Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ปัญหาสุขภาพ อาการผิดปกติที่พบบ่อย การจัดการอาการ และการใช้การแพทย์ทางเลือก…
ปัญหาสุขภาพ อาการผิดปกติที่พบบ่อย การจัดการอาการ และการใช้การแพทย์ทางเลือก
ปัญหาระบบประสาท ปัญหาสุขภาพจิต ปัญหาเพศสัมพันธ์ในผู้สูงอายุ และการพยาบาล
ภาวะสมองเสื่อม Dementia
หมายถึง กลุ่มอาการที่มีสาเหตุมาจากความผิดปกติของการทำงานของสมองด้านการรู้คิดและสติปัญญา โดยมีการเสื่อมของสมองด้านความจำเป็นอาการเด่น
Primary dementia
เกิดจากความผิดปกติ หรือเสื่อมลงของCell สมอง มีสาเหตุไม่แน่ชัด เช่น โรคอัลไซเมอร์
เนื้อสมองจะตายทั่วไปพร้อมๆกัน ความสามารถลดลงทุกๆด้าน
Secondary dementia
เกิดจากโรคต่างๆที่ทราบสาเหตุ เป็นผลมาจากโรคทางกายอื่นๆที่มีผลกระทบต่อภาวะสมองเสื่อม เช่น โรคเกี่ยวกับเส้นเลือดสมอง
เนื้อสมองจะตายเฉพาะบางส่วน
ปัจจัยเสี่ยง
โรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน
เพศหญิง เนื่องจากมีระดับ Hormone เพศหญิงต่ำมานาน
โรคหลอดเลือดสมอง เช่น เคยเป็นอัมพฤกษ์หรืออัมพาตมาก่อน
สูบบุหรี่ ดื่มสุรา หรือเสพสิ่งเสพติด
กรรมพันธุ์ พบว่า ผู้ที่มีพ่อ แม่มีภาวะนี้จะมีโอกาสสูงกว่าคนปกติ 5 เท่า
น้ำหนักตัวเกิน ขาดการออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว และโคเลสเตอรอลสูง
สารพิษในสิ่งแวดล้อมรอบตัว
ระดับ Hormone ซีสเตอีนในเลือดสูง (Hyperhomocysteinemia)
พยาธิสภาพ
จำนวน Cell สมองจะทำงานลดลงอย่างมาก อย่างเห็นได้ชัดในผู้ป่วยสมองเสื่อม
มีปัญหาด้านความจำ การรับรู้ความคิด การตัดสินใจ อารมณ์ และบุคลิกภาพผิดไปจากเดิมอย่างมาก
ปริมาณและจำนวน Cell สมองจะลดลงเรื่อยๆเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ
ใยของประสาทในสมองมีความผิดปกติในด้านโครงสร้าง
มีสารผิดปกติ คือ Amyloid ในสมอง และมีระดับของ Dopamine ลดลงอย่างมาก ส่งผลให้การทำงานของสมองลดลง จนกระทั่งกระทบต่อการทำกิจวัตรประจำวันของผู้ป่วย
อาการและอาการแสดง
หลงทาง
บกพร่องในการใช้ภาษา
บกพร่องในการตัดสินใจแก้ไขปัญหา
บกพร่องในการประกอบกิจกรรมที่เคยทำได้มาก่อน
บกพร่องในการประกอบกิจกรรมที่ซับซ้อนหลายขั้นตอน
มีการประกอบกิจวัตรประวันด้วยตนเองบกพร่อง
บกพร่องด้านการรับรู้หรือเรียนรู้สิ่งใหม่
อาการแย่ลงเวลาพลบค่ำ
บกพร่องด้านความจำสิ่งใหม่
พฤติกรรมแปลกๆ และมีบุคลิกภาพเปลี่ยนแปลง
ระยะการดำเนินโรค
ระยะปานกลาง
ช่วยเหลือตนเองได้น้อยลง ปฏิบัติกิจกรรมประจำวันที่เคยปฏิบัติไม่ได้ ปัสสาวะผิดที่ ตื่นและหลับผิดเวลา
ไม่สนใจสิ่งแวดล้อมรอบข้าง หรือบุคคลอื่น
ไม่รับรู้สถานที่ เวลา บุคคล
มีอาการของกลุ่ม
Sundown syndrome
ระยะรุนแรง
จำเหตุการณ์ไม่ได้ ทั้งอดีตและปัจจุบัน
จำคนสนิทไม่ได้ อาจไม่รู้จักตนเอง
พูดลิ้นรัว ขาดเป็นช่วงๆ ไม่เป็นภาษา ไม่สามารถพูดสื่อสารได้
เบื่ออาหาร อาจลืมไปว่ารับประทานอาหารหรือยัง
มีอาการสับสน กระวนกระวายตื่นกลางดึก เดินไม่ได้
เงียบและเก็บตัว
กลั้นอุจจาระและปัสสาวะไม่ได้ ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ใช้เวลาเกือบทั้งหมดอยู่บนเตียง
ระยะแรก
สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ทำกิจกรรมต่างๆได้ช้าลง
มีอาการหลงลืมไม่มาก ลืมเหตุกาณ์ที่เกิดขึ้นใหม่ๆ พูดช้าลง นึกคำพูดไม่ได้
ขาดการรับรู้และสมาธิเสื่อมลง
บุคลิกเฉยชา ขาดความสนใจสิ่งแวดล้อม
การวินิจฉัย
2.ตรวจคัดกรองเบื้องต้นว่ามีอาการซึมเศร้าหรือไม่ เพื่อประเมินสภาวะทางจิตโดยใช้ Geriatric Depression Scale : GDS หรือเครื่องมือของ Beck ฉบับย่อ
3.ทดสอบความจำและประเมินความสามารถด้านสติปัญญาโดยใช้ Mini-Mental State Examination- Thai version (MMSE-Thai) ประเมินภาวะสับสนเฉียบพลัน (Confusion Assessment Method : CAM) หรือภาวะสมองเสื่อม (เช่น Clock Drawing Test, Modified Short Blessed Test, ADAS-cog) และประเมินความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันพื้นฐาน (BADL) เป็นต้น
1.ซักประวัติและตรวจร่างกาย
4.การตรวจร่างกาย เช่น การตรวจเลือดเพื่อประเมินการทำงานของร่าฃกาย เบาหวาน ไต วัดความดันโลหิต ตรวจการทำงานของหัวใจ X-ray ปอด และอาจ X-ray คอมพิวเตอร์สมอง เพื่อค้นหาสาเหตุ จากโรคที่รักษาหาย
การประเมินภาวะสมองเสื่อม
ประเมินความสามารถในการทำงาน และการช่วยเหลือตนเอง
เครื่องมือในการประเมิน
เครื่องมือประเมินความสามารถในการกิจวัตรชนิดพื้นฐาน (BADL) เช่น การรับประทานอาหาร อาบน้ำ ขับถ่าย
เครื่องมือประเมินคววามสามารถในการทำกิจวัตรชนิดอุปกรณ์ (IADL) เช่น การใช้โทรศัพท์ การทำงานบ้าน การจัดยา
Diagnostic and Statistical Manual of the American psychiatric association, forth edition (DSM-IV)
เกณฑ์ในการวินิจฉัยภาวะสมองเสื่อม
1.มีความผิดปกติของความจำ
2.มีความผิดปกติอย่างน้อย 1 ข้อในต่อไปนี้
การสูญเสียทักษะในการทำกิจกรรมโดยไม่ใช่เกิดจาก Motor system
ไม่รู้จักในสิ่งที่เคยรู้จักมาก่อน
มีความผิดปกติของการใช้ภาษา
ความผิดปกติในการบริหารจัดการ เช่น การวางแผน จัดลำดับงาน
3.ความผิดปกติในข้อ 1 และ 2 มีมากจนส่งผลกระทบต่อความสามารถทางสังคม และอาชีพ
4.ความผิดปกติที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดในช่วงที่มีภาวะสับสน
5.ความผิดปกติที่เกิดขึ้นไม่สามารถอธิบายได้ด้วยสาเหตุอื่น
การตรวจเพื่อการวินิจฉัยเบื้องต้น
การประเมินความจำเบื้องต้น โดยใช้ การตรวจสภาวะทางจิตแบบย่อ (Mini-Mental State Examination : MMSE)
ถ้าคะแนนต่ำกว่า 24 จาก 30 ถือว่าสุขภาพจิตปกติ
ของไทยดัดแปลงมาเป็น Thai Mental State Examination (TMSE)
หลักการรักษา
รักษาตามอาการ
การให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลรักษาความสะอาดของร่างกาย การจัดที่อยู่อาศัย สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม การออกกำลังกาย ฯลฯ เพื่อให้ญาติ ผู้ดูแลสามารถดูแลผู้ป่วยให้ดำรงชีวิตอย่างมีความสุข ไม่วุ่นวายหรือเกิดอุบัติเหตุ อันตราย
การรักษาโดยใช้ยา
1.ยาขยายหลอดเลือดสมอง ทำให้เลือดไปสู่สมองเพิ่มขึ้น
2.ยาช่วยการทำงานของสมองทำให้ Cell สมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น Ergoloid mesylste, Pireacetam, Pyritinol, Lectithin, Rivastigmine เป็นต้น
รักษาต้นเหตุ
มีความสำคัญอย่างยิ่งที่ต้องรีบกระทำโดยเร็วและทันท่วงที การรักษาจะได้ขึ้นอยู่กับสาเหตุที่แตกต่างกัน
การป้องกัน
ควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้เกินเกณฑ์
ฝึกฝนสมอง
รับประทานอาหารครบหมู่
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ สัปดาห์ละ 3-5 ครั้ง
การพูดคุยพบปะผู้อื่นบ่อยๆ
ตรวจสุขภาพประจำปี
ระมัดระวังเรื่องอุบัติเหตุต่อสมอง ระวังการหกล้ม
ปฏิบัติกิจกรรมอย่างมีสติ
หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
ภาวะซึมสับสนเฉียบพลัน ภาวสับสนเฉียบพลันเพ้อคลั่ง Delirium
หมายถึง ภาวะที่ผู้ป่วยมีการเปลี่ยนแปลงระดับความรู้สึกตัว มีสมาธิลดลง โดยมีอาการเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ภายในเวลาเป็นชั่วโมงหรือเป็นวัน
อาการของ Delirium
ความจำเสื่อม และสูยเสียความจำระยะสั้น หลงวันที่ เวลา สถานที่ และบุคคล
กระวนกระวาย
สูญเสียความจดจ่อ
เฉยเมย
ระยะนำ อาจมีอาการอ่อนล้า ไม่มีสมาธิ หงุดหงิด วิตกกังวล ไวต่อสิ่งเร้า
มีปัญหาการนอนหลับ มีกตื่นอตอนกลางคืน และหลับตอนกลางวัน
อารมณ์แปรปรวน
ความผิดปกติในการรับรู้ อาจเห็นภาพหลอน หูแว่ว
มีอาการเฉียบพลัน ด้านการเปลี่ยนแปลงระดับการรู้สึกตัว ความจำ การใช้ภาษา และการคิดอย่างเป็นระบบ จะมีช่วงชีวิตที่ดีขึ้น สลับกับเลวลง
อาการทางระบบประสาท เช่น ท่าเดิน ไม่มั่นคง สั่นกระตุก
ภาวะสับสน Confusion
อาจเกิดขึ้นอย่างช้าหรือกะทันหันก็ได้ ขึ้นอยู่กับสาเหตุ
ปัญหาสุขภาพจิตและปัญหาเพศสัมพันธ์ในผู้สูงอายุ
บทบาทการพยาบาล
3.ประเมินการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
4.ใช้ข้อมูลที่ได้จากการประเมินปัญหามาแก้ไขความเข้าใจผิด
2.ประเมินการใช้ยา
5.ส่งเสริมให้มีอัตมโนทัศน์ที่ดี
1.ประเมินปัญหาโดยการซักประวัติ
6.ให้คำแนะนำ เป็นที่ปรึกษา และปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง
เพศสัมพันธ์ที่เหมาะสมส่งผลดีต่อผู้สูงอายุ
เจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์ (Dyspareunia)
อาการ
ฝ่ายหญิงเจ็บเวลาเพศสัมพันธ์ เนื่องจากอวัยวะเพศขาดการหล่อลื่นทำให้เกิดการเสียดสีจนบาดเจ็บ
เฉยชาทางเพศ (Frigdity)
อาการ
เพศหญิงเฉยชา ขาดการตอบสนองทางเพศ
ล่มปากอ่าว, นกกระจอกไม่ทันกินน้ำ (Premature Ejaculation)
อาการ
ฝ่ายชายถึงจุดสุดยอดเร็วจนไม่สามารถทำให้ฝ่ายหญิงเกิดความพอใจได้
การไร้หรือเสื่อมสมรรถภาพทางเพศหรือมะเขือเผา (Erectile Dysfunction : ED)
อาการ
อวัยวะเพศชายไม่แข็งตัว หรืออ่อนตัวเร็ว จนไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้
ปัจจัยที่ส่งผลต่อเพศสัมพันธ์มนผู้สูงอายึุ
2.ปัญหาสุขภาพ เช่น ต่อมลูกหมากอักเสบ ไขสันหลังถูกกดจากโรคข้อเสื่อม
1.การเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย เช่น การตอบสนองทางเพศลดลง ความถี่ของจุดสุดยอดลดลง
จัดเป็นการออกกำลังกสยอย่างหนึ่ง
มีกิจกรรมอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้มีการทำงานของระบบต่างๆของร่างกายดีขึ้น
ส่งผลให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่กี ให้ทำอายุยืนยาวมากขึ้น
เกิดความมั้นใจในตนเอง เกิดความพึงพอใจ
ภาวะซึมเศร้า (Depression)
การวินิจฉัย
ซักประวัติ ตรวจร่างกาย
เครื่องมือประเมิน โดย 9Q, GDS, TGDS
ตรวจคัดกรอง โดย 2Q
อาการและอาการแสดงของภาวะซึมเศร้า
อาการอื่นๆ
ไม่มีความมั่นใจ คุณค่าในตนเองลดลง
อาการหลัก
มีอารมณ์ซึมเศร้า เป็นเวลา 2 อาทิตย์ขึ้นไป
สาเหตุ
ปัจจัยเสี่ยง เช่น มีประวัติบุคคลในครอบครัวเป็นซึมเศร้า
ทางสังคมและประชากร เช่น เพศหญิงเสี่ยงมากกว่าเพศชาย 2-3 เท่า
ด้านจิตใจ เช่น การเบี่ยงเบนด้านการคิดรู้
ทางชีวภาพ เช่นการไม่สมดุลของสารสื่อประสาท
หมายถึง กลุ่มอาการที่หระกอบด้วยอาการแสดงของความผิดปกติด้านอารมณ์ ความคิดรู้ และการทำหน้าที่ด้านร่างกาย
เป็นปัญหาด้านจิตใจและอารมณ์ที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ มักไม่ได้รับการใส่ใจในการรักษาและบำบัด