Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การดำเนินชีวิตและการดูแลสุขภาพตามความเชื่อของศาสนา อิสลาม - Coggle Diagram
การดำเนินชีวิตและการดูแลสุขภาพตามความเชื่อของศาสนา อิสลาม
การดำเนินชีวิตและการดูแลสุขภาพตามความเชื่อของศาสนา พราห์ม-ฮินดู
3.เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่าเป็นศาสนาที่เก่าแก่ที่สุดในโลก
4.เป็นการผสมผสานหรือสังเคราะห์มาจาก วัฒนธรรม จารีค ประเพณีอันหลากหลายในอนุทวีปอินเดียโดยมีรากฐานหลากหลายและไม่มีศาสนา
2.เป็นศาสนาหนึ่งในกลุ่มศาสนาของอินเดีย
5.การสังเคราะห์ศาสนาฮินดู ()เริ่มขึ้นราว 500 ปีก่อนศริสตกาล ถึงคริสต์ศักราช 300 ภายหลังสิ้นสุดลงของยุคพระเวท (1500 ถึง 500 ก่อนคริสตกาล) และเจริญรุ่งเรื่องในอินเดียสมัยกลางไปพร้อมกับการเสื่อมของศาสนาพุทธในอนุทวีปอินเดีย
1.ศาสนาพราห์ม ฮินดูถือเป็นศาสนาที่มีผู้นับถีอมาที่สุดในผดลกเป็นอันดับ 3
ศาสนาพราห์ม-ฮินดู
3.ศาสนาฮินดูมีผู้นับถือมากที่สุดในอินเดีย เนปาล และ มอริเซียส
4.เป็นศาสนาหลักในจังหวัดบาหลี อินโดนิเซีย
2.ศาสนิกชนและนักวิชาการบางกลุ่มเรียนศาสนาฮินดูว่าเป็น สนาตนธรรม (หนทางนิรันดร์ชั่วประวัติศาสตร์ของมนุษย์ชาติ)
5.ชุมชนฮินดูขนาดใหญ่ยังพบได้ในแคริบเบียน เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ อเมริกาเหนือ ยุโรป แอฟริกา
1.มีศาสนิกชนเรียกว่า ชาวฮินดูอยู่ราว 1.5 พันล้านคน หรือ 15-16 เปอร์เซ็น ของหระชากรโลก
ความเชื่อในศาสนาพราห์ม-ฮินดู
3.คัมภีร์ประกอบด้วยปรัชญาฮินดู ประมวลเรื่องปรัมปราฮินดู พระเวท โยคะ พิธรกรรม อาคท และการสร้างโบสถ์พราห์ม
4.คัมภีร์เล่มสำคัญได้แก่ พระเวท อุปนิษัท ภควัทคีตา รามายณะ และ อาคม
2.คัมภีร์ ของศาสนาฮินดู ได้แก่ ศรุติ (จากการฟัง) และ สมรติ (จากการจำ)
5.ศาสนาพราห์ม-ฮินดูมีแนวคิดหลักสำคัญที่สนับสนุนการตั้งคำถามต่อที่มา และเนื้อความของคัมภีร์เพื่อให้เข้าใจสัจธรรมต่างๆได้อย่างลึกซึ้ง และสร้างประเพณีหรือแนวคิดต่อยอดในอนาคต
1.มีปรัชญาหลายแขนง แต่ก้สามารถเชื่อมโยงถึงกันผ่านแนวคิดที่มีร่วมกัน มีพิธีกรรมที่คล้ายคลึงกัน จักรวาลวิทยาฮินดู คัมภีร์ฮินดู และ สถาที่แสวงบุญ
หลักปฏิบัติของศาสนาอิสลาม
อาศรม หรือ อาศรม 4 หมายถึง ขั้นตอนการดำเนินชีวิตของชาวฮินดู เฉพาะที่เป็นพราห์มวัยต่างๆโดยกำหนดเกณฑ์อายุคนไว้ 4 ตอน ตอนละ 25 ปี ช่วงชีวิตแต่ละช่วงเรียกว่า อาศรม(วัย) อาศรมทั้ง 4 ช่วงมีดังนี้
2
.คฤหัสถาศรม
อยู่ในช่วงอายุ 15-40 ปี
3.
วานปรัสถาศรม
อยู่ในช่วง 40-60 ปี
1.พรมจรยอาศรม
เริ่มตั้งแต่อายุ 8-15 ปี ผู้เข้าสู่อาศรมนี้เรียกว่า พรหมจารี
4.
สันยัสตาศรม
อยู่ในช่วงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ผู้ปราถนาความหลุดพ้น (โมกษะ) จะออกบวชเป็น สันยาสี เมื่อบวชเสร็จจะสึกไม่ได้
โมกษะ คือ การหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด เช่นเดียวกับศาสนาพุทธ ถือว่าเป็นหลักความดีสูงสุด
คำสอนของศาสนาฮินดูสอนว่า ผู้ใดรู็แจ้งในอาตมันของตนว่าเป็นหลักอาตมันของโลกพรหมแล้ว ผู้นั้นย่อมพ้นจากสังสาระการเวียนว่ายตายเกิด และไม่ปฏิสนธิอีก
นิกายของศานาอิสลาม
1.นิกายชุนนี(Sunni)
มีผุ้นับถือ 75-90 เปอร์เซ็น
ชุนนี แปลว่า มรรคา หรือจารีต เป็นนิกายของศาสนาอิสลามที่นับถือคัมภีร์เล่มหนึ่งชื่อ ชุมนา-เป็รคำภีร์อรรถกถากของคัมภีร์อัลกุรอาน ผู้นับถือจะเคร่งครัด
นิกายนี้ใช้หมวกสีขาวเป็นสัญลักษณ์และเป็นนิกายที่มีผู้นับถือมากที่สุดประมาน 700 ล้านคนถือว่าเป็นนิกายดั้งเดิม
2.นิกายชีอะห์ หรือชิเอฮ์(Shiah)
มีผู้นับถือ 10-20เปอร์เซ็น
ชีอะห์ หรือชิเอฮ์ แปลว่าผู้ปฏิบัติตามหรือสาวก
เชื่อกันว่าอิหม่าน หมายถึง หัวหน้าสุเหล่าหรือมัสยิด ซึ่งเป็นผู้สืบต่อศาสนาจากนบีมูฮัมมัด
หลักอันเป็นข้อบังคับสำหรับบุคคลจะต้องรู้ต้องประพฤติ
หลักศรัทธา ความเชื่อในศาสนา
1.ศัทธาในพระเจ้าเป็นฐาน ต้องเชื่อมั่นและศรัทธาในพระเจ้า พระเจ้าทรงเป็นผู้สร้างอดัม
2.ศรัทธาในมลาอิกะฮ์ คือบ่าวผู้ซื่อสัตว์ของพระอัลลอฮ์
3.ศรัทธาในบรรดาศาสนทูต หรือ ศาสดา
4.ศรัทธาในพระคัมภีร์อัลกุรอาน
5.ศรัทธาในวันกียานะฮ์
6.ศรัทธาในการลิขิตขององค์พระผู้เป็นเจ้า
หลักปฏิบัติหน้าที่ในศาสนา เรียกว่า อิบาดะห์
3.การถือศีลอด
4.การบริจาคศาสนทานซะกาต
2.การละหมาด หรือ สวด (นมาช หรือ นมัสการ)
3.เวลาเย็น
4.เวลาพลบค่ำ
2.เวลากลางวัน
5.เวลากลางคืน
1.เวลาย่ำรุ่ง
5.การประกอบพิธืฮัจญ์
1.การปฏิญาณตนเข้ารับนับถือศาสนาอิสลาม
หลักคุณธรรม
3.ฮาลอม Harom คือ การกระทำที่ต้องห้ามการแต่งกาย การปกปิดส่วนควรสงวนของร่างกาย
4.เพศชาย ให้ปิดระหว่างสะดือกับหัวเข่า
2.ฮาลาด Halal คือ การกระทำที่อนุญาต
5.เพศหญิง ให้ปิดทั้งร่าง ยกเว้นใบหน้าและฝ่ามือ เรียกว่า ฮิญาบ
1.เป็นหลักเกี่ยวกับคุณธรรมจริยธรรม และวัฒนธรรมที่มุสลิมทุกคนจะต้องยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
พิธีสุหนัต
3.จะมีการเชิญญาติพี่น้องอย่าน้อย 2-3 คนมาร่วมเป็น สักขีพยาน
4.จะมีการสวมพวงมลัยให้เด็กก่อนแล้วจึงผ่าหรือตัดหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ เสร็จแล้วให้ของขวัญแก่เด็ก
2.การตัดหนังหุ้มปลายองคชาติซึ่งถือว่า เป็นหน้าที่และเป็นสิ่งควรสรรเสริญ ทั้งเป็นธรรมเนียมเบื้องต้นของการแต่งงาน
5.ปัจจุบันนี้ เมื่อไปคลอดที่โรงพยาบาลอาจจะให้แพทยืที่ทำคลอดทารกเพศชายตัดหนังหุ้มปลายองคชาตของทารกนั้น
1.เด็กชายมุสลิมอายุ 2-10 ขวบ จะต้องได้รับพิธีสุหนัต
พิธีถือศีลอด
2.เป็นกสรอดอาหารการดื่มกินและเว้นการร่วมประเวณี และการทำชั่วต่างๆ อย่างเคร่งครัดเป็นพิเศษ
3.มุสลิมทุกคนควรจะถือปฏิบัติกันโดยเคร่งครัด
1.เป็นพิธีกรรมอย่างหนึ่งที่ชาวมุสลิมปฏิบัติในเดือนรอมะฎอน ตลอดทั้งเดือน
3.งดการใช้วัตถุภายนอกเข้าไปในอวัยวะภายใน
4.งดการแสดงอารมณ์ร้ายและความผิดต่างๆ
2.งดการมีเพศสัมพันธ์
1.งดการกินและการดื่ม
บุคคลที่ได้รับการยกเว้นในการถือศีลอด
3.หญิงที่มีครรภ์ที่เกรงว่าจะเป็นอันตรายต่อเด็ก
4.บุคคลที่ทำงานหนัก เช่น กรรมกรแบกหาม
2.คนป่วยหรือสุขภาพไม่ดี
5.บุคคลที่อยู่ในระหว่างเดินทาง
1.คนชรา
6.หญิงขณะมีรอบเดือนและหลังลอด
การบริจาคศาสนทาน ซะกาต
2.เพื่อผดุงสังคมลดปัญหาช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจน
3.เป็นหน้าที่ของมุสลิมทุกคน ถ้ามุสลิมที่มีเงินทองแต่ไม่ได้บริจาคผูู้นั้นเป็นบุคคลที่ทำผิดบทบัญญัติของอิสลาม
1.การบริจาคซะกาต (การจ่ายภาษีทางศาสนาแก่คนยากจน)คือ การจ่ายทรัพยืสินส่วนเกิดจำนวนหนึ่งมี่มุสลิมต้องจ่ายให้กับผู้มีสิทะิได้รับเมื่อครบปี
4.ผู้มีสิทธิรับ ซะกาต มี8ประเภค
4.ผู้มีหนี้สินล้นตัว
5.ผู้พลัดถิ่น
3.ผู้เข้าอิสลามและถูกญาติมิตรตัดขาด
6.ทาส
2.คนเข็ญใจ พิการ
7.เจ้าหน้าที่ดูแลกองทุนซะกาต
1.ผู้ขัดสน คนยากจน แม่หม้าย เด็กกำพร้า
8.เชลย
วัตถุประสงค์ของการบริจาคซะกาต
2.เพื่อปลูกฝังให้มุสลิมทั้งหลายเป็นผู้มีจิตใจเมตตา กรุณา เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ซึ่งกันและกัน
3.เพื่อลดช่องว่างระหว่างชนชั้นในสังคมด้วยวิธีการสังเคราะห์
1.เพื่อชำระจิตใจของผู้บริจาคให้บริสุทธิ์ไม่ตกเป็นทาสแห่งวัตถุด้วยความโลภ และเห็นแก่ตัว
พิธีฮัจญ์
เป็นพิธีสำคัญของผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม ชาวมุสลิมผุ็มีฐานะดีมีสุขภาพดีบรรลุศาสนา ชาย อายุ 15 ปี หญิงอายุ 19 ปี มีเพียงแห่งเดียวในโลกที่มีการประกอบพิธี สถานที่นี้มีทั้งราชาและยาจก นายและบ่าว ผิวขาว ผิวดำ ทุกคนแต่งกายด้วยผ้าขาวเพียง 2ชิ้น ทุกคนเท่าเทียมกันเป็นพี่น้องกัน
แนวคิดสำคัญ ความเชื่อเกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป
3.การช่วยให้ฆ่าตัวตายหรือการุณฆาตเป็นเรื่องต้องห้าม
4.การผ่าสพชันสูตรเป็นสิ่งที่ต้องห้ามยกเว้นข้อบังคับทางกฎหมาย
2.การขลิบอวัยวะเพศชายเป็นเรื่องที่แนะนำให้ปฏิบิต
5.ช่วยชีวิตผู้ที่มีภาวะเป็นผักเป็นเรื่องที่ไม่สนับสนุน
1.ห้ามทำแท้ง การทำแท้งจะทำได้ในกรณีที่จำเป็นที่ต้องรักษาชีวิตของแม่
6.หลังคลอดมีการขอรกไปฝัง ต้องแจ้งให้ทราบหากมีข้อจำกัดไม่สามารถนำรกไปได้
การให้บริการทางการแพทย์และพยาบาล
3.มุสลิมไม่ได้ห้ามการได้รับบริการสุขภาพจากเพศตรงข้าม
4.ผู้ให้บริการควรเป็นเพศเดียวกับผู้ป่วย
2.ผู้หญิงมุสลิมจะสวมเสื้อผ้าที่ปกปิดร่างกาย
5.ถ้าเป็นเพศตรงข้ามให้สามีเข้าไปด้วย
1.จำกัดการสบสายตาไม่จ้องผู้ป่วยมากเกินไป
การดูแลเรื่องอาหาร
2.การอดอาหารจะทำปีละครั้งช่วงเดือนรอมฎอน ยกเว้นผู้ป่วยและหญิงตั้งครรภ์
3.มุสลิมจะล้างมือก่อนและหลังรับประทานอาหาร
1.การดูแลอาหารเป็นอาหาร ฮาลาล ไม่มีหมู ไม่มีแอลกอฮอล์
4.มุสลิมจะใช้มือขวาในการจัดอาหารและเครื่องดื่มในการรับประทาน หากผู้ดูแลสัมผัสอาหารควรใช้มือขวา
การดูแลผูป่วยที่เป็นมุสลิม
การดูแลผู้ป่วยในระยะสุดท้ายของชีวิต
3.ผู้ป่วยต้องเอามือตนเองวางบนส่วนที่ตนเจ็บ และให้การละหมาด หรือขอพรจากอัลลอฮ์
4.การขอพรจากอัลลอฮ์และจับมือกับผู้ป่วยหรือสัมผัส
2.ผู้ป่วยต้องอดทนต่อการเจ็บป่วย การเจ็บป่วยย่อมได้รับการลดบาปและได้กุศล
5.การส่งเสริมกำลังใจ ตักเตื่อนให้เขาระลึกถึงความอดทน ทำให้เขารู้สึกอบอุ่น และเชื่อมั่นว่าจะหายป่วย
1.มุสลิมต้องยอมรับการเจ็บป่วยว่าเป็นสิ่งที่อัลลอฮ์กำหนด
6.ต้องไม่ตั้งข้อรังเกรียจเดียดฉันท์ผู้ป่วยและไม่แสดงท่าทีรังเกรียจ
เป้าหมายในการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย
3.บูรณาการมิติทางสังคม จิตใจ และจิตวิญญาณ
4.ให้การสนับสนุนและช่วยเหลือเครือญาติ
2.ยอมรับเรื่องการมีชีวิตและการตายตามบริบทขอศาสนาและวัฒนธรรม
5.มีการทำงานเป็นทีมเพื่อการดูแลผู้ป่วยและญาติอย่างมีคุณภาพ
1.ลดความเจ็บปวดและอาการไม่สบายต่างๆ
1.การดูแลทางจิตวิญญาณ
-การสวดมนต์ทำวันละ 5 ครั้ง
-การสวดมนตืจะหันหน้าไปทางเมืองเมกกะ
-มีที่ล้างเท้าก่อนทำพิธี หรือจัดอ่างสำหรับอาบ
-ไม่ควรเอาสัญลักษณืของศาสนาอื่นมาไว้ในห้อผู้ป่วย
-จัดสถานที่ละหมาด
อิสลามกับความตาย
อาบน้ำให้ศพและห่อศพ ทำโดยญาติของผู้ป่วยหรือครอบครัวของผู้ป่วย
ความเชื่อเกี่ยวกับความตายของมุสลิม
2.ชีวิตมนุษย์มาจากพระองค์สุดท้ายก้ต้องกลับไปหาพระองค์
3.ไม่ให้ฆ่าตัวตาย
1.เป็นภาวะที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ทุกคนต้องเผชอญ
4.พระเจ้าทรงกำหนดอายุขัย
การจัดการศพตามวิถีอิสลาม
พิธีศพ
ให้แต่งกายธรรมดาไม่ต้องสวมชุดดำ
ให้รีบไปส่งผู้ตายหรือศพยังสุสาน
เมื่อมีคนตายเป็นหน้าที่ของมุสลิมทุกคนไปเยี่ยมและช่วยเหลือ
จัดฝังให้เรียบร้อยภายใน 24 ชั่วโมง
การอุทิศศพ เมื่อผู้ตายสั่งเสียมอบร่างกายศพ หรือบริจาคอวัยวะ
3.จุดประสงค์ในการถ่ายอวัยวะนั้นเพราะความจำเป็นทางการแพทย์
4.ต้องไม่ใช่เพื่อการค้า แสวงหากำไร แลกเปลี่ยนหรือเพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิพิเศษ
2.คำสั่งเสียบริจาคนั้นต้องเป็นลายลักษณ์อีกษร
5.ต้องไม่ใช่ส่วนที่ค้านกับหลักการและคำสอน
1.ผู้ที่ส่งเสียต้องเป็นผู้ที่บรรลุนิติภาวะ สติสัมปะชัญญะจริงจัง และยินยอมในการบริจาคอวัยวะ
6.คาดการณ์ได้ว่าการผ่าตัดถ่ายอวัยวะจากผู้ตายที่ได้สั่งเสียไว้ไปสู่ผู้ที่ยังมีชีวิต จะต้องประสบผลค่อนข้างสูง
7.ดำเนินการตามคำสั่งเสียได้ก็เมื่อผู้สั่งเสียตายเท่านั้น
ข้อแนะนำในการไปเยี่ยมเคารพศพผู้นับถือศาสนาอิสลาม
กรณีศพอยู่บ้าน
นำศพอาบน้ำชำระสิ่งสกปรก
นำศพมาวางบนผ้าขวาที่ปูไว้
ผู้ไปเยี่ยมควรเคารพสพเพื่อเป็นการใก้เกรียติแก่ญาติ
ทำความเคารพสพและมอบซองเงินให้เจ้าภาพ
กรณีศพอยู่มัสยิดหรือสุเหร่า
ผู้ร่วมพิธีมุ่งไปแสดงความเสียใจกับญาติ
พิธีฝังจะทำโดยญาติ
ผู้ร่วมพิธีจะต้องเคารพศพก่อนพิธรละหมาด
มอบเินซองให้เจ้าภาพ