Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
5.2-5.9 - Coggle Diagram
5.2-5.9
5.8คุ้มครองผู้บริโภค
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒”งานคณะกรรมการกฤษฎีกาลานกงานคณะกรรมการกด
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
“ขาย” หมายความรวมถึง ให้เช่า ให้เช่าซื้อ หรือจัดหาให้ไม่ว่าด้วยประการใด ๆ โดยเรียกค่าตอบแทนเป็นเงินหรือผลประโยชน์อย่างอื่น ตลอดจนการเสนอหรือการชักชวนเพื่อการษฎีกา ดังกล่าวด้วย
-
“บริการ” หมายความว่า การรับจัดทําการงาน การให้สิทธิใด ๆ หรือการให้ใช้หรือ
ให้ประโยชน์ในทรัพย์สินหรือกิจการใด ๆ โดยเรียกค่าตอบแทนเป็นเงินหรือผลประโยชน์อื่นแต่ไม่ รวมถึงการจ้างแรงงานตามกฎหมายแรงงาน
“ผลิต” หมายความว่า ทํา ผสม ปรุง ประกอบ ประดิษฐ์ หรือแปรสภาพและ หมายความรวมถึงการเปลี่ยนรูป การดัดแปลง การคัดเลือก หรือการแบ่งบรรจุ
มาตรา ๑๒ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
คณะกรรมการเฉพาะเรื่อง มีอํานาจและหน้าที่ตามที่กําหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ และตามที่คณะกรรมการมอบหมาย ล่านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
มาตรา ๑๕ คณะกรรมการและคณะกรรมการเฉพาะเรื่อง จะแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ เพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการหรือคณะกรรมการเฉพาะเรื่องมอบหมายก็ได้ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ล้านักงานคณะกรรมการกล
สํานักงานคณะกรรมการกลการ
-
-
มาตรา ๑๗ คณะกรรมการและคณะกรรมการเฉพาะเรื่องมีอํานาจสั่งให้บุคคลหนึ่ง บุคคลใดส่งเอกสารหรือข้อมูลที่เกี่ยวกับเรื่องที่มีผู้ร้องทุกข์หรือเรื่องอื่นใดที่เกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคมาพิจารณาได้ ในการนี้จะเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงด้วยก็ได้ ล่านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ลานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
มาตรา ๑๘ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ คณะกรรมการหรือ คณะกรรมการเฉพาะเรื่องต้องให้โอกาสแก่ผู้ถูกกล่าวหาหรือสงสัยว่ากระทําการอันเป็นการละเมิด สิทธิของผู้บริโภค เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและแสดงความคิดเห็นตามสมควร เว้นแต่ในกรณีที่จําเป็นและ เร่งด่วนกรรมการกฤษฎีกา
มาตรา ๑๕ให้จัดตั้งสํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคขึ้นในสํานัก ด้าน นายกรัฐมนตรีกรกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้มีเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีอํานาจหน้าที่ควบคุมดูแลโดยทั่วไป และรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของสํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และจะให้มีรอง เลขาธิการและผู้ช่วยเลขาธิการเป็นผู้ช่วยปฏิบัติราชการด้วยก็ได้
ส่วนที่ ๑ ล้านงานคณะกรรม
มาตรา ๒๒ การโฆษณาจะต้องไม่ใช้ข้อความที่เป็นการไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคหรือ ใช้ข้อความที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสังคมเป็นส่วนรวม ทั้งนี้ ไม่ว่าข้อความดังกล่าวนั้นจะเป็น ข้อความที่เกี่ยวกับแหล่งกําเนิด สภาพ คุณภาพ หรือลักษณะของสินค้าหรือบริการ ตลอดจนการ ส่งมอบ การจัดหา หรือการใช้สินค้าหรือบริการข้อความดังต่อไปนี้ ถือว่าเป็นข้อความที่เป็นการไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคหรือเป็น ข้อความที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสังคมเป็นส่วนรวม
-
(๒) ข้อความที่จะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสําคัญเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการไม่
ว่าจะกระทําโดยใช้หรืออ้างอิงรายงานทางวิชาการ สถิติ
หรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งอันไม่เป็นความจริงหรือเกิน ความจริง หรือไม่ก็ตามมา
(๓) ข้อความที่เป็นการสนับสนุนโดยตรงหรือโดยอ้อมให้มีการกระทําผิดกฎหมาย หรือ
ศีลธรรม หรือนําไปสู่ความเสื่อมเสียในวัฒนธรรมของชาตินัก
-
-
(๑) กําหนดให้การโฆษณานั้นต้องกระทําไปพร้อมกับคําแนะนําหรือคําเตือนเกี่ยวกับ วิธีใช้หรืออันตราย
ตามเงื่อนไขที่คณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณากําหนด
ทั้งนี้ โดยคณะกรรมการว่า ด้วยการโฆษณาจะกําหนดเงื่อนไขให้แตกต่างกันสําหรับการโฆษณาที่ใช้สื่อโฆษณาต่างกันก็ได้
-
-
5.2
-
มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้
“บริการสาธารณสุข” หมายความว่า บริการด้านการแพทย์และสาธารณสุขซึ่งให้ โดยตรงแก่บุคคลเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การตรวจวินิจฉัยโรค การรักษาพยาบาลขอีกา และการฟื้นฟูสมรรถภาพ ที่จําเป็นต่อสุขภาพและการดํารงชีวิต ทั้งนี้ ให้รวมถึงการบริการการแพทย์ แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะการกฤษฎีกา
“สถานบริการ” หมายความว่า สถานบริการสาธารณสุขของรัฐ ของเอกชน และ ของสภากาชาดไทย หน่วยบริการการประกอบโรคศิลปะสาขาต่าง ๆ และสถานบริการสาธารณสุขอื่น ที่คณะกรรมการกําหนดเพิ่มเติม
“ค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุข” หมายความว่า ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจาก การให้บริการสาธารณสุขของหน่วยบริการ ได้แก่
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
“กองทุน” หมายความว่า กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สํานักงานคณะกรรมการ คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กรรมการกฤษฎีกา
-
-
“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งโดยคําแนะนําของ คณะกรรมการหรือคณะกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐาน แล้วแต่กรณี ให้ปฏิบัติการตาม
-
-
มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอํานาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ กับออกกฎกระทรวงและประกาศเพื่อปฏิบัติการตาม พระราชบัญญัตินี้นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมกา
กฎกระทรวงและประกาศนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
มาตรา ๒๒ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้คณะกรรมการ หรือ คณะอนุกรรมการ แล้วแต่กรณี มีอํานาจขอให้หน่วยงานของรัฐหรือสั่งให้บุคคลใดที่เกี่ยวข้องมีหนังสือ ชี้แจงข้อเท็จจริง มาให้ถ้อยคําหรือส่งเอกสารหลักฐานเพื่อประกอบการพิจารณาได้นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
มาตรา ๕ บุคคลทุกคนมีสิทธิได้รับบริการสาธารณสุขที่มีมาตรฐานและมีกฤษฎีกา ประสิทธิภาพตามที่กําหนดโดยพระราชบัญญัตินี้
คณะกรรมการอาจกําหนดให้บุคคลที่เข้ารับการบริการสาธารณสุขต้องร่วมจ่าย ค่าบริการในอัตราที่กําหนดให้แก่หน่วยบริการในแต่ละครั้งที่เข้ารับการบริการ เว้นแต่ผู้ยากไร้หรือ
มาตรา ๘ ผู้ซึ่งมีสิทธิตามมาตรา ๕ ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนตามมาตรา ๖ อาจเข้ารับ บริการครั้งแรกที่หน่วยบริการใดก็ได้ และให้หน่วยบริการที่ให้บริการแก่บุคคลดังกล่าวจัดให้บุคคลนั้น ลงทะเบียนเลือกหน่วยบริการประจําตามมาตรา ๖ และแจ้งให้สํานักงานทราบภายในสามสิบวันนับ แต่ให้บริการ โดยหน่วยบริการดังกล่าวมีสิทธิได้รับค่าใช้จ่ายสําหรับการให้บริการครั้งนั้นจากกองทุน ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกําหนด ด้านงานคณะกรรมการการ
มาตรา ๒๓ ให้กรรมการและอนุกรรมการได้รับเบี้ยประชุม ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และค่าใช้จ่ายอื่นในการปฏิบัติหน้าที่ ตามที่รัฐมนตรีกําหนด
มาตรา ๒๔ ให้มีสํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็นหน่วยงาน ของรัฐมี ฐานะเป็นนิติบุคคล อยู่ภายใต้การกํากับดูแลของรัฐมนตรี นักงานคณะกรรมการกิจการของสํานักงานไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน กฤษฎีกา กฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ กฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม และกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน
มาตรา ๒๕ ให้สํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร หรือ ในเขตจังหวัดใกล้เคียงกรกฤษฎีกา ให้คณะกรรมการมีอํานาจจัดตั้ง รวม หรือยุบเลิกสํานักงานสาขาในเขตพื้นที่ โดย ประกาศในราชกิจจานุเบกษา กรรมกรกฤษฎีกา ให้คณะกรรมการมีอํานาจจัดตั้ง รวม หรือยุบเลิกสํานักงานสาขาในเขตพื้นที่ โดย ประกาศในราชกิจจานุเบกษา กรรม
-
-
5.4คณะกรรมการกฤษฎีกา
-
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกําหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่
วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป กรรมการกฤษฎีกาถ้านักงานคณะกรรมการกอนดีกาสํานักงานคณะกรรมการ
-
มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้ “โรคติดต่อ”
หมายความว่า โรคที่เกิดจากเชื้อโรคหรือพิษของเชื้อโรคซึ่งสามารถ แพร่โดยทางตรงหรือทางอ้อมมาสู่คน
มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอํานาจแต่งตั้งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ออกกฎกระทรวงกําหนดกิจการอื่น ตลอดจน ออกระเบียบหรือประกาศเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๖ เพื่อประโยชน์ในการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ ให้รัฐมนตรีโดย คําแนะนําของคณะกรรมการมีอํานาจประกาศกําหนด ดังต่อไปนี้
สํานักงานคณะกรรมการ
มาตรา ๘ เพื่อประโยชน์ในการป้องกันและควบคุมโรคติดต่ออันตรายหรือโรค
การกฤษฎีกา ระบาดที่อาจจะเข้ามาภายในราชอาณาจักร ให้รัฐมนตรีโดยคําแนะนําของคณะกรรมการด้านวิชาการ มีอํานาจประกาศให้ท้องที่หรือเมืองท่าใดนอกราชอาณาจักรเป็นเขตติดโรค และยกเลิกประกาศเมื่อ
มาตรา ๑๐ ในกรณีที่ข้อมูลจากการเฝ้าระวัง การสอบสวนโรค หรือการแจ้ง หรือ รายงานตามพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งมีการพาดพิงถึงตัวบุคคลทั้งที่ระบุตัวได้หรือไม่สามารถระบุตัวได้
-
-
หมวด ๔ ถ้านักงานคณะ
-
(๒) ปลัดกรุงเทพมหานคร ผู้แทนสํานักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนกรม ควบคุมโรค ผู้แทนกรมประชาสัมพันธ์ ผู้แทนกรมปศุสัตว์ ผู้
แทนกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ผู้อํานวยการสํานักการแพทย์กรุงเทพมหานคร
ผู้อํานวยการสํานักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร
และผู้อํานวยการโรงพยาบาลสังกัดสภากาชาดไทยในเขตกรุงเทพมหานคร
เป็น น กรรมการ ลานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๓) ผู้อํานวยการโรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานคร จํานวนหนึ่งคน ผู้อํานวยการ
โรงพยาบาลในสังกัดกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จํานวนหนึ่งคน
และผู้อํานวยการสํานักงาน เขตพื้นที่การศึกษาในกรุงเทพมหานคร จํานวนหนึ่งคน ซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแต่งตั้ง เป็น กรรมการ
5.3
มาตรา ๔
“สถานพยาบาล” หมายความว่า สถานที่รวมตลอดถึงยานพาหนะซึ่งจัดไว้เพื่อการ ประกอบโรคศิลปะตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะ การประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามษอีกา กฎหมายว่าด้วยวิชาชีพเวชกรรม การประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ตามกฎหมาย ว่าด้วยวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ การประกอบวิชาชีพทันตกรรมตามกฎหมายว่าด้วย วิชาชีพทันตกรรม การประกอบวิชาชีพกายมกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพกายภาพบําบัด การประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทภาพบําบัดยตาย์ตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพเทคนิคการแพทย์
คณะกรรมการสถานพยาบาล
(๒) ผู้ทรงคุณวุฒิอื่นจํานวนห้าคนซึ่งในจํานวนนี้จะต้องแต่งตั้งจากผู้ดําเนินการสอง กฤษฎีกาคน คณบดีคณะแพทยศาสตร์ในสถาบันอุดมศึกษาหนึ่งคน ผู้แทนสมาคมโรงพยาบาลเอกชนหนึ่งคน และผู้แทนองค์กรเอกชนที่ดําเนินกิจกรรมทางด้านคุ้มครองผู้บริโภคหนึ่งคน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกําหนด งานคณะกรรมกาให้รองอธิบดีซึ่งอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพมอบหมายเป็นกรรมการและ กฤษฎีกา เลขานุการ และผู้อํานวยการสํานักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการ สุขภาพเป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
(๑) ผู้ประกอบโรคศิลปะโดยคําแนะนําของคณะกรรมการการประกอบโรคศิลปะ จํานวนสองคน และผู้ประกอบวิชาชีพโดยคําแนะนําของสภาวิชาชีพ ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายเพื่อ ควบคุมการประกอบวิชาชีพนั้น จํานวนหกคน ได้แก่ ผู้แทนแพทยสภา ผู้แทนสภาการพยาบาล ผู้แทน สภาเภสัชกรรม ผู้แทนทันตแพทยสภา สภาวิชาชีพละหนึ่งคน และผู้แทนสภาวิชาชีพอื่นเลือกกันเอง
-
มาตรา ๒๑ การโอนใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาลให้แก่บุคคล ซึ่งมี กฤษฎีกา คุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๗ ให้กระทําได้ เมื่อได้รับอนุญาตจากผู้อนุญาต
การขอโอนใบอนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่กําหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๒๒ ถ้าผู้รับอนุญาตตายและมีบุคคลแสดงความจํานงต่อผู้อนุญาตภายใน สามสิบวันนับแต่วันที่ผู้รับอนุญาตตาย เพื่อขอประกอบกิจการที่ผู้ตายได้รับอนุญาตนั้นต่อไป เมื่อผู้ อนุญาตตรวจสอบแล้วว่าบุคคลนั้นมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๗ ก็ให้ผู้แสดง กฤษฎีกา
มาตรา ๒๓ ผู้รับอนุญาตต้องจัดให้มีผู้ดําเนินการคนหนึ่ง เป็นผู้มีหน้าที่ควบคุม ดูแล และรับผิดชอบในการดําเนินการสถานพยาบาล
มาตรา ๒๔ ห้ามมิให้บุคคลใดดําเนินการสถานพยาบาล เว้นแต่ได้รับใบอนุญาตจาก ผู้อนุญาต สํานักงานคณะกรรมกา การขอและการออกใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รกฤษฎีกา กําหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๒๕ ในการพิจารณาออกใบอนุญาตให้ดําเนินการสถานพยาบาลของผู้ด้านกงานคณะกรรมการคดีกา อนุญาตจะต้องปรากฏว่าผู้ขอรับใบอนุญาต
(๑) เป็นผู้ประกอบวิชาชีพ แต่บุคคลเช่นว่านี้จะได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ดําเนินการ
ตามประเภทใดหรือสถานพยาบาลที่ให้บริการทางการแพทย์ใด
ให้เป็นไปตามที่กําหนดใน กฎกระทรวงกฤษฎีกา
-
(๒) ไม่เป็นผู้ดําเนินการอยู่ก่อนแล้วสองแห่ง แต่ในกรณีที่เป็นผู้ดําเนินการประเภทที่
รับผู้ป่วยไว้ค้างคืนอยู่แล้วแห่งหนึ่ง จะอนุญาตให้เป็นผู้ดําเนินการประเภทที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืนอีกแห่ง หนึ่งไม่ได้
มาตรา ๒๖ ถ้าผู้ดําเนินการพ้นจากหน้าที่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เกินเจ็ดวัน ผู้รับอนุญาตอาจมอบหมายให้บุคคลซึ่งมีคุณสมบัติตามมาตรา ๒๕ ดําเนินการแทนได้ไม่เกินเก้าสิบวัน ในกรณีเช่นว่านี้ให้ผู้ได้รับมอบหมายให้ดําเนินการแทนแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้อนุญาตทราบภายในสาม วันนับแต่วันที่เข้าดําเนินการแทน
5.9 สุขภาพจิต
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “ พระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. ๒๕๕๑” ล่านักงานคณะกรรมการก ลานกงานคณะกรรมการกลกา
ถ้านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้“ความผิดปกติทางจิต” หมายความว่า อาการผิดปกติของจิตใจที่แสดงออกมาทาง พฤติกรรม อารมณ์ ความคิด ความจํา สติปัญญา ประสาทการรับรู้ หรือการรู้เวลา สถานที่ หรือบุคคล สํานักงาร รวมทั้งอาการผิดปกติของจิตใจที่เกิดจากสุราหรือสารอื่นที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท คณะกร“แพทย์” หมายความว่า ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพเวช สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
“จิตแพทย์” หมายความว่า แพทย์ซึ่งได้รับวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติเป็นผู้มีความรู้ ความชํานาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาจิตเวชศาสตร์หรือสาขาจิตเวชศาสตร์เด็ก
-
-
-
หมวด ๔ การอุทธรณ์
(๒) ผู้แทนองค์กรภาคเอกชนที่เป็นนิติบุคคลและมีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการคุ้มครอง
ดูแลบุคคลที่มีความผิดปกติทางจิต ซึ่งเลือกกันเองจํานวนสามคน เป็นกรรมการ นักงานคณะกรรม
(๓) ผู้ทรงคุณวุฒิจํานวนห้าคน ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ที่มีความรู้และประสบการณ์ ในสาขาการแพทย์จิตเวช จิตวิทยาคลินิก
สังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ การพยาบาล สุขภาพจิต และจิตเวช และกฎหมาย สาขาละหนึ่งคน เป็นกรรมการ
5.7เครื่องสําอาง
มาตรา ๗ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะกรรมการเครื่องสําอาง” ประกอบด้วยปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานกรรมการ อธิบดีกรมการแพทย์ อธิบดีกรม ควบคุมโรค อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก อธิบดี กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ อธิบดีกรมอนามัย เลขาธิการ คณะกรรมการอาหารและยา ผู้แทนกรมวิทยาศาสตร์บริการ ผู้แทนกรมศุลกากร ผู้แทนสํานักงาน
มาตรา ๖ เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองความปลอดภัยและอนามัยของบุคคล ให้ รัฐมนตรีโดยคําแนะนําของคณะกรรมการมีอํานาจประกาศกําหนด ในเรื่องดังต่อไปนี้
-
-
-
-
(๕) ลักษณะสถานที่ผลิต เครื่องมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์การผลิต ภาชนะบรรจุ เครื่องสําอาง และสถานที่นําเข้าเครื่องสําอาง
-
(๗) หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการรับแจ้งและการรายงานอาการอันไม่ พึงประสงค์จากการใช้เครื่องสําอาง
(๘) หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขให้ผู้ผลิตเพื่อขาย ผู้นําเข้าเพื่อขาย หรือผู้รับจ้าง
ผลิตจัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องสําอางไว้เพื่อการตรวจสอบ
-
(๑๐) หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการจดแจ้ง การออกใบรับจดแจ้ง การ แก้ไขรายการใบรับจดแจ้ง การต่ออายุใบรับจดแจ้ง และการออกใบแทนใบรับจดแจ้งกงานคณะกรรมก
(๑๑) หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการผลิตหรือนําเข้าเครื่องสําอางตาม านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
-
-
-
-
-
-
(๑๖) หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการเรียกเก็บคืน
การทําลาย และการ ส่งมอบเครื่องสําอาง งานลณะกรรมการกฤษฎีกา
มาตรา ๗ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะกรรมการเครื่องสําอาง” ประกอบด้วยปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานกรรมการ อธิบดีกรมการแพทย์ อธิบดีกรม ควบคุมโรค อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก อธิบดี กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ อธิบดีกรมอนามัย เลขาธิการ คณะกรรมการอาหารและยา ผู้แทนกรมวิทยาศาสตร์บริการ ผู้แทนกรมศุลกากร ผู้แทนสํานักงาน
มาตรา ๕๑ ในกรณีผู้รับจดแจ้งไม่ออกใบรับจดแจ้งหรือไม่ต่ออายุใบรับจดแจ้ง ผู้ขอรกฤษฎีกาจดแจ้งหรือผู้จดแจ้งซึ่งขอต่ออายุใบรับจดแจ้งมีสิทธิอุทธรณ์คําสั่งดังกล่าวเป็นหนังสือต่อรัฐมนตรี ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งการไม่ออกใบรับจดแจ้งหรือการไม่ต่ออายุใบรับจดแจ้ง แล้วแต่กรณีคําวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุดในระหว่างการพิจารณาอุทธรณ์คําสั่งไม่ต่ออายุใบรับจดแจ้ง ก่อนที่รัฐมนตรีจะมีคํา วินิจฉัยอุทธรณ์ตามวรรคสอง รัฐมนตรีมีอํานาจสั่งอนุญาตให้ประกอบกิจการไปพลางก่อนได้เมื่อมีคํา ขอของผู้อุทธรณ์ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- มาตรา ๕๗ ผู้จดแจ้งซึ่งถูกเพิกถอนใบรับจดแจ้งมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อ รัฐมนตรีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบคําสั่งเพิกถอนใบรับจดแจ้งตามมาตรา ๓๘ ถ้านักงานค./2/2561 คําวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด รรมการกฤการอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่งไม่เป็นเหตุให้ทุเลาการบังคับตามคําสั่งเพิกถอนใบรับจด แจ้ง
มาตรา ๕๔ การพิจารณาอุทธรณ์ตามมาตรา ๕๖ มาตรา ๕๗ และมาตรา ๕๘ ให้ รัฐมนตรีพิจารณาอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคําอุทธรณ์ ถ้ามีเหตุจําเป็นไม่ไม่ 78 ซ.207 อาจพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้มีหนังสือแจ้งให้ผู้อุทธรณ์ทราบก่อนครบ กําหนดระยะเวลานั้น ในการนี้ ให้ขยายระยะเวลาพิจารณาอุทธรณ์ออกไปได้ไม่เกินเก้าสิบวันนับแต่ วันที่ครบกําหนดระยะเวลาดังกล่าว ล้านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
-