Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การพยาบาลมารดาที่มีภาวะแทรกซ้อนหลังคลอด (ภาวะติดเชื้อหลังคลอด Puerperal…
การพยาบาลมารดาที่มีภาวะแทรกซ้อนหลังคลอด (ภาวะติดเชื้อหลังคลอด Puerperal Infection)
การอักเสบของเยื่อบุในอุ้งเชิงกราน (Parametritis , Pelvic cellulitis)
ความหมาย
เป็นการอักเสบติดเชื้อ ที่เกิดจากการแพร่กระจายของการติดเชื้อที่ช่องคลอดหรือปากมดลูกมาทางต่อมน้ำเหลือง ไปยัง parametrium หรือมีการลุกลามโดยตรงของ การติดเชื้อบริเวณปากมดลูกที่ฉีกขาดจนถึงฐานของ broad ligament มายัง parametrium และเป็นการติดเชื้อที่แพร่กระจายออกมาจาก pelvic thrombophlebitis
สาเหตุ
มีการติดเชื้อที่ช่องคลอด หรือปากมดลูก ซึ่งทวีความรุนแรง หรือเป็นอยู่นานโดยไม่ได้รับการดูแลรักษา ทำให้เกิดการติดเชื้อลุกลาม
การวินิจฉัย
จากอาการและอาการแสดง
พบมีไข้สูง 38.9 - 40 องศาเซลเซียส
หนาวสั่น มักเป็นเกิน 7 วันขึ้นไป
กดเจ็บที่ท้องน้อย อาจเป็นด้านใดด้านหนึ่ง
ตรวจภายในพบมดลูกโต และเคลื่อนไหวได้น้อย
การตรวจทางช่องคลอดร่วมกับการตรวจ ทางทวารหนัก (rectovaginal exame) พบparametrium ตึง หนา และกดเจ็บ
หากเป็นมากอาจพบ ฝีหนองที่เหนือ poupart’s ligament และที่ cul
de sac ได้ หายใจเร็วตื้น กระหายน้ำ อย่างรุนแรง ท้องอืด คลื่นไส้อาเจียน
การรักษา
ให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดโดยให้พวก broad - spectrum antibiotic และจึงเลือกให้เมื่อผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ชี้ชัดว่าติดเชื้อตัวใด
การพยาบาล
สังเกตการเปลี่ยนแปลงของอาการอย่างใกล้ชิดได้แก่คลำหน้าท้องเพื่อดูอาการกดเจ็บ ดูผ้าอนามัยและบริเวณฝีเย็บ สี กลิ่น และอาการบวมเลือด สัญญาณชีพ
จัดท่าให้นอน Semi - fowler
ดูแลให้ได้รับยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำตามแผนการรักษา
ดูแลให้ได้รับน้ า ประมาณวันละ 3,000 - 4,000 มิลลิลิตร
ให้กำลังใจ พูดคุยเปิดโอกาสให้ซักถาม และอธิบายถึงพยาธิสภาพของโรค อาการแสดง และการรักษาพยาบาลอย่างคร่าว ๆ
แนะนeการปฏิบัติตัว ขณะอยู่โรงพยาบาลและเมื่อกลับบ้าน
การอักเสบของเยื่อบุช่องท้อง (Peritonitis)
ความหมาย
เป็นภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงแต่พบได้น้อย เป็นการอักเสบของเยื่อบุช่องท้องที่เชื้อลุกลามมาจากการ อักเสบของเยื่อบุโพรงมดลูก หรือเยื่อบุอุ้งเชิงกราน ไปตามท่อน้ำเหลือง หรือทางแผลผ่าตัดในมดลูกจนทำให้เกิด
septicemia ได้
สาเหตุ
มีการอักเสบติดเชื้อในโพรงมดลูก
แผลผ่าตัดในมดลูกแยก หรือเนื้อเน่าเปื่อย
การอักเสบของเยื่อบุในอุ้งเชิงกราน
ฝีที่ท่อนำไข่และรังไข่แตก
การวินิจฉัย
จากอาการและอาการแสดง
คลื่นไส้อาเจียน
มีไข้สูง อุณหภูมิ 39 - 40.5 องศาเซลเซียส
มีอาการท้องอืด กดเจ็บผนังหน้าท้อง หน้าท้อง โป่งตึง ปวดท้อง
ท้องเสีย
ชีพจร 160 ครั้ง/นาที
ลำไส้ไม่เคลื่อนไหว
อันตรายจะเพิ่มมากขึ้น ถ้าพบมีฝีหนองร่วมด้วยที่ cul de sac , subdiaphragmatic space การตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพาะเชื้อจากเลือดในกรณีที่มีไข้สูง พบเชื้อแบคทีเรียในกระแสเลือด
การรักษา
งดน้ำและอาหารทางปาก
ให้สารต้านจุลชีพหลายอย่างรวมกัน ให้เหมาะสม
ให้ gastric suction เพื่อลด distension จะทำให้ผู้ป่วยสบายขึ้น
ผ่าตัด ถ้าอาการไม่ดีขึ้นอาจต้องตัดมดลูกล้างเอาหนองออก และแก้ไขการอุดตัน ที่เกิดจากmechnical obstruction
ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำให้เพียงพอ แก้ไขภาวะพร่องของกรด-ด่าง และภาวะซีด ตรวจติดตามและป้องกันภาวะ shock
ให้ยาแก้ปวด
การพยาบาล
ดูแลให้ได้รับยาปฏิชีวินะ และสารน้ำทางหลอดเลือดดำ ตามแผนการรักษา
ประเมินเสียงการเคลื่อนไหวของล าไส้ ถ้ามีท้องอืดควรรายงานแพทย์
ให้นอนท่า semi-fowler เพื่อให้หน้าท้องหย่อนและให้หนองมารวมอยู่ใน cul-de-sac
ดูแลให้ยาแก้ปวด ตามแผนการรักษา
ตรวจและบันทึกสัญญาณชีพ เพื่อประเมินภาวะการติดเชื้อ
แนะนำและระมัดระวังเทคนิคปราศจากเชื้อ ล้างมือให้สะอาด โดยเฉพาะเมื่อจับต้องผ้าอนามัย เสื้อผ้า เครื่องใช้ต่าง ๆ
ให้การพยาบาลตามอาการ แนะนำการปฏิบัติตัวขณะอยู่โรงพยาบาลและกลับบ้าน
ให้กำลังใจ ลดความวิตกกังวล
การอักเสบของเยื่อบุโพรงมดลูก (Endometritis , Metritis)
ความหมาย
เป็นการอักเสบติดเชื้อของเยื่อบุโพรงมดลูกชั้น endometrium มักเริ่มจากบริเวณที่ฝังตัวของรกแล้วลามไปยังเยื่อบุโพรงมดลูกที่อื่น ทำให้มีการเกิดเนื้อเยื่อที่เน่าเปื่อยและมี discharge จากช่องคลอดมีกลิ่นเหม็นอาจมีเลือดออกทางช่องคลอด หลังจากรกคลอดแล้ว
สาเหตุ
การตรวจภายใน
ถุงน้ำคร่ำแตกก่อนการเจ็บครรภ์จริง
การเจ็บครรภ์คลอดที่ยาวนาน
การผ่าตัดที่มดลูก
การตรวจ Internal electrical monitoring
การวินิจฉัย
จากการตรวจร่างกาย
จะตรวจพบระดับยอดมดลูกโตกว่าที่ควรจะเป็น
กดเจ็บที่มดลูกหรือปีกมดลูกทั้งสองข้าง หรือข้างใดข้างหนึ่งเมื่อตรวจทางช่องคลอด และเจ็บที่ข้าง คอมดลูก หรือเป็น parametritis เมื่อตรวจทางทวารหนัก
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
เพาะเชื้อจากบริเวณที่ติดเชื้อ
การเจาะเลือดตรวจพบว่ามีภาวะ
leukocytosis ตั้งแต่ 15,000 - 30,000 cell per ค่า neutrophils สูงขึ้น
จากอาการและอาการแสดง
มีไข้สูง อุณหภูมิมากกว่า 38.3 องศาเซลเซียส
การที่มีไข้หนาวสั่นมักพบร่วมกับภาวะ bacteremia และชีพจรเต้นเร็ว
ปวดท้องน้อย น้ าคาวปลามีกลิ่นเหม็น แต่ถ้าเกิดจากเชื้อ
hemolytic streptococci น้ำคาวปลาอาจน้อยและไม่มีกลิ่น
การรักษา
การติดเชื้อของมดลูกหลังคลอด ส่วนใหญ่ตอบสนองดีต่อการให้ยาปฏิชีวนะ
ยกเว้น มีภาวะแทรกซ้อน เช่น parametrial phlegmons การติดเชื้อที่แผลผ่าตัด การมีถุงหนองในอุ้งเชิงกราน
การให้ยาปฏิชีวนะ ควรคำนึงถึง ชนิดของยาต้องเลือกให้ตรงกับเชื้อ และขนาดของยาซึ่งอาจต้องเพิ่ม เพราะ ปริมาณเลือดเพิ่มขึ้นกว่าก่อนตั้งครรภ
ดังนั้นต้องเลือกใช้ยาที่มีอ านาจท าลายเชื้อทั้ง 2 ประเภท เช่น penicillin ร่วมกับ aminoglycoside
การพยาบาล
ดูแลให้นอนพักผ่อนมากที่สุด
แนะนำให้งดการมีเพศสัมพันธุ์ และงดสวนล้างช่องคลอด
แนะนำและดูแลให้ได้รับยาปฏิชีวนะตามแผนการรักษาเน้นการรับประทานยาให้ครบถ้วน และสังเกตอาการข้างเคียงที่อาจเป็นได้
ดูแลให้รับประทานอาหารให้เพียงพอ และมีคุณภาพ
จัดให้นอนท่า fow ler’s ช่วยให้น้ำคาวปลาไหลสะดวก ป้องกันการขังของน้ำคาวปลาที่มีเชื้อ
ในรายที่มีอาการรุนแรง อาจได้รับสารน้ าทางหลอดเลือดดำ ร่วมกับ oxytocin เพื่อกระตุ้น ให้มดลูกหดรัดตัว ดูแลให้ได้รับตามแผนการรักษา
7 ถ้ามีอาการปวดมดลูกรุนแรง หรือไม่สุขสบายจากการปวดท้อง ให้ยาแก้ปวดตามแผนการรักษา
ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ อาจต้องแยกหญิงหลังคลอด
แนะนำการทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธุ์ และล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ
การติดเชื้อบริเวณฝีเย็บ (Localizied infection)
ความหมาย
การติดเชื้อบริเวณแผลฝีเย็บหรือบริเวณที่มีการฉีกขาดของฝีเย็บ ช่องคลอดหรืออวัยวะสืบพันธุ์ภายนอก ซึ่งเป็นการติดเชื้อเฉพาะที่ที่พบบ่อยที่สุด แต่มักไม่รุนแรงมากนัก
สาเหตุ
เกิดจากการปนเปื้อนของแบคทีเรีย ขณะคลอด
การวินิจฉัย
จากอาการและอาการแสดง พบว่า จะมีไข้หลังวันที่ 2 ของการคลอด เจ็บแผลฝีเย็บมาก แผลมีการอักเสบ บวมแดง บางครั้งเป็นฝีหนอง และแผลจะแยกออกจากกัน อาจมีอาการปัสสาวะล าบาก และปัสสาวะ
ไม่ออกได้
การรักษา
การให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำ
ถอดไหมที่เย็บและเปิดแผลทั้งหมด
ใช้ยาชา 1% xylocain jelly ทาที่แผล
ทำความสะอาดแผลวันละ 2 ครั้ง ด้วย betadine
ตัดเนื้อเยื่อที่ตายออกทั้งหมด
ให้ hot sitz bath วันละหลายครั้ง ด้วยน้ าผสมเกร็ดด่างทับทิม หรือน้ าเกลือ หรือให้ infrared light
ประเมินลักษณะแผล ถ้าแผลสีชมพูค่อนข้างแดง ให้เย็บฝีเย็บโดยยึดหลักปราศจากเชื้อ
การพยาบาล
เมื่อแผลติดดีขึ้น ความเจ็บปวดน้อยลง ให้นั่งแช่ก้นวันละ 2 - 3 ครั้ง เพื่อให้หนองไหลได้ดี และแผลสะอาด หลังการแช่ก้นแล้วให้อบไฟ จะช่วยให้แผลหายเร็ว รู้สึกสบายขึ้น
ดูแลทำความสะอาดบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอก โดยยึดเทคนิคปราศจากเชื้อ
ดูแลให้ยาแก้ปวดตามแผนการรักษา
ติดตามประเมินแผลฝีเย็บทุกวัน โดยให้หญิงหลังคลอดนอนตะแคง ดึงแก้มก้นขึ้นไป ตรวจดูอาการแดง บวม จำนวนและชนิดของสิ่งที่ซึมจากแผล ประเมิน ความเจ็บปวด
กระตุ้นให้ลุกเดินบ่อย ๆ เพื่อช่วยให้เลือดไปเลี้ยงแผลได้ดีขึ้น
แนะนำให้เปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อย ๆ เมื่อชุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเปื้อนหนองที่ไหลออกมา เพราะถ้าทิ้งไว้นาน อาจมีการปนเปื้อนเกิดการติดเชื้อใหม่
ตรวจและบันทึกสัญญาณชีพทุก 4 ชั่วโมง เพื่อประเมินอาการไข้
ให้กำลังใจ อธิบายถึงพยาธิสภาพของการติดเชื้อบริเวณฝีเย็บ การรักษา และการปฏิบัติตน เพื่อลดความวิตกกังวล และให้ความร่วมมือ