Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การดูแลผู้ป่วยที่ได้รับออกซิเจนและการดูดเสมหะ - Coggle Diagram
การดูแลผู้ป่วยที่ได้รับออกซิเจนและการดูดเสมหะ
การประเมินภาวะพร่องออกซิเจน
การประเมินสภาพร่างกาย
ระบบหัวใจและหลอดเลือด
ระบบประสาทส่วนกลาง
ระบบทางเดินหายใจ
ระบบผิวหนัง
ระบบทางเดินอาหาร
การประเมินการตรวจทางห้องปฏิบัติการ
ค่าการอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด (Arterial oxygen saturation)
การตรวจหาระดับฮีโมโกลบิน (Hemoglobin: Hb)
สาเหตุของ hypoxia และหรือ hypoxemia
โรคเลือดโดยเฉพาะเม็ดเลือดแดงน้อย
ระบบเผาผลาญเมตาบอลิซึมผิดปกติต่าง ๆ
ระบบหัวใจและหลอดเลือด
ระบบประสาทส่วนกลางและส่วนปลาย
ระบบทางเดินหายใจ
ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดโดยเฉพาะการผ่าตัดส่วนอกและช่องท้อง
ระดับค่าก๊าซในหลอดเลือดแดง(Arterial blood gas: ABG)
ระบบทางเดินหายใจและกลไกการทำงาน
ระบบทางเดินหายใจ
ฝาปิดกล่องเสียง ทำหน้าที่กันไม่ให้อาหารที่เรากลืนตกลงสู่
ระบบทางเดินหายใจ
กล่องเสียง ใช้ในการสร้างเสียง และเป็นทางเดินหายใจ
โพรงจมูกและช่องคอ ทำหน้าที่ เพิ่มอุณหภูมิ ดักจับเชื้อโรค
และเพิ่มความชุ่มชื้นของอากาศ
หลอดคอ หลอดลมและหลอดลมฝอย ทำหน้าที่ลาเลียงอากาศ
ดักจับเชื้อโรค และกาจัดเชื้อโรค
จมูก ใช้เพื่อเป็นทางเข้าของอากาศ มีหน้าที่ในการดักจับฝุ่นละออง
และเพิ่มความชุ่มชื้นของอากาศ
ถุงลม ทำหน้าที่แลกเปลี่ยนแก๊ส ระหว่างอากาศที่ลาเลียงมากับ
เส้นเลือดฝอยที่ล้อมรอบ
กลไกการหายใจของมนุษย์
การหายใจออก (Expiration)
การหายใจในระดับเซลล์
การหายใจเข้า (Inspiration)
กลไกควบคุมการหายใจ
กลไกควบคุมการหายใจ
เป็นการหายใจที่ไม่สามารถบังคับได้ โดยสมองส่วน pons และ medulla เป็นตัวสร้างและส่งสัญญาณประสาทไปกระตุ้นกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้อง
กับการหายใจ
การควบคุมภายใต้อานาจจิตใจ
เป็นการหายใจที่สามารถบังคับได้ โดยสมองส่วนหน้า สมองส่วนหลัง ทำให้เราสามารถควบคุม บังคับ หรือปรับการหายใจให้เหมาะสม
กับพฤติกรรมต่าง ๆ ของร่างกาย
ปัจจัยที่มีผ่อตอการไดรับออกซิเจนของบุคคล
ภาวะที่ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ
กับความต้องการของร่างกาย
ความเครียด ทำให้เกิดภาวะนอนไม่หลับ การหายใจถี่ขึ้น
ต้องการออกซิเจนมากขึ้น
อาหารที่มีไขมันมาก จะมีปริมาณออกซิเจนน้อย
การเล่นกีฬาหรือออกกาลังกายหนัก ๆ อาจทำให้ได้รับออกซิเจน
ไม่ทั่วถึงและเพียงพอ
ผู้สูงอายุ ร่างกายของคนเราจะเสื่อมลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น
อยู่ในที่ที่มีมลพิษสูง ทำให้อากาศบริเวณนั้นมีออกซิเจนลดลง
การสูบบุหรี่ มีผลเสียต่อร่างกายในหลาย ๆ ระบบ
ทำให้หลอดเลือดมีคาร์บอนไดออกไซด์มาก และมีออกซิเจนน้อย
การเดินทางหรืออาศัยในที่สูง
การดื่มสุราและเครื่องดื่มที่เป็นแอลกอฮอล์ ส่งผลให้ร่างกายเกิด
ผลเสียแบบเฉียบพลับและเรื้อรัง
ความสำคัญของก๊าซออกซิเจนที่มีต่อร่างกาย
การซึมผ่านเยื่อเลือกผ่านที่ผนังของถุงลมและหลอดเลือด
และเข้าไปในเลือด
ความดันออกซิเจน ทำให้เกิดการขนส่งออกซิเจนสู่เนื้อเยื่อ
การหมุนเวียนเพื่อกาจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
การขนส่งคาร์บอนไดออกไซด์โดย hemoglobin ในเม็ดเลือดแดง
คาร์บอนไดออกไซด์ไปรวมกับน้ำ เพื่อเกิดสารประกอบ กรดคาร์บอนิก และแตกตัวเป็นไฮโดรเจนไอออนกับไบคาร์บอเนต
การทำงานของเม็ดเลือดแดง
ทำให้เกิดการถ่ายเทก๊าซจากที่ความเข้มข้นสูงสู่ที่ต่ำกว่า
สาเหตุและการพยาบาลผู้ป่วยที่มีอาการผิดปกติ
ของระบบทางเดินหายใจ
Chest pain อาการเจ็บหน้าอก
อาการเจ็บหน้าอก
เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบมักเป็นตรงบริเวณหัวใจ
และเจ็บตลอดเวลา
หัวใจ
เยื่อหุ้มปอดอักเสบ มักเจ็บตรงบริเวณที่มีอาการอักเสบและ
มักเจ็บมากเมื่อเวลาหายใจเข้าลึกๆหรือเวลาไอทำให้ผู้ปุวยต้องหายใจตื้น
หลอดลมอักเสบ มักมีอาการแน่นหน้าอกบริเวณหลังกระดูก
อาจเจ็บตลอดเวลา และเจ็บมากเมื่อเวลาไอ
กล้ามเนื้ออักเสบ มักมีอาการเจ็บเฉพาะที่
และเจ็บเมื่อใช้มือกดที่บริเวณนั้น
เส้นประสาท
Hiccup การสะอึก
เป็นอาการที่เกิดจากการหดตัวของกล้ามเนื้อกระบังลมที่อยู่ตรงรอยต่อ ระหว่างช่องปอดและช่องท้อง ที่เกิดขึ้นเองโดยไม่สามารถควบคุมได้
สาเหตุของอาการสะอึก
กินอาหารรสจัด
ยาบางชนิด
ไม่ได้เกิดจากโรค โดยมีสาเหตุหรือปัจจัยเสี่ยงที่พบบ่อย
Hemoptysis อาการไอเป็นเลือด
สาเหตุของการไอเป็นเลือด
การอักเสบ
เนื้องอก และมะเร็ง
อุบัติเหตุ
ความผิดปกติของหลอดเลือดและโรคปอดต่าง ๆ
ชนิดของการไอเป็นเลือด
ไอจนมีเลือดออกเป็นสาย
ไอจนมีเสมหะสีคล้ายสนิม จากมีเลือดเก่า ๆ ปนออกมาด้วย
ไอจนมีเลือดปนออกมา
ไอจนมีเลือดสดออกมา พบในวัณโรคปอด
Dyspnea อาการหายใจลาบาก
การหายใจลำบากไม่มีความสัมพันธ์กับความเร็วของการหายใจ
อาจเกิดขึ้นเมื่อผู้ป่วยหายใจถี่หรือ หายใจช้าก็ได้
สาเหตุของการหายใจลำบาก
สาเหตุเกี่ยวกับหัวใจ
สาเหตุเกี่ยวกับประสาท
สาเหตุเกี่ยวกับทางเดินหายใจ
อาการผู้ป่วยต้องใช้ความพยายามหรือใช้แรงในการหายใจ
คนที่หายใจเร็ว tachypnea ไม่จำเป็นต้องมีอาการหายใจลาบากร่วมด้วย
อาการไอ (Cough)
ลักษณะของอาการไอ
ไอแห้ง ๆ ไม่มีเสมหะ
ไอมีเสมหะ
สาเหตุของการไอ
ฝุ่นควัน สารเคมี อาหาร หรือน้ำที่สำลักเข้าไป
ความร้อน - เย็นของอากาศ จะทำให้การไอมากขึ้น
การอักเสบหรือการบวมบริเวณทางเดินหายใจ
มีอาการไอน้อยกว่า 2 สัปดาห์
บทบาทพยาบาลในการส่งเสริมการได้รับออกซิเจน
การบริหารการหายใจ
การหายใจโดยใช้กล้ามเนื้อหน้าท้องหรือกระบังลม
(diaphragmatic breathing)
การหายใจโดยการห่อปาก (pursed - lip breathing)
การหายใจเข้าลึกๆ (deep breathing)
การจัดท่าผู้ป่วย
ควรจัดอยู่ในท่าศีรษะสูง ในท่านี้จะช่วยให้หายใจสะดวกขึ้น
ผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะที่มีออกซิเจนในเซลล์ต่ำ
บทบาทพยาบาลในการส่งเสริมการได้รับออกซิเจน
วัตถุประสงค์ของการให้ออกซิเจนเพื่อการรักษา
เป็นการลดอาการขาดออกซิเจนเรื้อรัง
เป็นการช่วยการทางานของระบบทางเดินหายใจ หัวใจ และระบบการไหลเวียนโลหิตและหลอดเลือดจากภาวะพร่องออกซิเจน
เป็นการรักษาภาวะพร่องออกซิเจนทาให้ออกซิเจนในเลือดต่ำ
ข้อชี้บ่งของการให้ออกซิเจน
เกิดภาวะบาดเจ็บขั้นรุนแรง (severe trauma)
ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดชนิดเฉียบพลัน
เสี่ยงต่อการเกิดภาวะ hypoxemia
การให้ออกซิเจนเป็นเวลาช่วงสั้น ๆ ในการทาผ่าตัด
มีภาวะขาดออกซิเจนในเลือด
อาการและอาการแสดงของภาวะขาดออกซิเจน
แสดงพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไป (behavior changes)
อัตราการเต้นของชีพจรเร็วขึ้น (increase pulse rate)
ขั้นรุนแรง และพบ bradycardia
มีอาการวิงเวียนศีรษะคล้ายบ้านหมุน (vertigo)
ในช่วงแรกอัตราการหายใจเร็วและลึก ต่อมาจะเปลี่ยนเป็นหายใจสั้นตื้น
แสดงพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไป (behavior changes)
ความดันโลหิตลดลง (blood pressure will decrease)
ความอ่อนเพลีย เหนื่อยล้าเพิ่มขึ้น (increased fatigue)
หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ (cardiac dysthymias)
ระดับการมีสมาธิลดลง (decreased ability to concentrate)
ภาวะซีด (pallor)
ระดับความรู้สึกตัวลดลง (decreased level of consciousness)
มีอาการเขียวคล้า (cyanosis)
วิตกกังวล(anxiety)กระสับกระส่าย(restlessness)
กรณีเป็นภาวะขาดออกซิเจนเรื้อรัง พบนิ้วปุ้ม (clubbing)
ข้อควรระวังและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
จากการให้ออกซิเจน
อาจเกิดภาวะปอดแฟบ (lung atelectasis)
ออกซิเจนเป็นพิษ (oxygen toxicity)
ควรระวังการให้ออกซิเจนในผู้ปุวยที่ได้รับพิษจากparaquat
ควรจำกัดความเข้มข้นของออกซิเจนที่ใช้ในต่ำที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงการติดไฟ ด้วยคุณสมบัติเคมีของออกซิเจนเอง
อาจเกิดภาวะกดการหายใจผู้ป่วยที่หายใจเอง
ควรระวังการให้ความชื้นร่วมกับออกซิเจนโดยเฉพาะ
การให้ความชื้นแบบ nebulizer
การมีความเข้มข้นระดับสูงของออกซิเจน บริเวณที่เกิดไฟไหม้จะทำให้ขบวนการติดไฟ เพิ่มความรุนแรงยิ่งขึ้น
การพยาบาลผู้ป่วยที่ได้รับออกซิเจน
ดูแลทางเดินหายใจโดยท่าทางเดินหายใจ(Clear air way)
ดูแลความสะอาดของจมูกและปากบ่อยๆ หรือ ทุก 2 - 3 ชั่วโมง
หมั่นตรวจดูอุปกรณ์ที่ให้ออกซิเจน
ดูแลด้านจิตใจ เพื่อลดความวิตกกังวลของผู้ป่วยและญาติ
หมั่นสังเกตและประเมินภาวะของผู้ป่วย
เทคนิคการพยาบาลที่เกี่ยวข้อง
ในการให้ออกซิเจนแบบต่าง ๆ
ระบบการไหลของออกซิเจนชนิดสูง (High flow system)
การให้ออกซิเจนทางท่อหลอดลม (tracheostomy collar)
การให้ออกซิเจนชนิด croupette tent
การให้ออกซิเจนชนิด hood หรือ oxygen box
การให้ออกซิเจนชนิดT- piece
การให้ออกซิเจนทางท่อช่วยหายใจ (endotracheal tube: ET)
ระบบการไหลของออกซิเจนชนิดต่ำ (Low flow system)
การให้ออกซิเจนทางหน้ากาก (mask)
การให้ออกซิเจนชนิดเขี้ยว (nasal cannula)
การดูดเสมหะ (suction)
การได้รับออกซิเจนให้เพียงพอกับความต้องการ
ของร่างกายให้ปฏิบัติ
การเพิ่มความสามารถในการขยายตัวของทรวงอกและปอด
การเพิ่มปริมาณออกซิเจนที่เข้าปอด
การช่วยทำให้ทางเดินหายใจโล่ง
การลดความต้องการปริมาณออกซิเจนในร่างกาย
การผ่อนคลายความวิตกกังวล
วิธีการดูดเสมหะ
การดูดเสมหะทางจมูก (Nasopharygeal)
การดูดเสมหะทางท่อช่วยหายใจ(Endotracheal)
ความปลอดภัยขณะผู้ป่วยได้รับออกซิเจน
อาจเกิดการทำลายเนื้อเยื่อในปอด ออกซิเจนจะก่อพิษ
อาจเกิดอันตรายกับดวงตา (retrolental fibroplasias)
อาจทำให้เยื่อบุทางเดินหายใจแห้งและเกิดการระคายเคืองได้
อาจเกิดการหยุดหายใจ ในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง
อาจเกิดการติดเชื้อโรคแทรกซ้อน
อาจเกิดอุบัติเหตุจาการเกิดไฟไหม้หรือการระเบิด
กระบวนการพยาบาลในการส่งเสริมการได้รับออกซิเจน
การวางแผนการพยาบาล (Planning)
การปฏิบัติการพยาบาล (Implementation)
การวินิจฉัยทางการพยาบาล (Nursing diagnosis)
การประเมินผลการพยาบาล (Evaluation)
ประเมินผลกิจกรรมการพยาบาล
ประเมินผลคุณภาพการบริการ
ประเมินผลลัพธ์การพยาบาล
การประเมินภาวะสุขภาพ (Health assessment)