Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
บทที่9การส่งเสริมการขับถ่ายปัสสาวะ - Coggle Diagram
บทที่9การส่งเสริมการขับถ่ายปัสสาวะ
9.1 ปัจจัยที่มีผลต่อการขับถ่ายปัสสาวะ :red_flag:
1.5 สังคมและวัฒนธรรม
1.6 ลักษณะท่าทาง
1.4 ด้านจิตสังคม
1.7กิจกรรมและความตึงตัวของกล้ามเนื้อ
1.3 ยา
1.8พยาธิสภาพ
1.2น้ําและอาหาร
1.9การผ่าตัดและการตรวจเพื่อการวินิจฉัยต่างๆ
1.1อายุ หรือ พัฒนาการในวัยต่างๆ
9.3ส่วนประกอบของปัสสาวะที่ผิดปกติ :red_cross:
3.5 ปัสสาวะมีสีเหลืองน้ําตาลของบิลิรูบิน(Bilirubinuria หรือ Choluria)
3.6 ปัสสาวะมีสีดําของฮีโมโกลบิน(Hemoglobinuria)
3.4 คีโตนในปัสสาวะ (Ketonuria)
3.7 ปัสสาวะเป็นหนอง (Pyuria)
3.3 โปรตีนในปัสสาวะ (Proteinuria หรือ Albuminuria)
3.8 นิ่วในปัสสาวะ (Calculi)
3.2 น้ําตาลในปัสสาวะ (Glycosuria)
3.9 ไขมันในปัสสาวะ (Chyluria)
3.1 ปัสสาวะเป็นเลือด (Hematuria)
9.5การสวนปัสสาวะ :!!:
5.1วัตถุประสงค์ของการสวนปัสสาวะ
4)เพื่อเก็บน้ําปัสสาวะส่งตรวจเพาะเชื้อ
5)เพื่อสวนล้างกระเพาะปัสสาวะ หรือใส่ยาในกระเพาะปัสสาวะ
3)เพื่อตรวจสอบจํานวนน้ําปัสสาวะที่เหลือค้างในกระเพาะปัสสาวะ
6)เพื่อศึกษาความผิดปกติของท่อปัสสาวะ
2)เพื่อช่วยให้กระเพาะปัสสาวะว่างในผู้ป่วยที่ต้องทําหัตถการต่างๆ
7)เพื่อตรวจสอบจํานวนน้ําปัสสาวะที่ขับออกมาในผู้ป่วยอาการหนักอย่างถูกต้อง
1)เพื่อระบายเอาน้ําปัสสาวะออกในผู้ป่วยที่ไม่สามารถถ่ายปัสสาวะเองได้
5.2ชนิดของการสวนปัสสาวะ
2)การสวนคาสายสวนปัสสาวะ (Indwelling catheterization or retained catheterization)
1)การสวนปัสสาวะเป็นครั้งคราว (Intermittent catheterization)
9.7การเก็บปัสสาวะส่งตรวจ :silhouettes:
7.2 วิธีการเก็บปัสสาวะจากสายสวนปัสสาวะที่คาไว้
2)เตรียม Syringe sterile เข็มปลอดเชื้อ Sterile swab น้ํายาฆ่าเชื้อ
3)ล้างมือสวมถุงมือสะอาดเช็ดบริเวณที่จะเก็บปัสสาวะด้วยน้ํายาฆ่าเชื้อ
1)ใช้Clamp หนีบสายสวนปัสสาวะที่ใต้รอยต่อระหว่างสายต่อของถุงกับสายสวน
4)ใช้กระบอกฉีดยาที่มีเข็มปลอดเชื้อแทงที่สายสวนปัสสาวะตรงตําแหน่งที่ทําความสะอาดฆ่าเชื้อไว้แล้ว ดูดปัสสาวะออกมาประมาณ 10 มล. ส่งตรวจเพาะเชื้อทันที
7.3 วิธีการเก็บปัสสาวะ 24 ชั่วโมง
เป็นการเก็บปัสสาวะที่มีการรวบรวมไว้จนครบ 24 ชั่วโมงแล้วส่งตรวจ
7.1 วิธีการเก็บปัสสาวะแบบรองเก็บปัสสาวะช่วงกลาง(Clean mid-streamurine)
ให้ผู้ป่วยทําความสะอาดบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ด้วยน้ําสะอาด ล้างมือให้สะอาด และเช็ดให้แห้ง ให้ปัสสาวะทิ้งช่วงต้นไปเล็กน้อย เก็บปัสสาวะในช่วงถัดมาประมาณครึ่งภาชนะ หรือประมาณ 30-50 ml. โดยห้ามสัมผัสด้านในของภาชนะแล้วปัสสาวะช่วงสุดท้ายทิ้งไปนําปัสสาวะไปส่งให้เจ้าหน้าที่โดยเร็วที่สุด
9.2แบบแผนการขับถ่ายปัสสาวะและการขับถ่ายปัสสาวะที่ผิดปกติ :pencil2:
2.1แบบแผนการขับถ่ายปัสสาวะ :check:
1) แบบแผนการขับถ่ายปัสสาวะในคนปกติ
(5)ลําปัสสาวะช่วงแรกจะพุ่งแรงและใหญ่
(6)ปัสสาวะประมาณ 4-6ครั้งต่อวัน
(4)ไม่มีอาการเจ็บปวด
(3)เวลาแต่ละครั้งมักไม่เกิน 30วินาที
(2)ไม่สามารถถ่ายปัสสาวะได้ทันที ต้องสามารถกลั้นได้
(7)มักถ่ายปัสสาวะก่อนนอน ตอนเช้าหลังตื่นนอน
(8)การถ่ายปัสสาวะจะเว้นช่วงห่าง
(9)จํานวนปัสสาวะประมาณ 250-400 มิลลิลิตรต่อครั้ง
(1)อยากถ่ายปัสสาวะ
(10)Residual urineไม่ควรเกิน 50 มิลลิลิตร
2) ลักษณะของปัสสาวะที่ปกติ
(4)มีความเป็นกรดอ่อนๆ
(5)มีความถ่วงจําเพาะ 1.015-1.025
(3)สีเหลืองจางจนถึงสีเหลืองเข้ม
6)เมื่อตรวจไม่พบ Casts,Bacteria, Albumin หรือน้ําตาล ไม่พบเม็ดเลือดแดง
(2)ลักษณะใส ไม่ขุ่น ไม่มีตะกอน
(7)ปัสสาวะใหม่มีกลิ่นแอมโมเนียอ่อนๆ
(1)ปริมาณปกติ วันละ 800–1,600 มิลลิลิตร
2.2 การขับถ่ายปัสสาวะที่ผิดปกติ :green_cross:
3)ปัสสาวะมากกว่าปกติ
4)ปัสสาวะตอนกลางคืน
2)ปัสสาวะน้อยกว่าปกติ
5)ปัสสาวะขัด ปัสสาวะลําบาก
1)ไม่มีปัสสาวะ
6)ถ่ายปัสสาวะบ่อยหรือกะปริบกะปรอย
7)ปัสสาวะรดที่นอน
8)ปัสสาวะคั่ง
9)กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ หรือกลั้นปัสสาวะไม่ได้
(2)กลั้นปัสสาวะไม่ทัน
(3)ปัสสาวะเล็ด
(1)กลั้นปัสสาวะไม่อยู่โดยสิ้นเชิง
(4)ปัสสาวะท้น
(5)ภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ที่เกิดจากภาวะหรือโรคอื่นๆ
9.4หลักการส่งเสริมสุขภาพใน
ระบบทางเดินปัสสาวะ :star:
4.4 การช่วยเหลือผู้ป่วยในการขับถ่ายปัสสาวะกรณีปัสสาวะไม่ออก
4.5 สอนให้นวดกระเพาะปัสสาวะ
4.3 ส่งเสริมให้กล้ามเนื้อทํางานอย่างเต็มที่
4.6 เสริมสร้างนิสัยของการถ่ายปัสสาวะ
4.2 ป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ
4.7 การช่วยเหลือผู้ป่วยในการขับถ่ายปัสสาวะกรณีที่ไม่สามารถไปห้องน้ําได้
4.1 ส่งเสริมให้ได้รับน้ําอย่างเพียงพอ
9.6 หลักการพยาบาลผู้ป่วยที่ได้รับ
การใส่ถุงยางอนามัยเพื่อระบายปัสสาวะได้ :!:
6.1 วัตถุประสงค์
2) ป้องกันการเกิดแผลกดทับในรายที่ต้องรักษาตัวนาน ๆ
3) ป้องกันการติดเชื้อจากการใส่สายสวนปัสสาวะค้างไว้
1)เพื่อรักษาความสะอาด และป้องกันการระคายเคืองของผิวหนัง
4)ป้องกันการอักเสบในรายที่มีแผล
9.8กระบวนการพยาบาลในการส่งเสริมและช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีปัญหาการขับถ่ายปัสสาวะ :smiley:
8.2 การวินิจฉัยทางการพยาบาล
จากข้อมูลของกรณีตัวอย่างร่วมกับข้อมูลสนับสนุนที่ได้จากการประเมินสามารถกําหนดข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล
8.3 การวางแผนการพยาบาล และการปฏิบัติการพยาบาล
เพื่อลดการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะของผู้ป่วย
8.1 การประเมิน
2)ตรวจร่างกายในระบบทางเดินปัสสาวะ
3)วิเคราะห์ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ
1)การซักประวัติแบบแผนและลักษณะการขับถ่ายปัสสาวะปกติ
8.4 ประเมินผลการพยาบาล
ภายหลังให้การพยาบาลควรมีการประเมินทุกครั้งตามเกณฑ์การประเมินผล
ปัสสาวะสีเหลืองใสไม่มีตะกอน
สัญญาณชีพปกติ
ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการไม่พบเชื้อ