประเภทเก็บตัว (Schizoid Personality) :star:
ลักษณะอาการ
ไม่ชอบมีสัมพันธภาพกับใคร มักคิดว่าบุคคลใกล้ชิดไม่สนใจ ไม่ให้ความสำคัญหรือรังเกียจตน แยกตัว ถอยหนีจากสังคม มีท่าทีเย็นชาดูเย็นชา ไม่สุงสิงกับใคร ไม่มีสังคม ชอบทำอะไรคนเดียว ความรักอยู่ในจินตนาการ เย็นชา ห่างเหิน ดูเฉยๆ ไม่ชอบเข้าสังคม อยู่เงียบๆ โสด ไม่ชอบผูกพัน เพ้อฝัน รู้สึกไม่สบาย อึดอัด ไม่สบตา หมกมุ่นอยู่กับตัวเอง มักแต่งกายสกปรกมอมแมม ไม่โกนหนวดเครา หรือแต่งหน้าจัด
ปัจจัยนำ
ได้รับการเลี้ยงดูแบบปล่อยปละละเลย ขาดการแสดงออกทางอารมณ์ต่อกัน เฉยเมย เย็นชา ขาดการแสดงความรักความเอื้ออาทร ความเข้าใจ ความเห็นใจ ทำให้เด็กพัฒนานิสัย ขี้กังวล เก็บตัว
1.3 บุคลิกภาพประเภทคล้ายโรคจิต (Schizotypal Personality) :star:
ลักษณะอาการ
ดูคล้ายๆผู้ป่วยจิตเภท มีความเชื่อแปลกๆ ดูแปลกๆที่คนอื่นอาจไม่ค่อยเข้าใจในบุคลิกภาพ บางรายมีการบิดเบือนของความคิด เช่น เชื่อในอำนาจสิ่งความศักดิ์สิทธิ์มากเกินจริง คิดว่าตนเองมีเวทย์มนต์ มีการบิดเบือนของการรับรู้ เห็นภาพลวงตา มีพฤติกรรม/คำพูดแปลกประหลาดไปตามความคิดและการรับรู้ มีการแสดงอารมณ์ไม่สมเหตุสมผล ความคิด พฤติกรรม ท่าทางแปลกๆ เชื่ออำนาจวิเศษ โชคลาง ผีสาง มีสัมผัสที่หก
ปัจจัยนำ
ความสัมพันธ์ในครอบครัวเป็นแบบต่างคนต่างอยู่ เก็บกดอารมณ์/ความรู้สึก เคร่งครัดระเบียบวินัย ทำให้เด็กรู้สึกไม่มีความสุข ขาดความรัก ความอบอุ่น ขาดความภาคภูมิใจในตนเอง ไม่ไว้วางใจผู้อื่น จนถอยหนีและหันมาสร้างโลกส่วนตัว
Cluster B
:!:
เจ้าอารมณ์,ไม่แน่นอน แสดงออกทางอารมณ์มากเกิน (Dramatic)
Antisocial, Borderline, Histrionic, Norcissistic
2.1 บุคลิกภาพประเภทต่อต้านสังคม
(Antisocial Personality) :star:
ลักษณะอาการ
มักมีการรับรู้ว่ากฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับของสังคม เป็นการจำกัดสิทธิของตน ท้าทายกฎระเบียบ กฎหมาย และละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของผู้อื่น เอารัดเอาเปรียบหรือชักใยให้ผู้อื่นกระทำอย่างที่ตนต้องการโดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนผู้อื่น อารมณ์หุนหันพลันแล่น ขาดความยับยั้งชั่งใจ ไม่สามารถควบคุมอารมณ์โกรธได้ ไม่รู้สึกผิด หรือหลาบจำเมื่อถูกลงโทษ บุคคลเหล่านี้จึงเป็นอันตรายต่อสังคม ซักประวัติพบว่ามักมีการโกหก หนีโรงเรียน ลักขโมย ชกต่อย ใช้สารเสพติด มักไม่รู้สึกทุกข์ร้อน หรือรู้สึกผิดในสิ่งที่ทำ
2.2 บุคลิกภาพแปรปรวนประเภทคาบเส้นหรืออยู่ระหว่างโรคจิตกับโรคประสาท
(Borderline Personality)
:star:
ลักษณะอาการ
มีอารมณ์และพฤติกรรมไม่คงเส้นคงวา เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ว้าวุ่นใจง่าย อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย ในลักษณะสุดโต่ง ถ้าดีก็ดีเกินจริง ถ้าเลวก็เลวสุดขั้ว รักมากก็เกลียดมาก บางครั้งอาจทำเพื่อความสะใจ เมื่อไม่ได้ดังใจ จะรู้สึกเจ็บปวด อาจจะท าร้ายตนเอง หุนหันพลันแล่น ขณะเดียวกันก็หวั่นไหวง่าย มักมีปัญหาทางอารมณ์กับผู้อื่นได้ง่ายและรุนแรง อาจมีพฤติกรรมท าร้ายตนเองหรือผู้อื่นอย่างรุนแรง อารมณ์ แปรปรวนอย่างมาก ความสัมพันธ์ไม่มั่นคง ทนต่อความเหงา อยู่คนเดียวไม่ได้ กลัวการถูกทอดทิ้ง
2.3 บุคลิกภาพประเภทเรียกร้องความสนใจมากเกินไป
(Histrionic Personality) :star:
ลักษณะอาการ
ต้องการให้ตนเองเป็นจุดสนใจ อาจเรียกร้องด้วยการแต่งกายและการแสดงออกทางร่างกาย เป็นที่ชื่นชอบ ยกย่องของคนทั่วไป โดยเฉพาะเพศตรงข้าม โดยละเลยความรู้สึกของผู้อื่น มักมีการแสดงออกทางอารมณ์มากเกินจริงคล้ายกำลังแสดงละครเพื่อเรียกร้องความสนใจจากคนอื่น มักแต่งกายหรือมีท่าทีเชิญชวนทางเพศ พฤติกรรมเด่นๆ คือ ยั่วยวน, พูดจีบปาก จีบคอ, ใช้คำและภาษาสละสลวย
2.4 บุคลิกภาพประเภทหลงตัวเอง
(Narcissistic Personality) :star:
ลักษณะอาการ
บุคคลที่มีความผิดปกติบุคลิกภาพประเภทนี้ มักไม่ค่อยคำนึงถึงความรู้สึกของผู้อื่น ขาดความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ต้องการให้คนชื่นชมตนเอง มีท่าทางหยิ่งยโส มีความคิดหมกมุ่นว่าตนเองเป็นบุคคลสำคัญ มีความพิเศษหรือความสามารถเหนือกว่าคนอื่น มีความเพ้อฝันถึงความสำเร็จที่ไม่เป็นจริง แสดงออกโดยการเย่อหยิ่ง ขาดความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ต้องการให้ผู้อื่นแสดงความชื่นชม ถ้าผู้อื่นไม่ตอบสนองจะแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง และคิดว่าผู้อื่นอิจฉา หลงตัวเอง เป็นบุคคลพิเศษ ทนต่อคำวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้ ต้องการคำสรรเสริญเยินยอ หมกมุ่นในความเพ้อฝันถึงความสำเร็จ อำนาจ ชื่อเสียง ความสวยงาม ความฉลาด
ปัจจัยนำ
ด้านชีวภาพ คือ กรรมพันธุ์ ระบบ Sympathetic หรือระบบ Adrenal ทำงานมากเกินไป
ด้านการอบรมเลี้ยงดูที่ทำให้เด็กคุ้นเคยกับการแสดงออกทางอารมณ์มากเกินมาตั้งแต่เด็ก เช่น มีอารมณ์และการแสดงออกรุนแรงถ้าถูกขัดใจ เช่น หิวแล้วได้นมช้า หรือเปียกแล้วเปลี่ยนผ้าช้า ก็จะร้องดิ้น แผดเสียงไม่ยอมหยุดง่ายๆ แม้กระทั่งโตแล้วก็ไม่กลัวเกรงการลงโทษ มักจะมีปัญหาความดื้อรั้น อบรมสั่งสอนยาก
Cluster C
:!:
กลุ่มที่มีพฤติกรรมเน้นกังวล วิตกกังวลง่าย,ขี้กลัว, ย้ำคิดย้ำทำ (Anxious /Fearful)
Avoidant, Dependent, Obsessive-compulsive
3.1 บุคลิกภาพประเภทหลีกหนี (Avoidant Personality) :star:
ลักษณะอาการ
มีความวิตกกังวลมากเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างตนกับผู้อื่น ไวต่อการถูกปฏิเสธ การวิพากษ์วิจารณ์ในทางลบจากผู้อื่น กลัวถูกผู้อื่นปฏิเสธและไม่ต้อนรับตน รู้สึกว่าคุณค่าตนเองต่ำ มีปมด้อย กังวลว่าคนอื่นจะไม่ยอมรับตน หลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ต้องพบปะผู้คน และทำงานร่วมกับผู้อื่น กลัวถูกทำให้อาย ถูกหัวเราะเยาะ ถอยหนีจากสังคม ไม่มีเพื่อน ถูกทอดทิ้ง กลัวสาธารณะชน ไม่กล้าขอร้องใคร
ปัจจัยนำ
การถูกบิดามารดาทอดทิ้งหรือตำหนิด้วยถ้อยคำแรงๆ หรือแสดงท่าทีไม่สนใจ เย็นชากับเด็ก ทำให้เด็กมองตนเองว่าไม่มีคุณค่า ไม่เป็นที่รักของบิดามารดา ทำให้เด็กเติบโตมาด้วยความไม่มั่นใจในตนเอง
3.2 บุคลิกภาพประเภทพึ่งพา (Dependent Personality) :star:
ลักษณะอาการ
เกาะติดผู้อื่น ยอมให้ผู้อื่นรับผิดชอบชีวิตของตนเอง ไม่ชอบเป็นผู้นำ ชอบทำตามบางรายต้องการได้รับการดูแล การช่วยเหลือจากบุคคลนั้นตลอดเวลา ยอมทำตามผู้อื่นแม้ขัดแย้งกับความรู้สึกตนเอง ไม่เป็นตัวของตัวเอง ยอมอดทนแม้จะถูกกระทำอย่างรุนแรง ไม่สามารถตัดสินในเรื่องต่างๆที่เกี่ยวกับตนเองเมื่ออยู่คนเดียว ยกเลิกเป้าหมายง่ายๆ
ปัจจัยนำ
การอบรมเลี้ยงดูที่ตามใจ ประคบประหงมมากเกินไป ทำให้เด็กรู้สึกสนิทสนมผูกพันกับผู้ที่ให้การตามใจ และจะแยกตัวจากผู้ที่ไม่ให้การเอาใจ
3.3 บุคลิกภาพประเภทย้ำคิดย้ำทำ (Obsessive -Compulsive Personality) :star:
ลักษณะอาการ
มุ่งหวังความสมบูรณ์แบบผิดไม่ได้ (Perfectionism) เจ้าระเบียบ เคร่งครัดมากจนละเลยความรู้สึกผู้อื่น เข้มงวดกับกฎระเบียบ จะทนไม่ได้ถ้าไม่ได้ดังหวัง ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงบ่อยๆ มักพบว่ามีบุคลิกแบบบ้างาน ตระหนี่ ไม่ยืดหยุ่น เช่น ไม่สามารถทิ้งสิ่งของที่ไม่ใช้แล้วเพราะเสียดาย บางรายอาจควบคุมบังคับตนและผู้อื่นให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ขาดความยืดหยุ่น อารมณ์ฉุนเฉียว ทำทุกอย่างให้เรียบร้อย(perfectionism) ไม่ยืดหยุ่น(Inflexibility) ไม่ยอมประนีประนอม มโนธรรมสูง อยู่ในศีลธรรม แต่ขาดความยืดหยุ่น ไม่ยอมทิ้งของเก่า
ปัจจัยนำ
การเลี้ยงดูแบบเข้มงวดกวดขัน ตำหนิ/ลงโทษ หากปฏิบัติไม่ได้ตามที่บิดามารดาคาดหวัง เด็กเรียนรู้ว่า “เพื่อไม่ให้ถูกตำหนิ ต้องไม่ทำอะไรบ้าง” “เขาควรจะทำอะไรบ้าง เพื่อให้ได้รับความสนใจ”
การดำเนินโรค
:red_flag:
เริ่มแสดงอาการ: วัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ตอนต้น
ในกลุ่มบุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคม (Antisocial) และคาบเส้น (Borderline) จะแสดงอาการน้อยเมื่ออายุมากขึ้น
บุคลิกแบบย้ำคิดย้ำทำ (OCD) และ Schizotypal อาการมากขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น
หลักการวินิจฉัยบุคลิกภาพผิดปกติ
:red_flag:
บุคคลมีลักษณะการดำเนินชีวิตแตกต่างไปจากวัฒนธรรมของตน
อาการเป็นถาวร
เกิดปัญหาด้านอาชีพ ทำงาน และกิจกรรมทางสังคม
เป็นตั้งแต่วัยรุ่น หรือหนุ่มสาว
ไม่ใช่อาการทางจิตเวช
ไม่ได้เกิดจากสารเสพติด โรคทางกาย หรือจากยา
การรักษา
:red_flag:
กลุ่ม 3 Schizotypal P.D.(ชนิดคล้ายโรคจิต) :warning:
Schizoid + Paranoid = Schizotypal
ความคิด พฤติกรรม ท่าทางแปลกๆ
เชื่ออำนาจวิเศษ โชคลาง ผีสาง เรื่องทางจิต มีสัมผัสที่หก
มีปัญหาเรื่องการสื่อสาร ไม่มีเพื่อนสนิท
การรักษา
: จิตบำบัด ยากลุ่มต้านโรคจิต, ยาแก้เศร้า
กลุ่ม 8. Avoidant P.D. ชนิดหลีกหนี :warning:
ไวต่อความรู้สึกถูกปฏิเสธ ถูกทอดทิ้ง กลัวสาธารณะชน ไม่กล้าขอร้องใคร
ขี้อาย มองตนเองในแง่ลบ ต่ำต้อย
การรักษา
: พฤติกรรมบำบัด Assertive, ปรับทักษะทางสังคม (Social skill) ให้ยาตามอาการ
กลุ่ม 2. Schizoid P.D
(ชนิดเก็บตัว) :warning:
ดูเย็นชา ไม่สุงสิงกับใคร ไม่มีสังคม ชอบทำอะไรคนเดียว ความรักอยู่ในจินตนาการ
เย็นชา ห่างเหิน ไม่ชอบเข้าสังคม อยู่เงียบๆ โสด ไม่ชอบผูกพัน
เพ้อฝัน รู้สึกไม่สบาย อึดอัด ไม่สบตา
สนใจดาราศาสตร์คณิตศาสตร์
การรักษา
: จิตบำบัด ยากลุ่มต้านโรคจิต, ยาแก้เศร้า
กลุ่ม 6. Histrionic P. D.
(ชนิดเรียกร้องความสนใจมากเกินไป/ลอกเลียน) :warning:
พฤติกรรมเรียกร้องความสนใจสูง แสดงความคิด ความรู้สึกเกินความเป็นจริง
พฤติกรรม ยั่วยวน, พูดจีบปาก จีบคอ, ภาษาสละสลวย
เลี้ยงดูแบบตามใจ ตัวเองเป็นเลิศ
การรักษา
: จิตบำบัด : ชนิด Analytical psychotherapy ให้ยาตามอาการ
กลุ่ม 10. Obsessive- Compulsive P.D.
ชนิดย้ำคิด ย้ำทำ :warning:
ทำทุกอย่างให้เรียบร้อย (perfectionism) ไม่ยืดหยุ่น (Inflexibility)
ไม่ยอมประนีประนอม
มโนธรรมสูง อยู่ในศีลธรรม แต่ขาดความยืดหยุ่น
ไม่ยอมทิ้งของเก่า
การรักษา
: จิตบำบัด และพฤติกรรมบำบัด ยาตามอาการ
กลุ่ม 4. Antisocial P.D.(ชนิดต่อต้านสังคม) :warning:
ผิวเผิน : ดูมีเสน่ห์
วัยเด็ก
-โกหก หนีโรงเรียน ลักขโมย ชกต่อย ใช้สารเสพติด
หุนหันพลันแล่น ใจร้อน หงุดหงิด
การรักษา
: จิตบำบัด ยาลด Anxiety ก้าวร้าว และซึมเศร้า
กลุ่ม 1 Paraniod P.D.
(ชนิดหวาดระแวง) : :warning:
ขี้ระแวง ไม่ไว้ใจใคร หัวแข็ง ดูเคร่งศาสนา กลัวความรักเท่าๆกับความเกลียด
เริ่มผู้ใหญ่ตอนต้น: คิดว่าตนเองถูกทำลาย,ข่มขู่
Projection, Fantasy
ตึงเครียด, ไม่ผ่อนคลาย, หน้าบึ้งตึง
การรักษา
: จิตบำบัด-Individual ยา-Diazepam
กลุ่ม 5 Borderline P.D. :warning:
อารมณ์แปรปรวนอย่างมาก ความสัมพันธ์ไม่มั่นคง (Splitting : all good all bad)
ทนต่อความเหงา อยู่คนเดียวไม่ได้ กลัวการถูกทอดทิ้ง
การรักษา
: จิตบำบัด ยาตามอาการ
กลุ่ม 9. Dependent P.D. ชนิดพึ่งพาผู้อื่น :warning:
พฤติกรรมพึ่งพา
รู้สึกไม่สบาย หรือสิ้นหวัง เมื่อต้องอยู่คนเดียว กลัวการถูกทอดทิ้ง
การรักษา
: จิตบำบัด ยาตามอาการ
กลุ่ม 7 Narcisstic P.D.
ชนิดหลงตัวเอง :warning:
หลงตัวเอง เป็นบุคคลพิเศษ ทนต่อคำวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้ ต้องการคำสรรเสริญเยินยอ
เพ้อฝันถึงความสำเร็จ ชื่อเสียง ความสวยงาม
Depression ง่าย
การรักษา
: จิตบำบัด ให้ยาตามอาการ
การพยาบาล
:red_flag:
การประเมินภาวะสุขภาพ (Nursing Assessment) :<3:
ด้านร่างกาย
เช่น ประเมินการนอนหลับ การรับประทานอาหาร ในบุคคลที่มีบุคลิภาพชนิดหวาดระแวง หรือคล้ายโรคจิต ประเมินในเรื่องเกี่ยวกับเพศในบุคลิกภาพชนิดเรียกร้องความสนใจมากเกินไป เป็นต้น
ด้านจิตใจ อารมณ์ ความคิด
เช่น ประเมินระดับความซึมเศร้า วิธีการแก้ปัญหาทางอารมณ์ ในกลุ่มชนิดการแสดงออกทางอารมณ์มากเกิน หรือ ประเมินความวิตกกังวล ความเครียด ความคิดและความรู้สึกต่อ
ตนเองและผู้อื่น โดยเฉพาะในบุคลิกภาพผิดปกติชนิดขี้วิตกกังวล หวาดกลัวเมื่ออยู่ร่วมกับคนจำนวนมากๆ เป็นต้น
ด้านสังคม พฤติกรรม
เช่น ประเมินสัมพันธภาพระหว่างบุคคล การท าหน้าที่และบทบาท การแสดงออกทางพฤติกรรม ทำให้สามารถแยกแยะชนิดและประเภท ระดับความรุนแรง ผลกระทบต่อการดำเนิน
ชีวิตประจำวันทั้งต่อตนเองและผู้อื่น (คนรอบข้าง ครอบครัว เพื่อนร่วมงาน คนทั่วไป)
การประเมินโดยใช้เครื่องมือในการประเมินทางจิตวิทยา ในการประเมินเพื่อวินิจฉัย มีแบบทดสอบบุคลิกภาพหลายชนิด ได้แก่
MMPI
16PF
HTP (House-Tree-Person)
DAP (Draw-a-person test)
CAT or TAT
SCT
การประเมินโดยใช้การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
ตรวจระดับ Androgen (ผู้ที่ก้าวร้าวระดับฮอร์โมนสูง บางรายแพทย์อาจพิจารณารักษาด้วยยาลดฮอร์โมนเพศชาย เช่น ให้ DMPA ชนิดฉีดในผู้ชายที่มีอารมณ์ก้าวร้าวสูง)
ตรวจระดับ Dopamine, Serotonin (ผู้ที่ซึมเศร้า พยายามฆ่าตัวตาย จะมีสารสื่อประสาทกลุ่มนี้ต่ำ)
การเปลี่ยนแปลงของประจุไฟฟ้า โดยตรวจ E.E.G. (Antisocial , Borderline พบคลื่นสมองผิดปกติแบบ low frequency theta waves)
การวางแผนการพยาบาล (Nursing Plan) :<3:
การกำหนดเป้าหมายคือ ช่วยให้ผู้มีปัญหาบุคลิกภาพแปรปรวนสามารถดำรงชีวิตในสังคมได้ตามศักยภาพ สามารถจัดการกับอารมณ์ ความคิด และพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของตนเองได้โดยไม่รบกวนหรือเป็นอันตรายต่อตนเองและผู้อื่น และวางแผนการพยาบาลที่จะทำให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม
การวินิจฉัยการพยาบาล (Nursing diagnosis) :<3:
ด้านร่างกาย
แบบแผนการนอนหลับแปรปรวน (insomnia) เนื่องจากภาวะไม่สบายใจ วิตกกังวล
เสี่ยงต่อภาวะขาดสารอาหารเนื่องจากหมกมุ่นกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งตลอดเวลา
ขาดความสามารถในการควบคุมการแสดงออกทางเพศ
ด้านจิตใจ อารมณ์ ความคิด
วิตกกังวลระดับ กลัวในเรื่อง โกรธระดับ
การแสดงออกทางอารมณ์ไม่เหมาะสม
ด้านสังคมและพฤติกรรม
มักมีปัญหาที่ก่อให้เกิดความไม่สบายใจ การปรับตัว
บกพร่องในการทำหน้าที่ทางสังคม หน้าที่การงาน
บกพร่องในการสร้างสัมพันธภาพ ความสัมพันธ์
มีพฤติกรรมพึ่งพาบุคคลอื่นมากเกินความจำเป็น
เสี่ยงต่อการทำร้ายตนเอง- เสี่ยงต่อการทำร้ายบุคคลอื่น
การปฏิบัติการพยาบาล (Implementation) :<3:
4.1 กลุ่มที่ผิดปกติชนิดหวาดระแวง
พยาบาลไม่ควรเสริมอาการให้ผู้ป่วยเกิดความหวาดระแวงมากขึ้น แนะนำญาติไม่ให้โต้แย้ง คัดค้านความคิดของผู้ป่วยจนทำให้ผู้ป่วยเกิดการควบคุมพฤติกรรมไม่ได้ ไม่พยายามกระตุ้นอารมณ์ของผู้ป่วย จัดสภาพแวดล้อมให้รู้สึกมั่นคงปลอดภัย
4.3 กลุ่มคาบเส้น
พยาบาลควรประคับประคองอารมณ์และเสริมความมั่นใจ และเรียนรู้ในการควบคุมอารมณ์ที่เหมาะสม ระมัดระวังการทำร้ายตนเอง เนื่องจากหากผู้ป่วยไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตนเองได้อาจเป็นอันตรายต่อตนเองและผู้อื่นได้
4.2 กลุ่มที่ต่อต้านสังคม
ผู้ป่วยมักมีพฤติกรรมทำลายสูง ไม่เคารพต่อกฎระเบียบของสังคม มีพฤติกรรมหลอกลวง หรือฉ้อฉล มีอารมณ์หุนหันพลันแล่น มีอารมหงุดหงิด และก้าวร้าว ไม่ให้ความสนใจต่อความปลอดภัยของตนเอง และผู้อื่น ขาดความรับผิดชอบในหน้าที่การงาน ไม่รู้สึกเสียใจต่อความผิดที่ได้กระทำลงไป
พยาบาลควรปรับพฤติกรรมให้เกิดการเรียนรู้ที่เหมาะสม
4.5 กลุ่มที่หลงตัวเอง
พยาบาลควรช่วยเหลือผู้ป่วยหรือบุคคลในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม แนะนำพ่อแม่ให้เห็นความสำคัญของการอบรมเลี้ยงดูที่เหมาะสม เน้นการสร้างความมั่นใจและพัฒนาทักษาทางสังคมแก่เด็ก
4.4 กลุ่ม histrionic
พยาบาลควรแสดงความเข้าใจ เห็นใจในพฤติกรรมของผู้ป่วย ไม่เสริมอาการผู้ป่วยอาจเรียบร้องความสนใจ พยาบาลควรให้ความสม่ำเสมอ และส่งเสริมการปรับตัวทางสังคม ประคับประคองจิตใจ แต่ไม่เสริมอาการ สร้างความมั่นใจ พัฒนาทักษะการแก้ไขปัญหาที่เหมาะสม
4.6 กลุ่มย้ำคิดย้ำทำ
กลุ่มหลีกเลี่ยงและพึ่งพาผู้อื่นสูง จะมีความวิตกกังวล กลัว พยาบาลจึงควรช่วยประคับประคองอารมณ์ ผู้ป่วยที่มีอาการ และกังวลมาก ให้ยารักษาโรคจิตขนาดน้อย ผู้ป่วยจะมีอาการดีขึ้น
จิตบำบัดและพฤติกรรมบำบัดและครอบครัวบำบัด อาจได้ผลบ้างในบางราย
4.7 ให้สุขภาพจิตศึกษา (psycho-education)
ตามความสนใจและความเหมาะสมกับผู้ป่วยและญาติ/ผู้ดูแล รวมทั้งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน เช่น การอบรมเลี้ยงดูที่เหมาะสม การจัดการด้านอารมณ์ การแสดงออกที่เหมาะสม เป็นต้น
การประเมินผลการพยาบาล (Evaluation & revision) :<3:
การติดตามประเมินผลการพยาบาล
หลังจากที่ได้ให้การพยาบาลเสร็จสิ้นแล้ว โดยประเมินตามวัตถุประสงค์และกิจกรรมการพยาบาล หากมีผลการประเมินไม่บรรลุจุดมุ่งหมาย ก็จะได้นำไปเป็นข้อมูลนำเข้า และเข้าสู่การประเมินภาวะสุขภาพอีกรอบเพื่อค้นหาปัญหาที่แท้จริง หรือหาสาเหตุชัดเจนยิ่งขึ้น นำไปสู่การวางแผนแก้ไขปัญหาของผู้ป่วยได้ดี
การป้องกัน
:red_flag:
การให้คำแนะนำแก่พ่อแม่ในการอบรมเลี้ยงดูเด็กที่ถูกต้อง การปรับปรุงบุคลิกภาพผู้เลี้ยงดูและการเป็นแบบอย่างที่ดีจะช่วยให้ผู้ป่วยเบี่ยงเบนความสนใจ เสริมความมั่นใจ ลดการพึ่งพาผู้อื่น และยอมรับตัวเองในการปรับปรุงบุคลิกภาพของตนเองและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม การรักษาและช่วยเหลือตามปัญหาที่เกิดและตามสาเหตุของปัญหา