Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การดำเนินชีวิตและการดูแลสุขภาพตามความเชื่อของศาสนาอิสลาม - Coggle Diagram
การดำเนินชีวิตและการดูแลสุขภาพตามความเชื่อของศาสนาอิสลาม
หลักการอันเป็นข้อบังคับสาหรับมุสลิมทุกคน จะต้องรู้ จะต้องประพฤติ เริ่มตั้งแต่อายุ 3 ขวบเป็นต้นไป
หลักปฏบัติ หน้าที่ในศาสนา (อิบาดะห์)
3.หลักคุณธรรม(อิหซ์าน)
หลักศรัทธา ความเชื่อในศาสนา
ทุกคนต้องเรียนรู้หลักการของศาสนาอิสลาม ไม่มีข้อยกเว้นเป็นหน้าที่พึงปฏิบัติ
สญัญลกัษณ์ของศาสนาอิสลามรูปพระจันทร์ครึ่งเสียว
และดาวอยู่ข้างบน
•เดือนครึ่งเสียวคือ เครื่องหมายของกาลเวลา
•สองสิ่งนี้เป็นสิ่งเตือนใจและเป็นสิ่งสำคัญในการใช้ชีวิตของมนุษย์
ชาติมุสสาลิมให้ความสำคัญและนำมาเป็นสัญลักษข์องอิสลาม
• ดาวคือ เครื่องหมายนำทาง
หลักปฏิบัติหน้าที่ในศาสนา เรียกว่า อิบาดะห์
การถือศีลอด
เป็นการเพิ่มพูนภูมิต้านทานแก่ร่างกาย
ผู้ที่ถือศีลอดจะรับประทานอาหารสองมื้อคือ มือตอนดึกก่อนฟ้ารุ่งสางและมื้อค่ำ เมื่ออาทิตย์ลับขอบฟ้า
เป็นการอดอาหารในช่วงเวลาที่ถูกกำหนดไว้อย่างตายตัวนั้น
ทำให้เกิดการประหยัดทั้งอาหารของโลกและสิ่งฟุ่มเฟือยสิ่งต่างๆ
เป็นการฝึกฝนให้ตัวเองมีจิตผูกพันและยำเกรงต่อพระเจ้า
การบริจาคศาสนาทานซะกาต
วัตถุประสงค์ของการบริจาคซะกาต
2) เพื่อปลูกฝังให้มุสลิมทั้งหลายเป็นผู้มีจิตใจเมตตา กรุณา เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ซึ่งกันและกัน
3) เพื่อลดช่องว่างระหว่างชนชั้นในสังคม ด้วยวิธีการสังคมสงเคราะห์
1) เพื่อชำระจิตใจของผู้บริจาคให้บริสุทธิไม่ตกเป็นทาสแห่งวัตถุด้วยความโลภ และเห็นแก่ตัว
การละหมาด หรือ สวด ( นมาซหรือนมัสการ)
ผู้เป็นมุสลิมจะต้องทําละหมําดวันละ 5 เวลา
3) เวลาเย็น
4) เวลาพลบค่ำ
2) เวลากลางวัน
5) เวลากลางคืน
1) เวลาย่ำรุ่ง
การประกอบพิธีฮัจญ์
สำหรับชาวมุสลิมที่มีฐานะดี มีสุขภาพดี บรรลุศาสนภาพ โดยผู้ที่ควรไปเข้าร่วมปฏิบัติได้แก่ ( ชาย15ปี หญิง19ปี )
การปฏิบัติตนเข้ารับนับถือศาสนาอิสลาม
หลักศรัทธาของศาสนาอิสลาม
3.ศรัทธาในบรรดาศาสนทูตหรือศาสดาซึ่งมี258ท่านที่ระบุไว้ในพระคัมภีร์อลักรุอาน
ศรัทธาในพระคัมภีร์อลักรุอาน และคัมภีร์อื่นๆ
2.ศรัทธาในมลาอิกะฮ์
ศรัทธาในวันกียามะฮ์ หรือ วันปรโลก วันคืนชีพ หลังจากวันสิ้นโลก มนุษย์ทุกคนรอ วันตัดสินชำระความ
1.ศรัทธาในพระเจ้าเป็นฐาน
6.ศรัทธาในการลิขิตขององค์พระผู้เป็นเจ้า
แนวคิดสำคัญ
ความเชื่อเกี่ยวกับสุขภาพโดยทั่วไป
• การช่วยให้ฆ่าตัวตายหรือการุนฆาตเป็นเรื่องต้องห้าม
• การช่วยผู้ป่วยระยะสุดท้าย
• การขลิบอวัยวะเพศชายเป็นเรื่องที่แนะนำให้ปฏิบัติ
• การผ่าศพชันสูตรเป็นสิ่งที่ต้องห้าม ยกเว้นเป็นข้อบังคับทางกฎหมาย
•ห้ามทำแท้ง
• หลังคลอดจะมีการขอรกเอากลับไปฝัง
การให้บริการทางการแพทย์และพยาบาล
การดูแลผู้ป่วยระสุดท้าย
• เป็นการดูแลรักษาอย่างเต็มที่ด่วยความรัก ความเมตตา
• เป้าหมายการดูแล
ยอมรับเรื่องการมีชีวิตและการตายตามบริบทของศาสนาและวัฒนธรรม
บูรณาการมิติทางสังคม จิตใจ และจิตวิณญาณ
1.ลดความเจ็บปวดและอาการไม่สบายต่างๆ
4.ให้การสนับสนุนและช่วยเหลือญาติ
5.มีการทำงานเป็นทีมเพื่อการดูแลผู้ป่วยและญาติอย่างมีคุณภาพ
• การให้การดูแลในทุกด้านของผู้ป่วย
การดูแลผู้ป่วยในระยะสุดทา้ยของชีวติชาวมุสลิม
ผู้ป่วยต้องเอามือตนเองวางบนส่วนที่ตนเจ็บแล้วให้การละหมาด
การขอพรจากพระอัลลอฮ์พร้อมจับมือผู้ป่วยหรือสัมผัส
2.ผู้ป่วยต้องอดทนต่อการเจ็บป่วย
การส่งเสริมกำลังใจ ตักเตือนให้เขาระลึกถึงความอดทนทำให้เขารู้สึก อบอุ่น และเชื่อมั่นว่าจะหายป่วย
1.มุสลิมต้องยอมรับการเจ็บป่วย
6 ต้องไม่ตั้งข้อรังเกียจเดียดฉันท์ผู้ป่วยและไม่แสดงท่าทสงรังเกียจญาติต้องมีการดูแลอย่างใกล้ชิดไม่ทอดทิ้งผู้ป่วย ถ้าไม่ดูแลถือว่าเป็นการกระทำที่สังคมรังเกียจ
การดูแลทางจิตวญิญาณ
• การสวดมนต์จะทำวันละ5ครั้ง
• ผู้มีจ้อจำกัดด้านนสตปัญญา ผู้หญิงหลังคลอด และ ผู้หญิงที่มีประจำเดือนจะเป็นข้อยกเว้นการสวดมนตจ์ะหันหน้าไรปทางเมือง เมกกะ(หรือหันหน้าไรปทางทศิตะวันตก)
• มีสถานที่ล้างเท้าก่อนทำพิธี
• จัดสถานที่ละหมาด
• ควรเอาสิ่งที่เป็นสัญลักษณ์ทางศาสนาอื่นออกจากห้องผู้ป่วย ที่เป็นสัญลักษณ์ทางศาสนาอื่น ออกจากหอ้งผู้ป่วย
ข้อแนะนําในการไปเยี่ยมเคารพศพผู้นับถือศาสนาอิสลาม
กรณีศพอยู่ที่บ้าน
ผู้ไปเยี่ยมเคารพศพ ควรไปแสดงไว้อาลัยกับญาติที่มี ชีวิตอยู่
เป็นการให้เกียรติแก่เจ้าภาพ
ทำความเคารพศพ โดยกล่าวคำไว้อาลัยได้ (ไม่นิยมนำพวง
หรีดไปวาง)
นำศพมาวางบนผ้าข้าวซึ่งปูไว้ 3ชั้น หรือนำศพบรรจุในหีบศพ
• มอบเงินซองให้เจ้าภาพ
นำศพมาอาบน้ำชำระสิ่งสกปรกรดน้ำให้สะอาดทั้งตัว
กรณีศพอยู่ที่มัสยิดหรือสุเหร่า
ผู้ร่วมพิธีมุ่งไปแสดงความเสียใจกับญาติ
พิธีฝังจะเป็นพิธีของญาติๆ
ผู้ร่วมพิธีจะรอเคารพศพก่อนพิธีละหมาด
มอบเงินซองให้เจ้าภาพ
พิธีศพ
• ให้รีบไปส่งผู้ตายหรือศพยังสุสาน และให้รีบละหมาด(บทสวดสำหรับผู้เสียชีวิต/คนตาย)
• ก่อนนำไปฝังจะต้องนาไปยังมัสยิดเพื่อละหมาดให้ผู้ตายและอวยพรขอพรให้แก่ผู้ตาย
•ให้แต่งกายธรรมดาไม่ต้องแต่งชุดดำเพราะไม่มีการไว้ทุกข์และ การไปบ้านผู้ตาย จะต้องไม่ไปเป็นภาระแก่เจ้าของบ้านโดยไปรับประทานอาหาร
• เมื่อเสร็จจากการละหมาดแล้วจึงนำผู้ตายไปฝังยังหลุมที่ขุดเตรียมไว้ในท่านอน
• เมื่อมี “มัยยสิ หรือมัยยัต” (คนตาย) ขึน้ ในหมู่บ้านเป็นหน้าที่ของมุสลิมที่จะต้องไปเยี่ยมเยียนและช่วยเหลือโดยไม่ต้องรอรับคำเชิญหรือการด์เชิญ
•ต้องจัดการฝังให้เรียบร้อยภายใน24ชั่วโมง
• ฝังเสร็จจะกลบดินหลุมฝังให้นูนขึ้นมาและปักไม้ธรรมดาไว้ท่ีหลุมฝังศพ จะไม่มีการโบกปูน
การดูแลเรื่องอาหาร
•การอดอาหารจะทำปีละครั้งช่วงเดือนรอมฎอน
ยกเว้นผู้ป่วยและหญิงตั้งครรภ์
• มุสลิมจะล้างมือก่อนและหลังรับประทานอาหารควรมี
การเตรียมสถานที่
• การดูแลอาหารเป็นอาหาร ฮาลาล ไม่มีหมู ไม่มีแอลกอฮอล
• มุสลิมจะใช้มือขวาในการจับอาหารและเครื่องดื่มใน
การประทานหากผู้ดูแลสัมผัสอาหารควรใช้มือขวา
การอุทิศศพ ชเมื่อผู้ตายสั่งเสียมอบร่างกายศพ หรือบริจาคอวยัวะ
4) จุดประสงค์ต้องไม่ใช่เพื่อการค้าแสวงหากำไร แลกเปลี่ยนหรือเพื่อให้ ได้มาซึ่งสิทธิพิเศษ
5) อวัยวะที่ผู้ตายส่ังเสียได้แสดงเจตนาบริจาคนั้น ต้องไม่ใช่ส่วนที่ค้านกับหลักการและคาสอน
3) จุดประสงค์ในการถ่ายอวัยวะนั้นเพราะความจำเป็นทางการแพทย์
6) คาดการณ์ได้ว่าการผ่าตัดถ่ายอวัยวะจากผู้ตายที่ได้ส่ังเสียไว้ไปสู่ผู้ที่ยังมีชีวิตจะต้องประสบผลค่อนข้างสูง
2)คำส่ังเสียบริจาคนั้นต้องเป็นลายลักษณ์อักษร
7) ดำเนินการตามคำส่ังเสียได้ก็เมื่อผู้ส่ังเสียตายเท่านั้น
1)ผู้ส่ังเสียต้องเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัตคิรบคือบรรลุนิตภิาวะมีสติสัมปชัญญะจริงจังและยินยอมในการบริจาคอวัยวะ