Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
มารดา G3P1A1L1 GA 40+5 wks. with labour pain with membrane ruptured …
มารดา G3P1A1L1 GA 40+5 wks.
with labour pain with membrane ruptured
ข้อมูลทั่วไป
อายุ
: 26 ปี
ชื่อ-สกุล :
นางสาวสถาพร มาตรา
สถานภาพ
: คู่
อาชีพ
: แม่บ้าน
รายได้
: 15,000 บาท
ระดับการศึกษา
: ม.6
Admit
13 ก.ค. 2563
เวลา
: 03.40น.
Refer
จาก รพ.หนองกุงศรี
วันที่คลอด
: 13 ก.ค. 2563
เวลา
: 09.51 น.
การคลอด
: Normal delivery
น้ำหนัก
: 67 kg.
ส่วนสูง
: 162 cm.
ประวัติ
การเจ็บป่วยในอดีต
โรคประจำตัว
: เป็น Hyperthyroidsm มาระยะเวลา 5 ปี
การรักษา
: On Methimazole (MMI) 1x1 po pc
ปฏิเสธิการแพ้ยา/อาหาร
ปฏิเสธประวัติการผ่าตัด
ปฏิเสธิโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ุ
การคลอดในอดีต
ครรภ์ที่ 2 : คลอดครบกำหนด ทางช่องคลอด (ชาย)
การตั้งครรภ์ในอดีต
ครรรภ์ที่ 1 : แท้ง
ประวัติการตั้งครรภ์ปัจจุบันและการฝากครรภ์
GA
40+5 wks.
G3P1A1L1
LMP
1 ต.ค. 2563
EDC
8 ก.ค. 2563
ANC
ที่รพ.ยางตลาด จำนวน 9 ครั้ง
TT
1 เข็ม
LAB
:star:
VDRL : Non-reactive
Anti-HIV : Non-reactive
OF/MCV : Negative
DCIP : negative
HCt : 42 vol%
Blood group : B+
สามี
:red_flag:
์No test
ประวัติการเจ็บป่วยในปัจจุบัน
1 ชม. ก่อนมาโรงพยาบาล มีอาการเจ็บครรภ์คลอด มีน้ำเดิน ไม่มีมูกเลือด
อาการสำคัญ
เจ็บครรภ์คลอด มีน้ำเดิน 1 ชม. ก่อนมา รพ.
อาการที่รับไว้
มารดาG3P1A1L1 GA 40+5 wks. รับใหม่จาก ER เวลา 03.40 น. มาด้วยอาการเจ็บครรภ์คลอดร่วมกับมีน้ำเดิน 1ชม. ก่อนมาโรงพยาบาล
แรกรับ
มารดารู้สึกตัวดี สีหน้าท่าทางเหนื่อยอ่อนเพลียเล็กน้อย สีหน้าแสดงถึงความเจ็บปวด ถาม-ตอบรู้เรื่อง ให้ความร่วมมือในการให้การพยาบาล
การตรวจร่างกาย
เยื่อบุตาไม่ซีด ต่อมไทรอยด์บวมโต ไม่มีแผลในช่องปาก ลักษณะเต้านมปกติ คลำไม่พบก้อน
Urine Albumin/sugar
= Neg/Neg
V/S
:silhouettes:
BT=37 Cํํ
P= 100 ครั้ง/นาที
R=20 ครั้ง/นาที
BP=120/90 mmHg
การตรวจหน้าท้อง
HF=3/4>O
FHS= 130 LPM
I=4' D=45"
Presentation=Vx.
Position=LOA
PV
Cx. dilate 1 cm.
Effacement=75%
MR
Station=-1
การรักษาที่ได้รับ
On 0.9%NSS 1,000 cc
ระยะที่ 2 ของการคลอด
:red_flag:
มารดารู้สึกตัวดี สีหน้านิ่วคิ้วขมวด สีหน้าท่าทางอ่อนเพลียเล็กน้อย
ขณะเบ่งคลอดเห็นศีรษะทารกขนาดเท่าไข่ไก่ ฝีเย็บบางใส เป็นมัน ตัดฝีเย็บ LML episiotomy
หลังไหล่หน้าคลอดมารดาได้รับSyntocinon 10 U
ทารก
เพศชาย คลอดเวลา 09.51น. APGAR 9-10-10 น้ำหนัก 3,060 กรัม, ความยาว 35cm., รอบศีรษะ 32 cms. , รอบอก 34 cms.
V/S
BT=36.7 Cํํ
PR=145 /min
RR=50 /min
หายใจโล่งไม่มีเสียง Secretion, ไม่มี retraction ไม่พบความผิดปกติของร่างกาย
ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล
:star:
ส่งเสริมความก้าวหน้าการคลอดในระยะที่ 2 ให้ดำเนินไปตามปกติ
ข้อมูลสนับสนุน
S
: มารดาบอกว่าตนเองมีอาการเจ็บท้องมาก และเจ็บถี่ รู้สึกอยากเบ่งเหมือนเบ่งถ่าย
O
: Cx. Fully dilate, effectment 100%, MR station +2, I = 3’, D= 45”, severity +2
วัตถุประสงค์
เพื่อให้การคลอดในระยะที่ 2 ดำเนินไปได้ตามปกติ
เกณฑ์การประเมินผล
1.กระเพาะปัสสาวะไม่มี Bladder full
2.มดลูกมีการหดรัดตัวเป็น I = 2’-3’ D = 45” – 60” S = +1 - +2
3.ระยะเวลาในระยะที่ 2 ของการคลอดไม่เกิน 2 ชั่วโมง
4.มารดามีการดำเนินการคลอดเป็นไปตามกลไกของการคลอด
มารดาเบ่งคลอดได้ถูกวิธี
กิจกรรมการพยาบาล
ประเมินอาการและอาการแสดงของผู้คลอดว่าเข้าสู่ระยะที่สองของการคลอด ดังนี้ มีอาการปวดเบ่ง , ถุงน้ำทูนหัวแตก ,มี mucous bloody show บริเวณปากช่องคลอดปริมาณเพิ่มขึ้น , ตรวจภายในพบว่าปากมดลูกเปิดหมด
ประเมินการหดรัดตัวของมดลูก
ประเมิน Bladder full ดูแลกระเพาะปัสสาวะให้ว่าง ไม่ให้ขัดขวางการเคลื่อนต่ำของทารก
สอนการเบ่งที่ถูกวิธี แก่หญิงตั้งครรภ์ เมื่อมดลูกมีการหดรัดตัวให้สูดหายใจเข้าทางจมูกและเป่าลมหายใจออกทางปากหนึ่งครั้งเพื่อล้างปอด จากนั้นสูดหายใจเข้าเต็มที่กลั้นหายใจไว้ยกศีรษะคางชิดอก ออกแรงเบ่งลงก้น นาน 6-10 วินาที เบ่งซ้ำอีกถ้ามดลูกยังหดรัดตัวแข็งอยู่
สังเกตการเคลื่อนต่ำของส่วนนำเมื่อปากมดลูกเปิดหมด ตรวจสอบและสังเกตลักษณะของช่องเชิงกรานและฝีเย็บ
ดูแลตัดฝีเย็บ เมื่อฝีเย็บมีลักษณะบาง ใส โป่ง ตึง
ทำคลอดศีรษะ ไหล่ และลำตัวให้กับทารกตามลำดับ
ผูกและตัดสายสะดือทารก
ผลการประเมิน
มารดาสามารถเบ่งคลอดได้ถูกวิธี Station เคลื่อนต่ำลงตามแรงของการเบ่ง I = 3’ , D =45” S= +2 FHS ปกติ ไม่มี Bladder full ทารกคลอด normal ไม่มีมี cord พันคอ คลอดเวลา 09.51 น. apgar score 9-10-10 รวมเวลาระยะที่ 2 ของการคลอด 6 นาทีเป็นไปตามกลไกการคลอด progress ระยะที่ 2 ปกติ
:star: ทารกเสี่ยงต่อ Birth Asphysia เนื่องจากกลไกการขับ Secretion ยังไม่สมบูรณ์
ข้อมูลสนับสนุน : O
ทารกมี secretion และน้ำคร่ำในปากและจมูก
วัตถุประสงค์
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะ Birth Asphysia ในทารกแรกเกิด
เกณฑ์การประเมินผล
ทารกสามารถหายใจได้เอง ทางเดินหายใจโล่ง ไม่มี secretion อุดกั้นทางเดินหายใจ
RR อยู่ในช่วง 40 – 60 ครั้ง/นาที, HR 110-160 /นาที
ทารก Activity ดี ไม่มีภาวะ Cyanosis APGAR score อยู่ในช่วง 8 – 10 คะแนน
กิจกรรมการพยาบาล
ดูแลทารกแรกเกิด suction clear air way ด้วยลูกสูบยางแดงในปากและในจมูกเพื่อป้องกันการสูดสำลักสารคัดหลั่งระบบทางเดินหายใจ
ประเมิน Apgar score ในเวลา 1-5-10 นาที หลังทารกคลอดโดยประเมินจากลักษณะสีผิว ชีพจรสีหน้าจากการกระตุ้นการเคลื่อนไหวและการหายใจ
กระตุ้นให้ทารกร้องโดยลูบบริเวณหลังหรือสีข้างเบา ๆ
นำทารกมาที่ Radiant warmer จัดท่าโดยให้ทารกนอนศีรษะต่ำประมาณ 15 – 20 องศา suction ดูดเมือกและน้ำคร่ำออกจากปากและจมูกอีกครั้งด้วยลูกสูบยางแดง และตะแคงหน้าไปด้านใดด้านหนึ่ง เพื่อช่วยให้สิ่งคัดหลั่งไหลออกมาได้สะดวก
ผลการประเมิน
ทารก Active ดี สามารถหายใจได้เอง ทางเดินหายใจโล่ง ไม่มี secretion อุดกั้นทางเดินหายใจ อัตราการหายใจ 57 ครั้ง/นาที สม่ำเสมอ HR= 145 ครั้ง/นาที ทารกไม่มีภาวะ Cyanosis Apgar score 9-10-10
เสี่ยงต่อเกิดการฉีกขาดของเนื้อเยื่อช่องคลอดเพิ่มมากขึ้นระหว่างการคลอด
ข้อมูลสนับสนุน : O
ฝีเย็บมีลักษณะโป่ง ตึง บาง ใส
มีการตัดฝีเย็บแบบ Left Mediolateral episiotomy
วัตถุประสงค์
ป้องกันการฉีกขาดของเนื้อเยื่อช่องทางคลอดและฝีเย็บเพิ่มมากขึ้น
เกณฑ์การประเมินผล
แผลฝีเย็บฉีกขาดไม่เกินระดับที่ 2 (second degree tear)
ขอบแผลเรียบไม่ขาดรุ่งริ่ง
ไม่ฉีกขาดเพิ่มเติมไปบริเวณอื่น เช่น Critoris , labia manora , cervix
กิจกรรมการพยาบาล
ประเมินฝีเย็บ และการเคลื่อนต่ำของศีรษะทารก
ตัดแผลฝีเย็บเมื่อ ฝีเย็บมีลักษณะโป่ง ตึง มันวาว ใส
Safe perineum ใช้ top gauze
ใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางของมือข้างซ้าย flexบริเวณ Subocciput ของทารก
ทำการคลอดไหล่บนและไหล่ล่างอย่างถูกวิธี
ตรวจสอบการฉีกขาด และซ่อมแซมของฝีเย็บ
ผลการประเมิน
มารดาได้รับการตัดฝีเย็บแบบ LML episiotomy แผลฝีเย็บแบบ ฉีกขาดอยู่ระดับที่ 2 และมีการฉีกขาดที่ด้านบนของฝีเย็บอได้รับการซ่อมแซมบาดแผลโดยการเย็บแบบ Suture all cat gut continuous ขอบแผลไม่ขาดรุ่งริ่ง
ระยะที่ 3 ของการคลอด
:red_flag:
ข้อวินิจฉัยการพยาบาล
:star:
ส่งเสริมความก้าวหน้าการคลอดในระยะที่ 3 ให้ดำเนินไปตามปกติ
ข้อมูลสนับสนุน : O
ทารกคลอดออกมาทั้งตัว มดลูกกลมแข็ง ลอยเอียงไปทางด้านขวาของผู้คลอด มีเลือดออกทางช่องคลอด 50 cc สายสะดือเคลื่อนต่ำจากตำแหน่งเดิมประมาณ 6 เซนติเมตร สายสะดือคลายเกลียว เหี่ยวลง และคลำชีพจรไม่ได้
วัตถุประสงค์
เพื่อให้การคลอดในระยะที่ 3 เป็นไปตามปกติ
เกณฑ์การประเมินผล
มีการลอกตัวของรกที่สมบูรณ์ รกคลอดสมบูรณ์
ขณะทำคลอดรกเยื่อหุ้มรกไม่ขาดรุ่งริ่ง
การคลอดในระยะที่ 3 มีความก้าวหน้า ระยะเวลาในการทำคลอดไม่เกิน 30 นาที
น้ำหนักรกเป็น 1/5,1/6 ของน้ำหนักตัวทารก
ตรวจรกแล้วไม่พบความผิดปกติ
กิจกรรมการพยาบาล
ประเมิน signs การลอกตัวของรก ได้แก่ Uterine sign , Cord sign และ Vulva sign
ทำคลอดรกโดยวิธี Modified Crede’s maneuv
ให้การดูแลและสอนการคลึงมดลูกให้กลมแข็ง หลังคลอดรก
ตรวจรก เยื่อหุ้มรก และสายสะดือ
ชั่งน้ำหนักรก
ุ6. ประเมินและวัดสัญญาณชีพหลังรกคลอด ทุก 15 นาที 4 ครั้ง, 30 นาที 2 ครั้ง และทุก 1 ชม.
ผลการประเมิน
รกมีการลอกตัวที่สมบูรณ์ดี ตรวจสอบพบ sign การลอกตัวของรกครบทั้ง 3 sign ขณะทำคลอดรกเยื่อหุ้มรกไม่มีขาดรุ่งริ่ง รกคลอด Complete ไม่มีการตกค้างของรกภายในโพรงมดลูก น้ำหนักรก 460 กรัม สายสะดือยาว 35 cm. พบ cotyledon มี 15 lobe พบ Artery 2 เส้น Vein 1 พบการเสื่อมของเนื้อรก และไม่พบแคลเซียมเกาะ รวมเวลาระยะที่ 3 ของการคลอด 7 นาที เป็นไปตามกลไกการคลอด ไม่พบความผิดปกติของการคลอดระยะ ที่ 3
ส่งเสริมสัมพันธภาพระหว่างมารดาและทารกหลังคลอด Sensitive period
ข้อมูลสนับสนุน O :
มารดาคลอด ทารกเพศชาย เวลา 09.59
วัตถุประสงค์
มารดามีสัมพันธภาพที่ดีต่อทารก
เกณฑ์การประเมิน
Early bonding ในช่วงเวลา 45-60 นาทีแรกหลังคลอด
มารดา และทารก เกิด eye contact และ skin to skin
กิจกรรมการพยาบาล
จัดให้ทารกและมารดาได้ใกล้ชิดกันในระยะ sensitive period ในช่วง 45-60 นาทีแรกหลังคลอด วางทารกไว้บนอกมารดา เปิดโอกาสให้มารดาสัมผัสทารก ประสานสายตา รับรู้กลิ่นทารกและได้พูดคุยกับทารก
กระตุ้นให้มารดาให้นมบุตรตามหลัก 3D คือ ดูดเร็ว ดูดบ่อย ดูดถูกวิธ๊ และดูดเกลี้ยงเต้า
ผลการประเมิน
มารดาและทารกได้ใกล้ชิดกัน มีปฏิสัมพันธ์กัน ใน 45 นาทีแรกหลังคลอด มารดามีการสัมผัสและประสานสายตากับทารก
รกลอกตัวแบบ Mathew's dancan's method มี Uterine sign, cord sign และ Valva sign มีเลือดออกประมาณ 50 cc
ทำคลอดรกโดยวิธี Modified cred'maneuver
รกคลอดเวลา 09.59 น.
รกเกาะตัวแบบ Lateral insertion cord ยาว 35 cms. กว้าง ประมาณ 15 cms. หนา 2 cms.
มีเส้นเลือดครบ 3 เส้น Amnion ไม่มีเส้นเลือดไปเลี้ยงที่บริเวณขอบรก ไม่พบรกน้อย Cotyledon= 15 lobs มี Infarction ไม่มีแคลเซียมเกาะ พบ false jelly knot ไม่พบ true knot น้ำหนักรก 460 กรัม
V/S
P=82 /min, RR=24 /min, BP=140/100 mmHg.
รอยขาดของเยื่อหุ้มรกทั้ง 2 ชั้น ขาดห่างจากขอบรก 7 cms.
อาการแสดงการลอกตัวของรก
มดลูก กลม แข็ง
สายสะดือเคลื่อนต่ำลงมา คลำไม่พบชีพจร เมื่อโกยมดลูกขึ้นข้างบนสายสะดือไม่เคลื่อนตาม
มีเลือดออกประมาณ 50 cc
มารดารู้สึกตัวดี ถามตอบรู้เรื่อง มีสีหน้าท่าทางเหนื่อยอ่อนเพลีย ริมฝีปากแห้ง ไม่มีอาการเหงื่ออก ตัวเย็น ไม่มีอาการวิงเวียนศีรษะหรือรู้สึกใจสั่น ไม่มี bladder full
ระยะที่ 4 ของการคลอด
:red_flag:
2 ชม. หลังคลอด มารดารู้สึกตัวดีไม่มีอาการวินเวียนศรีษะ ไม่มี full bladder มดลูดมีการหดรัดตัวดี ระดับยอดมดลูก 5"> SP
แผลฝีเย็บไม่บวม ไม่มี Hematoma bleed ชุ่ม pad 1 ผืน
ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล
:star:
ไม่สุขสบายปวดแผลฝีเย็บเนื่องจากเนื้อเยื่อและเส้นประสาทถูกทำลายจากการตัดฝีเย็บ**
ข้อมูลสนับสนุน
S
: มารดาบอกปวดแผลบริเวณฝีเย็บมาก โดยเฉพาะขณะมีการเคลื่อนไหวร่างกาย
O
: มารดามารดามีสีหน้าท่าทางแสงถึงความเจ็บปวด หน้านิ่วคิ้วขมวดเล็กน้อย pain score เท่ากับ 3 คะแนน ฉีดขาดของแผลฝีเย็บอยู่ในระดับ 2nd degree tear และได้รับการซ่อมแซมแบบ suture all cat gut subcutaneous contineous
เกณฑ์การประเมินผล
มารดาหลังคลอดมีสีหน้าสดชื่นขึ้น บ่นปวดแผลลดลง
แผลฝีเย็บติดกันดี ไม่มีเลือดซึม ไม่พบ Hematoma
ประเมิน pain score น้อยกว่า 3 คะแนน
วัตถุประสงค์
มารดาหลังคลอดความสุขสบายมากขึ้น ปวดแผลฝีเย็บลดลง
กิจกรรมการพยาบาล
1.ประเมินระดับของความปวดโดยการสังเกตสีหน้าท่าทาง พฤติกรรมการแสดงออก การพูดคุยซักถาม และใช้แบบประเมิน pain scale
2.ดูแลให้มารดานอนในท่าที่สุขสบาย
แนะนำการลดการดึ่งรั้งของแผล เช่น การเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวัง
4.ให้การพยาบาลด้วยความนุ่มนวลและรวดเร็ว และพูดคุยให้กำลังใจ
แนะนำให้หลีกเลี่ยงการเสียดสีฝีเย็บ การกดทับแผลฝีเย็บและเนื้อเยื่อข้างเคียง
ผลการประเมิน
มารดามีสีหน้าสดชื่นขึ้น บอกปวดแผลลดลง pain score 2 คะแนน สามารถนอนหลับพักผ่อน แผลฝีเย็บติดกันดี ไม่มีเลือดซึม ไม่พบ Hematoma
ทารกเสี่ยงต่อการเกิดภาวะ Hypothermia เนื่องจาก ศูนย์ควบคุมอุณหภูมิร่างกายของทารกยังทำงานได้ไม่สมบูรณ์
ข้อมูลสนับสนุน : O
ทารกแรกเกิด อายุ 1 วัน มีมูกเลือด น้ำคร่ำ และเยื่อเมือกต่างๆตามร่างกาย
ทารกมีอุณหภูมิของร่างกาย 36. 7 cํ
วัตถุประสงค์
ป้องกันการเกิดภาวะ Hypothemia
เกณฑ์การประเมินผล
ไม่มีอาการและอาการแสดงของภาวะ Hypothermia เช่น สั่น ตัวเย็น ปลายมือปลายเท้าเขียว ซีด
ทารกมีอุณหภูมิของร่างกายอยู่ในช่วงระหว่าง 36.5 –37.5 องศาเซลเซียส
ร่างกายทารกแห้ง ไม่เปียกชื้น
กิจกรรมทางการพยาบาล
ประเมินอาการและอาการแสดงของภาวะ Hypothemia เช่น ตัวเย็น ริมฝีปากเขียว ปลายมือปลายเท้าเขียว ซีด เป็นต้น
เช็ดตัวให้แห้ง และ keep warm ให้ทารกทันทีหลังคลอดและเช็ดคราบเลือดเมือกตามร่างกายของทารกให้สะอาด
จัดให้ทารกนอนใน Radiant warmer
ดูแลสวมหมวก ถุงมือ ถุงเท้า และห่อหุ้มตัวทารกด้วยผ้าขนหนูหรือผ้าหุ้มตัวชนิดหนาอย่างมิดชิด Mummy restrain
ทำกิจกรรมการพยาบาลให้แก่ทารกโดยเปิดเผยส่วนของร่างกายทารกให้น้อยที่สุด
การประเมินผล
ทารกแรกเกิดผ้าห่อตัวอย่างมิดชิด ไม่มีอาการและอาการแสดงของภาวะ Hypothemia ทารก Activeผิวหนังแห้ง ไม่เปียกชื้น และแดงดี ริมฝีปากชุ่มชื่น ไม่พบภาวะ cyanosis อุณหภูมิร่างกายแรกคลอดของทารก BT 36.7 ºC
เสี่ยงต่อภาวะตกเลือดหลังคลอดเนื่องจากมีแผลในโพรงมดลูก และแผลบริเวณฝีเย็บ
S
: มารดาบอกว่ารู้สึกเหมือนยังมีเลือดไหลออกทางช่องคลอด
O :
มารดาหลังคลอดมีแผลบริเวณฝีเย็บ ระดับ second degree tear และได้รับการซ่อมแซมแบบ suture all cat gut subcutaneous contineous Total Blood loss 200 cc.
Bleeding per vagina เปื้อน pad 1 ผืน ประมาณ 50 cc.
วัตถุประสงค์
เพื่อป้องกันการเกิดภาวะตกเลือดหลังคลอด
เกณฑ์การประเมินผล
แผลฝีเย็บติดดี ไม่มี Bleed ซึม ไม่พบ Hematoma
มดลูกมีการหดรัดตัวดี คือ มีลักษณะกลมแข็งและมีขนาดเล็กลง ไม่มี Bladder full
Blood loss ไม่เกิน 500 cc
ไม่มีอาการและอาการแสดงของภาวะตกเลือด เช่น ซีด เหงื่อออกตัวเย็น ระดับความรู้สึกตัวลดลง
ระดับยอดมดลูก อยู่เหนือกระดูกหัวหน่าวไม่เกิน 6 นิ้ว
กิจกรรมการพยาบาล
ประเมินอาการและอาการแสดงของภาวะตกเลือด โดยสังเกตจากลักษณะสีหน้า ท่าทาง อาการซีด เหงื่อออกตัวเย็น ระดับความรู้สึกตัวลดลง
Observe การหดรัดตัวของมดลูก วัดระดับยอดมดลูก และสอนมารดาให้นวดคลึงมดลูกทุก 15 นาที
ประเมินสัญญาณชีพทุก 15 นาที 4 ครั้ง ทุก 30 นาที 2 ครั้ง และทุก 1 ชม. จนปกติ
สังเกตปริมาณลักษณะ ลักษณะของเลือดที่ออกมาทางช่องคลอด และดูแลให้มารดาหลังคลอดใส่ pad ประเมินสภาพเนื้อเยื่อที่ฉีกขาดบริเวณแผลฝีเย็บและบริเวณข้างเคียงว่ามีการบวมแดง มี Bleed ซึมหรือไม่
ดูแล observe bladder full และถ้าพบกระตุ้นให้ขับถ่ายปัสสาวะ
สังเกตลักษณะของแผลฝีเย็บ และช่องคลอด รวมทั้งตรวจภายใน เค้น Bleed clot ออก
ประเมินระดับของยอดมดลูกหลังคลอด ให้ข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะและปริมาณของน้ำคาวปลาปกติให้ผู้คลอดทราบเพื่อให้ผู้คลอดสามารถเข้าใจและสามารถรายงานความผิดปกติได้อย่างทันท่วงที
กระตุ้นให้ทารกดูดนมมารดาอย่างถูกวิธีเพื่อให้มดลูกมีการหดรัดตัวป้องกันการตกเลือดหลังคลอด
การประเมินผล
BP= 140/100 mmHg., P= 82 /min, R=24 /min
แผลฝีเย็บติดดีไม่มี Bleed ซึม ไม่มี Hematoma มดลูกมีการหดรัดตัวดี คือ มดลูกมีลักษณะกลมแข็งและมีขนาดเล็กลงไม่มี ลอยอยู่เหนือกระดูกหัวหน่าว 5 นิ้ว
Blood loss 50 cc. ไม่มี Bladder full
v/s
P= 82 /min
R=24 /min
BP= 140/100 mmHg.
ทารกได้รับการกระตุ้น breast feeding ทารกดูดนมดี รับได้ ไม่มีสำรอก และได้รับการ skin to skin contact
สรุประยะเวลาในการคลอด
ระยะที่ 1
45 นาที
ระยะที่ 2
6 นาที
ระยะที่ 3
7 นาที
รวมระยะเวลาทั้งหมด
4 ชม. 58 นาที
น้ำคร่ำแตก
9 ชม. 21 นาที
Progress of labor 13 ก.ค. 63
03.40 น.
FHS=130 /min, Position=LOA, Cx.=1cm, eff=75%, MR, station= -1, I=4', D=45"
04.00 น.
FHS=142 /min, I=4', D=45"
05.00 น.
FHS=146 /min, I=4', D=45"
06.00น.
FHS=148 /min, Cx.=1cm, eff=75%, MR, station= -1, I=4', D=45"
07.00 น.
FHS=146 /min, I=4', D=45"
08.30 น.
FHS=146 /min, Position=LOA, Cx.=3cm, eff=75%, MR, station= -1, I=3', D=45"
09.00 น.
FHS=138 /min, I=3', D=45"
09.45 น.
FHS=132 /min, Cx.=10cm, eff=100%, MR, station= +2, I=3', D=45"
อาการของมารดาและทารกในระยะที่ 1 ของการคลอด
:red_flag:
Latent phase
รับใหม่วันที่ 13 ก.ค. 2563 เวลา 03.40น. refer จาก รพ.หนองกุงศรี มารดา G3P1A1L1 GA 40+5 wks. แรกรับมารดารู้สึกตัวดี ถาม – ตอบรู้เรื่อง ถามตอบรู้เรื่อง ให้ความร่วมมือในการซักประวัติ เจ็บครรภ์ pain scale = 3 ปวดเป็นพักๆ PV แรกรับ ได้ Cervix Dilatation 1 cms, eff= 75%, MR, Station= -1, FHS = 130 /min, I=4', D=45" คาดคะเนน้ำหนักทารกในครรภ์ 2931 gm ขณะรอคลอด มารดามีสีหน้าท่าทางเจ็บครรภ์เป็นระยะไม่ถี่มาก ให้ประวัติว่ามีน้ำเดิน ร่วมกับเจ็บครรภ์เวลา 23.00 น.
Active phase
มารดารู้สึกตัวดีถามตอบรู้เรื่อง มีสีหน้าท่าทางแสดงถึงความเจ็บปวด มีหน้านิ้วคิ้วขมวด บอกเจ็บครรภ์ถี่ รุนแรง และยาวนานมากขึ้น มารดารู้สึกอยากเบ่งมากขึ้น pain score = 10 คะแนน มารดาจะใช้มือพยุงท้อง PV cervix dilatation 10 cms, eff=100%, MI, Station=+2, I= 3’ D=45”, FHS 132 /min ย้ายเข้าห้องคลอดเวลา 09.45น. เนื่องจาก Cervix Fully dilate
:star: ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล
ไม่สุขสบายเจ็บครรภ์คลอดเนื่องจากมดลูกมีการหดรัดตัวในระยะ latent phase
S :
มีอาการเจ็บครรภ์ ในขณะที่มดลูกหดรัดตัวจะมีอาการปวดมากปวดลงไปที่ก้นบั้นท้าย ร้าวมาที่หลัง
O :
,มารดามีสีหน้าท่าทางเจ็บครรภ์เป็นระยะ Cx=1 cms, eff=75% ,MR , station=-1, FHS = 130 /min, I=4', D=45" , pain scale = 3 คะแนน
วัตถุประสงค์
มารดามีความสุขสบายขึ้น ผ่อนคลายจากความเจ็บปวด สามารถเผชิญกับความเจ็บปวดได้อย่างเหมาะสม
เกณฑ์การประเมินผล
มารดาบอกว่ารู้สึกสบายขึ้น
ขณะมดลูกมีการหดรัดตัว มารดาสามารถนำเทคนิคผ่อนคลายความเจ็บปวดมาใช้ได้
มารดารู้สึกเจ็บปวดน้อยลงเมื่อใช้เทคนิคผ่อนคลายในขณะมดลูกหดรัดตัว
กิจกรรมการพยาบาล
ประเมินระดับความรุนแรงของความเจ็บปวด
อธิบายให้มารดาเข้าใจเกี่ยวกับการคลอด เพื่อให้เกิดการรับรู้ที่ถูกต้อง มั่นใจและรับรู้ถึงความปลอดภัยในการคลอด
แนะนำวิธีการผ่อนคลายความเจ็บปวดด้วยเทคนิคการหายใจแบบ Slow deep chest และกระตุ้นให้ผู้คลอดปฏิบัติเมื่อมดลูกหดรัดตัวเพื่อบรรเทาความเจ็บปวด
แนะนำให้มารดานอนพักผ่อนในท่าที่สุขบาย และเปลี่ยนท่าบ่อยๆอย่างเหมาะสม
.ประเมิน Pain score ซ้ำหลังให้การพยาบาล
ประเมิน Uterine contraction ทุก 1 ชม.
ผลการประเมิน
ขณะมดลูกมีการหดรัดตัว มารดาสามารถนำเทคนิคผ่อนคลายความเจ็บปวดมาใช้ได้ถูกต้อง รู้สึกเจ็บน้อยลง และสามารถหลับได้เป็นระยะๆ Inteval และ Duration อยู่ในเกณฑ์ปกติ
ไม่สุขสบายเจ็บครรภ์คลอด เนื่องจากมดลูกมีการหดรัดตัวถี่ในระยะ active
S
: มารดาบอกว่ามีอาการเจ็บครรภ์ถี่ขึ้น รุนแรง ยาวนานมากขึ้น และรู้สึกอยากเบ่งมากขึ้น
O :
มารดาหน้านิ้วคิ้วขมวด PV cervix dilatation 10 cms, eff=100%, MI, Station=+2, I= 3’, D=45” FHS 132 /min, pain score = 10 คะแนน
วัตถุประสงค์
สามารถเผชิญกับความเจ็บปวดในระยะ Active phase ของการคลอดได้อย่างเหมาะสม
เกณฑ์การประเมินผล
มารดาสามารถใช้เทคนิคผ่อนคลายความเจ็บปวดมาใช้ และสามารถเผชิญกับความเจ็บปวดได้เหมาะสม
กิจกรรมการพยาบาล
ประเมินความเจ็บปวดของมารดา โดยการสังเกตสีหน้า ลักษณะท่าทางพฤติกรรมแสดงออก และใช้แบบประเมินpain score และจากการซักถาม
4 อธิบายหรือทบทวนให้มารดาเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการคลอด แผนการรักษา และการพยาบาล
ดูแลจัดท่านอนให้มารดาอยู่ในท่าที่สบาย และเหมาะสม
แนะนำวิธีการผ่อนคลายความเจ็บปวดด้วยวิธีการหายใจแบบหอบ เป่า (pantblow breathing) และกระตุ้นให้ผู้คลอดปฏิบัติเมื่อมดลูกหดรัดตัว
ประเมิน Uterine contraction ทุก 30 นาที
ผลการประเมิน
เมื่อมดลูกหดรัดตัวมารดาบิดตัวไปมา หน้านิ่วคิ้วขมวด มารดาปฏิบัติตามคำแนะนำเป็นอย่างดี และให้ความร่วมมือในการรักษา และเข้าใจและยอมรับในแบบแผนการรักษาของแพทย์ Inteval และ Duration อยู่ในเกณฑ์ปกติ
ส่งเสริมความก้าวหน้าของการคลอดในระยะที่ 1 ให้ดำเนินไปตามปกติ
S
: มารดาบอกว่าเริ่มเจ็บครรภ์จริงตั้งแต่เวลา 23.00 น.
O
: มารดามีหน้านิ่ว คิ้วขมวด กระสับกระส่าย พลิกตัวไปมาขณะมดลูกมีการหดรัดตัว FHS=130 /min, Position=LOA, Cx.=1cm, eff=75%, MR, station= -1, I=4', D=45"
วัตถุประสงค์
การคลอดในระยะที่ 1 ดำเนินไปตามปกติ
เกณฑ์การประเมินผล
1.การดำเนินการคลอดเป็นปกติโดยระยะ Latent phase Cx, dialate ไม่น้อยกว่า 0.5 ซม/ชม หรือใช้เวลาประมาณ 8 – 12 ชม. ระยะ active cx dialate ไม่น้อยกว่า 1.5 ซม./ชม. หรือใช้เวลาประมาณ 4 – 12 ชม.
มี Uterine good contraction
active phase
I = 2 – 3' D = 45 – 60"
latent phase
I = 10-30' D = 15 – 30"
กิจกรรมการพยาบาล
1.ประเมินความก้าวหน้าของการคลอด
latent phase
ประเมินการหดรัดตัวของมดลูกทุก 1 ชม. PV ทุก 4 ชม.
active phase
ประเมินการหดรัดตัวของมดลูกทุก 30 นาที PV ทุก 2 ชม.
ดูแลกระเพาะปัสสาวะให้ว่าง โดยกระตุ้นให้ปัสสาวะทุก 2-4 ชม. หรือถ้าผู้คลอดปัสสาวะไม่ออกหรือมี bladder full ดูแลสวนปล่อยทิ้ง
3.ดูแลให้มารดารอคลอดนอนในท่าที่สุขสบายโดยจัดให้นอนตะแคงซ้าย
สังเกต Mucous bloody show ที่ออกจากช่องคลอด
บันทึกความก้าวหน้าของการคลอดด้วย Partograph
ประเมินผล
ระยะ active phase มี Uterine good contraction คือ I = 3 นาที D = 45 วินาที
ทารกเสี่ยงต่อภาวะ Fetal distress เนื่องจากมดลูกหดรัดตัวถี่นานและรุนแรงขึ้น
วัตถุประสงค์
ทารกในครรภ์ไม่เกิดภาวะ Fetal distress
เกณฑ์การประเมิน
FHS อยู่ในเกณฑ์ปกติ คือ 110 – 160 ครั้ง/นาที
ตรวจ Non stress test reactive
S
: มารดาบอกว่ามีอาการเจ็บครรภ์ถี่ และรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
O
: มารดามีสีหน้าท่าทางแสดงถึงความเจ็บปวด และมีหน้านิ่ว คิ้วขมวด พลิกตัวไปมา ขณะมดลูกมีการหดรัดตัว Cx.=3cm, eff=75%, MR, station= -1, I=3', D=45"
กิจกรรมการพยาบาล
ฟัง FHS ในระยะ Latent phase ทุก 1 ชม. ระยะ Active phase ทุก 30 นาที โดยฟังเมื่อมดลูกคลายตัว
ประเมินการหดรัดตัวของมดลูก ในระยะ Latent phase ประเมินทุก 2 ชั่วโมง ระยะ Active phase ประเมินทุก 1 ชั่วโมง
ดูแลทำ NST ตามแผนการรักษา
4.แนะนำให้มารดานอนตะแคงซ้าย เพื่อป้องกันการกดทับของเส้นเลือด Inferior vena cava
สังเกตลักษณะของน้ำคร่ำจากสี กลิ่น และปริมาณ
แนะนำให้มารดาสังเกตการดิ้นของทารกในครรภ์ คือ ถ้าดิ้นน้อยลงต่ำกว่า 3 ครั้งใน 1 ชั่วโมง หรือดิ้นรุนแรงผิดปกติให้รีบรายงาน
ผลการประเมิน
FHS อยู่ในช่วง 130-148 ครั้ง/นาที สม่ำเสมอ ทารกในครรภ์ดิ้นดี ทำ NST แปลผลเป็น Reactive ลักษณะน้ำคร่ำที่มีสีใส ไม่มีกลิ่น ไม่พบ meconium ออกมาในน้ำคร่ำ
มารดาวิตกกังวลเกี่ยวกับทารกในครรภ์สัมพันธ์กับถุงน้ำคร่ำแตก
S
: "กังวลว่าถ้าน้ำคร่ำแตกนานจะส่งผลต่อทารก"
O :
มารดา G3P1A1L1 GA 40+5 wks. PV แรกรับเวลา 03.40 น. ได้ Cervix Dilatation 1 cms, eff= 75%, MR, Station= -1, FHS = 130 /min, I=4', D=45"
วัตถุประสงค์
มารดามีความวิตกกังวลลดลง
เกณฑ์การประเมิน
มารดาไม่วิตกกังวล มีสีหน้าสดชื้นขึ้น ให้ความร่วมมือในการรักษา
กิจกรรมการพยาบาล
เปิดโอกาสให้ผู้ป่วยซักถามข้อสงสัยเ
สร้างสัมพันธภาพกับมารดาพูดคุยด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ท่าทางเป็นมิตร
ให้ข้อมูลแก่มารดาเกี่ยวกับกระบวนการคลอด และแผนการรักษา
พูดคุยให้กำลังใจ ให้ความเชื่อมั่นว่าการคลอดจะผ่านไปด้วยดี
ปฏิบัติการพยาบาลด้วยความนุ่มนวล
ผลการประเมิน
มารดามีสีหน้าวิตกกังวลลดลง ให้ความร่วมมือในการรักษา