Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
กลุ่มอาการโรคที่พบบ่อย2(ต่อ), unnamed, Hypervent1, maxresdefault,…
กลุ่มอาการโรคที่พบบ่อย2(ต่อ)
อาการเจ็บหน้าอก Chest pain
การตรวจร่างกาย ดู คลำ เคาะ ฟัง
ภาวะทางจิตใจ
อาการรุนแรงไม่สัมพันธ์กับความผิดปกติที่ตรวจพบ
มักมีอาการทางจิตอื่นๆ เช่น เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ
อาการไม่สัมพันธ์กับการออกกำลังกาย การหายใจ หรือการรับประทานอาหาร
ชี้จุดเจ็บได้
บริเวณหน้าอกซีกซ้ายหรือตรงกลางหัวใจ
เจ็บแบบเจ็บแปลบหรือเข็มแทง
ระบบกล้ามเนื้อและกระดูก
มีความผิดปกติให้เห็นชัดเจน เช่น แผล รอยโรค
อาการมากขึ้นสัมพันธ์กับการออกกำลัง
มีจุดกดเจ็บชัดเจน
ระบบทางเดินอาหาร
รับประทานยาลดกรดแล้วดีขึ้น
มีอาการแสบอออกร้อนร่วมด้วย
มักสัมพันธ์กับการรับประทานอาหาร
ระบบทางเดินหายใจ
ตรวจพิเศษ เช่น ค่าออกซิเจนในเลือดลดลง
ตรวจร่างกายผิดปกติ ในปอด เช่น เสียงหายใจเบาลง
มีภาวะผิดปกติร่วมกับการหายใจ เช่น ไอ หายใจหอบเหนื่อย
อาการสัมพันธ์กับการหายใจ
สาเหตุ
ไม่ใช่หัวใจและหลอดเลือดหัวใจ
ภาวะทางจิตใจ
โรคติดเชื้อ เช่น งูสวัด
กระดูกและกล้ามเนื้อ เช่น กระดูกซี่โครงอักเสบ กระดูกหักหรือร้าว
จากระบบทางเดินอาหาร เช่น หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้ ถุงน้ำดี
หลอดลมอักเสบ ( tracheobronchitis )
Pulmonary emboli
เยื่อหุ้มปอดฉีกขาด (pneumothorax)
เยื่อหุ้มปอดอักเสบ
หัวใจและหลอดเลือดหัวใจ
ปัจจัยที่ทำให้มีอาการมากขึ้น
อาการทุเลาหลังพัก หรือ อมยาใต้ลิ้น
อาการเย็น
อารมณ์ เช่น ตื่นเต้น ตกใจ โกรธ
ออกกำลังกาย
ระยะเวลา มีอาการ5-15 นาที ไม่เกิน 30 นาที
อาการ
ปวดแบบบีบรัด หรือมีอะไรมาทับ บางคนมาด้วยแน่นหน้าอก
มีอาการเหงื่อออก ตัวเย็น คลื่นไส้ อาเจียน หือหายใจไม่สะดวก
ตำแหน่งตรงกลางกระดูกหน้าอก มักร้าวไปแขนซ้าย ไหล่ กรามหรือหลังได้
Aortic aneurysm dissection
ลิ้นหัวใจผิดปกติ
เยื่อหุ้มหัวใจ
โรคหลอดเลือดหัวใจ
เจ็บจากอาการขาดเลือด ( Ischemic chest pain )
การวินิจฉัย
สิ่งที่ทำให้อาการเปลี่ยนแปลง มีอาการมากขึ้นหรือลดลง ( aggravating and alleviating factor )
ระยะเวลาที่มีอาการ ( Duration of pain )
ความรุนแรง ( intensity )
ลักษณะการเจ็บ ( Quality )
อาการปวดร้าวไปที่อื่น ( radiation )
ตำแหน่งที่เจ็บ ( location )
อาการเริ่มต้น ( onset )
การวินิจฉัยแยกโรค
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
ตรวจร่างกาย
ประวัติ
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
คลื่นไฟฟ้าหัวใจ ( Electrocardiography )
ภาพถ่ายรังสีทรวงอก ( chest x-ray )
Cardiac enzymes
การตรวจพิเศษทางหัวใจ เช่น exercise stress test , echocardiography , coronary angiogram
การตรวจเฉพาะสำหรับโรคอื่นๆ
การรักษา รักษาตามสาเหตุของโรคที่พบ
โรคหัวใจขาดเลือด หรือ โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
สาเหตุ
ปัจจัยอีกหลายอย่างที่อาจทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็งเร็วขึ้น เช่นภาวะไขมันในเลือดสูง, การสูบบุหรี่จัด, โรคความดันโลหิตสูง
ผู้ป่วยบางรายอาจมีประวัติว่ามีพ่อแม่พี่น้องเป็นโรคนี้ด้วย
เกิดจากหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจแข็งตัว หรือมีไขมันไปเกาะผนังของหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดแดงตีบแคบลง ปริมาณเลือดแดงผ่านได้น้อย
เกิดจากการมีเลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่เพียงพอต่อความต้องการของหัวใจในขณะนั้น
อาการ
มักแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละราย เช่น เจ็บกลางหน้าอกบริเวณเหนือลิ้นปี่ขึ้นมาเล็กน้อย เจ็บแบบจุกแน่น คล้ายมีอะไรมาบีบหรือกดทับไว้
อาการเจ็บมักร้าวไปที่คอหรือขากรรไกรหรือไหล่ซ้ายมักเป็นมากขณะออกกำลังกายหรือทำงาน เป็นอยู่นานครั้งละ 2-3 นาที
อาการจะดีขึ้นถ้าได้หยุดพัก หรืออมยาขยายหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ
บางคนอาจมีอาการจุกแน่นลิ้นปี่เหมือนอาหารไม่ย่อย บางคนอาจมีอาการใจสั่น หอบเหนื่อย ร่วมด้วย
การรักษา
การให้ยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านเกร็ดเลือดแข็งตัว เช่น แอสไพริน
การให้ยาลดการบีบตัวของหัวใจ เพื่อลดการทำงานของหัวใจ และลดการใช้ออกซิเจน
การใช้ยาขยายหลอดเลือด มีทั้งชนิดอมใต้ลิ้น, ยารับประทาน และให้ทางหลอดเลือดดำ
การปฏิบัติตัวที่ถูกต้องควบคู่ไปกับการรักษาทางยาส่วนใหญ่มักได้ผลดี แต่ในภาวะรุนแรงหรือไม่ตอบสนองต่อยา แพทย์จะพิจารณาให้การรักษาโดยการทำบอลลูนขยายหลอดเลือดหัวใจที่ตีบ หรือผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือด
การปฏิบัติตัวสำหรับผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
รับประทานผัก ผลไม้และดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 2-3 ลิตร
รับประทานอาหารแต่พออิ่ม และควรพักหลังอาหารประมาณ 1/2-1 ชั่วโมง
รับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด และมาตรวจตามนัดทุกครั้ง
ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และการออกกำลังกายที่ดีที่สุด คือการเดิน เริ่มโดยการเดินช้า ๆ ก่อนแล้วค่อยๆ เพิ่มระยะทาง แต่อย่าให้เกินกำลังตนเอง
ทำจิตใจให้สงบ หาโอกาสพักผ่อน และหาวิธีลดความเครียด หลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้ตื่นเต้น เช่น การดูเกมการแข่งขันที่เร้าใจ
หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงและเค็มจัด
งดดื่มสุรา น้ำชา กาแฟ และหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่
หลีกเลี่ยงงานหนัก งานรีบเร่ง และงานที่ต้องทำอย่างต่อเนื่องนาน ๆ
เมื่อมีอาการเจ็บหน้าอก ให้หยุดกิจกรรมนั้น ๆ ทันทีและอมยาใต้ลิ้น
การมีเพศสัมพันธ์ไม่ควนหักโหม ควรอมยาใต้ลิ้นก่อนมีเพศสัมพันธ์ ถ้ามีอาการใจสั่น หายใจขัด หรือเจ็บหน้าอกนานเกิน 15 นาทีหลังมีเพศสัมพันธ์ ควรปรึกษาแพทย์
การป้องกันโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่
นอนพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่เครียด
ออกกำลังกายเป็นประจำ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง นานครั้งละ 20 นาที แล้วค่อย ๆ เพิ่มระยะเวลาและเพิ่มความถี่
ควบคุมน้ำหนักไม่ให้อ้วน
ควรรับประทานอาหารที่มีไขมันน้อย
ตรวจเช็คสุภาพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
หลีกเลี่ยงอาหารหวาน อาหารที่มีไขมัน - กะทิ รวมทั้งไข่แดง
Hyperventilation syndrome
เป็นอาการที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยที่มีความวิตกกังวล
ลักษณะเฉพาะคือ หายใจเร็วตื้นๆ ร่วมกับอาการกลัว
มีอาการชาปลายมือปลายเท้า รอบปาก มือจีบเกร็ง
วินิจฉัย ต้องแยกออกจากสาเหตุทางกายอื่นๆ เช่น การติดเชื้อ โรคทางระบบประสาท หอบหืด เป็นต้น
การรักษา
พูดคุยทำความเข้าใจกับผู้ป่วย
รับฟังปัญหาของผู้ป่วย
พัก
หายใจในถุงกระดาษ
ยา เช่น ยาระงับประสาท ยานอนหลับ
พบจิตแพทย์
กล้ามเนื้อกระดูกซี่โครงและกระดูกซี่โครงอ่อนอักเสบ( Myofascial pain and costrondritis)
เจ็บทั่วๆไปไม่รู้ตำแหน่งชัดเจนถ้า เป็นจากกล้ามเนื้ออย่างเดียว มักจะปวดแบบตื้อๆ เสียวๆ
ส่วนใหญ่มักมีประวัติว่าออกกำลังกายมากโดยเฉพาะการยกของหนัก เล่นเวท แต่บางรายก็เป็นขึ้นมาเองโดยไม่มีสาเหตุ
กระดูกอ่อนของซี่โครงอักเสบ (COSTOCHONDRITIS) อาจเจ็บหน้าอกอย่างเฉียบพลันและเจ็บได้มาก ๆ จนนึกว่าหัวใจขาดเลือด ข้อแตกต่างคือ บริเวณที่อักเสบเวลาจับต้องแล้วจะปวด ในขณะที่หัวใจขาดเลือดจะเจ็บกินบริเวณกว้างกว่าและกดไม่เจ็บ รักษาโดยพัก ใช้ยาบรรเทาปวด ใช้ความร้อนประคบ
เจ็บกล้ามเนื้อหน้าอกจากการไอมาก ๆ การบาดเจ็บของซี่โครงหรือกล้ามเนื้อหน้าอกช้ำ
ลักษณะเฉพาะของอาการเจ็บหน้าอกที่เกิดจากการการอักเสบของผนังทรวงอก เเรียกว่า musculoskeletal chest pain
แบ่งเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ
กลุ่ม Rheumatic disease ที่มีการอักเสบของข้อบริเวณทรวงอกร่วมด้วย
กลุ่มnonrheumatic systemic disease แปลว่าโรคทางร่างกายอื่นที่ไม่ใช่โรคไขข้อโดยตรง
Isolated musculoskeletal chest pain syndromes
นางสาวทิพย์สุดา สนิทพจน์ รหัสนักศึกษา 601410067-1