Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
บทที่ ๒ การประเมินปัญหาสุขภาพเพื่อการคัดกรองและการวินิจฉัยโรค (ครั้งที่…
บทที่ ๒
การประเมินปัญหาสุขภาพเพื่อการคัดกรองและการวินิจฉัยโรค (ครั้งที่ ๑)
การตรวจร่างกายตามระบบทาง
เดินหายใจ
โดยสรุปการตรวจระบบหายใจในท่านั่งควรเริ่มจากสังเกตทรวงอก ตรวจ lung expansion ตรวจโดยการเคาะทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ฟังเสียงหายใจและตรวจvocalresonance
การตรวจระบบหายใจ (Respiratory system)
ประกอบด้วยการดู ฟัง เคาะ คลำ
ดู
การดู ทรวงอกและการหายใจ น ับอ ัตราการหายใจ และ สังเกตความลึกหรือตื้นของการหายใจ สามารถทำพร้อมกับ การตรวจดูลักษณะทั่วไป และการดูทรวงอกตอนตรวจระบบ หัวใจ
ระบุความผิดปกติที่พบ เช่น สีผิว สีปาก เล็บ ขนาดและ รูปร่างทรวงอก อัตราการเคลื่อนไหวของทรวงอกและความลึก ของการเคลื่อนไหว การใช้กล้ามเนื้อในการหายใจ ลักษณะ การหายใจที่ผิดปกติ
ฟัง
vocal resonance เพื่อดูว่าการสั่นสะเทือนของเสียงจากปอดทั้งสองด้านเท่ากันหรือไม่
เสียงหายใจผิดปกติ(abnormal breatเสียงหายใจผิดปกติที่พบบ่อยได้แก่wheezes และcrackles หรือ crepitation บางคนใช้คำว่า rales แทน coarse crackles และ crepitation แทน fine crackles
เสียง rhonchi ใช้บรรยาย wheezes ที่ไม่ชัดเจนนักWheezes เป็นเสียงหายใจที่่เกิดจากตีบแคบ มักได้ยินตอนช่วงหายใจออก expiratory wheezing โรคที่พบบ่อยว่ามีการตีบแคบของทางเดินหายใจ
เสียง wheezing อาจได้ยินในกรณีที่มีก้อนกดภายจาก ภายนอกหลอดลมหรือกรณีมีก้อนในหลอดลม หากมีเสียงที่ เกิดจากการตีบแคบของหลอดลมใหญ่ เรียกว่า stridor อาจได้ยินโดยไม่ต้องใช้ stethoscope พบได้ทั้งหายใจเข้า หายใจออก
Pleural rub เป็นเสียงที่เกิดจากมีการอักเสบของเยื่อหุ้มปอด ผู้ป่วยมักมีอาการหายใจเข้าลึกๆ แล้วเจ็บหน้าอกด้านที่มีพยาธิสภาพเสียงที่ได้ยินลักษณะคล้ายเสียงผ้าหรือผมถูกันควรระมัดระวังว่าบางครั้งเสียงที่ได้ยินอาจมาจากนอกปอด
คลำ
เรื่มจากการคลำหลอดลม(trachea) โดยใช้นิ้วชี้และนิ้วนางคลำขอบทั้งสองด้านของหลอดลม
บริเวณเหนือ sternal notch
หลอดลมบริเวณเหนือ sterl notch และใช้นิ้วกลางประเมินดูว่าหลอดลมอยู่บริเวณกลางหรือเอียงไปด้านซ้ายหรือขวาหรือไม่ ระมัดระวังไม่กดแรงเกินไปเนื่องจากทำให้ผู้ป่วยไม่สบายหรืออืดอัดได้ อาจพบหลอดลมเอนไปด้านขวาได้
การเคาะ
การเคาะ เปรียบเทียบเสียงต่างๆ ที่ได้จากการเคาะ เช่น flatness, dullness, resonance, hyperresonance
การเคาะทึบโดยวางนิ้วมือด้านซ้าย มักเป็นนิ้วกลางให้แนบกับบรเวณ intercostal space ทจะเคาะ กดลงเลกนอย ใช้ปลายนวกลางมอขวาเคาะลงบนนิ้วกลางมือซายบริเวณระหวาง distal และ proximal interphalangealjoint เคาะโดยใช้ข้อมือเป็นจุดหมุน