Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ระบบสืบพันธุ์เพศหญิง (Female reproductive system) - Coggle Diagram
ระบบสืบพันธุ์เพศหญิง (Female reproductive system)
Oviducts (ท่อนำไข่)
หน้าที่ นำ sperm และ oocyte มาปฎิสนธิและนำเซลล์ไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิ เรียกว่า zygoteไปยังมดลูก (uterus) เพื่อฝังตัว (implantation) แต่ถ้าไม่มีการปฏิสนธิเซลล์ไข่ก็จะเสื่อมสลายไป
ผนังของท่อนำไข่ (3 ชั้น)
Serosa (ชั้นนอก): serous membrane
Muscularis (ชั้นกลาง): ชั้นกล้ามเนื้อเรียบ
Mucosa (ชั้นใน)
Ovary (รังไข่)
หน้าที่ - ผลิตเซลล์สืบพันธุ์ คือ ไข่ (Oocyte, ovum, egg) - สร้างฮอร์โมนเพศหญิง (เอสโตรเจน & โปรเจสเตอโรน)
เอ็นยึดของรังไข่ (ovarian ligaments)
Suspensory ligament: เอ็นที่ช่วยยึดรังใข่ให้ติดกับผนังของช่องเชิงกราน
Ligament of ovary (ovarian ligament): เอ็นที่ยึดระหว่างรังไข่และด้านข้างของมดลูก
Broad ligament: เป็นเยื่อบุช่องท้องที่หนาตัวขึ้นเป็นแผ่นเอ็นหนายึดรังไข่และคลุมมดลูกกับผนังของเชิงกราน
โครงสร้างภายใน
Cortex (ชั้นนอก) พบฟอลลิเคิลของไข่ระยะต่างๆ เรียกว่า Ovarian follicles รวมถึง corpus luteum และ corpus albican
Medulla (ชั้นใน) เนื้อเยื่อเกี่ยวพันเรียงตัวหลวมๆ หลอดเลือด ต่อมนํ้าเหลือง และ เส้นประสาท
กระบวนการสร้างเซลล์ไข่ (Oogenesis)
กระบวนการนี้เริ่มขึ้นก่อนคลอดจะแบ่งได้ primary oocytes
หลังคลอดจนเกือบเข้าสู่วัยรุ่น ovary จะ inactive (no oogenesis)
อายุประมาณ 15-49 ปีจะมีการสร้างไข่ ตกไข่ ประจำทุกเดือน
Primary oocyte แบ่งตัวได้ secondary oocyte (1 ฟอง) ที่รอการปฏิสนธิกับตัวอสุจิ
Oogenesis จะสมบูรณ์หลังจากปฎิสนธิแล้ว (Meiosis II completed)
กระบวนการตกไข่ (Ovulation)
การกระตุ้นของฮอร์โมน LH surge จากต่อมใต้สมองส่วนหน้าส่งผลให้เกิด กระบวนการตกไข่
ในระหว่างกระบวนการตกไข่ primary oocyte จะแบ่งตัวอย่างรวดเร็วได้ secondary oocyte (Metaphase II) จะถูกขับออกจากรังไข่
ในแต่ละรอบเดือนมีฟอลลิเคิลมากมายที่เจริญขึ้นมาผลจาก FSH แต่การพัฒนาการจะไม่เท่ากัน ดังนั้นจะมีเพียงฟอลลิเคิลเดียวที่ปล่อย secondary oocyte ออกมา ส่วนฟอลลิเคิลอื่นๆก็จะสลายไป
Uterus (มดลูก)
ตำแหน่ง: วางตัวหน้าต่อไส้ตรง (rectum) และอยู่หลังกระเพาะปัสสาวะ (urinary bladder)
ประกอบด้วย 4 ส่วน: Fundus, body, isthmus, cervix
หน้าที่สำคัญ คือ รองรับการตั้งครรภ์
ที่ cervix มี cervical gland เป็นต่อมขับเมือก
ผนังมดลูกมีการเปลี่ยนแปลงช่วงมีประจำเดือน (menstruation) และ ช่วงที่มีการฝังตัวของเอมบริโอ สามารถขยายได้มากถึง 6 เท่าในกรณีที่ตั้งครรภ์
โครงสร้างภายในของ uterus
Perimetrium ชั้นนอก เป็นเยื่อบุช่องท้องที่คลุมและยึดมดลูกไว้กับผนังเชิงกราน
Endometrium ชั้นใน เป็นชั้นเยื่อบุมดลูก ภายในมีต่อม (uterine gland) และหลอดเลือด
Functional layer
Basal layer
Myometrium ชั้นกลาง เป็นชั้นกล้ามเนื้อเรียบ มีลักษณะหนา สามารถขยายตัวได้มากเมื่อตั้งครรภ์ และสามารถหดตัวในระหว่างการคลอด
Clitoris (ปุ่มกระสัน)
Labia minors (แคมเล็ก)
Labia minors เป็นผิวหนังที่ยกตัวขึ้น เล็กและบางกว่าแคมใหญ่ ไม่มีขน ช่องระหว่างแคมเล็กทั้ง 2 ข้าง เรียกว่า vestibule ผิวหนังที่บรรจบกันด้านบนเป็นหนังหุ้มปลาย (prepuce of clitoris)
Labia majors (แคมใหญ่)
Labia majors เป็นผิวหนังที่ยกตัวขึ้นหนา เป็นขอบเขตด้านข้างของโยนี เมื่อวัยเจริญพันธุ์จะมีขนเจริญขึ้น
Vagina (ช่องคลอด)
ตำแหน่ง: Vagina เป็นชั้นของกล้ามเนื้อที่เชื่อมต่อเนื่องอยู่ล่างต่อ uterus และ อยู่หลังต่อกระเพาะปัสสาวะ (urinary bladder) และท่อปัสสาวะ (urethra
หน้าที่: เป็นช่องทางรองรับอสุจิจาก penis เพื่อไปปฎิสนธิกับไข่ เป็นทางผ่านของประจำเดือนและทารกที่คลอดตามธรรมชาติ
ผนังของช่องคลอด
Mucosa- มีรอยย่น (rugae) “Stratified squamous nonkeratinized epithelium
Muscularis -smooth muscle layer
Adventitia -outer fibrous layer
Menstrual cycle
รอบประจำเดือนของเพศหญิงโดยเฉลี่ยประมาณ 28 วัน
Menstrual phase เป็นช่วง 1-4 วันแรกของรอบประจำเดือน
Proliferative (follicular) phase เป็นช่วงตั้งแต่วันที่ 5-14 ของรอบประจำเดือน
Secretory (luteal) phase เป็นช่วงตั้งแต่วันที่ 15-28 ของรอบประจำเดือน
Hymen (เยื่อบุพรหมจรรย์)
เยื่อบาง ๆที่ปกคลุมบริเวณปากช่องคลอด มีรูปร่างแตกต่างกันไป ทำให้ระดูสามารถไหลออกมาจากช่องคลอดเมื่อมีรอบเดือน
เยื่อพรหมจรรย์ไม่เปิด (Imperforate hymen) ส่งผลให้ประจำเดือนไม่สามารถไหลผ่านจากช่องคลอดได้ เกิดเลือดคั่งซึ่งมักกลายเป็นก้อนในท้อง (Abdominal mass) เกิดอาการปวดท้องและหลัง
Mons pubis (เนินหัวหน่าว)
Mons pubis ภายในมีไขมันปกคลุม pubic bone, มี pubic hairs เมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์
Bartholin’s (greater vestibular gland) (ต่อมขับเมือก)
Greater vestibular gland อยู่ใกล้รูเปิดของ vagina ผลิตเมือกเพื่อช่วยหล่อลื่นช่องคลอดขณะร่วมเพศ “ต่อมนี้ในเพศหญิงเทียบได้กับ bulbourethral gland ในเพศชาย”
Mammary glans/ Breasts (เต้านม)
วางตัวอยู่บนกล้ามเนื้อ pectoralis major
ภายนอก ประกอบด้วย หัวนม (nipple) และลานนม (areolar)
ภายในบรรจุไขมัน และ ต่อมนํ้านม (mammary glands) ถูกพัฒนามาจากต่อมเหงื่อ
ถูกยึดโดย suspensory ligament (Cooper’s ligament)
Fertilization (การปฏิสนธิ)
กระบวนการที่อสุจิ (sperm) ผสมกับเซลล์ไข่ (ovum) เกิดขึ้นที่ตำแหน่ง ampulla of oviduct
Sperm capacitation
อสุจิกำจัด glycoprotein & seminal proteins ทำให้สะบัดหางและว่ายได้เร็วขึ้น
Sperm acrosome reaction
คือ กระบวนการที่ตัวอสุจิปล่อยเอนไซม์ออกมาย่อยผนังของเซลล์ไข่ ทำให้อสุจิเจาะผ่านเข้าไปได้
Placenta (รก)
รกด้านลูก (Fetal surface); ด้านที่มีถุงนํ้าครํ่า (amnion), chorionic plate, และ umbilical cord (สายสะดือ)
รกด้านแม่ (Maternal surface); ประกอบด้วย cotyledon ซึ่งเป็นกลุ่มของ villi ที่ถูกกั้นด้วย placental septum ที่เจริญมาจาก decidua basalis
Structure of Umbilical cord
1 umbilical vein หน้าที่ นำพาสารอาหารและ o2 ไปสู่ทารก ซึ่งเส้นเลือดชนิดนี้สามารถนำผ่านสารเคมี และยาบางชนิดไปสู่ทารกได้
umbilical arteries หน้าที่ ลำเลียงของเสียและ co2 ที่เกิดในทารกออกมาสู่มารดา