Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การพยาบาลข้ามวัฒนธรรมของบุคคลแต่ละวัย - Coggle Diagram
การพยาบาลข้ามวัฒนธรรมของบุคคลแต่ละวัย
การพยาบาบข้ามวัฒนธรรมของบุคคลวัยเด็กและวัยรุ่น
ประเทศไทย
ความเชื่อเกี่ยวกับความเจ็บป่วยของเด็กได้รับอิทธิพลมาจากสังคมรอบข้าง โดยเฉพาะผู้ปกครอง เช่น บิดามารดา ครู เพื่อน
ความเชื่อตามศาสนา
ศาสนาพุทธ
ในสมัยโบราณจะมีพิธีสู่ขวัญเด็กเมื่ออายุครบ 1 เดือนและมีการโกนผมไฟด้วย เพราะเชื่อว่าจะทำ ให้เด็กไม่เจ็บป่วยง่าย
พิธีผูกข้อมือและทำพิธีสู่ขวัญให้เด็กเพื่อให้เด็กที่งอแงหยุดร้องและอยู่ดีมีสุข
ความเชื่อในการดูแลเด็ก
2.น้ำนม เชื่อว่า ถ้าเอาน้ำนมของคนทาที่ศีรษะของเด็กทารกที่มีผมบาง จะทำให้ผมดกหนา ถ้าเอาน้ำนมหยดคนที่เป็นตาแดง ก็จะหาย
3.เม่า เป็ดโรคที่เกิดขึ้นกับเด็กทารกในช่วงที่ยังกินนม อาการคือ บริเวณริมฝีปากและลิ้นของเด็กจะมีลักษณะคล้ายกับถูกน้ำร้อนลวก
1.จกคอละอ่อน คือ หมอตำแยหรือหมอทำคลอดใช้นิ้วล้วงเข้าไปในลำคอของทารกแรกคลอด
4.รก ถ้าคลอดแล้วไม่ออกตามมาให้ระวังว่าจะขึ้นลิ้นปี่จนทำให้เด็กหายใจไม่ออก และอาจถึงตายได้
ศาสนาคริสตร์
เชื่อว่าเด็กเป็นของขวัญจากพระเจ้า ต้องดูแลให้เติบโตในทางที่ดี
เมื่อเด็กเกิดมาต้องเข้าพิธีบัพติสมาเพื่อแสดงถึงการชำระให้พ้นจากความบาป
ผู้ที่นับถือนิกายพยานในพระเยโฮวาจะปฏิเสธการรับเลือดจากผู้อื่นเพราะเชื่อว่าการรับเลือดจากผู้อื่นเป็นบาป
ความเชื่อตามภูมิภาค
ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
มีการเลี้ยงดูบุตรที่คล้ายคึงกับประเทศลาว
มีการรักษาจากอำนาจเหนือธรรมชาติ ได้แก่ การประกอบพิธีกรรมต่างๆ เช่น การสพเดาะห์เคราะห์ การผูกข้อมือเรียกขวัญ การบูชาบวงสรวง
มีการรักษาตามอาการจากแพทย์พื้นบ้าน มีการใช้สมุนไพรร่วมกับวิธีการรักษาอื่นๆ เช่น การใช้น้ำมนต์ การผูกข้อมือ
ในยุคปัจจุบันหากเด็กมีความเจ็บป่วยเล็กน้อยผู้ปกครองก็จะซื้อยาให้รับประทานเอง
ประเทศกำพูชา
การเกิดของเด็กเป็นสิ่งที่น่าภูมิใจในครอบครัว การเกิดถือว่าเป็นอันตราทั้งต่อแม่และเด็ก สตรีที่ตายดพราะคลอดบุตรจะเชื่อว่าเกิดจากการกระทำของปีศาจ
เด็กในกำพูชาจะได้รับกาารเลี้ยงดูจนกว่าจะอายุประมาณ 2-4 ปี หลังจากนั้นเด็กจะมีอิสระมากขึ้น
เด็กอายุ 5 ปี จะสามารถช่วยดูแลน้องได้ เด็กส่วนใหญ่จะเริ่มไปโรงเรียนเมื่ออายุ 7-8 ปี เมื่ออายุ 10 ปี เด็กจะริ่มช่วยงานบ้านได้
เด็กผู้ชายจะต้องเริ่มช่วยทำงานในไร่นาภายใต้การควบคุมของผู้ใหญ่ บางคนบวชเป็นสามเณร
พ่อแม่มีอำนาจปกครองบุตรจนกว่าจะแต่งงาน
ชาวกัมพูชาให้ความเคารพแพทย์เพราะถือว่าเป็นบุคคลชั้นสูงกว่าในสังคม เวลาผู้ป่วยคุนกับแพทย์จะก้มหน้าไม่สบตา
ชาวกำพูชาถือว่าศีรษะเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด ผู้ให้บริการด้ารสุขภาพไม่ควรแตะศีรษะผู้ป่วยก่อนได้รับอนุญาติ
ถ้าบุคลากรทางสุขภาพไปแตะศรีษะหรือผมเด็ก และถ้าเด็กป่วยจะโดนโทษว่าเป็นคนที่ทำให้เด็กป่วย
ประเทศจีน
ในอดตจีนมีนโยบาย ลูกคนเดียว แต่ปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนให้สามารถมีลูกคนที่สองได้ อน่างไรก็ตามวัฒนธรรมจีนชื่นชอบลูกชายมากกว่าผู้หญิง
สำหรับเด็กที่เกิดในประเทศจีนอเมื่อครบสามวันจะมีพิธีล้างวันที่สาม เป็นการอาบน้ำให้เด้กครั้งแรกนับแต่คลอด น้ำที่ใช้อาบเรียกว่า ฉางโซ่งทัง
ฉางโซ่วทัง มีความหมายว่า น่ำอายุมั่นขวัญยืน การผสมน้ำแตกต่ากันตามความเชื่อของแต่ละท้องถิ่น
ชาวจีนบางกลุ่มใส่ต้นหอมหรือนำเศษเหรียญใสาลงในน้ำหรือชงในภาษาจีนให้พ้องเสียงกับคำว่า ชงหมิง ที่แปลว่าฉลาดหลักแหลม เงินคือพร้อมไปด้วยทรัพสินเงินทอง
พิธีครบเดือนของชาวจีน
เรียกว่า หมีเย่ว์ ประกอบไปด้วยการโกนผมไฟ การจัดเลี้ยง และการตั้งชื่อให้เด็ก
ในงานเลี้ยงมีการจุดประทัดรื่นเริง ใหญ่โตขึ้นอยู่กับฐานะของแต่ละครอบครัว อมใบชาจนเปื่อยแล้วลูบหัวเด็ก ไม่โกนผมทั้งหมดเหลือรูปสี่เหลี่ยมบริเวณโคนหน้าผาก บริเวณท้ายทอยจะเหลือผมหนึ่งปอย
เส้นผมที่โกนทิ้งจะไท่โยนทิ้ง แต่จะเก็บรวมกันและนำมาสานเป็นแผ่น แล้วนำมาว่างไว้บนหัวเตียงหรือเย็บติดเสื้อเด็ก เพื่อปัดเป่าและคุ้มครองให้ปลอดภัย
การประยุกต์ใช้การพยาบาลข้ามวัฒนธรรมในการดูแลเด็ก
3.หากสื่อสารไม่ได้หรือไม่มีประสิทธิภาพ อาจสื่อสารผ่ารญาติที่เป็นคนไทย หรือการใช้ล่าม
4.อาจทำรูปภาพสื่อสารแทนภาษพูด คู่มือหรือแนวทางการดูแลเด็กป่วยของครอบครัวที่เป็นภาษาต่างประเทศ
2.พัฒนาทักษะการสื่อสารกับเด็กตามพัฒนาการของเด็กรวมทั้งผู้ดูแลเด็กด้วยภาษาง่ายๆ
5.การปฏิบัติพยาบาลควรใช้กระบวนการพยาบาลควบคู่กับการพยาบาลข้ามวัฒนธรรมตามแนวคิดไลนิงเจอร์
1.ศึกษาวัฒนธรรมของผู้ป่วยและครอบครัวในด้านต่างๆ เพื่อให้เกิดความเข้าใจและสามารถให้การพยาบาลที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมของผู้รับบริการได้
การพยาบาลข้ามวัฒนธรรมของบุคคลวัยผู้สูงอายุ
ประเด็นสำคัญที่ควรพิจารณาในการดูแลผู้สูงอายุ
คุณค่าความเชื่อ ของผู้สูงอายุ เช่นผู้สูงอายุทางตะวันตกค่อนข้างให้ความสำคัญกับความเป็นบุคคลและการมีอิสระในการดำเนินชีวิต
ปัจจัยที่มีผลต่อการดูแลผู้ป่วยคือการมาดูแลผู้ป่วยที่มีภูมิหลังหรือวัฒนธรรมแตกต่างกันเป็ฯปัจจัยที่สำคัญ
ประเด็นสำคัญที่ควรพิจารณาในการดูแลผู้สูงอายุ
4.การจัดสิ่งแวดล้อมและป้องกันอุบัติเหตุ ความปลอดภัยของผู้สูงอายุที่มีความอ่อนแรง
5.คววามสามารถในการเคี้ยวและการกลืน ไม่ควรจัดอาหารที่เหนียวเกินไป จัดอาหารรส จืด ไม่เผ็ด รสหวาน รับประทานผลไม้ได้ ไอศกรีมขนม
3.สุขภาพและยาที่ใช้ คำนึงถึงภาวะสุขภาพและโรคที่ผู้สูงอายุเป็น เช่น เบาหวาน หัวใจ ความดัน
6.การดูแลด้านจิตใจ ควรจัดกิจกรรมให้ผู้สูงอายุที่ยังมีสุขภาพดี ให้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม
2.การสื่อสาร ใช้ภาษทีืผู้สุงอายุสามารถสื่อสารได้ ผู้สงอายุที่มีปัญหาด้านความจำเสื่อม ใช้เสียงดังให้เหมาะสม
7.การดูแลด้านจิตวิญญาณตามความเชื่อของผู้สูงอายุ เช่น ฟังเพลงนมัสการ ฟังคพเทศนา ฟังพระคัมภีร์ การลหมาด การไปวัดไปโบสถ์
1.การเคารพนับถือความเป็นบุคคลของผู้สูงอายุ เช่น การเรียกชื่อ การใช้สรรพนาม การเข้าถึงบุคคลิก เช่นเสื้อผ้า การแต่งกาย ให้ความสำคัญกับรูปภาพผู้สูงอายุ ของส่วนตัว เช่น แปรงผม ลิบสติก สมุดไดอารี่
การพยาบาลข้ามวัฒนธรรมของบุคคลวัยผู้ใหญ่
ผู้ใหญ่เริ่มต้นสิ้นสุดที่อายุ 20-25 ปี หรืออาจเร็วกว่นั้น วัยผู้ใหญ่คือวัยที่รับผิดชอบการดำเนินชีวิตของตน โดยนำประสบการณืต่างๆ มาปรับตัวและแก้ไขปัญหาชีวิต
วัยผู้ใหญ่แบ่งเป็น 3 ระยะ
2.วัยผู้ใหญ่ตอนกลางหรือวัยกลางคน อายุ 40 ปีถึงอายุ 60-65 ปี เป็นระยะที่ผ่านชีวิตครอบครัวและชีวิตการทำงานมาแ้วมีความมั่นคงและความสำเร็จในชีวิต
3.วัยผู้ใหญ่ตอนปลายหรือวัยสูงอายุ อายุ 60-65 ปีขึ้นไป เป็นวัยของความเสื่อมถอยของร่างกาย สภาพจิตใจ และบทบทาทางสังคม
1.วัยผู้ใหญ่ตอนต้นหรือวัยหนุ่มสาว อายุ 20-25 ปี ถึง 40 ปี มีการพัฒนาเต็ที่ของร่างกาย วุฒิภาวะทางจิตใจอารมณ์ มีอาชีพ คู่ครองและความสัมพันธ์กับบุคคลต่างๆ
การพยาบาลผู้ใหญ่ที่นับถือศาสนาอิสลาม
สำหรับชาวมุสลิม ตัวชี้วัดคุณภาพชีวิต คือการมีสุขภาพดีที่เอื้อต่อการทำศาสนกิจบังคับ และอื่นๆ
การประกอบศาสนกิจเป็นประเด็นที่สำคัยอย่างยิ่งในการจัดบริการสุขภาพตามวิถีมุสลิมช่วงวัยผู้ใหญ่ที่ต้องคำนึง
เืดนในปฏิทินฮิจเราะห์ศักราช และปฏิทินที่ยึดดูดวงจันทร์ในการกำหนดวัน ทำให้ผู้บริการต้องมีการวางแผนดูแลผู้ป่วยล่วงหน้าด้วย
การละหมาด 5 วัน เวลาการถือศีลอด การทำฮัจญ์ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่อยู่โรงพยาบาลการดูแลผู้ป่วยที่ละหมาดเป็นสิ่งสำคัญ
การดูแลทำความสะอาดผู้ป่วยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม
2.ผู้ป่วยที่ไม่สามารถทำความสะอาดได้ หรือไม่มีผู้ที่ช่วยทำความสะอาด ก็ให้ทำความสะอากเท่าที่จะทำได้ การละหมาดของเขาก็ใช้ได้โดยไม่ต้องละหมาดชดใช้อีก
3.ผู้ป่วยที่มีนะญิส (สิ่งสกปรกที่ต้องชำระให้สะอาดตามหลักนิติบัญญัติอิสลาม)ต้องแนะนำให้ผู้ป่วยทำความสะอาดตามที่แพทย์บอก และการอาบน้ำละหมาดของเขานั้นไม่เสีย แต่เขาจะต้องอาบน้ำละหมาดหรือตะยัมมุม(การทำความสะอาดร่างกายด้วยฝุ่นอทนน้ำเพื่อเตรียมตัวละหมาด)
1.ผู้ป่วยที่สามารถทำความสะอาดได้ อาจทำด้วยตนเอง ก็ให้อาดตามปกติก่อนที่จะอาบน้ำละหมาดในแต่ละวัน
สตรีตั้งครรภ์และหลังคลอดชนเผ่าม้ง ภาคเหนือ ประเทศไทย
ข้อพึงปฏิบัติตามความเชื่อคือ ให้นำหัวปลาไหลแห้ง ผังปรังดิน ใบหนาดมามัดรวมกันแล้สแช่อาบน้ำทุกวัน ทำให้คลอดง่าย
ใกล้คลอดก็เอาน้ำมันละหงุ่มาถูหน้าท้องเชื่อว่าลูกเกิดมาจะได้ตัวสะอาด ไม่มีไข คลอดง่าย
หลังจากคลอดบุตรแล้วจะเอาผ้ารัดหน้าท้องให้แน่นเพื่อไม่ให้ท้องโต
อาหารที่รับประทานเป็นพวก ไก่ ไข่ รับประทาน30วัน ไข่ที่รับประทานจะผสมพริกไทยเพราะเชื่อว่าเป็นยาบำรุงร่างกายช่วยขับน้ำคาวปลา และเลือดที่ค้างในร่างกาย ต่อมาก็ทานเนื้อหมูได้
หญิงหลังคลอดทุกคนจะอยู่ไฟประมาณ 1 เดือน โดยการก่อกองไผไว้ข้างที่นอนตลอดเวลา หญิงหลังคลอดจะอาบน้ำต้มตลอดช่วงที่อยู่ไฟ จะทำให้สุขภาพแม่ดี แข็งแรง และมดลูกเข้าอู่เร็ว
เมื่ออยู่ไฟครบจะทำพิธีบนผีหรือทำผีเพื่อให้คุ้มครองเด็กก่อนที่จะพาเด็กออกจากบ้าน
หญิงหลังคลอดมักเชื่อเรื่องน้ำนมมาก เชิญหมอผีทำพิธีเรียกน้ำนม คล้ายการบนผี
หญิงตั้งครรภ์ถูกแนะนำให้ดื่มมะพร้าวเมื่ออายุครรภ์ได้ประมาณ 7-8 เดือนเพราะจะทำให้ลูกไม่มีไขคลอดง่ายและผิวสวย
การกินผักพื้นบ้าน ชื่อผักปรัง เพื่อจะทำให้คลอดลุกไม่ลำบาก
หญิงตั้งครรถ์ชาวม้งมีการคลอดที่บ้านเป็นส่วนใหญ่
การพยาบาลข้ามวัฒนธรรมในผู้ใหญ่ชาวจีน
ความเชื่อด้านสุขภาพ
2.การใช้การรักษาดั้งเดิม นิยมรักษาโดยแพทย์แผนจีน เช่น การฝังเข็ม การขูดผิวหนังด้วยวัตถุใดๆ การนวด
3.การใช้สมุนไพรเพื่อการบำบัดโรค มีทั้งผลดีและผลเสียคล้ายกับการแพทย์แผนปัจจุบัน
1.ถ้าร่างกายแข็งแรงไม่จำเป็นต้องพบแพทย์ ไม่ค่อยสนใจตรวจคัดกรองโรค เช่น ตรวจร่างกายประจำปี
แนวทางการดูแลผู้ใช้บริการชาวจีน
2.พัฒนาทักษะการสื่อสารกับผู้ใช้บริการชาวจีนด้วยภาษาจีนง่ายหรือตามความสนใจ สามารถสื่อสารได้อย่างราบรื่น
3.เลือกใช้วิธีการพยาบาลบนพื้นฐานของการบูรณาการศาสตร์ทางการพยาบาลไปกับวัฒนธรรมดังนี้
3.2 การปรับเข้าหากันระหว่างแบบแผนของการดูแลเชิงวัฒนธรรมของพื้นบ้านและของวิชาชีพ เช่น ชาวจีนจะให้หญิงหลังคลอดรับประทานไก้ผัดขิงผสมสุรา ความเชื่อนี้ต้องตัดสุราออกเพราะสุราส่งผลเสียต่อแม่และลูกได้
3.3 การปรับเปลี่ยนแบบแผนของวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาแบบแผนของการดูแลเชิงวัฒนธรรมขึ้นใหม่ เช่น หญิงหลังคลอดดื่มน้ำน้อยแต่ให้กินน้ำซุป เช่น ขิง กระเทียม พยาบาลควรปรับเปลี่ยนการดูแลให้เหมาะสมกับสภาพอากาศปัจจุบันที่มีอากาศร้อน
3.1 การคงไว้ซึ่งแบบแผนของการดูแลเชิงวัฒนธรรมระบบพื้นบ้านและของวิชาชีพ เช่น ชาวจีนจะให้หญิงหลังคลอดรับประทานไก่ผัดขิง พยาบาลจึงไม่ต้องเปลี่ยนแปลงให้ผู้รับบริการปฏิบัติต่อได้
1.ศึกษาวัฒนธรรมของชาวจีนในด้านต่างๆ เพื่อเกิดความเข้าใจและสามารถให้การพยาบาลสอดคล้องกับวัฒนธรรมของผู้ใช้บริการกลุ่มนี้ เช่น ความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียมประเพณี ภาษา และความเชื่อ