Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
บทที่ 10 การปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูและผู้เรียนเพื่อส่งสริมการพัฒนาศักยภาพของ…
บทที่ 10 การปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูและผู้เรียนเพื่อส่งสริมการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน
บทนำ
การปฏิสัมพันธ์ เป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในกลุ่ม การจัดการเรียนการสอนนิยมสร้างความสัมพันธ์ในห้องเรียนระหว่างการสอนของครูและการให้ผู้เรียนมีส่วนส่วมในการเรียนด้วยกิจกรรมประเภทต่างๆ
ความหมายของปฏิสัมพันธ์
การกระทำหรือการประกอบกิจกรรมระหว่างสิ่งสองสิ่งหรือสิ่งหลายสิ่งเพื่อให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์ ไม่ว่าผลลัพธ์นั้นจะออกมาในทางที่ดีมีประโยชน์หรือออกมาในทางที่ก่อให้เกิดผลเสียต่อสิ่งที่กำลังกระทำหรือตอบโต้อยู่นั้น
การปฏิสัมพันธ์เป็นการแสดงบทบาทในฐานะผู้นำของครู
บุคลิกภาพของครูที่มีต่อผลการสร้างบรรยากาศในชั้นเรียน
พฤติกรรมของครูที่แสดงออก
การให้ผู้เรียนมีโอกาศซักถาม
การเสริมแรง
ความหมายของการเรียนรู้
การเรียนรู้เป็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอย่างถาวร
โดยเป็นผลจากการฝึกฝนจากการกระทำ
การเปลี่ยนด้านความรู้ ความเข้าใจ และความคิด เป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับเนื้อหาสาระใหม่ เช่น สามารถบวกเลขได้ แก้โจทย์สมการได้ถูกต้อง
การเปลี่ยนแปลงด้านอารมณ์ ความรู้สึก ทัศนคติ เมื่อบุคคลได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆก็ทำให้ผู้เรียนเกิดความรู้สึกด้านจิตใจ ความเชื่อ เช่น ชอบอ่านหนังสือ
ล้างมือก่อนรับประทานอาหาร
การเปลี่ยนแปลงด้านความชำนาญ การที่บุคคลได้เกิดการเรียนรู้ด้านความคิด ความเข้าใจและนำเอาสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปปฏิบัติจนเกิดทักษะทำให้เกิดความชำนาญ เช่น การใช้มือวาดภาพ
การปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูและนักเรียน
มีบรรยากาศการเรียนที่เป็นมิตรทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใส
ครูใส่ใจต่อความคิดเห็นของเด็กแต่ละคน
ครูมีความไวต่อปฏิกิริยาของผู้เรียน
ความสำคัญของปฏิสัมพันธ์สร้างสรรค์
เป็นปฏิสัมพันธ์เชิงบวกที่นำมาใช้ เพื่อส่งเสริมพัฒนาการเด็กโดยองค์รวม เพื่อให้เด็กได้รับการพัฒนาทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา
ขั้นพัฒนากลุ่ม ครูดำเนินการสร้างและพัฒนาหลุ่มตามลำดับขั้นของกิจกรรมการสอนเพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียน
ขั้นกำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ด้านเนื้อหากับทักษะการร่วมมือ เช่น เนื้อหาที่ผู้เรียนต้องเรียนและเตรียมให้สอดคล้องกับศตวรรษที่ 21 ความต้องการของท้องถิ่น
ขั้นลำดับของยุทธศาสตร์การสอนและโครงสร้างของพหุปัญญา สามารถใช้ปฏิสัมพันธ์หลายรูปแบบในเนื้อหาวิชา ครูสามารถกำหนดการจัดการเรียนรู้ได้หลากหลาย
ขั้นการสะท้อนความคิดและความรับผิดชอบ การใช้คำถามที่ดีใรการสะท้อน คำถามสามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนกลับว่าผู้เรียนได้เรียนใด
ขั้นความตระหนักและรู้คุณค่า เมื่อผู้เรียนได้เรียนรู้และร่วมกิจกรรมการเรียนรู้แบบ TLC ครูจะต้องนำผู้เรียนได้ตระหนักและรู้คุณค่าของสิ่งที่ได้เรียนรู้
สรุป
การปฏิสัมพันธ์เป็นภารกิจการเรียนรู้ที่ครูต้องเตรียมเพื่อพัฒนาให้ผู้เรียนโดยคำนึงถึงเวลาและเนื้อหา ตามแนวคิดของ Bloom และจุดมุ่งหมายทางการศึกษาในแต่ละคาบเรียน