Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การพยาบาลข้ามวัฒนธรรม ประเทศโอมาน - Coggle Diagram
การพยาบาลข้ามวัฒนธรรม ประเทศโอมาน
ข้อมูลทั่วไป
โอมาน หรือชื่อทางการว่า รัฐสุลต่านโอมานเป็นประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ บนชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของคาบสมุทรอาหรับ มีพรมแดนทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือติดกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทางตะวันตกติดกับซาอุดีอาระเบีย และทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ติดกับเยเมน มีชายฝั่งบนทะเลอาหรับทางใต้และตะวันออก และอ่าวโอมานทางตะวันออกเฉียงเหนือ นอกจากนี้ยังมีดินแดนส่วนแยกอยู่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
เมืองหลวง คือ กรุงมัสกัต
ภาษา ใช้ภาษาอาหรับเป็นภาษาราชการ แต่ชาวโอมานส่วนใหญ่สามารถใช้ภาษาอังกฤษติดต่อได้
อาหารประจำชาติ เช่น กับซะฮ์ คำว่ากับซะฮ์มีที่มาจากคำว่า กับส์(كبس kbs) ซึ่งแปลว่ากดหรืออัด ซึ่งสื่อถึงวิธีการปรุงที่ส่วนผสมทุกอย่างอัดรวมกันในหม้อใบเดียว
สภาพภูมิประเทศ รัฐสุลต่านโอมานมีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทะเลทรายและภูเขา มีชายฝั่งทะเลยาว 2,092 กิโลเมตร ปรากฏบริเวณที่เป็นภูเขาสูงอยู่ 2 บริเวณแคบ ๆ คือ บริเวณติดต่อกับเยเมน และบริเวณชายฝั่งอ่าวโอมาน ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นที่ราบ และมีลุ่มบางแห่งแถบชายฝั่งบริเวณหัวแหลมและอ่าวอยู่หลายแห่งมีเกาะ กลุ่มเกาะอยู่ทางทิศตะวันออกของประเทศ เกาะและกลุ่มเกาะที่สำคัญ ได้แก่ เกาะมาสิราห์ กลุ่มเกาะคูเรีย มาเรีย และกลุ่มเกาะนิก้า นิโกร
สภาพภูมิอากาศ
เขตกึ่งทะเลทราย-ร้อนแห้งแล้ง และอบอุ่นแห้งแล้ง ปรากฏอยู่เป็นแนวแคบๆ แถบภูเขาสูงชายฝั่งอ่าวโอมาน พืชพรรณ เป็นไม้พุ่มเตี้ย ไม้หนาม หญ้าทนแล้งประเภทต่างๆ
เขตทะเลทราย-แห้งแล้งจัดตลอดปี ปรากฏกระจายครอบคลุมพื้นที่เกือบทั้งหมดของประเทศ เป็นส่วนหนึ่งของทะเลทรายรับอัลคาลิ พืชพรรณ อินทผลัม กระบองเพชร ไม้พุ่มประเภทหนาม
ไบโอทะเลทราย-แม่นำ เป็นที่เกิดของเอนเดอร์แมนมากที่สุดและมีโอกาจที่จะเจอไบโอมที่ราบอยู่ติดกับไบโอมนี้ สามารถหาได้ทั่วไปตามที่ต่างๆ
โรคที่พบบ่อย
โรคติดต่อในโอมาน
โรคเอดส์ (HIV)
โรคไวรัสตับอักเสบ B และ C
โรคมาเลเรีย
โรคเรื้อน
วัณโรค, ฝีในปอด
กามโรค เช่น ซิฟิลิส
โรคไม่ติดต่อในโอมาน
โรคไตเรื้อรัง
โรคตับเรื้อรัง
โรคหัวใจ
โรคเครียด
โรคเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมได้
โรคมะเร็ง
โรคจิต, วิกลจริต
พิการอื่นๆ เช่น ตาบอดสี (สำหรับตำแหน่งพนักงานขับรถ) หูหนวก เป็นต้น
การตั้งครรภ์ (จะต้องมีการตรวจร่างกายคนงานหญิงทุกคนที่จะเข้าไปทำงาน)
หลักการอันเป็นข้อบังคับสำหรับมุสลิม
หลักศรัทธา ความเชื่อในศาสนา
หลักปฏิบัติหน้าที่ในศาสนา (อิบาดะห์)
หลักคุณธรรม(อิห์ซาน)
ทุกคนต้องเรียนรู้หลักการของศาสนาอิสลามไม่มีขอยกเว้นเป็นหน้าที่พึงปฏิบัติปฏิบัติ
การละหมาด หรือ สวด (นมาซ หรือ นมัสการ)
การละหมาด
ละหมาด หมายถึง การขอพร ความหมายทางศาสนาหมายถึง การกล่าวและการกระทำ ซึ่งเริ่มต้นด้วยตักบีร และ จบลงด้วยสะลาม การละหมาดเป็นการสร้างเอกภาพอย่างหนึ่งของมุสลิม เมื่อละหมาดมุสลิมทั่วโลก หันหน้าไปทางกิบละฮ์ เพื่อเคารพภักดีต่ออัลลอฮ์ การละหมาด ฝึกฝนให้เป็นคนตรงต่อเวลา มีความอดทน และขัดเกลาจิตใจ ให้บริสุทธิ์ผ่องแผ้ว ไม่ประพฤติสิ่งหนึ่งสิ่งใดในทางชั่วร้าย
เวลาละหมาด
เวลาย่ารุ่ง
เวลากลางวัน
เวลาเย็น
เวลาพลบค่ำ
เวลากลางคืน
พิธีถือศีลอด
ผู้ที่จะถือศีลอดต้องมีความพร้อมทั้งด้านร่างกายและจิตใจ และมีความแน่วแน่ที่จะฝ่าฟันอุปสรรค ความยากลำบากด้วยความสมัครใจตลอดเดือนรอมฎอน ภารกิจที่ผู้ถือศีลอดควรกระทำตลอดช่วงเดือนรอมฏอน คือ การศึกษาพระคัมภีร์อัลกุรอ่านเพื่อทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้และสามารถปฏิบัติตามพระวัจนะของพระเจ้าได้โดยไม่ผิดเพี้ยน ด้วยคติทางศาสนาว่าเดือนรอมฎอน คือ เดือนที่พระผู้เป็นเจ้าทรงประทานคัมภีร์อัลกุรอ่านให้เป็นธรรมนูญชีวิตของมุสลิมทุกคนพึงยึดถือปฏิบัติไว้ให้มั่น ชาวมุสลิมจึงยึดถือว่า เดือนรอมฎอนเป็นเดือนที่มีความประเสริฐ การปฏิบัติศาสนพิธีและท่องคำภีร์อัลกุรอ่านในเดือนรอมฎอนนี้จึงปฏิบัติเป็นกรณีพิเศษ
พิธีสุนัต
การเข้าสุหนัตเป็นพิธีกรรมที่สำคัญอย่างหนึ่งของคนมุสลิม ถือกันว่าคนมุสลิมที่แท้จริงต้องเข้าสุนัต ถ้าไม่เข้าถือว่าเป็นมุสลิมที่ไม่สมบูรณ์ การขลิบในสมัยก่อนนิยมกระทำกันในเวลาเช้า ประมาณ ๐๘.๐๐– ๑๐.๐๐ น. หรือตอนเย็นเพราะเป็นช่วงที่อากาศเย็นกว่าช่วงเวลาตอนกลางวัน เมื่อขลิบแล้วเลือดจะไหลไม่มากและหยุดง่าย หลังจากทำการขลิบแล้วใช้เวลารักษาประมาณ ๑๕ วันก็หายเป็นปกติ
วัฒนธรรม
เฉพาะ สตรีจะแต่งกายมิดชิด ชาวต่างชาติจึงไม่ควรแต่งกายไม่สุภาพ เช่น นุ่งกางเกงขาสั้น
การจับมือ ในการติดต่อธุรกิจหรืองานสังคมชาวโอมาน ชายทั่วไปจะทักทายด้วย การจับมือกับแขก ส่วนสุภาพสตรีไม่นิยมจับมือกับแขก
การดูแลสุขภาพ
ด้านโภชนาการ:เท่าที่พบหลักฐานโภชนาการตามแนวทางของอิสลามนั้น อาหารต้องครอบคลุมถึงอาหารทุกชนิดที่จำเป็นต่อร่างกาย เน้นความสำคัญของ นม น้ำผึ้ง เนื้อ ผลไม้ และผักต่างๆ ให้ความสำคัญเรื่องความสะอาดของอาหาร ไม่รับประทานอย่างฟุ่มเฟือย เป็นต้น
ด้านการออกกำลังกาย: อิสลามถือว่าการมีร่างกายที่แข็งแรงและสุขภาพดีเป็นความโปรดปรานจากอัลลอฮ การรักษาความแข็งแรงและสุขภาพร่างกายของชาวมุสลิมจึงถือเป็นการตระหนักต่อความโปรดปรานจากอัลลอฮ หรือเป็นการปฏิบัติทางศาสนาด้วยเช่นกัน
การป้องกันและบำบัดโรค : ในหมู่ชาวมุสลิมให้ความสำคัญและเอาใจใส่ต่อเรื่องความสะอาด การบริโภคอาหารตามหลักโภชนาการ การออกกำลังกายเป็นประจำ และการมีเวลาพักผ่อนที่เพียงพอ ตลอดจนมีวิธีการในการควบคุมโรคติดต่อเพื่อไม่ให้แพร่ระบาดด้วย
แนวคิดสำคัญตามความเชื่อทางสุขภาพโดยทั่วไปของชาวโอมาน
มีความเชื่อว่าห้ามทำแท้ง จะทำได้ในกรณีที่ต้องรักษาชีวิตแม่เท่านั้น
ผู้ชายจะต้องขลิบอวัยวะเพศชาย ถือเป็นเรื่องที่สำคัญ
การช่วยผู้ป่วยระยะสุดท้ายไม่สนับสนุนให้ใส่เครื่องช่วยหายใจในผู้ป่วยมีภาวะเป็นผัก
การผ่าศพชันสูตรเป็นสิ่งต้องห้าม นอกจากเป็นข้อบังคับทางกฎหมาย
หลังคลอดจะมีการนำรกไปฝัง
การปรับเปลี่ยนการพยาบาลให้สอดคล้องกับการให้บริการทางการแพทย์และพยาบาล
เมื่อต้องพูดคุยกับผู้ป่วย จะไม่สบตาหรือจ้องผู้ป่วยนานเกินไป
ในการตรวจผู้ป่วยที่เป็นผู้หญิง เราจะนำเสื้อคลุมที่ยาวสามารถปกปิดร่างกายได้ทั่วก่อนทำการตรวจร่างกาย
เราจะแจ้งผู้ป่วยก่อนเสมอว่า ผู้ให้บริการเป็นเพศเดียวกันหรือไม่ เพื่อความสะดวกของผู้ป่วย แต่ส่วนใหญ่สำหรับชาวโอมานจะเน้นผู้ให้บริการเป็นเพศเดียวกัน แต่ถ้ามีความจำเป็นที่ผู้ให้บริการเป็นเพศตรงข้าม เราจะอนุญาตให้สามีเข้าไปด้วยได้
การปรับเปลี่ยนการพยาบาลให้สอดคล้องกับการดูแลเรื่องอาหาร
ในกรณีผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับพลังงานจากเนื้อสัตว์ เราจะไม่นำเนื้อหมูมาให้ผู้ป่วยรับประทาน แต่จะให้เป็นเนื้อไก่หรือปลา
เราจะนำอ้างน้ำเล็กๆไว้ข้างตัวผู้ป่วย เพราะชาวคูเวตจะล้างมือก่อนและหลังรับประทานอาหารเสมอ
เมื่อเราจะดูแลหรือสัมผัสผู้ป่วย จะใช้มือขวา เพราะชาวมุสลิมจะใช้มือขวาในการจับอาหารหรือเครื่องดื่ม
การปรับเปลี่ยนการพยาบาลให้สอดคล้องกับการดูแลทางจิตวิญญาณ
จะจัดสถานที่ละหมาดให้ผู้ป่วยทุกครั้ง เพื่อเกิดความสบายใจ
เราจะไม่นำสิ่งที่เป็นสัญลักษณ์ทางศาสนาอื่นมาไว้ในห้องผู้ป่วย
ในผู้ป่วยที่มีข้อจำกัดหรือผู้ป่วยหลังคลอด การสวดมนต์ของผู้ป่วยเราจะช่วยพยุงตัวผู้ป่วยไปทางทิศตะวันตก เพราะการสวดมนต์ของชาวมุสลิมจะหันหน้าไปทางทิศตะวันตก
ปรับเปลี่ยนการพยาบาลให้สอดคล้องกับการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย
ช่วยพยุงมือผู้ป่วยวางบนส่วนที่ตนเจ็บ แล้วให้การละหมาดเพื่อเป็นการขอพรลดความทุกข์ทรมานจากการเจ็บป่วย
พยาบาลมีหน้าที่เข้าไปให้กำลังใจ ทำให้เขาอบอุ่น และเชื่อมั่นว่าจะหายป่วย
ใส่ใจดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด เพราะชาวมุสลิมจะเชื่อว่าการดูและการเยี่ยมเยือนผู้ป่วย เป็นการช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเผชิญกับความเจ็บของเขา โดยเฉพาะด้านทางจิตใจการเข้าหาผู้ป่วยทำให้เขาลดความกังวล ความคิดถึง ความเศร้าโศกได้