Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การประเมินสัญญาณชีพ - Coggle Diagram
การประเมินสัญญาณชีพ
กระบวนการพยาบาลในการประเมินสัญญาณชีพ
การประเมินสภาพ
ซักประวัติการสัมผัสเชื้อ ระยะเวลา การรักษาก่อนมาโรงพยาบาล
ตรวจร่างกาย และประเมินสัญญาณชีพ
จากผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ผลการตรวจพิเศษอื่นๆ
ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล
ไม่สุขสบายเนื่องจากอุณหภูมิร่างกายสูง
มีภาวะติดเชื้อในร่างกาย
การวางแผนการพยาบาล
การวางแผนการพยาบาลเพื่อให้ผู้ป่วยมีอุณหภูมิร่างกายปกติ ป้องกันอาการชักจากภาวะไข้สูง และให้ผู้ป่วยสุขสบายขึ้น
การปฏิบัติการพยาบาล
ประเมินสัญญาณชีพ
เช็ดตัวลดไข้โดยใช้น้ําธรรมดาหรือน้ําอุ่น
ดูแลให้ได้รับน้ําอย่างเพียงพอเพื่อชดเชยปริมาณสารน้ําท่ีสูญเสีย
จัดสิ่งแวดล้อมให้เงียบสงบ อาการถ่ายเทได้สะดวก
ให้ยา Paracetmol ลดไข้/ดูแลให้ได้รับยาปฏิชีวนะ
การประเมินผลสัญญาณชีพ
ผู้ป่วยมีสีหน้าสดชื่น สัญญาณชีพอยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่มีภาวะแทรกซ้อน
การหายใจ
ความหมายและปัจจัยที่มีผลต่อการเต้นของชีพจร
หมายถึง การนําออกซิเจนจากอากาศเข้าสู่ร่างกาย
แบ่งได้เป็น 2 ขั้นตอน
การหายใจเพื่อแลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์
การสูดเอาอากาศเข้าไปในถุงลมของปอด เรียกว่าการหายใจเข้า
การไล่อากาศออกจากปอด เรียกว่าการหายใจออก
การแลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งอยู่ในเลือด
ปัจจัยที่มีผลต่อการหายใจ
จังหวะ และความลึกของการหายใจ
การเปลี่ยนแปลงของอารมณ์ สภาวะแวดล้อม
อิทธิพลจากความเจ็บป่วย
การประเมินการหายใจ
เป็นการนับอัตราการหายใจเข้าและออก นับเป็นการหายใจ 1 ครั้งไป จนครบ 1 นาที
วัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบการทํางานของปอด และทางเดินของลมหายใจ
รายละเอียด
อุปกรณ์
นาฬิกาที่มีเข็มวินาที
ปากกาน้ําเงินและแดง
กระดาษและแบบฟอร์มการบันทึก
วิธีการปฏิบัติ
ล้างมือให้สะอาด
บอกให้ผู้ป่วยทราบและขออนุญาตจับต้องตัวผู้ป่วย
เริ่มนับการหายใจหลังจากการนับชีพจรเสร็จแล้วโดยพยาบาลยังคงจับข้อมือ
นับอัตราการหายใจ
ประเมินการหายใจเต็ม 1 นาที
บันทึกลงกระดาษท่ีเตรียมไว้และบันทึกในแบบฟอร์มต่อไป
ล้างมือให้สะอาด
ลักษณะการหายใจที่ผิดปกติ
อัตราเร็วของการหายใจ
Tachypnea อัตราการหายใจในผู้ใหญ่ มากกว่า 24 ครั้ง/นาที
Bradypnea อัตราการหายใจในผู้ใหญ่ น้อยกว่า 10 ครั้ง/นาที
Apnea การหยุดหายใจ
ความลึกของการหายใจ
Hypoventilation เป็นการหายใจช้าและตื้น
Hyperventilation เป็นการหายใจเร็วและลึก
จังหวะของการหายใจ
Cheyne stokes เป็นการหายใจเป็นช่วง ๆ ไม่สม่ำเสมอ
Biot เป็นการหายใจปกติสลับกับการหายใจเร็วลึก ไม่สม่ำเสมอเป็นช่วงสั้นๆ 2-3
ครั้ง
ลักษณะของการหายใจปกติ
Dyspnea เป็นอาการหายใจลําบาก การหายใจต้องใช้แรงมากกว่าปกติ
Orthopnea เป็นอาการหายใจลําบากในท่านอนราบจะหายใจได้ต้องลุกขึ้นนั่ง
หรือยืนเท่านั้น
Paroxysmal nocturnal dyspnea เป็นอาการใจลำบากตอนกลางคืน
Paroxysmal dyspnea เป็นอาการหอบอย่างรุนแรง
Air hunger เป็นการพยายามหายใจโดยใช้ท้ังทางจมูก
ลักษณะเสียงหายใจท่ีผิดปกติ
Stridor เสียงฟืด เป็นเสียงที่ได้ยินขณะหายใจเข้า
Wheeze เป็นเสียงวี๊ดได้ยินขณะหายใจออก
สีของผิวหนังที่ผิดปกติ
ผิวหนังมีสีม่วงคล้ำ
ความดันโลหิต
ความหมายและปัจจัยที่มีผลต่อความดันโลหิต
หมายถึง แรงดันของเลือดที่ไปกระทบกับผนังเส้นเลือดแดง
ค่าความดันโลหิตปกติ
อายุ
เด็กแรกเกิดจะมี Systolic pressure ประมาณ 40-70 มิลลิเมตรปรอท
ผู้ใหญ่ปกติ จะมี Systolic pressure ระหว่าง 90-140 มิลลิเมตรปรอท และ Diastolic pressure ระหว่าง 60-90 มิลลิเมตรปรอท
ผู้สูงอายุความดันโลหิตจะสูงขึ้นเนื่องจากความยืดหยุ่นของหลอดเลือดลดลง สามารถ คํานวณประมาณค่าได้ คือ Systolic pressure ของผู้สูงอายุไม่ควรเกิน 100 + อายุ
อิริยาบถขณะวัดความดันโลหิตและการออกกําลังกาย
ความเครียดและการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์
ลักษณะของร่างกายและปัจจัยอื่น ๆ
การประเมินความดันโลหิต
วิธีประเมินความดันโลหิตมี 2 วิธี
การวัดความดันโลหิตโดยทางตรง
การวัดความดันโลหิตโดยทางอ้อม
ข้อควรระวังในการวัดความดันโลหิต
การรัดผ้าพันแขนต้องให้แนวของสายยางทั้งสองของผ้าพันแขนอยู่ระหว่าง
ตําแหน่งของเส้นเลือดแดงพอดี
ขณะปล่อยลมออก สายตาควรจับอยู่ที่เครื่องวัดตลอดเวลา
ผ้าพันแขนต้องเลือกใช้ให้ถูกขนาดกับผู้ป่วย
ลําของปรอทท่ีวัดต้องตั้งฉากในขณะอ่านค่าความดันโลหิต
ขณะวัดความดันโลหิตแขนของผู้ป่วยควรวางในระดับเดียวกันกับหัวใจ
ก่อนพันผ้าเพื่อวัดความดันโลหิตทุกครั้ง
การเก็บเครื่องวัดความดันโลหิต
ลักษณะความโลหิตที่ผิดปกติ
Hypertension หมายถึง ความดันโลหิตสูง โดย Systolic สูงกว่า 140 mmHg
Hypotension หมายถึง ความดันโลหิตต่ำโดย Systolic ต่ำกว่า 90 mmHgและ Diastolic ต่ำกว่า 60 mmHg
Orthostatic hypotension หมายถึง ความดันโลหิตตกในท่ายืน
คําแนะนําดูแลแก่ผู้ท่ีมีภาวะความดันโลหิตต่ำ
จัดให้ผู้ป่วยนอนพัก
ควรมีการตรวจสัญญาณชีพ
ในผู้ท่ีต้องนอนนาน ๆ ควรป้องกันภาวะวิงเวียนขณะลุก โดยค่อย ๆ ลุกนั่งและ
ยืนช้า ๆ เพื่อให้ร่างกายได้มีการปรับตัวทัน
สําหรับผู้ท่ีมีร่างกายแข็งแรง แต่มีความดันโลหิตค่อนข้างต่ำ ควรดูแลตนเองโดย
การออกกําลังกายอย่างสม่ำเสมอ