Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การป้องกันและการควบคมุ การติดเชื้อ - Coggle Diagram
การป้องกันและการควบคมุ การติดเชื้อ
1.1 วงจรการติดเชื้อ
1.1.1เชื้อก่อโรค (Infectious agent)
แบ่งออกได้เป็น 5 ชนิด
1) แบคทีเรีย
2) โปรโตซัว
3) เชื้อรา
4) ไวรัส
5) พยาธิ
1.1.2 แหล่งกักเก็บเชื้อโรค (Reservoir)
เป็นแหล่งที่ให้เชื้อโรคเจริญเติบโตและมี การขยายตัว
1.1.3ทางออกของเชื้อ (Portal of exit)
1.1.4 หนทางการแพร่กระจายเชื้อ (Mode of transmission)
1.1.5 ทางเข้าของเชื้อ (Portal of entry)
1.1.6 ความไวในการรับเชื้อของบุคคล (Susceptible host)
1.2 ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
1.2.1 ความเครียด (Stress)
ถ้าบุคคลมีความเครียดเกิดขึ้น จะมีความไวต่อการติดเชื้อได้ง่ายกว่าคนปกติ
1.2.2 ภาวะโภชนาการ
บุคคลที่ได้รับอาหารครบถ้วนความไวต่อการติดเชื้อจะน้อยกว่าคนที่ขาด อาหาร
1.2.3 ความอ่อนเพลีย
พบว่าคนที่อ่อนเพลีย พักผ่อนไม่เพียงพอจะติดเชื้อง่ายกว่า และมีความต้านทานต่อเชื้อโรคน้อยกว่า
1.2.4 ความร้อนหรือเย็น
คนที่ได้รับความร้อนหรือเย็นจัดจนเกินไปมีความไวต่อการติดเชื้อ มากกว่าคนที่อยู่ในอุณหภูมิปกติ
1.2.5 โรคภูมิแพ้หรือโรคเรื้อรัง
คนที่มีอาการแพ้ต่าง ๆ หรือมีโรคเรื้อรัง มีความต้านทานต่ำกว่า คนปกติ
1.2.6 เพศ
1.2.7 กรรมพันธุ์
1.2.8 อายุ
1.2.9 การรักษาทางการแพทยบางชนิด
1.2.10 อาชีพ
1.3 การติดเชื้อในโรงพยาบาล
1.3.1 องค์ประกอบของการติดเชื้อในโรงพยาบาล
1) เชื้อโรค ส่วนใหญ่เป็นเชื้อประจำถิ่น หรือเชื้อที่พบบในร่างกายผู้ป่วยเอง
2) คน ผู้ที่ติดเชื้อในโรงพยาบาลส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วย แต่อาจจะเป็นบุคลากรใน โรงพยาบาลก็ได้
3) สิ่งแวดล้อม
1.3.2 การแพร่กระจายเชื้อ
1) การแพร่กระจายเชื้อโดยการสัมผัส
(1) การแพร่กระจายเชื้อโดยการสัมผัสโดยตรง
(2) การแพร่กระจายเชื้อโดยการสัมผัสโดยอ้อม
2) การแพร่กระจายเชื้อโดยฝอยละออง
3) การแพร่กระจายเชื้อทางอากาศ
4) การแพร่กระจายเชื้อโดยการผ่านสื่อนํา
5) การแพร่กระจายเชื้อโดยสัตว์พาหนะ
1.4 การทำลายเชื้อ และการทำให้ปราศจากเชื้อ
1.4.1 การทำลายเชื้อ (Disinfection)
หมายถึง การกําจัดเชื้อจุลชีพบางชนิดที่แปดเปื้อนผิวหนัง อุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องใช้ทางการแพทย์ หรือพื้นผิวต่างๆ โดยใช้สารเคมี หรือใช้วิธีการทาง กายภาพ
มีด้วยกันหลายวิธี ดังนี้
1) การล้าง
2) การต้ม
3) การใช้สารเคมี
4) การใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ
(1) การล้างมือธรรมดา (Normal hand washing) ใช้สบู่ก้อนหรือสบู่เหลว การล้างมือหลังสัมผัสผู้ป่วยหรือสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อโรค
(2) การล้างมือก่อนทำหัตถการ (Surgical handwashing)
(5) การทำความสะอาดฝีเย็บก่อนคลอด หรือก่อนการตรวจภายใน
(3) การเตรียมผิวหนัง
(4) การทำแผล ล้างแผลให้สะอาดด้วย Steriled normal saline
(6) การสวนล้างช่องคลอด
(7) การทาช่องคลอดก่อนผ่าตัด
ระดับการทำลายเชื้อ แบ่งออกตามประสิทธิภาพในการทำลายเชื้อได้เป็น 3 ระดับ
1.การทำลายเชื้อระดับสูง (High-level disinfection) สามารถทำลายจุลชีพก่อโรคได้ ทุกชนิด
2.การทำลายเชื้อระดับกลาง (Intermediate-level disinfection) การทำลายเชื้อวิธีนี้ สามารถทำให้เชื้อ Mycobacterium tuberculosis เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส และเชื้อราอ่อนกําลังลงจนไม่ ก่อให้เกิดอันตรายต่อมนุษย์ แต่ไม่สามารถทำลายสปอร์ของเชื้อแบคทีเรียได้
3.การทำลายเชื้อระดับต่ำ (Low-level disinfection) สามารถทำลายเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส และเชื้อราบางชนิด แต่ไม่สามารถทำลายเชื้อที่มีความคงทนได้
1.4.2 การทำให้ปราศจากเชื้อ (Sterilization)
หมายถึง กระบวนการในการทำลายหรือขจัด เชื้อจุลชีพทุกชนิดรวมทั้งสปอร์ของเชื้อแบคทีเรียจากเครื่องมือทางการแพทย์
สําหรับวิธีการทําให้อุปกรณ์
ปราศจากเชื้อแบ่งออกได้เป็น 2 วิธีใหญ่ ๆ คือ
1) วิธีการทางกายภาพ
(1) การใช้ความร้อน
การเผา(Incineration)
การใช้ความร้อนแห้ง (Dry heat)
การต้ม (Boiling)
การใช้ความร้อนชื้น (Moist heat)
(2) การใช้รังสี (Ionizing radiation)
2) วิธีการทางเคมี(Chemical method)
(1) การใช้แก๊ส ได้แก่ Ethylene oxide gas และ Formaldehyde gas
(2) การใช้ High-level disinfectant ได้แก่ Glutaraldehyde, Hydrogen peroxide และ Peracetic acid
วิธีการเก็บรักษาที่ดีมีดังนี้
เก็บไว้ในตู้มีฝาปิดมิดชิด ไม่มีแมลงหรือสัตว์เข้าไปรบกวน
เก็บไว้ในที่แห้ง ห่างจากอ่างล้างมือหรือบริเวณที่เปียกชื้น
เก็บไว้ในปริมาณพอเหมาะ พอใช้ ไม่ควรสะสมไว้มากเกินไป
วัสดุปราศจากเชื้อห่อพลาสติกหรือกระดาษ ไม่ควรเอายางรัดเพราะจะทำให้วัสดุห่อหุ้มฉีกขาด
วัสดุที่ห่อและทำให้ปราศจากเชื้อในสถานพยาบาล ต้องใช้ในกําหนดเวลา หากห่ออุปกรณ์ หมดอายุจะต้องนํากลับไปห่อใหม่และทำให้ปราศจากเชื้ออีกครั้งก่อนนําไปใช้
1.5 การควบคมุ การแพร่กระจายเชื้อ
มี2 ประเภท
1.5.1 Standard precautions
การปฏิบัติตามหลัก Standard precautions ประกอบด้วย
1)ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่หรือสบู่ยาฆ่าเชื้อทุกครั้ง
(1) การล้างมือธรรมดา (Normal hand washing)
4 มือสองข้างจับล็อคกัน ให้ฝ่ามืออีกข้างถูหลังนิ้วมือและนิ้วมือถูนิ้วมือ
5 ฟอกหัวแม่มือโดยรอบ ด้วยฝ่ามือ
3ฝ่ามือถูฝ่ามือและกางนิ้วมือ เพื่อถูง่ามนิ้วมือ
6 ใช้ปลายนิ้วมือถูฝ่ามือทำสลับกันทั้ง 2 ข้าง
2ฝ่ามือถูหลังมือและกางนิ้วมือ เพื่อถูง่ามนิ้วมือ
7 ถูรอบข้อมือทั้ง 2 ข้าง
1เปิดน้ำให้ราดมือทั้งสองข้าง ฟอกด้วยสบู่ให้ทั่วมือ โดยหันฝ่ามือถูฝ่ามือ
(2) การล้างมือภายหลังสัมผัสผู้ป่วยหรือสิ่งปนเปื้อนเชื้อโรค (Hygienic hand washing)
(3) การล้างมือก่อนทำหัตถการ (Surgical hand washing)
(4) การใช้ Alcohol hand rub ทดแทนการล้างมือในกรณีเร่งด่วน หรือในบริเวณที่ไม่ มีอ่างล้างมือ
2) สวมเครื่องป้องกันเมื่อคาดว่าจะสัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่งผู้ป่วย
(2) เสื้อคลุม
(3) ผ้าปิดปากและจมูก
(1) ถุงมือ
3) หยิบจับอุปกรณ์ที่มีคมที่ใช้กับผู้ป่วยด้วยความระมัดระวัง
4) ทำความสะอาดสิ่งแวดล้อมที่เปื้อนเลือดหรือสารคัดหลั่งอย่างถูกวิธี
5) บรรจุผ้าเปื้อนในถุงพลาสติกผูกปากถุงให้
6) ทำความสะอาดและทำลายเชื้อ หรือทำให้ปราศจากเชื้ออุปกรณ์การแพทย์ทุกชิ้นที่ใช้ กับผู้ป่วยแล้ว
7) หลีกเลี่ยงการเกิดบาดแผลขณะปฏิบัติงาน
1.5.2 Transmission-base precautions
คือ การป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อที่ทำให้ เกิดโรคตามทางที่เชื้อออกจากตัวผู้ป่วย และทางที่จะเข้าสู่บุคคล
มี3 วิธี
2) การป้องกันการแพร่กระจายเชื้อจากฝอยละอองน้ำมูกน้ำลาย
(3) หากไม่มีห้องแยกและไม่สามารถจัดให้ผู้ป่วยอยู่รวมกันได้ ควรจัดระยะห่างระหว่าง เตียง ไม่น้อยกว่า 3 ฟุต
(4) ผู้ที่จะเข้าไปในห้องผู้ป่วยหรือดูแลผู้ป่วยต้องใส่ ผ้าปิดปาก-จมูก เมื่อให้การดูแล ผู้ป่วยในระยะ 3 ฟุต
(2) ผู้ป่วยด้วยโรคเดียวกัน จัดให้อยู่ห้องเดียวกันได้
(5) จํากัดการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย หากจําเป็นควรให้ผู้ป่วยใส่ผ้าปิดปาก-จมูกชนิดชนิดใช้ แล้วทิ้ง
(1) แยกผู้ป่วยไว้ในห้องแยก
3) การป้องกันการแพร่กระจายเชื้อจากการสัมผัส (Contact precautions)
(3) สวมเสื้อคลุม
(4) จํากัดการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย
(2) ถอดถุงมือและล้างมือด้วยสบู่ผสมน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนออกจากห้องผู้ป่วย
(5)หากไม่สามารถแยกอุปกรณ์ได้ต้องทำความสะอาดและทำลายเชื้อก่อนนําไปใช้กับผู้ป่วยรายอื่น
(1) สวมถุงมือเมื่อให้การดูแลผู้ป่วย
1) การป้องกันการแพร่กระจายเชื้อทางอากาศ (Airborne precautions)
(3) อากาศภายในห้องแยกควรถูกดูดออกภายนอกโดยตรง
(4) ผู้ที่จะเข้าไปในห้องผู้ป่วยหรือดูแลผู้ป่วยต้องใส่ผ้าปิดปาก-จมูก ชนิด N95
(2) ผู้ป่วยด้วยโรคเดียวกัน จัดให้อยู่ห้องเดียวกันได้
(5) จํากัดการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ในกรณีความจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกนอกห้อง ให้ผู้ป่วยใส่ผ้าปิดปาก-จมูก
(1) แยกผู้ป่วยที่เป็นโรคติดต่อ
การควบคุมการแพร่กระจายเชื้อ
4) การทำลายเชื้อและการทำให้ปราศจากเชื้อต้องกระทำอย่างถูกต้อง
5) การใช้ยาต้านจุลชีพอย่างถูกต้องและมีนโยบายที่แน่นอน
3) สิ่งแวดล้อม อาคาร สถานที่ ควรให้สะอาดและแห้ง
(1) การทำลายขยะ
(2) การแยกขยะในโรงพยาบาล
6) การเฝ้าระวังการติดเชื้อในโรงพยาบาล
2) ผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันโรคน้อย ควรจะแยกจากแหล่งของเชื้อโรค และพยายามรักษาสาเหตุที่ ทำให้ภูมิคุ้มกันโรคเสียไป
7) การติดเชื้อของบุคลากรในขณะปฏิบัติงานในโรงพยาบาล
1)กําจัดเชื้อโรค
1.6 กระบวนการพยาบาลในการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ
1.6.2 การวินิจฉัยทางการพยาบาล (Nursing diagnosis)
1.6.3 การวางแผนและให้การพยาบาล (Planning and Implementation)
1.6.1 การประเมินความเสี่ยงต่อการติดเชื้อของผู้ป่วย (Assessment)
1.6.4 การประเมินผลการพยาบาล (Evaluation)