Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ภาวะแปรปรวนทางจิตหลังคลอด (Postpartal psychiatric disorder) - Coggle…
ภาวะแปรปรวนทางจิตหลังคลอด (Postpartal psychiatric disorder)
Inwood (1989)
โรคประสาทหลังคลอด (postpartum major mood disorder)
:check: ซึมเศร้าหลังคลอด (postpartum depression)
โรคจิตหลังคลอด (postpartum psychosis)
อารมณ์เศร้าหลังคลอด (adjustment reaction with depressed mood) :check:postpartum blues , :check: maternal or baby blues
อารมณ์เศร้าหลังคลอด (Postpartum blues , Maternal or baby blues)
อุบัติการณ์
พบได้ร้อยละ 75 ของมารดาหลังคลอด (Old,1996) เกิดอาการได้ภายหลังคลอด 1 - 2 ชั่วโมง ถึง 2 สัปดาห์ โดยเฉลี่ย 3 - 4 วันหลังคลอด
สาเหตุส่งเสริม
การตั้งครรภ์และการคลอด โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์แรก หรือมีภาวะแทรกซ้อน
การเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนของต่อมไร้ท่อ จากการมีฮอร์โมน
:star: โปรเจสเตอโรนลดลงอย่างรวดเร็ว ในระยะหลังคลอด ร่วมกับการมี :star: ระดับของ estradiol cortisol และ prolactin ที่เพิ่มขึ้น
ความเครียดทางจิตใจในระยะหลังคลอด
การเปลี่ยนแปลงในบทบาท การเป็นมารดา ภรรยา
หรือความรู้สึกสูญเสีย ความขัดแย้งในการดำเนินชีวิตประจำวัน
และการตั้งครรภ์ที่ไม่ต้องการ
ความเครียดจากสังคมและสิ่งแวดล้อม เกิดจากความตระหนักกับความรู้สึกของคนอื่น เช่น :pencil2: สามี ญาติ ความผิดหวังในเพศบุตร
การต้องรับภาวะต่าง ๆ ก่อนวัยอันควร เช่น :pencil2: มารดาวัยรุ่น
หญิงหลังคลอดที่มีแนวโน้มในการเกิดภาวะอารมณ์เศร้าหลังคลอด
5.1 หญิงที่มีวุฒิภาวะไม่สมบูรณ์ (Immaturity)
หญิงหลังคลอดวัยรุ่นหรือ
หญิงที่มีอุปนิสัยเป็นเด็กถึงแม้จะโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว
ลักษณะนิสัยชอบพึ่งพาบุคคลใกล้ชิด
5.2 หญิงที่มีความวิตกกังวลสูง (The anxious)
มีความเครียดสูง ปรับตัวยาก
5.3 หญิงที่มีความเป็นคนเจ้าระเบียบ (Perfectionist)
ต้องทำทุกอย่างให้สมบูรณ์
เมื่อรู้สึกว่าตนทำไม่ได้ จะเกิดความวิตกกังวลสูง และผิดหวังมาก
อาการและอาการแสดง
ร้องไห้โดยไม่มีสาเหตุ มีความรู้สึกวิตกกังวลท้อแท้ ตื่นเต้น ความรู้สึกไว เงียบขรึม มีอารมณ์เศร้า
เหงา สับสน อารมณ์รุนแรง สีหน้าไม่สุขสบาย อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร
อาการจะเป็นอยู่ในช่วงเวลาสั้นๆ หลังคลอดและจะหายเอง
อาจมีอาการรุนแรงขึ้น ถ้าไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม
การพยาบาล
ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลบุตร และตนเองในระยะหลังคลอด เพื่อให้หญิงหลังคลอดสามารถปรับตัว
ส่งเสริมให้บุคคลในครอบครัวโดยเฉพาะคู่สมรสช่วยให้กำลังใจ ประคับประคอง ช่วยเหลือกิจกรรมต่างๆในระยะหลังคลอด เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระทำให้มารดาหลังคลอด มีเวลาพักผ่อน คลายความเครียด
คอยสังเกตและบันทึกอาการด้านอารมณ์ของมารดาหลังคลอด เพื่อป้องกันมิให้เกิดอารมณ์เศร้ารุนเเรง
ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด (Postpartum depression)
แตกต่างกับภาวะอารมณ์เศร้าหลังคลอด คือ
:<3: :<3: ภาวะซึมเศร้าหลังคลอดจะมีความรู้สึกรุนแรงกว่า พฤติกรรมที่แสดงออกจะเปลี่ยนไปจากเดิมมาก
อุบัติการณ์
ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด พบได้ร้อยละ 10 ของหญิงหลังคลอด
แม้ว่าจะเกิดขึ้นได้ทุกระยะตลอด 1 ปีแรกหลังคลอด แต่มักเกิดอาการขึ้นมากที่สุดประมาณ 4 สัปดาห์หลังคลอด
ซึ่งเป็นช่วงระยะแรกที่เริ่มมีประจำเดือน หรือเป็นช่วงหย่านม
สาเหตุส่งเสริม
มารดาหลังคลอดครรภ์แรก เนื่องจากขาดประสบการณ์การเลี้ยงดูบุตร หรือได้รับประสบการณ์การคลอดที่ไม่ดี
มารดาที่มีประวัติซึมเศร้าหลังคลอด หรือมีภาวะเจ็บป่วยหลังคลอด
มีความรู้สึกสองฝักสองฝ่ายในการตั้งครรภ์
ขาดการประคับประคองจากญาติ คู่สมรส หรือสังคม
อาการและอาการแสดงจะเริ่มจาก คือ การนอนไม่หลับ ร้องไห้โดยไม่มีสาเหตุ เริ่มซึมเศร้า อาการจะคงอยู่ 3 - 4 สัปดาห์
ระยะที่ 2 เกิดในช่วง 1 - 3 เดือนหลังคลอด
มีการปรับตัวในบทบาทของการเป็น
มารดา การเลี้ยงดูบุตร
ระยะที่ 3 อาจเกิดได้ในระยะเวลา 1 ปีหลังคลอด
ได้พยายามปรับตัวแล้วแต่ยังรู้สึกสองฝักสองฝ่ายต่อการเป็นมารดา
อยากทำหน้าที่ให้ดีที่สุด แต่ยังมีความอ่อนล้า
ระยะที่ 1 เกิดในระยะแรกหลังคลอด วันที่ 3 -10
มีอาการซึมเศร้า เสียใจ สูญเสีย เกิดจากความตื่นเต้นในการคลอด
การรักษา
โดยการให้ยา เช่น Isocarboxazind ( Marplan ) , Phenelzine
( Nardil ) , Amitriptyline( Tryptanol , Saroten) เป็นต้น
การรักษาทางจิต แบบรายบุคคล หรือรายกลุ่ม
การใช้กลุ่มช่วยในการรักษา หรือให้คู่สมรสบุคคลในครอบครัวมีส่วนร่วม
ให้ข้อมูลเกี่ยวกับภาวะซึมเศร้าหลังคลอด เพื่อให้หญิงหลังคลอดได้เรียนรู้เกี่ยวกับการลดภาวะเครียด
สนับสนุนและสร้างความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองให้แก่หญิงหลังคลอด
โรคจิตหลังคลอด (Postpartum psychosis)
่เป็นอาการรุนแรงต่อเนื่อง มาจากภาวะอารมณ์เศร้า
และภาวะซึมเศร้าหลังคลอด ที่ให้การดูแลรักษาล่าช้าเกินไป
อุบัติการณ์
พบได้ 1 - 2 : 1000 ราย ปกติมักเกิดอาการภายใน 3 เดือนแรกหลังคลอด
ซึ่งโดยทั่วไปเกิดขึ้นได้ยากมักมีสาเหตุทางสังคมร่วมด้วย และร้อยละ10 ของมารดาที่มีภาวะโรคจิตหลังคลอด มีการฆ่าตัวตายหรือ ทำร้ายบุตร
สาเหตุส่งเสริม
มารดาที่มีประวัติเป็นโรคจิตหลังคลอด
มีประวัติเป็น manic-depressive ( อาการวิกลจริตสลับกับอาการเศร้าซึม )
มารดาที่มีภาวะเครียดจากการตั้งครรภ์ เช่น ขาดการสนับสนุนทางสังคม ขาดคู่ชีวิต คนสนิท และสถานภาพทางสังคมต่ำ
มารดาที่มีบุคลิกภาพแปรปรวนอยู่ก่อนการตั้งครรภ์
มีประวัติการเจ็บป่วยในครอบครัวด้วยโรคทางจิตเวช
มีการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย ตลอดระยะการตั้งครรภ์ และ การเปลี่ยนแปลงของรอบประจำเดือน
อาการและอาการแสดง
อาการเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว มีอาการรุนแรงทันที ได้แก่ รู้สึกยุ่งยากใจ กระสับกระส่าย นอนไม่หลับ
อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย สับสน ไม่มีเหตุผล สมาธิสั้น ความจำเสีย ตัดสินใจไม่ได้
หลงผิด และหวาดระแวง ประสาทหลอน
การรักษา
การรักษาทางกาย ได้แก่ การให้ยา antipsychotics และยา sedative , การช็อคไฟฟ้า
การรักษาทางจิต ได้แก่ การทำจิตบำบัด
การรักษาโดยการแก้ไขสิ่งแวดล้อม ได้แก่ การให้มีการสนับสนุนทางสังคม โดยเฉพาะสามีและญาติช่วยในการดูแลแบ่งเบาภาระ
กิจกรรมการพยาบาล
ดูแลให้ได้รับความต้องการพื้นฐานประจำวัน ได้แก่สุขภาพอนามัย ความสะอาดให้ได้รับอาหารเพียงพอโดยส่งเสริมกระตุ้นให้ปฏิบัติกิจวัตรประจำวันด้วยตนเอง
ให้ความเป็นกันเอง ความใกล้ชิด เพื่อให้มารดาเกิดความไว้วางใจ อบอุ่น ไม่รู้สึกโดดเดี่ยว
รับฟังหญิงหลังคลอดให้ระบายความรู้สึก และปัญหาที่มีเพื่อประเมินความรู้สึกที่เป็นจริงและให้ความเห็นอกเห็นใจ
ส่งเสริมและกระตุ้นให้เข้ากลุ่มจิตบำบัด เมื่อมีความพร้อม
อธิบายให้สามีและญาติเข้าใจและทราบถึงวิธีการรักษา ตลอดจนให้คำเเนะนำถึงการปฏิบัติต่อมารดาเพื่อขอความร่วมมือ
ส่งเสริมให้มารดาของหญิงหลังคลอด ในการดูแลใกล้ชิด โดยแสดงบทบาทการเป็นมารดา และให้กำลังใจ
ดูแลให้ได้รับยาตามแผนการรักษา
สังเกตอาการที่อาจรุนแรงมากขึ้น ให้ความสนใจทุกกิจกรรมและคำพูด เพื่อป้องกันการทำร้ายตัวเอง
ในรายที่มีประวัติซึมเศร้า หรือภาวะโรคจิตหลังคลอด หรืออาการรุนแรง ควรส่งต่อเพื่อให้คำปรึกษาจากเจ้าหน้าที่ทางสุขภาพจิต และติดตามเยี่ยมทุก 2 - 6 สัปดาห์เพื่อประเมินอาการของโรค
การดูแลต่อที่บ้าน สามีของหญิงหลังคลอดเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ควรให้ความช่วยเหลือประคับประคองด้านจิตใจให้ข้อมูลเกี่ยวกับภาวะของโรคการรักษาและเป็นที่ปรึกษาในการดูแลทารก
แนะนำแหล่งให้ความช่วยเหลือ ได้แก่ สถานบริการด้านสาธารณสุขในชุมชน
ติดตามเยี่ยมหลังคลอดตามความต้องการของหญิงหลังคลอด และปัญหาเน้นการมาตรวจตามแพทย์นัดทุกครั้ง