Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 - Coggle…
พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547
หมวดที่1 คณะกรรมการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
มาตรา 7 ให้มีคณะกรรมการบริหารงานบุคลากรของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
1.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธานกรรมการ
ปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นรองประธานกรรมการ
กรรมการโดยตำแหน่งจำนวน 8 คน
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 9 คน
กรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งมาจากการเลือกตั้งจำนวน 12 คน
มาตรา 8 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้
มีสัญชาติไทย
มีอายุไม่ต่ำกว่า 35 ปีบริบูรณ์และไม่เกิน 70 ปีบริบูรณ์
ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
ไม่เป็นเจ้าหน้าที่ที่ปรึกษาหรือผู้มีตำแหน่งบริหารในพรรคการเมือง
ไม่เป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
เป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับในเรื่องความซื่อสัตย์ความยุติธรรมและไม่มีประวัติเสื่อมเสีย
มาตรา 9 กรรมการผู้แทนผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพและไม่เคยถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิชาชีพมาก่อน
เป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับในเรื่องความซื่อสัตย์ความยุติธรรมและไม่มีประวัติเสื่อมเสีย
มาตรา 10 กรรมการผู้แทนผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้บริหารสถานศึกษา ที่เรียกชื่ออย่างอื่นในหน่วยงานสถานศึกษาตามที่ ก.ค.ศ. กำหนดต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพและไม่เคยถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิชาชีพมาก่อน
มีประสบการณ์ด้านการบริหารในตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี
เป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับในเรื่องความซื่อสัตย์ความยุติธรรมและไม่มีประวัติเสื่อมเสีย
มาตรา 11 กรรมการผู้แทนข้าราชการครูต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพและไม่เคยถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิชาชีพมาก่อน
มีประสบการณ์ด้านปฏิบัติการสอนในวิทยฐานะไม่ต่ำกว่าครูชำนาญการ
เป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับในเรื่องความซื่อสัตย์ความยุติธรรมและไม่มีประวัติเสื่อมเสีย
มาตรา 12 กรรมการผู้แทนบุคลากรทางการศึกษาอื่นต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
มีวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี
มีประสบการณ์ด้านสนับสนุนการศึกษา
เป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับในเรื่องความซื่อสัตย์ความยุติธรรมและไม่มีประวัติเสื่อมเสีย
มาตรา 13 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและกรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละ 4 ปีหรืออาจได้รับแต่งตั้งหรือรับตั้งใหม่ได้อีกแต่จะต้องดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินกว่า2 วาระมิได้
มาตรา 14 นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
ตาย
ลาออกโดยยื่นหนังสือลาออกต่อประธานกรรมการ
เป็นบุคคลล้มละลาย
เป็นคนไร้ความสามารถ
ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8
ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท
คณะรัฐมนตรีมีมติให้ออก
มาตรา 15 นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระกรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
ตาย
พ้นจากการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ลาออกโดยยื่นหนังสือลาออกต่อประธานกรรมการ
ขายคุณสมบัติตามมาตรา 9 , 10 ,11 และมาตรา 12
ถูกถอนโดนรัฐมนตรีตามมติของ ก.ค.ศ.
ไม่ได้เป็นผู้ดำรงตำแหน่งหรือเป็นผู้บริหารสถานศึกษาตามที่ตนได้รับเลือก
มาตรา 16 การประชุม ก..ศ. ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่
น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม
มาตรา 17 ก.ค.ศ. มีอำนาจตั้งคณะอนุกรรมการวิสามัญเรียกโดยย่อว่า 'อ.ก.ค.ศ. วิสามัญ' เพื่อทำการใดๆแทน ก.ค.ศ.
มาตรา 18 ภายใต้ปังคับมาตรา ด๗ จะเป็นกรรมการใน ก.ค.ศ.อนุกรรมการใน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา
มาตรา 19 ให้ ก.ค.ศ. มีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้
เสนอแนะและให้คำปรึกษาแก่คณะฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบายการผลิตและการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครู
กำหนดนโยบายวางแผนและกำหนดเกณฑ์อัตรากำลังของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
3.เสนอแนะและให้คำปรึกษาแก่คณะรัฐมนตรีในกรณีที่ค่าครองชีพเปลี่ยนแปลงไปมาก
กำกับดูแลติดตามตรวจสอบและประเมินผลการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อรักษาความเป็นธรรมและมาตรฐานด้านการบริหารงานบุคคลตรวจสอบและปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา 20 ให้มีสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเรียกตัวย่อว่าสำนักงาน ก.ค.ศ. โดยมีเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเรียกตัวย่อว่าเลขาธิการ ก. ค. ศ. ซึ่งมีฐานะเป็นอธิการบดีเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและบริหารราชการของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
มาตรา 21 (ยกเลิก)
มาตรา 22 การประชุมของอ.ก.ค.ส.เขตพื้นที่การศึกษาให้นำความในมาตรา 16 มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา 23 ให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษามีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้
1.พิจารณากำหนดนโยบายการบริหารงานบุคคลสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา
2.พิจารณาให้ความเห็นชอบการบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา
3.ให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับการพิจารณาความดีความชอบของผู้บริหารสถานศึกษาผู้บริหารการศึกษาและข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา
4.ส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาการเสริมสร้างขวัญกำลังใจการปกป้องคุ้มครองระบบคุณธรรมและการยกย่องเชิดชูเกียรติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
5.ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้กฎหมายอื่นหรือตามที่ ก.ค.ศ. มอบหมาย
มาตรา 24 ให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้บริหารราชการในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและ
เป็นผู้ปังคับปัญชาของข้าราชการครูและบุคลากทางการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาและมีอำนาจดังต่อไปนี้
1.รับผิดชอบในการปฏิบัติงานราชการที่เป็นอำนาจและหน้าที่ของอ.ก.ค.ศ.
2.เสนอแนะการบรรจุและแต่งตั้งและการบริหารงานบุคคลในเรื่องอื่นที่อยู่ในอำนาจและหน้าที่ของอ.ก.ค.ศ.
3.พิจารณาเสนอความดีความชอบของผู้บริหารสถานศึกษา
4.จัดทำแผนและส่งเสริมการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
5.ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้
มาตรา 25 ในส่วนราชการอื่นนอกจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ก.ค.ศ.ตั้งอ.ก.ค.ศ. เพื่อทำหน้าที่บริหารงานบุคคลสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในส่วนราชการนั้น
มาตรา 26 ให้คณะกรรมการสถานศึกษามีอำนาจและหน้าที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษาดังต่อไปนี้
1.กำกับดูแลการบริหารงานบุคคลในสถนศึกษาให้สอดคล้องกับนโยบายกฎระเบียบข้อบังคับหลักเกณฑ์และวิธีการตามที่ก.ค.ศ.และอ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษากำหนด
2.เสนอความต้องการจำนวนและอัตราตำแหน่งของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษาเพื่อเสนอ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาพิจารณา
3.ให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษาต่อผู้บริหารสถานศึกษา
4.ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้
มาตรา 27 ให้ผู้บริหารสถานศึกษาเป็นผู้บังคับบัญชาของ
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา
มาตรา 28 ให้ผู้บริหารหน่วยงานการศึกษาที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามที่กคศกำหนดเป็นผู้บังคับปัญชาและบริหารหน่วยงานและให้นำมาตรา ๒๗ มาใช้บังคับแก่ผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวโดยอนฺโลม
หมวดที่ 2 บททั่วไป
มาตรา 29 การดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ให้เป็นไปตามหลั่กการบริหารกิจการบ้นเมืองที่ดีโดยยึดถือระบบคุณธรรมความเสมอ
มาตรา 30 ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษาสำหรับการเป็นผู้ประกอบวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ซึ่งจะเข้ารับราชการเป็น
ข้าร้าชการครูและบุคล้ากรทางการศึกษาได้ต้องมีคุณสมบัติทั่วไปดังต่อไปนี้
1.มีสัญชาติไทย
2.มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์
3.เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
4.ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
5.ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
6.ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักราชการ
7.ไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีสำหรับการเป็นผู้ประกอบวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา
8.ไม่เป็นกรรมการบริหารพรรคการเมือง
9.ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
10.ไม่เป็นผู้เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
11.ไม่เป็นผู้เคยกระทำการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการหรือปฏิบัติ
งานในหน่วยงานของรัฐ
12.ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากรัฐวิสาหกิจองค์การมหาชน
มาตรา 31 อัตราเงินเดือน เงินวิทยฐานะและเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยเงินเดือน
มาตรา 32 เพื่อประโยชน์ในการออมทรัพย์ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาคณะรัฐมนตรีอาจวางระเบียบและวิธีการให้กระทรวงการคลั่งหักเงินเดือนเป็นเงินสะสมก็ได้
มาตรา 33 ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาอาจได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษตามระเบียบที่ก.ค.ศ. กำหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
มาตรา 34 ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาอาจได้รับเงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราวตามภาวะเศรษฐกิจ
มาตรา 35 วันเวลาทำงานวันหยุดราชการประจำปีและการลาหยุดราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้เป็นไปตามที่ก.ค.ศ. กำหนด
มาตรา 36 เครื่องแบบของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและระเบียบการแต่งเครื่องแบบให้เป็นไปตามกฎหมายหรือระเบียบว่าด้วยการนั้น
มาตรา 37 บำเหน็จบำนาญข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น
หมวดที่ 3 การกำหนดตำแหน่งวิทยาศาสตร์และการให้ได้รับเงินเดือนเงินวิทยฐานะและเงินประจำตำแหน่ง
มาตรา 38 ตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามี ๓ ประเภทดังนี้
ตำแหน่งซึ่งมีหน้าที่เป็นผู้สอนในหน่วยงานการศึกษา
ได้แก่ ครูผู้ช่วย ครู อาจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์
รองศาสตราจารย์ ศาสตราจารย์
ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษา
ได้แก่ตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา ผู้อำนวยการ
สถานศึกษา รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การ
ศึกษา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามที่ ก.ค.ศ.กำหนด
ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่น ได้แก่ ศึกษานิเทศก์ตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามที่ก.ค.ศ.กำหนด
มาตรา 39 ให้ตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาดังต่อไปนี้เป็นตำแหน่งที่มีวิทยฐานะได้แก่ตำแหน่งครูมีวิทยฐานะด้งต่อไปนี้
ครูเชี่ยวชาญ
ครูชำนาญการ
ครูชำนาญการพิเศษ
ครูเชี่ยวชาญพิเศษ
มาตรา 40 ให้ตำแหน่งคณาจารย์ดังต่อไปนี้เป็น
ตำแหน่งทางวิชาการ
อาจารย์
ผู้ช่วยศาสตราจารย์
ศาสตราจารย์
รองศาสตราจารย์
มาตรา 41 ตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากร
ทางการศึกษาจะมีในหน่วยงานการศึกษาใดจำนวน
เท่าใดและต้องใช้คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
อย่างใดให้เป็นไปตามที่ก.ค.ศ. กำหนด
มาตรา 42 ให้ก.ค.ศ.จัดทำมาตรฐานตำแหน่งมาตรฐาน
วิทยฐานะและมาตรฐานตำแหน่งทางวิชาการของ
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาไว้เป็น
บรรทัดฐานทุกตำแหน่งทุกวิถีสถานะเพื่อใช้ในการ
ปฏิบัติงาน
มาตรา 43 ให้ก.ค.ศ. หรือผู้ที่ ก.ค.ศ. มอบหมายตรวจ
สอบการกำหนดตำแหน่งและการใช้ตำแหน่ง
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้เหมาะสม
มาตรา 44 ให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการ
ศึกษาได้รับเงินเดือนเงินวิทยฐานะและเงินประจำ
ตำแหน่งตามกฎหมายว่าด้วยเงินเดือน
หมวดที่ 4 การบรรจุและการแต่งตั้ง
มาตรา 45 การบรรจุเข้าเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้บรรจุและแต่งตั้งจากผู้สอบแข่งขันได้สำหรับตำแหน่งนั้น
มาตรา 47 ให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา เป็นผู้ดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ
มาตรา 50 ในกรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษที่ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาไม่สามารถดำเนินการสอบแข่งขันได้อาจคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาโดยวิธีอื่นได้
มาตรา 51 ให้ขออนุมัติจาก ก.ค.ศ. เมื่อ ก.ค.ศ. ได้พิจารณาอนุมัติให้สั่งบรรจุและแต่งตั้งในตำแหน่งใด วิทยฐานะใด และกำหนดเงินเดือนที่จะให้ได้รับแล้ว ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา ๕๓ สั่งบรรจุและแต่งตั้งได้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ก.ค.ศ.กำหนด
มาตรา 52 นอกจากการบรรจุและแต่งตั้งเพื่อให้บุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาแล้วก.ค.ศ. อาจกำหนดให้ตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาบางตำแหน่งเป็นสัญญาจ้างปฏิบัติงานรายปีหรือโดยมีกำหนดเวลาตามระเบียบ
มาตรา 54 ให้คำนึงถึงความประพฤติด้านวินัย คุณธรรม
จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ ประสบการณ์ คุณภาพการปฏิบัติงาน ผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ในด้านการเรียนการสอน
มาตรา 55 ให้มีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะสำหรับตำแหน่งที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเป็นระยะ ๆ
มาตรา 57 การเปลี่ยนตำแหน่ง การย้ายและการโอนของ
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้เป็นไปตามที่
ก.ค.ศ.กำหนด
มาตรา 58 บุคคลส่วนท้องถิ่นที่มิใช่พนักงานวิสามัญ และการโอนข้าราชการอื่นที่มิใช่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามพระราชบัญญัตินี้ และมิใช่ข้าราชการการเมือง
มาตรา 60 ภายใต้บังคับตามมาตรา ๕๗ และมาตรา ๕๙ ให้ก.ค.ศ. ดำเนินให้มีการสับเปลี่ยนหน้าที่หรือย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
มาตรา 61 การเลื่อนตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาซึ่งเป็นตำแหน่งที่มิได้กำหนดให้มีวิทยฐานะเพื่อให้ได้รับเงินเดือนในระดับที่สูงขึ้น ให้กระทำได้โดยการ์สอบแข่งขันสอบคัดเลือก คัดเลือกหรือประเมินด้วยวิธีการอื่น
มาตรา 64 ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาใดออกจากราชการไปแล้วถ้าสมัครเข้ารับราชการทางราชการประสงค์จะรับผู้นั้นเข้ารับราชการให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา ๕๓ สั่งบรรจุและแต่งตั้งผู้นั้นเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
มาตรา 65 ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีให้ออกจากราชการไปปฏิบัติงานใดและให้นับเวลาระหว่างนั้นสำหรับคำนวณบำเหน็จบำนาญเหมือนเป็นเวลาราชการตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
มาตรา 69 ในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ของทาง
ราชการ ก.ค.ศ. อาจเสนอแนะต่อหัวหน้าส่วนราชการ ให้สั่งให้ข้าราชการผู้ใดไปปฏิบัติราชการในหน่วยงานการศึกษาใดเป็นการชั่วคราวได้
มาตรา 70 ในกรณีที่มีเหตุผลความจำเป็นหัวหน้าส่วนราชการหรือผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มีอำนาจสั่งให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาประจำส่วนราชการ หรือสำนักงานเขตฟื้นที่การศึกษเป็นการชั่วคราว โดยให้ฟันจากตำแหน่งหน้าที่เดิมได้
มาตรา 71 ในกรณีที่มีเหตุผลความจำเป็น หัวหน้าส่วนราชการหรือผู้อำนวยการมีอำนาจสั่งให้ข้าราชการพ้นจากตำแหน่งหน้าที่และขาดจากอัตราเงินเดือนในตำแหน่งเดิม โดยให้ได้รับเงินเดือนในอัตรากำลังทดแทนที่ ก.ค.ศ.
หมวดที่ 5 การเสริมสร้างประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ
มาตร 72 ให้ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ประเมินผลการ
ปฏิบัติงานของข้าราชการครูและบุคลากรทางการ
ศึกษา
มาตรา 73 การเลื่อนเงินเดือนของข้าราชการครู
และบุคลากรทางการศึกษา
การเลื่อนเงินเดือน ให้พิจารณาผลการปฏิบัติงานที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เรียนเป็นหลักตามแนวทางการจัดการศึกษาที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยกาศึกษาแห่งชาติ
หลักเกณฑ์และวิธีการเลื่อนเงินเดือนให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎ ก.ค.ศ.
มาตรา 75 ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์มีผลงานดีเด่นเป็นที่ประจักษ์
มาตรา 76 ให้ส่วนราชการและหน่วยงานการศึกษามีหน้าที่จัดสวัสดิการให้แข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
มาตรา 77 ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดถึงแก่ความตายอันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ให้จัดสวัสดิการแก่ครอบครัวตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ.
มาตรา 79 ให้ผู้บังคับบัญชาปฏิบัติเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาและมีหน้าที่พัฒนาผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา
มาตรา 80 ให้มีการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งบางตำแหน่งและบางวิทยฐานะ
มาตร 81 ให้ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ในการส่งเสริม สนับสนุนผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา