Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การเคลื่อนไหวและการออกกำลังกายของผู้ป่วยผ่าตัด, 117096163_409822066827447…
การเคลื่อนไหวและการออกกำลังกายของผู้ป่วยผ่าตัด
การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วย
การช่วยเหลือผู้ป่วยเคลื่อนไหวบนเตียง
การประเมินผู้ป่วย
ความสามารถของผู้ป่วยในการช่วยเหลือตนเอง
ความยากลำบากและไม่สุขสบายในขณะเปลี่ยนท่าหรือเมื่ออยู่ในท่าที่จัดให้
ท่าที่เหมาะสมและระยะที่ผู้ป่วยจะคงอยู่ในท่าที่เปลี่ยนให้ใหม่
ปัญหาอื่นๆที่พบในผู้ป่วย
ปฏิบัติการพยาบาลในการให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยบนเตียง
การจัดท่าผู้ป่วย
ท่านอนหงาย
ท่านอนตะแคง
ท่านอนหงายพาดเท้าบนขาหยั่ง
ท่านอนคว่ำ
ท่านอนหงายชันเข่า
ท่านอนตะแคงกึ่งคว่ำ
ท่านั่งบนเตียง
ท่านอนคว่ำคุกเข่า
ท่านอนศีรษะต่ำปลายเท้าสูง
การเตรียมผู้ป่วย
เอาหมอนหนุนศรีษะของผู้ป่วยออก
ปรับระดับเตียงให้อยู่ในแนวราบพร้อมทั้งดูแลความปลอดภัยของผู้ป่วย
ให้สัญญาณขณะเลื่อนตัวผู้ป่วย เพื่อให้ผู้ป่วยให้ความร่วมมือ
การเตรียมตัวพยาบาล
ไม่หยิบหรือจับขาผู้ป่วยขณะยกหรือเลื่อนตัวผู้ป่วย
ควรใช้วิธีสอดมือเข้าใต้ตำแหน่งร่ากายในส่วนนั้นๆ
พยาบาลควรยืนในท่าที่ถูกต้อง
พยุงผด้วยความนุ่มนวลและมั่นคง
หลักปฏิบัติในการจัดท่านอนให้ผู้ป่วย
ข้อต่างๆอยู่ในท่างอเล็กน้อย เพื่อให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย
เปลี่ยนท่าใหม่อย่างน้อยทุก 2 ชั่วโมง
จัดท่านอนให้เป็นไปตามท่ากายวิภาคศาสตร์
ส่งเสนิมให้ผู้ป่วยมีการออกกำลังกาย
ควรขยับหรือเคลื่อนไหวของร่างกายเท่าที่ผู้ป่วยสามารถทำได้
การเคลื่อนย้ายผู้ป่วย
หลักการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย
หลังตรงเพื่อป้องกันการปวดหลัง ย่อเข่าและสะโพก
ใช้ผ้าขวางเตียงช่วยเคลื่อนย้ายผู้ป่วยแทนการเลื่อนผู้ป่วย
ยืนในท่าที่ถูกต้องและมั่นคง หาวิธีที่เหมาะสมเพื่อผ่อนเเรงในการยก
ผู้ป่วยที่ช่วยเหลือตนเองไมได้ควรช่วยตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป
หันหน้าเข้าหาผู้ป่วยและมนทิศทางที่จะเคลื่อนย้าย
ควรจัดท่าผู้ป่วยให้นอนหงายราบอยู่ในท่าที่สบาย
การประเมินผูก่อนเคลื่อนย้าย
ความมั่นคงในการคงท่าของผู้ป่วย
ส่วนที่จำเป็นต้องให้อยู่นิ่งๆ
ส่วนที่อ่อนเเรงหรือพิการ
ความต้องการการเคลื่อนย้ายเปลี่ยนท่าและความสุขสบายของผู้ป่วย
ท่าที่เป็นข้อห้ามของผู้ป่วย
ความสามารถในการช่วยเหลือตนเอง
วิธีการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย
นำหมอนหนุนศรีษะของผู้ป่วยออกแล้ววางไว้ที่พนักหัวเตียง
พยาบาลยืนในท่าที่เหมาะสมและใช้หลักการของกลไกการเคลื่อนไหวร่างกาย
แจ้งให้ผู้ป่วยทราบและบอกวิธีการให้ความร่วมมือถ้าทำได้
พยุงผู้ป่วยด้วยความนุ่มนวลและมั่นคง ใช้วิธีสอดมือเข้าไปในตำแหน่งของร่างกายที่จะยก
การช่วยเหลือผู้ป่วยหัดเดิน
การออกกำลังกายเพื่อเตรียมผู้ป่วยเดิน
กางและหุบข้อสะโพก
เหยียดข้อเข่า
หมุนข้อสะโพก
งอข้อเท้า
ให้ผู้ป่วยงอและเหยียดข้อสะโพก
งอและเหยียดนิ้วเท้า
เกร็งกล้าท้อง สะโพหก ต้นขา
การช่วยเหลือผู้ป่วยหัดเดิน
พยาบาล 1 คน
พยาบาล 2 คน
การเตรียมผู้ป่วยก่อนการฝึกใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน
กาฝึกในท่าตั้งตรงบนเตียงหรือเบาะ
การฝึกความแข็งแรง ความทนทาน และการประสานสัมพันธ์ของกล้ามเนื้อ
การฝึกในราวคู่ขนาน
การช่วยเหลือผู้ป่วยหัดเดินด้วยอุปกรณ์ช่วยเดิน
ประโยชน์ของอุปกรณ์ช่วยเดิน
ช่วยรับน้ำหนักเมื่อมีข้อห้ามหรือมีการอ่อนแรงจนขาไม่สามารถรับน้ำหนักได้
ช่วยรับน้ำหนักแทนขา 1 หรือ 2 ข้างเมื่อมีข้อห้ามในการรับน้ำหนักเต็มทั้งขา
เพิ่มการพยุงตัวเพื่อให้สามารถทรงตัวได้
ชนิดของอุปกรณ์ช่วยเดิน
Parallel bar
Walker หรือ pick-up frames
Cane
Crutches
จุดประสงค์ของการฟื้นฟูสมรรถภาพ
ป้องกันความพิการหรือความด้อยสมรรถภาพ
ฟื้นฟูสมของผู้ป่วยให้กลับสู่สภาวะเดิมมากที่สุด
เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างเหมาะสม
หลักการฟื้นฟูสมรรถภาพ
วางแผนการฟื้นฟูสมรรถภาพทั้งระยะสั้นและยาว และเป็นกระบวนการที่ต่อเนื่องกัน
การให้กำลังใจแก่ผู้ป่วยเป็นสิ่งสำคัญมาก
การมีส่วนร่วมของผู้ป่วยและครอบครัว
ความร่วมมือของบุคลากรในทีมสุขภาพจากหลายแขนงอาชีพ
วางแผนการฟื้นฟูสมรรถภาพเป็นรายบุคคล
ความต้องการและขอบเขตในการปรับตัวของผู้ป่วย
การออกกำลังกาย
การออกกำลังกายชนิดให้ผู้ป่วยทำเอง
ข้อต่างๆร่างกายมีการเคลื่อนไหวและกล้ามเนื้อหดตัว
กล้ามเนือมีความตึงตัวและแข็งแรง
การไหลเวียนโลหิตดี
เช่น
การให้ผู้ป่วยยกแขน ขา ขณะนอนบนเตียง
การทำกิจวัตรประจำวันด้วยตนเอง
ความหมาย
การเคลื่อนไหวร่างกายที่มีการวางแผน
การออกกำลังควรเริ่มทันทีภายหลังจากภาวะรุนแรงของโรคสิ้นสุดลง
ควรกระตุ้นให้ผู้ป่วยลงจากเตียงและลุกเดินในรายที่สามารถทำได้
การออกกำาลังกายโดยให้ผู้อื่นทำให้ผู้ป่วย
ออกกำลังกายโดยการเคลื่อนไหวข้อต่างๆให้กับผู้ป่วยที่มีข้อจำกัด
ช่วยให้ข้อมีการเคลื่อนไหว
ช่วยป้องกันการหดรั้งของกล้ามเนื้อผิดรูป
การออกกำาลังกายชนิดที่ให้ผู้ป่วยทำร่วมกับความช่วยเหลือของผู้อื่น
กระตุ้นให้กล้ามเนื้อมีการทำงานร่วมด้วย
เช่น การพยุงหรือช่วยเหลือผู้ป่วยในการลุก-นั่งข้างเตียง
การออกกำลังกายโดยให้กล้ามเนื้อทำงานแต่ข้อไม่เคลื่อน
เพิ่มความตึงตัวและแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
ป้องกันกล้ามเนื้อลีบ
เช่น การกระตุ้นให้ออกกำลังกายโดยการเกร็งกล้ามเนื้อหน้าขา
การออกำลังกายให้ผู้ป่วยออกแรงต้านกับแรงอื่น
ใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ให้ผู้ป่วยออกแรงต้าน
ช่วยให้กล้ามเนื้อมขนาดใหญ่ขึ้น
มีความแข็งแรงและทำงานได้ดี และกระตุ้นกล้ามเนื้อให้แข็งแรงขึ้น
การเคลื่อนไหวร่างกาย
ผลกระทบจากการไม่เคลื่อนไหวร่างกาย
ระบบผิวหนัง
สาเหตุ
แรงดึงรั้ง เกิดจากแรงกดทับและะการเสียดทานที่เกิดพร้อมกัน
การเสียทาน เมื่อผู้ป่วยถูกลามหรือเลื่อนตัว ทำให้ผิวหนังขูดกับที่นอน
เซลล์ตายและลุกลามกลายเป็นแผล
เกิดแรงกดทับ ระหว่างปุ่มกระดูกกับที่นอน
ผิวหนังเสียหน้าที่ทำให้เกิดแผลกดทับ
ระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
การประสานแขนขาลดลงหรือไมสัมพันธ์กัน ทำให้กล้ามเนื้อบางส่วนอ่อนแรง
กล้ามเนื้ออ่อนแรง ลีบเล็ก ทำให้ขาดความตึงและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลดลง การเคลื่อนไหวของข้อมีข้อลดลง
กระดูกผุ เปราะบาง เนื่องจากมีการสลายตัวมากกว่าการสร้างกระดูก
อาการปวดหลัง เกิดการท่านอนไม่ถูกต้อง
ระบบหัวใจและหลอดเลือด
หัวใจทำงานมากขึ้น
มีการคั่งของเลือดในหลอดเลือดดำที่ขา
ความดันต่ำขณะเปลี่ยนท่า
เกิดลิ่มเลือดในหลอเลือดดำ
ระบบทางเดินหายใจ
ปวดขยายตัวลดลง
มีการคั่งของเสมหะมากขึ้น
Atelectasis
Hypostatic Pneumonia
เกิดการคั่งของ CO2
เกิดภาวะ Respiratory acidosis
ระบบทางเดินอาหาร
การนอนเฉยๆและโรคที่เป็นอยู่ ทำให้เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย กังวลใจ
แบบแผนการขับถ่ายเปลี่ยนแปลง ท้องอืด เกิดมีอุจจาระอัดแน่น
ระบบางเดินปัสสาวะ
แบนแผนการถ่ายป้สสาวะเปลี่ยนแปลง
มีการสูญเสียโซเดียม
มีกาคั่งของปัสสาวะในไตและกระเพราะปัสสาวะ
เกิดนิ่วในไตและกระเพราะปัสสาวะ
ระบบเมตาบอลิซึมและการเผาผลาญอาหาร
มีระดับโปรตีนในกระแสเลือดลดต่ำลง ทำให้เกิดภาวะน้ำเกิน บวม
มีความผิดปกติด้านอัตโนทัศน์และภาพลักษณ์
การเผาผลาญอาหารลดลง
กระบวนการพยาบาลในการส่งเสริมการเคลื่อนไหวและออกกำลังกายในผู้ป่วย
วัตถุประสงค์
ไม่เกิดภาวะข้อติดแข็งจากการไม่เคลื่อนไหวร่างกาย
ไม่เกิดภาวะแผลกดทับจากการเคลื่อนไหวร่างกายพยาธิสภาพโรค
ไม่เกิดภาวะกล้ามเนื้อลีบจากการถูกจำกัดการเคลื่อนไหวร่างกาย
เกณฑ์การประเมินผล
ประเมินสมรรถนะกล้ามเนื้อมีกำลังการหดรัดตัวดี
ข้อสามารถเคลื่อนไหวได้ทุกทิศทาง
ทานอาหารด้วยตนเอง
ผิวหนังมีความชุ่มชื้น ไม่มีรอยแดง รอยถลอกบริเวณปุ่มกระดูก สันเท้า ก้นกบหรือบริเวณที่รับน้ำหนักของท่าต่างๆ
สามารถปฏิบัติกิจวัตรประจำวันของตนเองได้
กิจกรรมการพยาบาล
กระตุ้นให้ผู้ป่วยมีการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันของตนเอง
การออกกำลังกายที่ : QSE SLRE ROM
พลิกตะแคงตัวทุก 2 ชั่วโมง
ยกและและเคลื่อนย้ายผู้ป่วยอย่างระมัดระวัง
ประเมินอาการและอาการแสดงของภาวะแทรกซ้อน
มีหมอนรองตรงปุ่มกระดูกและข้อพับ
รายงานแพทย์เมื่อพบอาการผิดปกติ
ดูแลความสะอาดผิวหนังให้ชุ่มชื้น ไม่แห้งหรืออับชื้น
ดูแลให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารและน้ำอย่างเพียงพอ
ดูแลสิ่งแวดล้อมผ้าปูที่นอนให้เรียบตึงอยู่เสมอ