Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
บทที่ 13 การพยาบาลทารกที่มีภาวะเสี่ยง, นางสาว สุรีรัตน์ พึงประสพ รุ่น 36/2…
บทที่ 13 การพยาบาลทารกที่มีภาวะเสี่ยง
ปัญหาระบบทางเดินหายใจและพิษออกซิเจน
Respiratory Distress Syndrome(RDS)
การรักษา
การให้ออกซิเจน ตามความต้องการของทารก
การให้โดยใช้เครอื่งช่วยหายใจ หรือCPAP
ป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนจากการได้รับออกซิเจน
ภาวะจอประสาทตาพิการจากการเกิดก่อนกําหนด(ROP)
ภาวะปอดอุดกันเรื้อรัง(BPD)
การป้องกัน
ควรได้antenatal corticosteroids อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนคลอด
Betamethazone 12 มิลลิกรัม ทางกล้ามเนื้อทุก 24 ชม จนครบ 2ครั้ง
Dexamethazone 6 มิลลิกรมั ทางกล้ามเน2ือทุก 12 ชมจนครบ 4 ครั้ง
อาการและอาการแสดง
มีอาการหายใจลำบาก (Dyspnea) หายใจเรว็กวา่ 60 ครั้ง/นาที
อาการเขียว (Cyanosis)
ภาพถ่ายรังสีปอด มีลักษณะ ground glass appearanc
การตรวจทางห้องปฏิบัติการพบว่ามีภาวะเลือดเป็นกรด
อาจมีอันตรายจากการหายใจล้มเหลวได้ภายใน 24
ชั่วโมงแรกเกิด
ความหมาย
ความหมายคือภาวะหายใจลําบากเนื่องจากการขาดสารลดแรงตึงผิว (surfactant) ของถุงลม
Retinopathy of Prematurity(ROP)
ระยะเวลาการตรวจหา
ถ้าพบ ROP ควรนัดมาตรวจซ้ำทุกๆ 1-2 สัปดาห์ ตรวจครั้งแรกเมื่อทารกอายุ 4-6 สัปดาห์
หรือเมื่อทารกอายุครรภ์รวมอายุหลังเกิด 32 week
ถ้าพบว่ามีการดำเนินของโรคอยู่ตรวจซ้ำทุกอาทิตย์
Apnea Of Prematurity (AOP)
central apnea
ภาวะหยุดหายใจที่ไม่มีการเคลื่อนไหวของทรวงอก
ไม่มีอากาศไหลผ่านรูจมูก
สาเหตุ
Drug
Infection
Meyabolic disorder
prematurity
ุImpaired oxygenation
obstruction apnea
ภาวะหยุดหายใจที่มีการเคลื่อนไหวของทรวงอก
มีการอุดกั้นทางเดินหายใจ
การดูแล
จัดท่านอนศีรษะสูง เงยคอเล็กน้อย
สังเกตอาการขาดออกซิเจน หายใจเร็ว เขียว
Suction เมื่อจําเป็น
ระวังการสำลัก
ให้การพยาบาลทารกขณะใช้เครื่องช่วยหายใจ
Bronchopulmonary Dysplasia (BPD)
ปัญหาการติดเชื้อ
Necrotizing Enterocolitis
ภาวะพร่องออกซิเจน
การได้รับอาหารไม่เหมาะสมเร็วเกินไป
ลำไส้ขาดเลือดมาเลี้ยง
กาย่อยและการดูดซึมไม่ดี
การพยาบาล
NPO
ห้ามวัดปรอททางทวารหนัก
แยกจากเด็กติดเชื้อ /แยกผู้ดูแล
ดูแลให้ยาปฏิชีวนะตามแผนการรักษา
ให้การพยาบาลหลักปราศจาากเชื้อ
เผ้าระวังภาวะลำไส้ทะลุ
ปัญหาระบบหัวใจ/เลือด
Patent Ductus Ateriosus(PDA)
รักษาโดยใช้ยา Ibuphofen
เพื่อช่วยยับยั้งการสร้างprostaglandin ซึ่งจะทําให้PDA ปิด
ให้ทุก 12-24 ชั่วโมง จํานวน 3-4 ครั้ง
ได้ผลดีในทารกน้ำหนักตัว 500-1500 กรัม อายุครรภ์น้อยกว่า 32 สัปดาห์ และอายุไม่เกิน 10 วัน
ภาวะแทรกซ้อน NEC ไตวายC ไตวาย ไม่ให้ยาในทารกที่มีมากกว่า serum creatinine 1.6มิลลิกรัม/เดซิลิตรและ BUNมากกวา่ 20 มิลลิกรัม/เดซิลิตร
สามารถปิดได้ร้อยละ 70
รักษา โดยใชยา Indomethacin
ขนาดที่ใช้
ขนาดที่ให้ 0.1-0.2 มก/กก ทุก 8 ชม X 3 ครั้ง
ข้อห้ามใช้
BUN > 30 mg/dl , Cr > 1.8 mg/dl
Plt. < 60,000 /mm3
urine < 0.5 cc/Kg/hr นานกว่า
มีภาวะNEC
Neonatal Jaundice หรือ Hyperbilirubinemia
Anemia
ปัญหาเลือดออกในช่องสมอง
IVH
Hydrocphalus
ปัญหาทางโภชนาการและการดูดกลืน
การพยาบาล
ให้อาหารอย่างเหมาะสมกับสภาพของทารก
gavage feeding (OG tube)
IVFให้ได้ตามแผนการรักษา
ประเมินการเจริญเติบโตชั่งน้ำหนักทุกวัน (เพิ่มวันละ 15-30 กรัม )
ระวังภาวะ NEC: observe อาการท้องอืด content ที่เหลือ
GER(Gastroesophageal Refiux)
NEC(Necrotizing Enterocolitis)
Hypoglycemia
ภาวะตัวเหลืองในทารกแรกเกิด
ภาวะตัวเหลืองจากสรรีภาวะ (Physiological jaundice)
เกิดจากทารกแรกเกิดมีการสร้างบิลิรูบินมากกว่าผู้ใหญ่ เนื่องจากเม็ดแลือดแดงอายุสั้นกว่า
ภาวะตัวเหลืองจากพยาธิภาวะ ( Pathological jaundice)
เป็นภาวะที่ทารกมีบิลลิรูบินในเลือดสูงมากผิดปกติ และเหลืองเร็ว ภายใน 24 ชั่วโมงแรกหลังเกิด
สาเหตุ
มีการดูดซึมของบิลลิรูบินจากลำไส้เพิ่มขึ้น
ตับกำจัดบิลลิรูบินได้น้อยลงเนื่องจากภาวะต่างๆ
มีการสร้างบิลลิรูบินเพิ่มขึ้นกว่าปกติ G6PD
การวินิจฉัย
ประวัติบุคคลในครอบครัว
ซีด เหลือง ตับ ม้ามโต
หมู่เลือด ABO Rh
การป้องกันการเกิดเลือดออกและโลหิตจาง
สาเหตุ
เหล็กที่ได้รับจากมารดาใน 3 เดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์มีจำนวนน้อย
Hb-F ของทารกมีชีวิตสั้น
การพยาบาล
ดูแลให้ทารกได้รับการฉีด Vit K1 เข้ากล้ามเนื้อตามแผนการรักษา
หลีกเลี่ยงการฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อ ควรฉีดเข้าทางหลอดเลือดดำ
ดูแลการได้รับ Vit E และ FeSO4 ทางปากตามแผนการรักษา
ขณะดูดเสมหะหรือขณะใส่สายยางเข้าไปในทางเดินอาหาร ควรใส่อย่างระมัดระวัง นุ่มนวล
ติมตามและรายงานผล CBC ดูแลการได้รับเลือดในรายที่มี platelet หรือ Hematocrit ต่ำ
สังเกตและรายงานอาการที่แสดงว่ามีเลือดออกในอวัยวะต่างๆ
gastric content มีเลือดปน
อุจจาระมีเลือดปน
ดูแลให้ทารกได้รับธาตุเหล็กตามแผนการรักษา
ปัญหาควบคุมอุณหภูมิ
การพยาบาลทารกที่ได้รับการรักษาในตู้อบ
ป้องกันกาสูญเสียความร้อนของร่างกายทารก 4 ทาง
ตรวจอุณหภูมิร่างกาย ทุก 4 ชม
ไม่เปิดตู้อบโดยไม่จำเป็นให้การพยาบาลโดยสอดมือเข้าทางหน้าต่างตู้อบ
เช็ดทำความสะอาดตู้ทุกวัน
ภาวะอุณหภูมิต่ำ
อาการ
ใบหน้าแดง
เขียวคล้ำ
ผิวหนังเย็น
หายใจลำบาก
หยุดหายใจ
ปลายมือปลายเท้าเขียว
ภาวะแทรกซ้อน
น้ำหนักไม่ขึ้น
ความต้องการออกซิเจนมากขึ้น
ภาวะเลือดเป็นกรด
ท้องอืด
น้ำตาลในเลือดต่ำ
ไตวาย
การวินิจฉัย
อุณหภูมิกายแกนกลางของทารก <36.5 องศา(วัดทางทวารหนัก)
การควบคุมอุณหภูมิทารกที่อยู่ใน Incubator
กรณีทารกอยู่ในตู้อบปรับอุณหภูมิด้วยมือ หรือ ปรับอุณหภูมิอัตโนมัติ (Air Servocontrol mode)
ปรับอุณหภูมิตู้อบเพิ่มขึ้นครั้งละ 0.2 องศาทุก 15-30 นาที (max 38 องศา)
ปรับอุณหภูมิตู้อบเริ่มที่ 36 องศา
กรณีไม่ได้ใช้ตู้อบผนัง 2 ชั้น สวมหมวกไหมพรม หรือหมวกที่หนา 2 ชั้น พันร่างกายด้วย plastic wrap
ถ้าวัดอุณหภูมิได้ 36.8-37.2 องศาเป็นเวลา 2 ครั้งติดกันให้ปรับอุณหภูมิตู้อบตามNeutral thermal environment (NTE)
แล้วติดจามอุณหภูมิกายต่อ 15-30 นาทีอีก 2 ครั้งต่อไป 4ชม
กรณีทารกอยู่ในตู้อบปรับอุณหภูมิอัตโนมัติ Skin Servocontrol mode
ติด Skin probe บริเวณหน้าท้อง โดยหลีกเลี่ยงบริเวณตับและ body prominence
ปัญหาพัฒนาการล่าช้า
ส่งเสริมสายสัมพัธ์พ่อแม่ลูก
Skin to skin contact
Eye to eye contact
การจำแนกประเภทของทรกแรกเกิด
การจำแนกตามอายุครรภ์
ทารกเกิดก่อนกำหนด((Preterm infant)
คือทารกแรกเกิดที่มีอายุครรภ์น้อยกว่า 37 สัปดาห์
ทารกแรกเกิดครบกำหนด((Term or mature infant)
คือทารกแรกเกิดที่มีอายุครรภ์ มากกว่า 37-41 สัปดาห์
ทารกแรกเกิดหลังกำหนด( (Posterm infant)
คือ ทารกแรกเกิดที่มีอายุครรภ์มากกว่า 41 สัปดาห์
จำแนกตามน้ำหนัก
Low birth weight infant (LBW infant)
ทารกที่มีน้ำหนักแรกเกิดต่ำกว่า 2,500 กรัม
Very low brith weight คือ น้ำหนักต่ำกว่า 1,500กรัม
Extremely low brith (ELBW) คือน้ำหนักต่ำกว่า 1,000 กรัม
Normal birth weight infant (NBW infant)
ทารกที่มีน้ำหนักแรกเกิด 2,500 กรัม ถึงประมาณ 3,800-4,000 กรัม
MSA
ภาวะตื่นตัวของทารกเมื่อแรกเกิดเรียกว่า vigorous
อัตราการเต้นของหัวใจมากกว่า 100 ครั้งต่อนาที
มีกำลังกล้ามเนื้อดี
มีแรงหายใจด้วยตนเองได้ดี
การพยาบาล
ดูแลให้ได้รับออกซิเจน ติดตามอาการแสดงของการขาดออกซิเจน ได้แก่ หายใจเร็ว จมูกบาน ใช้กล้ามเนื้อช่วยในการหายใจมากขึ้น เขียว
วัดความดันโลหิตทุก 2-4 ชั่วโมง เฝ้าระวังการเกิดความดันต่ำจาก PPHN
รบกวนทารกให้น้อยที่สุด
สังเกตอาการติดเชื้อ
ดูแลตามอาการ
ปัญหาน้ำตาลในเลือดต่ำ
การดูแล
จะต้องตรวจหาระดับน้ำตาล ภายใน 1-2 ชม หลังคลอด
กรณีที่มีน้ำตาลในเลือดต่ำ ตรวจติดตาม 30 นาที
การควบคุมอุณหภูมิห้องและดูแลให้ความอบอุ่นแก่ทารก
การพยาบาล
ดูแลให้ทารกได้รับน้ำและนมทางปากและ/หรือสารน้ำอาหารทางหลอดเลือดดำตามแผนการรักษา
แก้ไขและป้องกันไม่ให้เกิดสาเหตุส่งเสริมให้มีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ
อุณหภูมิร่างกายต่ำ
หายใจลำบาก
ติดตามผล dextrostix หรือ blood sugar และประเมินอาการทางคลินิกของการมีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ
มือเท้าสั่น
ซึม กลั้นหายใจ
เขียว ชักเกร็ง
การป้องกันการติดเชื้อ
การพยาบาล
ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคก่อนและหลังให้การพยาบาลทุกครั้ง
เครื่องมือและสิ่งของที่ใช้กับทารกต้องสะอาดหรือผ่านการทำลายเชื้อโรค
อุปกรณ์ที่ใช้กับทารกต้องใช้เฉพาะคน
ให้ยาปฏิชีวนะตามแผนการรักษา
สาเหตุ
ผิวหนังและเยื่อบุปกป้องการติดเชื้อได้น้อย
เม็ดเลือดขาวมีน้อย
การสร้าง IgM ยังไม่สมบูรณ์ และได้รับ IgG จากมารดามาน้อย ไม่ได้รับ IgA จากน้ำนมมารดา
นางสาว สุรีรัตน์ พึงประสพ รุ่น 36/2 เลขที่ 46 รหัส 612001127