Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
บรูไน - Coggle Diagram
บรูไน
ลักษณะภูมิประเทศ
ที่ราบชายฝั่งทะเลและที่ราบหุบเขา ซึ่งเป็น ดินตะกอนที่แม่น้ำพัดมาทับถม บริเวณที่อยู่ ห่างจากชายฝั่งเข้าไปภายในเกาะส่วนใหญ่เป็น เนินเขา
มีพื้นที่ราบอยู่ทางเหนือของประเทศ
พื้นที่ประมาณร้อยละ 75 ยังคงเป็นป่าที่มี สภาพอุดมสมบูรณ์
บริเวณชายฝั่งมีป่าชายเลนและป่าพรุชายหาด
มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์
มีแม่น้ำสำคัญ 4 สายคือแม่น้ำเต็มบูรงแม่น้ำ เบอไลท์แม่น้ำตูตงและแม่น้ำบรูไน
• ชื่ออยางเปนทางการ คือ เนการาบรูไน ดารุส
ซาลาม (Negara Brunei Darussalam)
• เมืองหลวงชื่อ บันดาร เสรี เบกาวัน (Bandar Seri
Begawan) • มีพื้นที่ขนาด 5,765 ตารางกิโลเมตร
• ตั้งอยู่ด้านเหนือของเกาะบอร์เนียว ระหว่างเส้น
ละติจูดที่ 4 องศาถึง 5 องศา เหนือ และอยู่ในเส้น
ลองจิจูดที่ 114 องศา ถึง 115 องศาตะวันออก
• ทิศเหนือ ติดกับทะเลจีนใต้
• ทิศตะวันออก ตะวันตกและใต้ ติดกับเขต รัฐซารา
วัคประเทศมาเลเซีย

พื้นสีเหลือง หมายถึง สุลต่าน
แถบสีขาวด้าพาดทแยงจากขอบ บนด้านซ้ายผ่านกลางผืนธงมายัง ขอบล่างด้านขวา
หมายถึง รัฐมนตรีที่ถวายงานรับใช้องค์ สุลต่าน
ตราแผ่นดินอยู่กลางผืนธง
ระบอบการปกครอง
ปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์
เป็นประเทศเดียวในประชาคมอาเซียนที่ ปกครองด้วยระบบสุลต่าน
องค์สุลต่าน (Sultan) มีอ้านาจเด็ดขาดเพียงผู้ เดียวมีฐานะเป็นสมเด็จพระราชาธิบดี (Yang Di-Pertuan Negara) และเป็นประมุขสูงสุด ของประเทศ (Head of State) :
การปกครองของประเทศบรูไนเป็นการ ปกครองในรูปแบบรัฐเดี่ยวแบบรวมศูนย์ อ้านาจ (Centralization)
ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน บรูไนไม่มี การกระจายอ้านาจทางการเมืองไปยังหน่วย การปกครองในระดับล่าง การบริหารราชการ แผ่นดินจึงเป็นการสั่งการตามสายบังคับบัญา
ล้าดับชั นจากสุลต่านและสมเด็จพระราชา- ธิบดีลงมาที่กระทรวง (Ministry) หรือ หน่วยงานของรัฐ ต่อไปยังเขตการปกครอง และต่อไปยังต้าบลและหมู่บ้าน
ประวัติศาสตร์
ยุคก่อนรัฐชาติ
บริเวณบรูไนในปัจจุบันเป็นอาณาจักรโปนิ(Po-ni) หรือโบนิ (Boni)
เป็นที่รู้จักกันมากในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 14 – 16 โดยเป็นศูนย์กลางการค้าที่ส้าคัญบนเกาะบอร์เนียว อยู่บนเส้นทางการค้าจากประเทศจีนผ่านโมลุกกะ หรือหมู่เกาะเครื่องเทศไปสู่ประเทศตะวันตก และมี อาณาเขตครอบครองส่วนใหญ่ของเกาะบอร์เนียว และส่วนหนึ่งของหมู่เกาะซูลู
สินค้าส่งออกที่ส้าคัญในสมัยนั น ได้แก่การบูร พริกไทย และทองค้า
รัฐสุลต่านแห่งบรูไนได้เริ่มขึ นในช่วง คริสต์ศตวรรษที่ 15 ในขณะที่ทางฝากฝั่งมะละ กาได้เจริญรุ่งเรืองขึ น บรูไนก็ได้เจริญรุ่งเรืองขึ น ควบคู่กันไป
ในช่วงเวลานั น อาวัง อลัก เบตาตาร์ ผู้ครอง นครบรูไน ในขณะนั นได้เปลี่ยนตัวเองมานับถือ ศาสนาอิสลาม และสถาปนาตนเองขึ นเป็น กษัตริย์พระองค์แรกตามประวัติศาสตร์ของ บรูไน นามว่า สุลต่านมูฮัมหมัดซาห์ (Sultan Muhamad Shah)
ท้าให้อิสลามที่เผยแพร่มาจากมะละกาได้ลง หลักปักฐานที่เกาะบอร์เนียวอย่างสมบูรณ์ ถึงแม้ว่าศาสนาอิสลามจะได้เข้ามายังบรูไนใน ช่วงเวลาก่อนหน้านั นก็ตาม
ยุคอาณานิคม
สเปนและฮอลันดาได้แผ่อ้านาจเข้ามาในภูมิภาค บรูไนได้เสียดินแดนและเสื่อมอ้านาจลง
จนถึงสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 19 บรูไน ยอมเป็นรัฐใน อารักขาของประเทศอังกฤษ (British Protectorate) ตามข้อตกลง ค.ศ.1888 (Agreement 1888)
ต่อมาในปี พ.ศ.2449 ได้ท้าข้อตกลงกับประเทศ อังกฤษอีกครั ง คือ ข้อตกลงเสริม ค.ศ. 1905,1906 (Supplementary Agreement 1905 and 1906) และลงนามในสนธิสัญญายินยอมเป็นรัฐในอารักขา ของอังกฤษอย่างเต็ม รูปแบบในปี ค.ศ. 1928
ยุคหลังอาณานิคม
บรูไนท้าข้อตกลงกับประเทศอังกฤษอีกครั งใน ปี ค.ศ. 1971 โดยยังคงอยู่ในรับผิดชอบดูแล กิจการต่างประเทศและการป้องกันประเทศ ของอังกฤษ
จนกระทั่งถึงวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1984 บรูไนจึงได้รับเอกราชจากประเทศอังกฤษ
ภาษาประจำชาติบรูไน
ภาษามลายูบรูไนเป็นภาษาราชการของประเทศ บรูไน ถือว่าเป็นภาษาเดียวกันกับภาษามาเลย์ (Malay language)
เมื่อใช้ในประเทศบรูไนจะเรียกเป็นภาษาท้องถิ่น ว่าภาษาเมลายู บรูไน (Bahasa Melayu Brunei) หรือเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Brunei Malay และเป็นภาษาไทยว่าภาษามลายูบรูไน
มีการใช้ภาษาอื่นๆ ได้แก่ภาษาจีนกลาง จีน ฮกเกียน จีนแคะ (ฮากก้า) ภาษายาวี
ภาษาที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนา เช่น ภาษาอาหรับ
ภาษากลางที่ใช้ติดต่อกับประเทศต่างๆ ก็เช่น ภาษาอังกฤษ
ชาติพันธุ์
- ชาติพันธุ์มลายู
ชาวมลายูเป็นกลุ่มชาติพันธุ์หลักและมีจ้านวนประชากรมาก ที่สุดในบรูไน
ชาวบรูไนส่วนใหญ่เป็นชาวมลายูผู้นับถือศาสนาอิสลาม หรือ กล่าวอีกชื่อหนึ่งว่า ชาวมลายูมุสลิม ดังนั นวิถีการด้ารงชีวิตจึง เป็นไปตามหลักการของศาสนาอิสลาม เช่น หลักการปกครอง, การพิจารณาคดีความตามหลักกฏหมายชารีอะห์ และ การศึกษา เป็นต้น
ชาวมลายูมุสลิมส่วนใหญ่นิยมรับราชการและทหาร ทั งยังได้รับ โอกาสด้ารงต้าแหน่งส้าคัญระดับสูงทั งในองค์กรภาครัฐและ เอกชน
- ชาติพันธุ์จีน
จากบันทึกทางประวัติศาสตร์ชี ให้เห็นว่าชาวจีนและดินแดน แห่งนี มีการติดต่อกันมาเป็นระยะเวลากว่าพันปี อย่างเร็ว ที่สุดคือในปีค.ศ.1375 ตรงกับสมัยราชวงศ์หมิงของจีน
ชาวจีนอพยพเข้ามาในบรูไน จ้านวนมากราวคริสต์ศตวรรษ ที่ 20 เป็นระยะที่บรูไนตกอยู่ภายใต้อาณานิคมของอังกฤษ โดยเฉพาะชาวจีนฮกเกี ยน ปัจจุบันมีชาวจีนอาศัยอยู่ในบรูไน ประมาณร้อยละ 15 บางส่วนนับถือศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ ศาสนาพุทธ ลัทธิเต๋าและขงจื๊อ
ประกอบอาชีพก่อสร้าง ธุรกิจ การค้า การโรงแรม การขนส่ง การท้าเหมืองแร่ และโรงงาน
ศาสนาและความเชื่อ
สภาพสังคมของบรูไน ยังมีลักษณะ พื นฐานที่ยึดหลักครอบครัว
ประชาชนมีความเป็นอยู่อย่างสงบ เรียบง่าย
ศาสนาอิสลามมีบทบาทมากในการ ก้าหนดพฤติกรรมทางสังคม มีการจัด ระเบียบสังคมตามข้อบัญญัติของ ศาสนามุสลิมและปฏิบัติตามอย่าง เคร่งครัด
วัฒนธรรมการแต่งกาย
สุภาพบุรุษ
• ซึ่งสุภาพบุรุษจะแต่งกายด้วยเสื้อ แขนยาว ตัวเสื้อยาวถึงเข่านุ่งกางเกงขายาวแล้วนุ่งโสร่ง เรียกว่า บาจูมลายู(Baju Melayu)
• ตัวเสื อ ท่อนบนจะเป็นเสื้อแขนยาวที่ตัดเย็บด้วยผ้าที่มีลักษณะโปร่งบางยาวถึงประมาณสะโพก
สุภาพสตรี
• สตรีที่เป็นมุสลิมจะนิยมสวมใส่เสื้อผ้าที่ปกคลุมมิดชิดจรดข้อเท้าและมีการสวมใส่ผ้าคลุมศีรษะตามหลักศาสนา ด้วย ชุดบาจู กรุง (Baju Kurung)
• ความยาวชุดจะยาวกว่าชุดของผู้ชายมีความยาวถึงบริเวณเข่าด้านหน้าผ่าลง มาเล็กน้อยและติดกันด้วยตะขอเป็นเสื้อไม่มีคอปกเช่นเดียวกับเสื้อของผู้ชาย
• กระโปรงมีความยาวถึงตาตุ่มและไม่มีการผ่านิยมใช้สีหรือลายผ้าแบบ เดียวกับตัวเสื้อ