Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
บทที่ 8, นางสาวสุทธิตา ติ๊บปะละวงศ์ 6001210996 เลขที่ 43 Sec.B - Coggle…
บทที่ 8
8.1 การแจ้งข่าวร้าย(Breaking a bad news)
ผู้แจ้งข่าวร้าย
แพทย์ที่มีการฝึกฝนและมีประสบการIN
ปฏิกิริยาจากการรับรู้ข่าวร้าย
ระยะปฏิเสธ(Denial)
“ไม่จริงใช่ไหม” หรือ “คุณหมอแน่ใจรึเปล่าว่าผลการตรวจถูกต้อง”
ระยะโกรธ (Anger)
“ทำไมต้องเกิดขึ้นกับเรา” “ไม่ยุติธรรมเลย ทำไมต้องเกิดกับเรา” ถ้าแพทย์หรือ ผู้เกี่ยวข้องไม่เข้าใจ ก็อาจจะโกรธตอบและหลีกเลี่ยงการเข้าไปดูแล
3.ระยะต่อรอง(Bargaining)
“อยากเห็นลูกเรียนจบก่อน” “ฉันรู้ว่ามันร้ายแรง คงรักษา ไม่หาย แต่ฉันอยาก.”...
ระยะซึมเศร้า(Depression)
ออกห่างจากสังคมรอบข้าง เบื่อหน่าย ตัวเก็บไม่ค่อยพูดคุย
หงุดหงิดง่าย คิดหมกมุ่น เกี่ยวกับความตาย
5.ระยะยอมรับ(Acceptance)
ครอบครัวให้ สามารถตัดสินใจเลือกแนวทางการดูแลผู้ป่วย การให้ความร่วมมือและวางแผนร่วมกับทีมดูแล ไปสู่ การวางแผนการดูแลล่วงหน้า(Advanced care plan) และ บันทึกการแสดงเจตนารมณ์ล่วงหน้าก่อนตาย(Advanced directive) หลังจากที่แพทย์แจ้งข่าวร้ายแก่ผู้ป่วยและญาติโดยการประชุมครอบครัว(Family meeting) แล้ว
พยาบาลมีบทบาทดังนี้
1.สร้างสัมพันธภาพที่ดีกับผู้ป่วยและครอบครัว
2.รับฟังผู้ป่วยและญาติด้วยความตั้งใจ เห็นใจ เปิดโอกาสให้ได้ซักถามข้อสงสัย
3.ให้ความช่วยเหลือประคับประคองจิตใจ
4.ในระยะโกรธ ควรยอมรับพฤติกรรมทางลบของผู้ป่วยและญาติโดยไม่ตัดสินให้โอกาสในการระบายความรู้สึก
5.ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับข้อมูล
6.สะท้อนคิดเกี่ยวกับการอยู่กับปัจจุบัน ปัจจุบันให้ดีที่สุด
7.หนทางที่เป็นจริงและตระหนักว่าการมีชีวิตอยู่เพื่อใคร
8.ช่วยเหลือในสิ่ง ต้องการและส่งเสริมให้ครอบครัวมีส่วนช่วยในการดูแลผู้ป่วย
9.ปกป้องศักดิ์ศีรความเป็นมนุษย์ หลักจริยธรรมในการปฏิบัติการพยาบาล
10.ให้ความมั่นใจกับผู้ป่วยและญาติว่า แพทย์และทีมสุขภาพทุกคนจะให้การดูแลอย่างดีที่สุด
11.ให้ผู้ป่วยและญาติมีส่วนร่วมในการตัดสินใจการรักษา
12.ช่วยเหลือในการปฏิบัติกิจกรรมทางศาสนาตามความเชื่อ
ให้การช่วยเหลือในการจัดการสิ่งที่ค้างคาเพื่อให้ผู้ป่วยจากไปอย่างสงบใจ
ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล
สัมพันธภาพทางสังคมไม่เหมาะสม (ก้าวร้าว ด่าว่า เอะอะโวยวาย) เนื่องจากไม่สามารถยอมรับความเจ็บป่วยรุนแรงได้
มีภาวะซึมเศร้าเนื่องจากไม่สามารถแสดงบทบาทหัวหน้าครอบครัวได้จากการเจ็บป่วยรุนแรง
มีความเครียดสูงเนื่องจากได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคร้ายแรง
ไม่สามารถยอมรับสภาพความเป็นจริงเมื่อถึงวาระสุดท้ายของชีวิต
หมดกำลังใจในการต่อสู้กับโรคที่เป็นเนื่องจากไม่มีความหวังในการรักษา
ท้อแท้ ผิดหวังต่อโชคชะตาเนื่องจากคิดว่าถูกพระเจ้าลงโทษหรือไม่ได้รับความช่วยเหลือจากสิงศักดิ์สิทธิ์
กลัวตาย
การเผชิญปัญหาและการปรับตัวของครอบครัวไม่มีประสิทธิภาพเนื่องจากครอบครัวต้องเผชิญกับการเจ็บป่วย
รุนแรงของผู้ป่วย
เศร้าโศกทุกข์ใจเนื่องจากสูญเสียบุคคลที่มีความสำคัญต่อตน
หวาดกลัวต่อสิ่งต่างๆเนื่องจากขาดสิ่งยึดเหนี่ยวทางด้านจิตใจ
8.2 ประเด็นทางจรยธรรมในการดแลผู้ป่วยวกฤต และการดแลระยะท้ายของชวิต(End of life care in ICU)
ข้อสังเกตเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายหรือ palliative careในหอผู้ป่วยวิกฤต
. 1.มีการดูแลในหอผู้ป่วยวิกฤตน้อยกว่าหอผู้ป่วยอื่นๆ
2.ผู้ป่วยที่มีอาการไม่สุขสบายและไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสมมากกว่าหอผู้ป่วยอื่นๆ
มีการสื่อสารในหัวข้อแผนการรักษาน้อยกว่าผู้ป่วยอื่นในโรงพยาบาล
ความแตกต่างระหว่างการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายในหออภิบาลผู้ป่วยวิกฤตและทั่วไป
1. Professional culture
การตายของผู้ป่วยอาจทำให้ทีมสุขภาพรู้สึกว่าเป็นความล้มเหลว
อาจเกิดภาวะหมดไฟ (burn out)
2. ความคาดหวังของผู้ป่วยและครอบครัว
ขาดการเตรียมตัวเพื่อรับมือกับภาวะสุขภาพที่ทรุดลง
ส่งผลให้มีความคาดหวังสูงที่จะดีขึ้นจากภาวการณ์เจ็บป่วยที่รุนแรง
มีแนวโน้มที่จะไม่ต้องการการรักษาแบบ
palliative care ต่างจากผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ได้รับการดูแลแบบ palliative มาก่อนหน้านี้
3. ความไม่แน่นอนของอาการ
แย่ลงก็จะสามารถกลับมาดีขึ้นเหมือนเดิมได้ ซึ่งอาจจะไม่เป็นความ
จริงเสมอไป
4. Multidisciplinary team
มีความเป็นไปได้สูงที่ผู้ป่วยจะไม่ได้รับการดูแลแบบ palliative care
5. ผู้ป่วยในหอผู้ป่วยวิกฤติมีอาการไม่สุขสบายหลายอย่างและมีแนวโน้มถูกละเลย
เนื่องจากทีมสุขภาพมักมุ่งประเด็นไปที่การหายของโรคมากกว่าความสุขสบายของผู้ป่วย
6. ทรัพยากรมีจำกัด
การใช้จึงควรพิจารณาใช้กับ
ผู้ป่วยที่มีโอกาสจะรักษาให้อาการดีขึ้นได้ ไม่ใช้กับผู้ป่วยวิกฤติทุกราย
7. สิ่งแวดล้อมในหออภิบาลผู้ป่วยวิกฤต
ไม่เหมาะกับการเป็นสถานที่สุดท้ายก่อนผู้ป่วยจะจากไป
หลักการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายในหออภิบาลผู้ป่วยวิกฤติ
1. ทีมสุขภาพที่ทำงานในไอซียูเป็นผู้เริ่มลงมือด้วยตนเอง
วิธีเหล่านี้มีข้อดี คือ ผู้ป่วยทุกคนจะได้รับการดูแลแบบ palliative care โดยไม่จำเปrนต้องมีเกณฑ์
ข้อจำกัด คือ รูปแบบการดูแลแบบนี้ยังไม่มีหลักฐานว่าสามารถลดอัตราการครองเตียงได
palliative care ในหอผู้ป่วยวิกฤตสำหรับทีมสุขภาพ
คือ “ABCD” ประกอบด้วย
Attitude หมายถึง ทัศนคติของทีมสุขภาพ
Behavior หมายถึง การปฏิบัติต่อผู้ป่วยและญาติ
Compassion หมายถึง มีความปรารถนาที่จะช่วย
Dialogue หมายถึง เนื้อหาของบทสนทนาควรมุ่งเน้นที่ตัวตนของผู้ป่วย
2. การปรึกษาทีม palliative care ของโรงพยาบาลนั้น ๆ มาร่วมดูแลในผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์
ICU admission after hospital stay at least 10 days
Multi-system/organ failure at least three systems
Diagnosis of active stage IV malignancy (metastatic disease)
Status post cardiac arrest
Diagnosis of intracerebral hemorrhage requiring mechanical ventilation
Terminal dementia
Surprise question "No"
3. แบบผสมผสาน
ควรให้ทีม palliative
care เข้าดูแลร่วมด้วย
องค์ประกอบของการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายในหออภิบาลผู้ป่วยวิกฤต
1. การสื่อสาร
ควรมีแผ่นพับแนะนำครอบครัว
ปิดเครื่องมือสื่อสารทุกครั้งที่พูดคุยกับครอบครัว
หลีกเลี่ยงคำศัพท์แพทย์
ให้เกียรติครอบครัว
มีความเห็นใจ
บทสนทนาควรเน้นที่ตัวตนของผู้ป่วยมากกว่าโรค
ปล่อยให้มีช่วงเงียบ
บอกการพยากรณ์โรคที่ตรงจริงที่สุด
เนื้อหาที่จะพูดคุยนั้นอาจแบ่งตามช่วงเวลา
2. การจัดการอาการไม่สุขสบายต่าง ๆ
การใส่ใจประเมินอาการ และจัดการอาการไม่สุขสบายอย่างเต็มที
3. การวางแผนหรือการตั้งเป้าหมายการรักษา
การใช้ระบบการให้คะแนนที่มีการศึกษามาก่อนหน้านี้ เช่น multiple organ dysfunction score(MODS)
4. การดูแลผู้ป่วยที่กำลังจะเสียชีวิต (manage dying patient)
ญาติสามารถเข้าเยี่ยมได้ใกล้ชิด สงบ และมีความเป็นส่วนตัว แต่ในกรณีที่การเสียชีวิตอาจเกิดขึ้นในเวลาไม่นาน
5. การดูแลจิตใจครอบครัวผู้ป่วยต่อเนื่อง (bereavement care)
ไม่ควรพูดคำบางคำ เช่น “ไม่เป็นไร” “ไม่ต้องร้องไห้”
นางสาวสุทธิตา ติ๊บปะละวงศ์ 6001210996 เลขที่ 43 Sec.B