Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
5.ภาวะขาดออกซิเจนแรกคลอด (Birth Asphyxia) - Coggle Diagram
5.ภาวะขาดออกซิเจนแรกคลอด (Birth Asphyxia)
คือขาดออกซิเจนในทารกแรกเกิด เกิดจากภาวะ hypoxemia, hypercapnia,metabolic acidosis)ทำให้อวัยวะต่างๆได้รับเลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพอเป็นเหตุให้เซลล์และอวัยวะต่าง ๆ สูญเสียหน้าที่หรือตาย หรือในทางปฏิบัตินิยมใช้ APGAR score ที่ 1 นาที ต่ำกว่า 8 ปัญหานี้อาจเกิดขึ้นตั้งแต่ในระยะก่อนคลอด ขณะคลอดหรือหลังคลอด
ปัจจัยที่สัมพันธ์กับภาวะ Birth asphyxia
1.ปัจจัยขณะตั้งครรภ์
อายุมากกว่า 35 ปี หรือน้อยกว่า 16 ปี
โรคเบาหวาน
เลือดออกในระยะตั้งครรภ์
มารดาได้รับยารักษาในการรักษาโรคบางอย่าง เช่น magnesium,adrenergic blockingagents
ติดยาเสพติดหรือสุรา
มีประวัติการตายในระยะเดือนแรกของชีวิต (neonatal death) ในครรภ์ก่อนๆ
PIH /chronic hypertension
Oligohydramnios /Polyhydramnios
Post term gestation
ตั้งครรภ์มากกว่า 1 คน
มารดาป่วยด้วยโรคบางอย่างเช่น โรคหัวใจ ไทรอยด์ เป็นต้น
ทารกในครรภ์มีความพิการ
คลอดก่อนก้าหนดหรือถุงน้ำคร่ำแตกก่อนก้าหนด
ทารกในครรภ์ดิ้นน้อยลง
2.ปัจจัยขณะคลอด
ท่าก้นหรือส่วนน้าผิดปกติ
การติดเชื้อ
การเจ็บครรภ์คลอดยาวนาน
สายสะดือย้อย
มารดาได้รับ sedative หรือยาแก้ปวด
การคลอดโดยการผ่าตัดทางหน้าท้อง
Meconium stain amniotic fluid
จังหวะหรืออัตราการเต้นของหัวใจทารกในครรภ์ผิดปกต
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเมื่อทารกขาดออกซิเจน
สัญญาณชีพอย่างแรกที่จะเกิดขึ้นคือ การหายใจprimary apnea :warning: ระยะแรกทารกจะหายใจเร็วขึ้นชั่วขณะแล้วจึงหยุดหายใจ secondary apnea ทารกมีการหายใจเฮือกไม่สม่้าเสมอ (gasping) แล้วหยุดหายใจ
การประเมินสภาพช่วยวินิจฉัย
1.ประวัติการตั้งครรภ์
ประวัติการตั้งครรภ์ที่ท้าให้เกิดการลดลงเรื้อรังของการแลกเปลี่ยนสารระหว่างทารกและรก
ประวัติการลดลงของออกซิเจนในมารดา ได้แก่ โรคหัวใจและปอด ภาวะหายใจช้าและเบาภาวะพร่องออกซิเจน
ประวัติการลดลงของการไหลเวียนเลือดของมารดาหรือรก ได้แก่มารดามีความดันโลหิตสูง ความดันโลหิตดำ มดลูกหดรัดตัวรุนแรงตลอดเวลา
ประวัติการพร่องของการแลกเปลี่ยนเลือดและออกซิเจนระหว่างทารกและรกทันที
ประวัติการได้รับยาระงับความเจ็บปวดระหว่างคลอด เช่น morphine, pethidine
2.อาการและอาการแสดง
อาการขณะตั้งครรภ์ทารกมีการเคลื่อนไหวมากกว่าปกติ และต่อมาจะมีการเคลื่อนไหวน้อยลงกว่าปกติถ้าติด fetal monitor จะพบ late deceleration ,variable deceleration
ขณะคลอดพบขี้เทาในน้ำคร่ำ
ระยะแรกคลอด แรกคลอดทันทีทารกมี Apgar score ต่ำกว่า 8 ในคะแนนที่ 1 นาที
ทารกมีลักษณะเขียวแรกคลอด ไม่หายใจเอง ตัวนิ่ม อ่อนปวกเปียกปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้น (reflex irritability) ลดลง หัวใจเต้นช้า
อาการการเปลี่ยนแปลงของอวัยวะในระบบต่างๆ
การเปลี่ยนแปลงในปอด ทารกจะมีอาการหายใจหอบ เขียว หรือเกิด persistent fetalcirculation
ระบบการไหลเวียนโลหิต ทารกจะมีหัวใจเต้นเร็ว ซีด หายใจแบบ gasping มีmetabolicacidosis และอุณหภูมิของร่างกายต่่ำ ความดันโลหิตต่้าปากขมุบขมิบ กระพริบตาถี่ ต่อมามีชักเกร็ง กระตุก และกระหม่อมหน้าโป่งตึงเล็กน้อยระดับความรู้สึก
ระบบประสาท ทารกจะซึม หยุดหายใจบ่อย หัวใจเต้นช้า ม่านตาขยายกว้างไม่ตอบสนองต่อแสง ไม่มี doll's eye movement กล้ามเนื้อไม่มีแรง มีการชักที่เรียกว่า :warning: subtle seizure คือ การท้ามุมปากขมุบขมิบ กระพริบตาถี่ :warning: ต่อมามีชักเกร็ง กระตุก และกระหม่อมหน้าโป่งตึงเล็กน้อยระดับความรู้สึกผิดปกติไป ถ้าอยู่ในขั้นหมดสติ ทารกมักเสียชีวิต
ระบบทางเดินอาหาร มีการท้องอืด และมีการท้าลายของเยื่อบุล้าไส้ทำให้เกิดลำไส้เน่าอักเสบชนิด NEC (necrotizingenterocolitis)
ระบบทางเดินปัสสาวะ ทารกจะมีปัสสาวะน้อยลง หรือไม่ถ่ายปัสสาวะหรือถ่ายปัสสาวะเลือด (hematuria) เนื่องจากการเกิด perenal acute renal failure หรือ เกิด bilateral corticalnecrosis
การเปลี่ยนแปลงทาง metabolic ทารกอาจมีอาการชักจากการเกิด hypoglycemia,hypocalcemiaและ hyperkalemia
ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล
เนื้อเยื่อร่างกายขาดออกซิเจนเนื่องจากทารกมีภาวะหายใจลำบาก
การพยาบาล
ช่วยดูดเสมหะเพื่อให้ทางเดินหายใจโล่ง กระตุ้นการหายใจ และจับทารกนอนหงายใช้หมอนรองใต้ไหล่ เพื่อให้ทางเดินหายใจตรง
ให้ออกซิเจนกับทารกตามแผนการรักษา โดยต้องให้ออกซิเจนผ่านน้ำ สังเกตอาการแทรกซ้อนจากการให้ออกซิเจน
รักษาความอบอุ่นให้ร่างกายทารกเพื่อลดการใช้ออกซิเจน
บันทึกอัตราการหายใจ การเต้นของหัวใจ ถ้าพบผิดปกติ ควรรีบรายงานแพทย์
สังเกตอาการของการขาดออกซิเจน เช่น ริมฝีปาก ปลายมือปลายเท้าเขียว หายใจปีกจมูกบาน หายใจออกมีเสียงคราง หน้าอกบุ๋ม ควรรีบรายงานแพทย์
ให้ทารกพักผ่อนอย่างเพียงพอ
ดูแลให้ทารกได้รับการเจาะเลือดเพื่อประเมินระดับออกซิเจนในเลือด ถ้าพบผิดปกติรายงานแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมทันท่วงที
มีโอกาสชักเนื่องจากสมองถูกทำลายจากการขาดออกซิเจน
การพยาบาล
ดูแลให้ความอบอุ่นแก่ทารก ให้ทารกได้พักมากที่สุด เพื่อลดการใช้ออกซิเจน
สังเกตอาการของการขาดออกซิเจน เช่น ริมฝีปาก ปลายมือปลายเท้าเขียว ควรรายงานแพทย์ และให้ออกซิเจนตามแผนการรักษา
เตรียมเครื่องมือช่วยทารกกรณีมีอาการชักเกร็งจากสมองถูกทำลาย เนื่องจากการขาออกซิเจน เช่น ไม้กดลิ้น เครื่องดูดเสมหะด
ถ้ามีอาการของการขาดออกซิเจนมากขึ้น ต้องเตรียมเครื่องช่วยหายใจ สังเกตอาการของสมองถูกทำลาย เกร็ง กระตุก ชัก ถ้าพบต้องรีบให้การช่วยเหลือ
สังเกตและบันทึกระดับการรู้สติของทารก
ให้ยาตามแผนการรักษาพร้อมทั้งสังเกตอาการข้างเคียงของยา
มีโอกาสหัวใจเต้นผิดปกติ ไตทำงานผิดปกติ และเนื้อเยื่อลำไส้ตามเนื่องจากเลือดไปเลี้ยงส่วนปลายไม่เพียงพอ
มีโอกาสเกิดการเจริญเติบโตและพัฒนาการล่าช้าเนื่องจากภาวะเจ็บป่วย
มารดาและบิดาวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเจ็บป่วยของทารกและแผนการรักษาที่ทารกได้รับ