Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
Primary medical care for emergency conditions - Coggle Diagram
Primary medical care for emergency conditions
animal bites
เมื่อถูกสัตว์กัดไม่ว่ากรณีใดๆ ก็ตาม ควรสงสัยไว้ก่อนว่าอาจมีเชื้อของพิษสุนัขบ้าอยู่ และรีบปฐมพยาบาล
ควรปฏิบัติตัวดังต่อไปนี้
กรณีถูกกัดโดยไม่มีแผลหรือรอยถลอก แต่สัมผัสน้ำลายหรือเลือดของสุนัข
• ให้ล้างบริเวณที่สัมผัสน้ำลายหรือเลือดของสุนัขให้สะอาด
• ไม่ต้องฉีดวัคซีน และให้สังเกตอาการของสุนัขอย่างน้อย 10 วัน ถ้าสุนัขมีอาการเปลี่ยนแปลงและสงสัยว่าเป็นโรคพิษสุนัขบ้า ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อฉีดวัคซีน
กรณีถูกกัดเป็นรอยช้ำที่ผิวหนังไม่มีเลือดออกหรือเลือดออกซิบๆ หรือถูกข่วนที่ผิวหนังเป็นรอยถลอก ไม่มีเลือดออกหรือเลือดออกซิบๆ
• ให้ล้างบาดแผลด้วยน้ำและสบู่โดยฟอกหลายๆ ครั้ง ล้างสบู่ออกให้หมด และรักษาบาดแผล
• ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า (rabies vaccine)
กรณีถูกกัดโดยฟันของสุนัขแทงทะลุผ่านผิวหนังแผลเดียวหรือหลายแผล และมีเลือดออก หรือถูกข่วนจนผิวหนังขาดและมีเลือดออก
• รีบล้างบาดแผลด้วยน้ำสบู่โดยฟอกหลายๆครั้ง พยายามล้างให้เข้าถึงรอยลึกของแผล อย่างน้อย 15 นาที ล้างสบู่ออกให้หมด ระวังอย่าให้บาดแผลช้ำ ห้ามทาครีมใดๆ
• ทำความสะอาดบาดแผลด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ เช่น 70% แอลกอฮอล์ โพวิดีน – ไอโอดีน
• ฉีดวัคซีนและอิมมูโนโกลบุลิน (rabies vaccine และ RIG) โดยเร็วที่สุด
• ควรกักขังและเฝ้าดูอาการของสุนัขอย่างน้อย 10 วัน หากตาย
ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าได้โดย การฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
• การฉีดวัคซีน : จะต้องฉีดให้ครบ 1 ชุด ซึ่งมีทั้งหมด 5 เข็ม ใช้เวลาในการฉีดประมาณ 1 เดือน โดยฉีดวัคซีนในวันแรกที่ถูกสุนัขกัด และในวันที่ 3, 7, 14 และ30 หลังสุนัขกัดตามลำดับ
snake bites
วิธีปฐมพยาบาล
ใช้เชือก สายยาง สายรัด หรือผ้าผืนเล็กๆ รัดเหนือแผล ประมาณ 5-10 เซนติเมตร โดยให้บริเวณที่ถูกรัดอยู่ระหว่างแผลกับหัวใจ รัด ให้แน่นพอสมควร แต่อย่าให้แน่นจนเกินไป พอให้นิ้วก้อยสอดเข้าได้ เพื่อ ป้องกันไม่ให้พิษงูเข้าสู่หัวใจโดยรวดเร็ว และควรคลายสายที่รัดไว้ ควรใช้ สายรัดอีกเส้นหนึ่งรัดเหนืออวัยวะที่ถูกงูกัดขึ้นไปอีกเปลาะหนึ่ง เหนือรอย รัดเดิมเล็กน้อยจึงค่อยคลายผ้าที่รัดไว้เดิมออก ทำเช่นนี้ไปจนกว่าจะได้ฉีด ยาเซรุ่ม
ล้างบาดแผลด้วยน้ำด่างทับทิมแก่ๆ หลายๆ ครั้ง และใช้น้ำแข็งหรือ ถุงน้ำแข็งประคบหรือวางไว้บนบาดแผล พิษงูจะกระจายเข้าสู่ร่างกายได้ช้าลง
ให้ผู้ป่วยนอนอยู่ในท่าที่บาดแผลงูพิษกัดอยู่ต่ำกว่าระดับหัวใจ นอนอยู่นิ่งๆ เคลื่อนไหวร่างกายให้น้อยที่สุด เพื่อไม่ให้พิษงูกระจายไป ตามร่างกาย และควรปลอบใจให้ผู้ป่วยสบายใจ
ไม่ควรให้ผู้ป่วยเสพของมึนเมา เช่น กัญชา สุรา น้ำ ชา กาแฟ เพราะจะทำให้หัวใจเต้นแรง อาจทำให้พิษงูกระจายไปทั่วร่างกายเร็ว ขึ้น
รีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด ถ้านำงูที่กัดไปด้วยหรือบอก ชื่องูที่กัดได้ด้วยยิ่งดี เพราะจะทำให้ เลือกเซรุ่มแก้พิษงูได้ตรงตามพิษ งูที่กัดได้ง่ายยิ่งขึ้น
การป้องกันงูพิษกัด
ถ้าต้องออกจากบ้านเวลากลางคืนหรือต้องเดินทางเข้าไปในป่าหรือทุ่ง หญ้าหรือในที่รก ควรสวมรองเท้าหุ้มส้นหรือรองเท้าหุ้มข้อและสวมกางเกงขายาว
ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางไปในที่รกเวลากลางคืนหรือเดินทางไปในเส้นทาง ที่น่าจะเป็นที่อยู่อาศัยหรือที่หากินของงู ถ้าจำเป็นควรมีไฟส่องทางและควร ใช้ไม้แกว่งไปมาให้มีเสียงดังด้วย แสงสว่างหรือเสียงดังจะทำให้งูตกใจหนีไป ที่อื่น
หากจำเป็นต้องเดินทางไปในที่มีงูชุกชุมหรือเดินทางไปในที่ซึ่งมี โอกาสได้รับอันตรายจากงูกัด ควรระมัดระวังเป็นพิเศษและควรเตรียมอุปกรณ์ปฐม พยาบาลติดมือไปด้วย
เวลาที่งูออกหากินคือเวลาที่พลบค่ำและเวลาที่ฝนตกปรอยๆ ที่ชื้น แฉะ งูชอบออกหากินกบและเขียด ในเวลาและสถานที่ดังกล่าว ควรระมัดระวัง เป็นพิเศษ
ไม่ควรหยิบของหรือยื่นมือเข้าไปในโพรงไม้ ในรู ในที่รก กอหญ้า หรือกองไม้ เพราะงูพิษอาจอาศัยอยู่ในที่นั้น
bee/wasp/hornet stings
วิธีปฐมพยาบาล
พยายามเอาเหล็กในออกให้หมด โดยใช้วัตถุที่มีรู เช่น ลูกกุญแจ กดลงไปตรงรอยที่ถูกต่อย เหล็กในจะโผล่ขึ้นมาให้คีบออกได้
ใช้ผ้าชุบน้ำยาที่ฤทธิ์ด่างอ่อน เช่น น้ำแอมโมเนีย น้ำโซดาไบคา บอร์เนต น้ำปูนใส ทาบริเวณแผลให้ทั่วเพื่อฆ่าฤทธิ์กรดที่ค้างอยู่ในแผล
อาจมีน้ำแข็งประคบบริเวณที่ถูกต่อยถ้าแผลบวมมาก
ถ้ามีอาการปวดให้รับประทานยาแก้ปวด ถ้าคันหรือผิวหนังมีผื่นขึ้นให้รับประทานยาแก้แพ้
ถ้าอาการไม่ทุเลาลง ควรไปพบแพทย์
scorpion stings
วิธีปฐมพยาบาล
ใช้สายรัดหรือขันชเนาะเหนือบริเวณเหนือบาดแผล เพื่อป้องกันไม่ให้พิษแพร่กระจายออกไป
พยายามทำให้เลือดไหลออกจากบาดแผลให้มากที่สุด อาจทำได้หลาย วิธี เช่น เอามือบีบ เอาวัตถุที่มีรูกดให้แผลอยู่ตรงกลางรูพอดี เลือดจะ ได้พาเอาพิษออกมาด้วย
ใช้แอมโมเนียหอมหรือทิงเจอร์ไอโอดี 2.5% ทาบริเวณแผลให้ทั่ว
ถ้ามีอาการบวม อักเสบและปวดมาก ใช้ก้อนน้ำแข็งประคบบริเวณแผล เพื่อช่วยบรรเทาความเจ็บปวดด้วย
ถ้าอาการยังไม่ทุเลาลง ต้องรีบนำส่งแพทย์
jellyfish stings
วิธีการปฐมพยาบาล
ใช้ผ้าเช็ดตัวหรือทรายขัดถูบริเวณที่ถูกพิษแมงกะพรุนไฟ เพื่อเอาพิษ ที่ค้างอยู่ออกหรือ ใช้ผักบุ้งทะเลซึ่งหาง่ายและมีอยู่บริเวณชายทะเล โดยนำมาล้างให้สะอาด ตำปิดบริเวณแผลไว้
ใช้น้ำยาที่มีฤทธิ์เป็นด่าง เช่น แอมโมเนียหรือน้ำปูนใส ชุบสำลี ปิดบริเวณผิวหนังส่วนนั้นนานๆ เพื่อฆ่าฤทธิ์กรดจากพิษของแมงกะพรุน
ให้รับประทานยาแก้ปวด
ถ้าอาการยังไม่ทุเลาลง ให้รีบนำส่งแพทย์โดยเร็ว
drug over dose
toxic substance
การปฐมพยาบาลผู้ป่วยที่ได่รับสารพิษ หรือเกินขนาด
แก้ไขภาวะที่คุกคามต่อชีวิต เช่น หมดสติหยุด
หายใจ หัวใจหยุดเต้น หายใจหอบ ชัก
ช่วยการหายใจในรายที่หยุดหายใจ
ช่วยกดหน้าอกนวดหัวใจ ในรายที่หัวใจ
หยุดเต้น
เปิดทางเดินหายใจให้โล่ง ถ้าผู้ป่วยยังหายใจอยู่และหมดสติให้จัดท่านอนตะแคงหน้า เพื่อป้องกันการสําลัก และป้องกันลิ้นตกอุดกั้นทางเดินหายใจ
การป้องกัน การลดการดูดซึมของพิษ/สารพิษ
และการกําจัดสารออกจากร่างกาย
การล้างออก กรณีถูกสารพิษที่ตา ให้ล้างตาทันทีด้วยน้ําสะอาด จํานวนมากๆ นานๆ โดยให้นอนตะแคงหน้า เอาตาข้างที่ถูกสารพิษลงข้างล้าง เปิดเปลือกตาแล้วเทน้ําจากหัวตาลงมาด้านหางตาหรือ เปิดน้ํา จากก๊อกเบาๆให้ไหลผ่านตา
กรณีสารพิษหกรดตัวให้ถอดเสื้อผ้าบริเวณที่ถูกสารพิษออกและใช้น้ําสะอาดล้างออก โดยให้ไหลผ่านตลอดเวลาอย่างน้อย 15 นาที
การทําให้อาเจียน
ในกรณีที่ผู้ป่วยกินสารพิษหรือยา เกินขนาดในรายที่รู้สึกตัวดีให้ล้วงคอ กระตุ้นให้อาเจียน ซึ่งเป็นวิธีทางธรรมชาติปลอดภัยกับผู้ป่วยเนื่องจากขณะอาเจียนฝากล่องเสียงจะปิดอัตโนมัติการสําลักจึงเกิดขึ้นน้อย
ข้อห้าม
กรณีผู้ป่วยกินกรดหรือด่าง เพราะทําให้หลอดอาหาร และช่องปากเป็นแผลไหม้พอง
กรณีผู้ป่วยดื่มสารพวกผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมน้ํามันเบนซิน น้ํามันก๊าด ซึ่งลื่นไหลเร็ว การทําให้อาเจียนอาจเพิ่ม โอกาสเป็นปอดอักเสบ
กรณีผู้ป่วยไม่รู้สึกตัว ระดับความรู้สึกตัวลดลง
กรณีผู้ป่วยกินสารพิษจําพวกที่ก่อให้เกิดอาการชัก
ไม่ทราบว่าได้รับสารพิษชนิดใด