Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
บทที่ 5 พระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิภาพ และสุขภาพของประชาชน,…
บทที่ 5 พระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิภาพ และสุขภาพของประชาชน
พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พศ ๒๕๔๑
หมวด ๕ บทกำหนดโทษ
มาตรา ๕๖
ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคําสั่งของคณะกรรมการ ระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
มาตรา ๖๖
จําคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท
มาตรา ๖๕
ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท
มาตรา ๖๔
ผู้ดําเนินการผู้ใดไม่ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามมาตรา ๓๔ ปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
มาตรา ๖๓
ผู้ดําเนินการผู้ใดไม่ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามมาตรา ๓๔ ระวางโทษจําคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
มาตรา ๖๗
ฝ่าฝืนมาตรา ๓๗ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท
มาตรา ๖๘
ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน สองหมื่นบาท และให้ปรับอีกวันละไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทนับแต่วันที่ฝ่าฝืนคําสั่งที่ให้ระงับการโฆษณา หรือประกาศ
มาตรา ๖๑
ต้องแจ้งให้ผู้อนุญาตทราบแต่ไม่แจ้งภายในกําหนดเวลาถือเป็นความผิด
มาตรา ๖๙
ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกิน สองหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
มาตรา ๖๐
ผู้รับอนุญาตผู้ใดประกอบกิจการสถานพยาบาลจําคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท
มาตรา ๕๙
ผู้รับอนุญาตผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๑ มาตรา ๓๑ มาตรา ๓๒ มาตรา ๔๐ หรือมาตรา ๔๓ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
มาตรา ๗๐
ผู้รับอนุญาต ผู้ดําเนินการ ผู้ประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาลผู้ใดไม่อํานวยความสะดวกให้แก่ พนักงานเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติการตามหน้าที่ตามมาตรา ๔๖ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาท
มาตรา ๕๘
ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคําสั่งต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกิน หนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
มาตรา ๗๑
สถานพยาบาลนั้นถูกสั่งปิดชั่วคราวระวางโทษจําคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท
มาตรา ๕๗
ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๖ หรือมาตรา ๒๔ วรรคหนึ่ง ต้อง ระวางโทษจําคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
มาตรา ๗๒
ผู้ใดขัดขวางหรือไม่อํานวยความสะดวกให้แก่คณะกรรมการถือมีความผิด
มาตรา ๖๒
ฝ่าฝืนมาตรา ๓๓ จําคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้งจําทั้งปรับ
มาตรา ๗๓
ยินยอมให้ผู้อื่นจัดทําหลักฐานเกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาล และค่าบริการเอกสารแสดงการตรวจโรค เอกสารแสดงผลการรักษาพยาบาลของสถานพยาบาล หรือเอกสารกรณีอื่นอันเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลอันเป็นเท็จ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสองปี หรือปรับ ไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
มาตรา ๖๙
ระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
มาตรา ๗๔
ให้มีคณะกรรมการเปรียบเทียบคดี
มาตรา ๗๔
ผู้กระทําความผิดเป็นนิติบุคคลรับโทษตามที่บัญญัติไว้สําหรับความผิดนั้น ๆ ด้วย
หมวด ๔ การปิดสถานพยาบาลและการเพิกถอนใบอนุญาต
มาตรา ๔๙
ผู้รับอนุญาตหรือผู้ดําเนินการปฏิบัติไม่ถูกต้องให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอํานาจสั่งให้ผู้รับอนุญาตหรือผู้ดําเนินการแล้วแต่กรณี
มาตรา ๕๑
ผู้รับอนุญาตหรือผู้ดําเนินการขาดคุณสมบัติ คณะกรรมการมีอํานาจออกคําสั่งเพิกถอนใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาลได้
มาตรา ๕๐
ผู้รับอนุญาตหรือผู้ดําเนินการจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายมีอํานาจออกคําสั่งปิด สถานพยาบาลเป็นการชั่วคราว
มาตรา ๕๒
เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองดูแลผู้ป่วยในสถานพยาบาลในกรณีที่ ผู้รับอนุญาตตาย และมีคําสั่งปิดสถานพยาบาลเป็นการชั่วคราวตามมาตรา ๕๐
มาตรา ๕๔
ผู้ใดถูกเพิกถอนใบอนุญาตแล้วจะขอรับใบอนุญาตใหม่อีกไม่ได้จนกว่า จะพ้นกําหนดสองปีนับแต่วันที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต
มาตรา ๕๕
ผู้ที่ได้รับคําสั่งมีสิทธิอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบคําสั่ง
มาตรา ๕๓
คําสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ทําเป็นหนังสือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนให้ผู้รับอนุญาตหรือ ผู้ดําเนินการ
หมวด ๓ พนักงานเจ้าหน้าที่
มาตรา ๔๗
พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจําตัวบัตรประจําตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามแบบที่กําหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๔๘
การปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ให้ผู้อนุญาตและพนักงาน เจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา ๔๖
มีคุณสมบัติหน้าที่ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอํานาจ
หมวด ๑ คณะกรรมการสถานพยาบาล
มาตรา ๑๐
การประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่ง หนึ่งของจํานวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม
มาตรา ๑๓
คณะกรรมการและอนุกรรมการมีอํานาจออกคําสั่งเป็นหนังสือเรียกให้บุคคลหนึ่งบุคคล
มาตรา ๑๑
คณะกรรมการมีหน้าที่ให้คําปรึกษา ให้ความเห็น และให้คําแนะนําแก่รัฐมนตรีหรือผู้อนุญาต
มาตรา ๘
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดํารงตําแหน่งคราวละสามปี
มาตรา ๑๒
คณะกรรมการมีอํานาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาและเสนอ ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่อยู่ในขอบเขตแห่งหน้าที่ของคณะกรรมการได้
มาตรา ๗
มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการสถานพยาบาล”
มาตรา ๙
ผู้ทรงคุณวุฒิ
ตาย
ลาออก
รัฐมนตรีให้ออก
เป็นบุคคลล้มละลาย
เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ
พ้นจากการเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ
ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษา
หมวด ๒ การประกอบกิจการสถานพยาบาลและการดําเนินการสถานพยาบาล
มาตรา ๑๔
สถานพยาบาลประเภทที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน
สถานพยาบาลประเภทที่ไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน
มาตรา ๑๕
ให้รัฐมนตรีโดยคําแนะนําของคณะกรรมการมีอํานาจประกาศกําหนด มาตรฐานการบริการของสถานพยาบาล
มาตรา ๑๖
ห้ามมิให้บุคคลใดประกอบกิจการสถานพยาบาล เว้นแต่ได้รับใบอนุญาตจากผู้อนุญาต
มาตรา ๑๗
ขอรับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาลต้องมีคุณสมบัติที่เหมาะสม
มาตรา ๑๘
การพิจารณาออกใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาลของผู้ อนุญาตจะต้องปรากฏว่าผู้ขอรับใบอนุญาต
มาตรา ๑๙
ใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาลให้ใช้ได้จนถึงวันสิ้นปี ปฏิทินของปีที่สิบนับแต่ปีที่ออกใบอนุญาต
มาตรา ๒๐
ผู้รับอนุญาตต้องชําระค่าธรรมเนียมตามหลักเกณฑ์วิธีการ
มาตรา ๒๑
การโอนใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาลให้แก่บุคคลมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าว
พระราชบัญญัติยา พศ ๒๕๑๐
มาตรา ๑
พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “ พระราชบัญญัติยา พ.ศ. ๒๕๑๐”
มาตรา ๒
ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกําหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศ
มาตรา ๓
ให้ยกเลิก พระราชบัญญัติการขายยา พ.ศ. ๒๔๙๓, พ.ศ. ๒๕๕๘, พ.ศ. ๒๕๕๙, พ.ศ. ๒๕๐๐, พ.ศ. ๒๕๐๕
มาตรา ๔
มาตราเกี่ยวกับความหมายของยา
มาตรา ๕
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้มีอํานาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ กับออกกฎกระทรวงกําหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้ ลดหรือยกเว้นค่าธรรมเนียม และกําหนดกิจการอื่น รวมทั้งออกประกาศเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พศ ๒๕๕๘
มาตรา ๒
ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกําหนดหนึ่งร้อยสิบแปดวันนับแต่วันประกาศ
มาตรา ๓
ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พศ ๒๕๒๓
มาตรา ๔
ให้ความหมายพระราชบัญญัติโรคติดต่อ
มาตรา ๕
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ออกกฏกำหนดกิจการอื่่น ออกระเบียบปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๑
พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พศ ๒๕๕๘"
พระราชบัญญัติออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท พศ ๒๕๕๙
มาตรา ๓
ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ , พ.ศ. ๒๕๒๘ , พ.ศ. ๒๕๓๕ , พ.ศ. ๒๕๔๓
มาตรา ๔
ความหมายเกี่ยวกับวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท
มาตรา ๒
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกําหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๕
ไม่ใช้บังคับแก่สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา
มาตรา ๑
พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “ พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและ ประสาท พ.ศ. ๒๕๕๙”
มาตรา ๖
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอํานาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่
มาตรา ๗
ให้รัฐมนตรีโดยคําแนะนําของคณะกรรมการมีอํานาจประกาศกําหนด
พระราชบัญญัติเครื่องสำอางค์ พศ ๒๕๕๘
มาตรา ๑
พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติเครื่องสำอางค์ พศ ๒๕๕๘"
มาตรา ๒
บังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา ๓
ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติเครื่องสำอางค์ พศ ๒๕๓๕
มาตรา ๖
เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองความปลอดภัยและอนามัยบุคคล ให้รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการมีอำนาจในการประกาศกำหนด
มาตรา ๔
การให้ความหมายเครื่องสำอางค์
มาตรา ๕
รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขมีอำนาจหน้าที่แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ ออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินท้ายพระราชบัญญัติ เว้นค่าธรรมเนียม
พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พศ ๒๕๒๒
มาตรา ๑
พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พศ ๒๕๒๒"
มาตรา ๔
ผู้บริโภคมีสิทธิได้รับความคุ้มครอง
มาตรา ๗
ในการปฎิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัวเมื่อผู้เกี่ยวข้องร้องขอ
มาตรา ๒
บังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา ๖
ปฏิบัติตามมาตรา ๕ ถ้าไม่เร่งด่วนให้เจ้าพนักงานทราบล่วงหน้าตามสมควร
มาตรา ๕
ปฎิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจ
มาตรา ๓
ให้ความหมายพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค
มาตรา ๘
ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
พระราชบัญญัติหลักประกันสขภาพแห่งชาติ พศ ๒๕๔๕
หมวด ๑ สิทธิการรับบริการสาธารณสุข
มาตรา ๕
ทุกคนมีสิทธิได้รับบริการสาธารณสุขที่มีมาตรฐานและมีประสิทธิภาพตามที่กําหนด
มาตรา ๗
บุคคลที่ได้ลงทะเบียนแล้ว ให้ใช้สิทธิรับบริการสาธารณสุขได้จากหน่วยบริการประจําของตนหรือหน่วยบริการปฐมภูมิในเครือข่ายหน่วยบริการที่เกี่ยวข้อง
มาตรา ๖
ให้ยื่นคําขอลงทะเบียนพื่อเลือกหน่วยบริการเป็นหน่วยบริการประจํา
มาตรา ๘
ยังไม่เคยลงทะเบียนเข้ารับบริการครั้งแรกที่หน่วยบริการใดก็ได้
มาตรา ๙
ขอบเขตของสิทธิรับบริการสาธารณสุขของบุคคลให้เป็นไปตามกฎหมายที่กําหนดขึ้นสําหรับส่วนราชการ
มาตรา ๑๐
สิทธิรับบริการประกันสังคมให้เป็นไปตามที่กําหนดในกฎหมายว่าด้วยประกันสังคม
มาตรา ๑๑
สํานักงานมีสิทธิเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขจากกองทุนเงินทดแทน
มาตรา ๑๒
ผู้ประสบภัยจากรถสํานักงานมีสิทธิเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขจากกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย แต่ไม่เกินจํานวนค่าสินไหมทดแทน
หมวด ๒ คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
มาตรา ๑๓
มีคณะกรรมการเรียกว่า " คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ "
มาตรา ๑๔
กรรมการมาตรา ๑๓ จะดำรงตำแหน่งกรรมการตามมาตรา ๔๘ ในขณะเดียวกันมิได้
มาตรา ๑๕
กรรมการตามมาตรา ๑๓ วรรคหนึ่ง มีวาระอยู่ในตําแหน่งคราวละสี่ปี อาจได้รับเลือกหรือแต่งตั้งใหม่อีกได้ แต่จะดํารงตําแหน่งเกินกว่าสองวาระ ติดต่อกันไม่ได้
มาตรา ๑๖
พ้นตําแหน่งตามวาระและเมื่อ
ได้รับการจำคุก เว้นแต่โทษสำหรับความผิดได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
บกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสีย
เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ
เป็นบุคคลล้มละลาย
ลาออก
ตาย
มาตรา ๑๘
คณะกรรมการมีอํานาจหน้าที่
มาตรา ๑๙
มีอํานาจหน้าที่ควบคุมดูแลสํานักงานให้ดําเนินกิจการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กําหนด
อนุมัติแผนการเงินของสํานักงาน
ควบคุมดูแลการดําเนินงานและการบริหารงานทั่วไป
มาตรา ๒๐
มีอํานาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติ
มาตรา ๒๑
คณะกรรมการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบขึ้น
มาตรา ๒๓
ได้รับเบี้ยประชุม ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และค่าใช้จ่ายอื่นในการปฏิบัติหน้าที่
มาตรา ๒๒
มีอํานาจขอให้หน่วยงานของรัฐหรือสั่งให้บุคคลใดที่เกี่ยวข้องมีหนังสือ ชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อประกอบการพิจารณาได้นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หมวด ๓ สํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
มาตรา ๒๙
คณะกรรมการเสนอขอรับงบประมาณรายจ่ายประจําปีต่อคณะรัฐมนตรี
มาตรา ๓๐
เก็บรักษาและการใช้จ่ายเงินของสํานักงานให้เป็นไปตามระเบียบที่ คณะกรรมการกําหนด
มาตรา ๒๘
อสังหาริมทรัพย์ที่สํานักงานได้มาโดยมีผู้บริจาคให้หรือได้มา โดยการซื้อหรือแลกเปลี่ยนจากรายได้ของสํานักงานให้เป็นกรรมสิทธิ์ของสํานักงาน
มาตรา ๓๑
เป็นผู้รับผิดชอบการบริหารกิจการของสํานักงานให้เป็นไปตามกฎหมายประกาศของคณะกรรมการ
มาตรา ๒๗
ทรัพย์สินของสํานักงานไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี
มาตรา ๓๒
เลขาธิการต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม
มาตรา ๒๖
สํานักงานมีอํานาจหน้าที่
มาตรา ๓๓
เลขาธิการพ้นจากตําแหน่งเมื่อ
ตาย
ลาออก
ขาดคุณสมบัติมีลักษณะต้องห้าม
ต้องคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก เว้นความผิดอันได้กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
คณะกรรมการถอดถอน
ขาดการประชุมคณะกรรมการเกินสามครั้งติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร
ถูกเลิกสัญญาจ้าง
มาตรา ๒๕
ให้สํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร หรือ ในเขตจังหวัดใกล้เคียง
มาตรา ๓๖
เลขาธิการมีอํานาจหน้าที่
มาตรา ๒๔
เป็นหน่วยงานของรัฐมีฐานะเป็นนิติบุคคลอยู่ภายใต้การกํากับดูแลของรัฐมนตรี
มาตรา ๓๕
เลขาธิการเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งเป็นผู้ดํารงตําแหน่งระดับสูง
มาตรา ๓๔
มีวาระอยู่ในตําแหน่งคราวละสี่ปีและอาจได้รับแต่งตั้งอีก
มาตรา ๓๗
มีสํานักตรวจสอบขึ้นในสํานักงานทําหน้าที่เป็นสํานักงานเลขานุการ ของคณะอนุกรรมการตรวจสอบ
หมวด ๔ กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
มาตรา ๔๐
การรับเงิน การจ่ายเงิน และการเก็บรักษาเงินกองทุนให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
มาตรา ๔๑
คณะกรรมการดารเงินจำนวนไม่เกินร้อยละหนึ่งของเงินที่จะจ่ายให้หน่วยบริการไว้เป็นเงินที่ช่วยเหลือเบื้องต้นให้แก่ผู้รับบริการ
มาตรา ๓๙
เงินและทรัพย์สินที่เป็นของกองทุนไม่ต้องนำส่งกระทรวงการคลังเป็นรายแผ่นดิน
มาตรา ๔๒
ผู้รับบริการได้รับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการรักษาพยาบาลของหน่วยบริการหาผู้กระทําผิดได้แต่ยังไม่ได้รับค่าเสียหายภายในระยะเวลาอันสมควรตามมาตรา ๔๑ เมื่อสํานักงานได้จ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้แก่ผู้รับบริการไปแล้ว
มาตรา ๓๘
ให้จัดตั้งกองทุนในสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
มาตรา ๔๓
ในสามเดือนนับแต่วันสิ้นปีงบประมาณตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ ให้เสนองบดุลและรายงานการรับจ่ายเงินของกองทุนในปีที่ล่วงมา
หมวด ๕ หน่วยบริการและมาตราฐานบริการสาธารณสุข
มาตรา ๔๕
มีหน้าที่ให้บริการสาธารณสุขแก่ผู้รับบริการและจัดทำระบบข้อมูลแก่ผู้รับบริการ
มาตรา ๔๖
หน่วยบริการและเครือข่ายมีสิทธิได้รับค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขจากกองทุนตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกําหนด
มาตรา ๔๔
มีการขึ้นทะเบียนหน่วยบริการและเครือข่ายหน่วยบริการแล้วประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ
มาตรา ๔๗
เพื่อสร้างหลักประกันสุขภาพให้กับบุคคลในพื้นที่ ส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมตามความพร้อมความเหมาะสม และความต้องการ
หมวด ๖ คณะกรรมการการควบคุมคุณภาพและมาตราฐานบริการสาธารณสุข
มาตรา ๕๐
เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานมีอํานาจหน้าที่
มาตรา ๕๑
คณะกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานมีอํานาจแต่งตั้ง คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติตามที่คณะกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐาน
มาตรา ๔๙
การดํารงตําแหน่งวาระการดํารงตําแหน่งการพ้นจากตําแหน่งและการประชุมของคณะกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐาน ให้นํามาตรา ๑๔ มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖ และมาตรา ๑๗ มาใช้บังคับ
มาตรา ๕๒
คณะกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐาน และคณะอนุกรรมการ มีอํานาจขอให้หน่วยงานของรัฐหรือสั่งให้บุคคลใดที่เกี่ยวข้องมีหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริง
มาตรา ๔๘
ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะกรรมการควบคุมคุณภาพ และมาตรฐานบริการสาธารณสุข”
หมวด ๗ เจ้าหน้าที่
มาตรา ๕๕
ในการปฏิบัติหน้าที่พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจําตัวแก่ส่วนบุคคลซึ่งเกี่ยวข้อง
มาตรา ๕๖
ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา ๕๔
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอํานาจเข้าไปในสถานที่ของหน่วยบริการหรือของเครือข่ายหน่วยบริการในระหว่างเวลาทําการ
หมวด ๘ การกำกับมาตราฐานหน่วยบริการ
มาตรา ๕๙
ผู้รับบริการผู้ใดไม่ได้รับความสะดวกตามสมควรหรือตามสิทธิ มีสิทธิร้องเรียนต่อสํานักงานเพื่อให้มีการสอบสวน และให้นําความในมาตรา ๕๗ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา ๖๐
การกระทําผิดของหน่วยบริการ ให้เลขาธิการรายงานต่อคณะกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานเพื่อพิจารณาดําเนินการ
มาตรา ๕๘
กรณีที่ผลการสอบสวนตามมาตรา ๕๗ ปรากฏว่าหน่วยบริการใดไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานที่กําหนด ให้คณะกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานดําเนินการ
มาตรา ๖๑
ผู้ร้องเรียนหรือหน่วยบริการที่ได้รับคําสั่งจากคณะกรรมการควบคุมให้มีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการ
มาตรา ๕๗
สํานักงานตรวจสอบพบว่าหน่วยบริการใดไม่ปฏิบัติตาม มาตรฐานการให้บริการสาธารณสุขที่กําหนด ให้รายงานต่อคณะกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตราฐาน
มาตรา ๖๒
คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์คําสั่งตามมาตรา ๖๑ ผลเป็นประการให้เลขาธิการรายงานผลการดําเนินการหรือคําวินิจฉัยต่อคณะกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานเพื่อทราบ
หมวด ๙ บทกําหนดโทษ
มาตรา ๖๓
ผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคําสั่งต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจําทั้งปรับ
มาตรา ๖๔
ผู้ใดขัดขวางหรือไม่อํานวยความสะดวกตามสมควรแก่พนักงาน เจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๕๕ วรรคสาม ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
พระราชบัญญัติสุขภาพจิต พศ ๒๕๕๑
หมวด ๕ พนักงานเจ้าหน้าที่
มาตรา ๔๗
เจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัวต่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง
มาตรา ๔๘
บุคคลที่เกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกตามสมควร
มาตรา ๔๖
พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจหน้าที่
มาตรา ๔๙
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายอาญา
หมวด ๔ การอุทรณ์
มาตรา ๔๒
คณะกรรมการสถานบำบัดรักษามีสิทธิอุทรณ์
มาตรา ๔๓
มีคณะกรรมการอุธรณ์
มาตรา ๔๔
ว่าเกี่ยวกับคณะกรรมการอุทรณ์
มาตรา ๔๕
นำมาตรา ๖,๗,๘,๙,๑๑ มาบังคับใช้กับคณะกรรมการ
หมวด ๓ การฟื้นฟูสมรรถภาพ
มาตรา ๔๐
มีคณะกรรมการสถานบำบัดให้หัวหน้าสถานบำบัดรักษาทำหน้าที่ต่างๆ
มาตรา ๔๑
ผู้ถูกขุมขังรับการบำบัดรักษาในระหว่างถูกขุมขังถึงกำหนดปล่อยตัว
หมวด ๖ กำหนดโทษ
มาตรา ๕๑
แจ้งความเท็จ มีเจตนากลั่นแกล้งโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี ปรับไม่เกินสองหมื่น
มาตรา ๕๒
ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามจำคุกไม่เกินหกเดือน ปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
มาตรา ๕๐
ผู้ใดฝ่าฝืนจำคุกไม่เกินครึ่งปี ปรับไม่เกินสองหมื่นบาท
มาตรา ๕๓
ไม่อำนวยความสะดวกแก่เจ้าพนักงาน โทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน ปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
หมวด ๑ คณะกรรมการ
ส่วนที่๑ คณะกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติ
มาตรา ๘
องค์ประกอบอื่นก่อนการพ้นวาระตามคณะกรรมการ
มาตรา ๙
การประชุมต้องมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด
มาตรา ๗
มีวาระดำรงตำปหน่งคราวละสามปี ดำรงตำแหน่งติดต่อกันสองวาระไม่ได้
มาตรา ๑๐
มีสิทธิอำนาจหน้าที่
มาตรา ๖
ต้องมีคุณสมบัติและลักษณะที่เหมาะสม
มาตรา ๑๑
มีอำนาจแต่งตั้งที่ปรึกษาตามที่ได้รับมอบหมาย
มาตรา ๕
องค์ประกอบคณะกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติ
ส่วนที่ ๒ คณะกรรมการสถานบำบัดรักษา
มาตรา ๑๓
คณะกรรมการสถานบำบัดมีอำนาจหน้าที่
มาตรา ๑๔
มาตรา ๖,๗,๘,๙,๑๑ มาบังคับใช้กับคณะกรรมการ
มาตรา ๑๒
สถานบำบัดแต่ละแห่งมีคณะกรรมการสถานบำบัดที่กำหนดจำนวนคน
หมวด ๒ สิทธิผู้ป่วย
มาตรา ๑๕
ผู้ป่วยย่อมมีสิทธิ
มาตรา ๑๖
ห้ามเปิดเผยข้อมูลด้านสุขภาพผู้ป่วยที่ก่อเกิดความเสียหาย
มาตรา ๑๗
ทำการผูกมัด กักบริเวณ แยกผู้ป่วยไม่ได้
มาตรา ๑๘
การรักษาทางจิตเวชด้วยไฟฟ้า
มาตรา ๑๙
ทำหมันผู้ป่วยไม่ได้เว้นทำตามมาตรา ๑๘
มาตรา ๒๐
การทำวิจัยต่อเมื่อได้รับความยินยอม
พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๕๐
หมวด ๑ สิทธิและหน้าที่ด้านสุขภาพ
มาตรา ๕
บุคคลมีสิทธิในการดํารงชีวิตในสิ่งแวดล้อมและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ
มาตรา ๑๐
มีผลกระทบต่อสุขภาพต้องเปิดเผยข้อมูลนั้นและวิธีป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพ
มาตรา ๑๒
มีสิทธิทําหนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุขเพื่อยึดการตายในวาระสุดท้ายของชีวิตตน
มาตรา ๖
สุขภาพของหญิงในด้านสุขภาพทางเพศและสุขภาพของระบบเจริญพันธุ์ต้องได้รับการสร้างเสริมที่เหมาะสม
มาตรา ๗
ข้อมูลด้านสุขภาพของบุคคลเป็นความลับส่วนบุคคล
มาตรา ๘
ต้องแจ้งข้อมูลด้านสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการให้ผู้รับบริการทราบอย่างเพียงพอที่ผู้รับบริการจะใช้ประกอบการตัดสินใจ
มาตรา ๙
ประสงค์จะใช้ผู้รับบริการเป็นส่วนหนึ่งของการทดลองในงานวิจัยต้องแจ้งให้ผู้รับบริการทราบล่วงหน้าและต้องได้รับความยินยอม
มาตรา ๑๑
มีสิทธิร้องขอให้มีการประเมินและมีสิทธิร่วมในกระบวนการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ
หมวด ๒ คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ
มาตรา ๑๓
มีคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เรียกโดยย่อว่า “ คสช "
มาตรา ๑๔
มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม
มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์
ไม่เป็นผู้มีความผิดปกติทางจิตอันเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่
มีสัญชาติไทย
ไม่ติดยาเสพติดให้โทษ
ไม่เคยถูกลงโทษทางวินัยถึงไล่ออก
ไม่เคยได้รับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก
มาตรา ๑๕
การเลือกกรรมการตามมาตราให้ดําเนินการ ดังนี้
๔ นายกอบตเลือกกันเองได้คณะกรรมการหนึ่งคน
๓ นายกอบจ เลือกกันเองได้กรรมการหนึ่งคน
๒ นายกเทศมนตรีเลืออกกันเองได้หนึ่งคน
๑ ผู้ว่าและนายกดำเนินการเลือกเองให้ได้คณะกรรมการหนึ่งคน
มาตรา ๑๖
ให้เป็นไปตามวิธีการที่คณะกรรมการการประกอบโรคศิลปะตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะกําหนด
มาตรา ๑๗
การเลือกกรรมการตามมาตรา ๑๓ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการ
มาตรา ๑๘
๔ จัดให้ผู้ได้รับการเลือกเป็นผู้แทนของแต่ละกลุ่มในแต่ละจังหวัดตาม
๕ ประกาศกําหนดพื้นที่ของประเทศ
๓ จัดให้ผู้ซึ่งมีหนังสือมอบหมายให้เป็นผู้แทนขององค์กรภาคเอกชนที่ขึ้นทะเบียน
๒ จัดให้องค์กรภาคเอกชนในแต่ละจังหวัดที่ประสงค์จะมีส่วนร่วมมาขึ้นทะเบียน
๑ ดกลุ่มขององค์กรภาคเอกชนตามลักษณะของกิจกรรมที่ดําเนินงาน
มาตรา ๑๙
มีคณะกรรมการสรรหาคณะหนึ่ง ซึ่ง คสช. แต่งตั้ง ประกอบด้วย
เลขาธิการเป็นเลขานุการคณะกรรมการสรรหา
ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งแต่งตั้งจากผู้แทนกระทรวงสาธารณสุขหนึ่งคน
กรรมการตาม มาตรา ๑๓ หนึ่งคน
มาตรา ๒๐
แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่
กําหนดวิธีการ
มาตรา ๒๑
มีวาระการดํารงตําแหน่งคราวละสีปี
มาตรา ๒๒
พ้นจากตําแหน่งเมื่อพ้นจากตําแหน่งตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๑๕ แล้วแต่กรณี
มาตรา ๒๓
พ้นจากตําแหน่งเมื่อ
ลาออก
ถูกจําคุก
ตาย
คสช. มีมติไม่น้อยกว่าสองในสามของจํานวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ให้ออก เพราะบกพร่องต่อหน้าที่มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือหย่อนความสามารถ
ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๔
มาตรา ๒๔
หลักเกณฑ์และวิธีการการประชุม คสช.
มาตรา ๒๕
ให้ คสช. มีหน้าที่และอํานาจ
หมวด ๓
มาตรา ๒๖
จัดตั้งสํานักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติขึ้นเป็นหน่วยงาน
มาตรา ๒๗
ดําเนินการเพื่อให้การจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ
ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กําหนดไว้
สํารวจ ศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ
ประสานงานกับหน่วยงานด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ของรัฐบาล
รับผิดชอบงานธุรการของ คสช
มาตรา ๒๘
เกี่ยวกับรายได้ของสำนักงาน
มาตรา ๒๙
รายได้ที่ไม่ต้องนำส่งกระทรวงการคลังตามกฏหมาย
มาตรา ๓๐
การเก็บรักษาและการใช้จ่ายเงินของสำนักงาน
มาตรา ๓๑
มีเลขาธิการคนหนึ่งเป็นผู้รับผิดชอบการบริหารงานของสํานักงานขึ้น สํานักงตรงต่อ คสช.
มาตรา ๓๒
เลขาธิการมีวาระการดํารงตําแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งได้แต่จะดํารงตําแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันมิได้
มาตรา ๓๓
การพ้นจากตําแหน่ง ดังนี้
ลาออก
ถูกจำคุก
ตาย
ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ไม่มีประสิทธิภาพ
มาตรา ๓๔
หน้าที่และอํานาจของเลขาธิการ
มาตรา ๓๕
เงินเดือนและประโยชน์ตอบแทน
มาตรา ๓๖
เลขาธิการเป็นผู้แทนของสํานักงานในกิจการของสํานักงานที่เกี่ยวข้องกับบุคคลภายนอก
มาตรา ๓๗
คสช. แต่งตั้งคณะกรรมการบริหาร
มาตรา ๓๘
การดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่งให้เป็นไปตามระเบียบที่ คสช กำหนด
มาตรา ๓๙
คณะกรรมการบริหารมีหน้าที่และอํานาจ
หมวด ๔ สมัชชาสุขภาพ
มาตรา ๔๐
การจัดสมัชชาสุขภาพเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ คสช. กําหนดเอง
มาตรา ๔๑
จัดให้มีสมัชชาสุขภาพแห่งชาติอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
มาตรา ๔๒
แต่งตั้งคณะกรรมการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติคณะหนึ่งมีจํานวนตามที่คสช. กําหนด
มาตรา ๔๓
คณะกรรมการจัดสมัชชาต้องประกาศให้ประชาชนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสิบวันก่อนวันประชุม
มาตรา ๔๔
ผู้ใดประสงค์จะเข้าร่วมสมัชชา สมัครลงทะเบียนสําหรับการประชุม
มาตรา ๔๕
มีข้อเสนอให้หน่วยงานของรัฐนําไปปฏิบัติ หรือนําไปพิจารณาประกอบในการกําหนดนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพให้เสนอต่อ คสช.
หมวด ๕ ธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ
มาตรา ๔๗
ธรรมนูญระบบสุขภาพต้องสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
มาตรา ๔๖
เพื่อใช้เป็นกรอบ และแนวทางในการกําหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์และการดําเนินงานด้านสุขภาพของประเทศ
มาตรา ๔๘
ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๗ หรือมาตรา ๔ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน ๖ เดือน ปรับไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท
หมวด ๖ บทกำหนดลงโทษ
มาตรา ๕๑
นําบรรดาข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ มาใช้บังคับกับการปฏิบัติงานของสํานักงาน
มาตรา ๕๒
ข้าราชการที่โอนมาตามมาตรา ๕๐ ออกจากราชการเพราะทาง ราชการเลิกหรือยุบตําแหน่งตามกฎหมายว่าด้วยบําเหน็จบํานาญข้าราชการหรือกฎหมายว่าด้วย กองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ แล้วแต่กรณี
มาตรา ๕๓
นําความในมาตรา ๕๒ มาใช้บังคับกับการออกจากราชการ
มาตรา ๕๐
โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้สิน และเงินงบประมาณของ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขในส่วนของสํานักงานปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติ ไปเป็นของสํานักงาน
มาตรา ๕๔
ผู้ปฏิบัติหน้าที่ผู้อํานวยการสํานักงานปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติอยู่ ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการไปจนกว่าจะมีการ แต่งตั้งเลขาธิการตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๕๕
นายกรัฐมนตรีเป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวัน
นางสาวประภัสสร ปัญญา 6001211122 SectionA เลขที่ 52