Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การวินิจฉัยแยกโรคระบบทางเดินหายใจ, Differential Diagnosis, Asthma, สาเหตุ,…
การวินิจฉัยแยกโรคระบบทางเดินหายใจ
ไอเรื้อรังมีเสมหะมากโดยเฉพาะในช่วงเช้าหลังตื่นนอน รู้สึกเหนื่อยหอบหมดเรี่ยวแรง หายใจลําบาก แน่นหน้าอก
:
อาจตรวจพบลักษณะของ airflow limitationและ air trapping เช่น prolonged expiratory phase, increased chest AP diameter, hyper resonance on percussion , diffuse wheeze
การสูบบุหรี่การหายใจเอาสารเคมีบางอย่างเข้าไปในปอดติดต่อกัน
CXR,ตรวจสมรรถภาพปอดSpirometry
ไข้สูง หนาวสั่น หายใจหอบเหนื่อยเจ็บหน้าอกตําแหน่งที่เจ็บมักตรงกับบรเิวณที่อักเสบ อาการแห้งๆ
Bacteria, Viruses, Mycoplasma เชื้อชนิดอื่นเช่นเชื้อรา สารเคมี
จากอาการแสดงคือ ไข้ ไอ หายใจเรว็ ร่วมกับฟังปอดได้ยินเสียงcrepitationsหรือ bronchial breath sounds
ภาพรังสีทรวงอก ,การตรวจนับเม็ดเลือดขาวในเลือด
,การย้อมเสมหะ gram stain,ตรวจเสมหะ,เพาะเชื้อจากเลือด
Myocardial infarction
เจ็บหน้าอก รู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบ อาจจะเกิดขึ้นไม่กี่นาทีแล้วก็หาย แล้วกลับมาเป็นอีก รู้สึกอึดอัดที่หน้าอกหรือลินปี่ รู้สึกอาการแน่นตามร่างกายท่อนบนด้านซ้าย ได้แก่ บริเวณกราม คอ หลังหน้าท้อง และแขน
ชีพจรเบาเร็ว ความดันอาจจะปกติ ต่ำหรือสูงก็ได้ อาจได้ยินเสียงผิดปกติของการบีบตัวของหัวใจหรือได้ยินเสียงฟู่ (Murmur) เสียงผิดปกติของปอดจากภาวะน้ำท่วมปอด (Crepitation)
อายุมากขึ้น พันธุกรรม การไม่ออกกำลังกาย โรคเบาหวาน โรคเครียด
ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (E.K.G), การตรวจเลือดหาเอ็นไซม์ เช่น Troponin-T, Troponin-I, CK-MB, การตรวจเอ็กซเรย์ปอด, Echo-Doppler
Dengue fever/ Dengue
hemorrhagic fever
ไข้สูงมาก ปวดหัวรุนแรง เบื่ออาหาร อาเจียนอย่างหนักหรืออาเจียนมีเลือดปน อาจมีเลือดกําเดาไหล หรือเลือดออกตามไรฟันมาก
พบจ้ำเลือดหรือห้อเลือดบริเวณผิวหนัง มีเลือดออกที่เนื้อเยื่ออวัยวะภายในต่าง ๆ ตับโต ความเข้มข้นของเลือดสูง ความดันเลือดต่ำ
ติดต่อจากคนไปสู่คน ซึ่งมียุงลายเป็นตัวพาหะที่สําคัญ
ตรวจด้วยวิธี NS1 หรือ PCR ตรวจพิเศษ ,ตรวจดูภูมิคุ้มกัน (antibody), การตรวจด้วยวิธี rapid test ,positive tourniquet test ตรวจ CBC
ไอ มีเสมหะ แสบคอ หรือ อาการเจ็บคอร่วมอยู่ด้วยหายใจลําบากหอบเหนื่อยหายใจมีเสียงหวีด หรือมีอาการแน่นหน้าอก ไข้
ฟังปอดอาจได้ยิน เสียงหายใจหยาบ ( coarse breath sound) หรือมี
เสียงอี๊ด( rhonchi )หรือเสียงกรอบแกรบ
( crepitation )บางอาจมีเสียงวี๊ด ( wheezing )
แบคทีเรียและไวรัสส่วนใหญ่จะเกิดจากการติดเชื้อไวรัส ได้แก่ ไวรัสไข้
หวัดใหญ่ (Influenza Virus) ปัจจัยอื่นๆการสูบบุหรี่หรือผู้ต้องอยู่กับคนที่
สูบบุหรี่บ่อยๆรวมไปถึงมลภาวะทางอากาศ
chest X-ray ,การตรวจนับจํานวนเม็ดเลือด (CBC) ,การตรวจเสมหะ
ตรวจพบเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ในเสมหะที่ปลายหรือดูดจากจมูกหรือลำคอ
สัมผัสโดยตรงกับสารคัดหลั่งทีติดเชื้อจากพื้นผิวที่ปนเปื้อน ซึ่งไวรัสสามารถอาศัยอยู่บนวัตถุที่สัมผัสบ่อยๆเป็นเวลาหลายชัวโมง การสูดดมไวรัสทางอากาศจากบุคคลที่มีการการจามหรือไอ
ไม่จําเป็นต้องใช้การตรวจพิเศษ
ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตัว แสบตา คัดจมูก จาม ไอ เสียงแหบ น้ำมูกไหล อาจมีอ่อนเพลีย บางครั้งอาจมีอาการเจ็บคอ ปวดท้อง อาเจียน หรือ ท้องเสีย
ไอแห้งๆมากกว่า2สัปดาห์ขึ้นไป น้ำหนักลดลง อ่อนเพลีย
ฟังปอดอาจพบว่ามีเสียง bronchial breath sound ได้ในกรณีที่พยาธิสภาพในปอดเป็น consolidation
เกิดจากการติดเชื้อ ไมโครแบคทีเรยี มทูเบอร์คูโลซิส (Mycobacterium Tuberculosis)ที่สามารถแพร่กระจายได้ทางอากาศโดยผ่านทางการไอ จามการพูดและการหายใจ
chest X-ray ทดสอบทูเบอร์คูลินทางผิวหนังจะได้ผลบวก,เก็บเสมหะตรวจเพาะเชื้อ
ไข้สูง หนาวสั่น ไอ เจ็บคอ คัดจมูก ปวดหัว และอ่อนเพลีย บางรายอาจอาเจียนหรือมีอาการท้องเสียร่วมด้วย
พบเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ในเสมหะที่ปายหรือดูดจากจมูกหรือลําคอ ตรวจพบแอนติเจนของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ใน epithelial cell จาก nasopharyngeal secretion
ได้รับเชื้อไวรัสกลุ่ม Influenza Virus ผ่านทางประสาทสัมผัสต่าง ๆ เช่น การหายใจ การกิน การดื่ม หรือการสัมผัส
haemaglutination inhibition (HI) ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐาน หรือ complement fixation (CF)
ไอเรื้อรังไอมากเวลากลางคืนช่วงเช้ามืดไอมากเวลาทํากิจกรรมจนเหนื่อยจนอาเจียน มีเสียงวี๊ดๆขณะหอบหรือไอ
ฟังปอดได้ยินเสียงหวีดwheezeตรวจพบอาการอื่นๆเช่น เขียว ซึมพูด
ไม่เป็นประโยคหัวใจเต้นเร็วหน้าอกโป่งหายใจหน้าอกบุ๋มหน้าอกโป่งถ้า
เป็นเรื้อรังมานาน
พันธุกรรมสารก่อภูมิแพ้ติดเชื้อหวัดการเปลี่ยนแปลงของอากาศสาร
ระคายเคืองและมลภาวะออกกําลังกายหักโหมเกินไปในผู้ป่วยที่เป็น
โรคหอบหืดอยู่เดิมความผิดปกติทางอารมณ์และจิตใจ
Spirometryโดยการตรวจค่า FEV1 และFVC , Peak expiratory flow(PEF)
เหนื่อยง่าย ใจสั่น เหงื่อออกมาก หงุดหงิด นอนไม่หลับ ตาโปน ตาแห้ง ผมร่วง ผิวแห้ง น้ำหนักตัวลดลงผิดปกติ คอพอก มีก้อนเนือที่คอโต
อาการคอพอก ซึ่งเป็นอาการที่ต่อมไทรอยด์โตขึ้น ส่วนในรายที่เป็นโรค
เกรฟส์ ต่อมไทรอยด์จะมีลักษณะบวมโตแบบกระจาย และผู้ป่วยที่เนื้องอกไทรอยด์จับคลําได้ก้อนเนืองอกทีมีขนาดมากกว่า 2.5 เซนติเมตร
สาเหตุ
เกิดขึ้นจากการที่ต่อมไทรอยด์ทํางานมากผิดปกติ จนทําให้ร่างกายมีปริมาณของฮอร์โมนไทรอยด์มากกว่าความต้องการของร่างกาย
ตรวจวัดปริมาณฮอร์โมนไทรอยด์ ปริมาณของฮอร์โมนไทรอยด์ T3 และ T4 ในเลือด TSH, CXR, U/S, CT scan, Thyroidscan
2 เดือนที่แล้วมีอาการไอกลางคืน แต่ไม่เหนื่อยหอบ
2-3 วันก่อนมาโรงพยาบาล มีไข้ต่ำ ๆ ไอแห้ง ๆ ไอมากเวลากลางคืน รู้สึกแน่นหน้าอกเวลากลางคืน
2 ชั่วโมงก่อนมาโรงพยาบาล รู้สึกหายใจไม่ออก แน่นหน้าอก เหงื่อออก
T= 37.7 องศาเซลเซียส PR= 112-116 ครั้ง/นาที R= 28-30 ครัง/นาที O2sat= 95%
ตรวจร่างกายพบ หายใจมีอกบุ๋มและปีกจมูกบาน คอแดงเล็กน้อย ปลายมือปลายเท้าเขียวคล้ำ capillary refill 4 วินาที ฟังเสียงปอดได้ crepitation EKG normal ต่อมน้ำเหลืองและต่อมไทรอยด์ไม่โต
คุณตาเป็นโรคหอบหืด หัวใจ เบาหวานและความดันโลหิตสูง
รู้สึกหายใจไม่ออก แน่นหน้าอก เหงื่อออก 2 ชม.ก่อนมารพ.
ชายไทยอายุ 19 ปี ให้ประวัติว่ามีไข้ต่ำ ๆ ไอแห้ง ๆ ไอมากเวลากลางคืน รู้สึกแน่นหน้าอก เวลาไอ มา 2-3 วัน รู้สึกหายใจไม่ออก แน่นหน้าอก เหงื่อออก 2 ชมก่อนมา (นั่งรถเข็นมาเนื่องจากเดินไม่ไหว) มารดาพามาที่ ER ให้ประวัติว่าลูกชายแข็งแรงดีมาตลอด แต่ประมาณ 2 เดือนที่แล้ว มีอาการไอกลางคืน แต่ไม่เหนื่อยหอบ มีพฤติกรรมที่ชอบเล่นกีฬานั่นคือ บาสเกตบอล เวลาเล่นกับเพื่อน เพื่อนจะมองว่าตัวเองเป็นตัวถ่วงของทีม มักพ่นยาเป็นระยะ ๆ ยกเว้นเวลาทํากิจกรรม จะพ่นบ่อยขึ้นไม่ดื่มสุรา ไม่สูบบุหรี่
7 ปีที่แล้ว มีประวัติพ่นยามาตลอด โดยจะพ่นยาบ่อยใน
ตอนทํากิจกรรม มักมีอาการ
หายใจเหนื่อยและมีอาการเจ็บ
หน้าอกร่วมด้วย 5 ปีที่แล้ว มี อาการบวมที่เท้าเล็กน้อย
ให้รับยา Paractarmal (500 mg) 1 tab O prn q 4-6 hr. (ยาลดไข้)
เตรียมรถ Emergency ไว้ให้พร้อมเพื่อ assisted ventilation หากอาการผู้ป่วยเลวลง
ถ้าหากอาการแสดงยังไม่ดีขึ้น ให้เพิ่มยา Beradual 2 ml +0.9 % NSS up to 4 ml ร่วมกับ Ventolin หรือ magnesium sulfate 2 g V ภายใน 20 นาที
ให้รับยา Bisolvon 1 tab O tid pc (ยาละลายเสมหะ)
ให้รับยา Ventolin solution 1 cc+0.9% NSS up to 4 ml NB q 4-6 hr.
ให้รับยา Precinisolone 3 tab O tid pc (ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ ยาแก้แพ้)
On Oxygencannular 3 LPM
Plan for Treatment for D/C
ให้คําแนะนําในการดูแลตนเองกับผู้ป่วยและญาติ
หลีกเลี่ยงหรือกําจัดสิ่งที่แพ้ หรือกระตุ้นทําให้เกิดอาการ เช่น ฝุ่น เชื้อรา ขนแมว ขนนก เศษหญ้า เศษใบไม้ เป็นต้น
ดูแลสุขภาพร่างกายให้สมบูรณ์ และแข็งแรงอยู่เสมอ เช่น รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบทุกประเภท รวมทั้งผักและผลไม้ ออกกําลังกายเป็นประจํา นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอและรักษาสุขภาพจิตให้สดชื่นแจ่มใส
ดูแลสิ่งแวดล้อมที่บ้านให้โล้ง เพื่ออากาศถ่ายเทได้สะดวก
ควรใช้ยาตามคําแนะนําของแพทย์อย่างเคร่งครัดและไม่ควรซือยามาใช้เอง
ให้ผู้ป่วยได้รับยารับประทานและยาสูดพ่นกลับบ้าน
Ventolin สูดพ่นทุกครังทีมี
Bisolvon 1 tab O tid pc (ยาละลายเสมหะ)อาการ
Precinisolone 3 tab O tid pc (ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ ยาแก้แพ้)
Paractarmal (500 mg) 1 tab O prn q 4-6 hr. (ยาลดไข้)
ให้ผู้ป่วยมาพบแพทย์ตามนัดภายหลังออกจากโรงพยาบาล 2 สัปดาห์เพื่่อติดตามอาการ และหากมีอาหารผิดปกติ หายใจเหนื่อยหอบมากให้มาพบแพทย์ทันที
ให้ได้รับยา Ventolin solution1cc+0.9% NSS up to4 ml NB หรือ MDI with spacer 4 puff q 15 min
Beradual 2 ml +0.9 % NSS up to4 ml ทางเครืองพ่นยาให้เป็นละอองฝอย
On Oxygencannular 3 LPM /ifO2 sat<90%On Oxygenmask with bag8 LPM
ผู้ปวยได้รับสารนา 5%DN/2 V rate80cc/hr.
หากอาการไม่ดีขึ้น ให้ meptin 1 tab O stat (รักษาหลอดลมหดเกร็ง)
วินิจฉัยการพยาบาล
การพยาบาล
ตรวจวัดและบันทึกสัญญาณชีพทุก 1 ชั่วโมงและทุก 4 ชัวโมง สังเกตการดึงรังของกล้ามเนื้อหน้าอก สีผิว และระดับความรู้สึกตัวเพื่อประเมินภาวะพร่องออกซิเจน
ตรวจวัดค่า Oxygen saturation ของผู้ป่วยด้วย Oxygen sat monitor
ดูแลทางเดินหายใจให้โล่ง โดยจัดท่านอนศีรษะสูง 30-45 องศา และดูดเสมหะเพื่อป้องกันภาวะทางเดินหายใจถูกอุดกั้น
ดูแลให้ออกซิเจนผ่านเครื่องทําความชื้นชนิด cannular อัตราการไหลของก๊าซ 3 LPM
จัดสถานที่ให้ผู้ป่วยได้พักผ่อนมากที่สุด
ประเมินผลการได้รับออกซิเจน
วัตถุประสงค์
จุดมุ่งหมายการพยาบาล ผู้ป่วยไม่มีภาวะพร่องออกซิเจน ได้รับออกซิเจนเพียงพอ
เกณฑ์การประเมินผล
ผู้ป่วยไม่มีอาการของภาวะพร่องออกซิเจน
เช่น ผิวหนังซีด ปลายมือปลายเท้าเขียว หายใจเร็ว เหงื่อออกมาก
สัญญาณชีพอยู่ในระดับปกติ
T = 36.5 – 37.5 C
R = 16 – 24 ครัง/นาที
P = 60 – 100 ครัง/นาที
BP = 90/60 – 140/90 mmHg.
ข้อมูลสนับสนุน
Objective data :
ผู้ป่วยมีอาการไข้ต่ำ ๆ ไอแห้ง ๆ ไอมากเวลากลางคืน
รู้สึกแน่นหน้าอกเวลาไอ มา 2-3 วัน รู้สึกหายใจไม่ออก แน่นหน้าอก เหงื่อออกเดินไม่ไหว
สัญญาณชีพ Temp 37.7 องศาเซลเซียส PR 112-116 ครั้ง/นาที หายใจ 28-30 ครั้ง/นาที (O2sat 95%)
วิเคราะห์เคสกรณีศึกษา
ตรวจพิเศษ
EKG: Normal
CBC: Normal
AFB: Negative
Chest X-rays: ไม่พบ Infiltration ที่ปอดไม่พบพยาธิสภาพของฝีในปอด และ ไม่พบ Cardiomegal
ตรวจร่างกาย
Crepitationboth lung จากผล x-ray พบ infiltrationlower lobe of both lung
ผล CBC พบว่า WBC=3,000 ML Neutrophil = 75% eosinophil = 59% ซึ่งตรงกับโรคหอบหืดมากที่สุด
สาเหตุ
พันุกรรมที่ตาและยายเป็นหอบหืด
ได้รับสารก่อภูมิแพ้ โดยมีตัวกระตุ้นคือสารระคายเคืองและมลภาวะผู้ป่วยได้สูดควันไฟ
อาการ
อาการไอกลางคืนแต่ไม่เหนื่อยหอบ ไข้ต่ำ ๆ ไอแห้ง ๆ ไอมากเวลากลางคืน รู้สึกแน่นหน้าอกเวลากลางคืน รู้สึกหายใจไม่ออก แน่นหน้าอก เหงื่อออก น้ำหนักลดลง
Problem list
ไข้ ไอ เหนื่อย
เหนื่อยหอบ แน่นหน้าอก
Plan for diagnosis
Chest X-RAY ไม่พบ Infiltration
EKG normal
ตรวจ CBC normal
Acid fast bacilli (AFB) Negative
ตรวจ rapid antigen - negative
Tuberculin skin test เป็น Positive
tourniquet test Negative
ฟังเสียงปอดพบ fine crepitation at lower lobe of both lung
Differential Diagnosis
Asthma
สาเหตุ
อาการ
ตรวจร่างกาย
ตรวจพิเศษ
Tuberculosis
สาเหตุ
อาการ
Bronchitis
Pneumonia
สาเหตุ
COPD
สาเหตุ
อาการ
การตรวจร่างกาย
การตรวจพิเศษ
สาเหตุ
อาการ
ตรวจร่างกาย
ตรวจพิเศษ
Hyperthyroid
อาการ
ตรวจร่างกาย
ตรวจพิเศษ
โรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza)
สาเหตุ
อาการ
ตรวจพิเศษ
โรคหวัด (Common cold)
อาการ
ตรวจร่างกาย
ตรวจพิเศษ
ข้อมูลกรณีศึกษา
สาเหตุ
อาการ
ตรวจร่างกาย
ตรวจพิเศษ
สาเหตุ
อาการ
ตรวจร่างกาย
ตรวจพิเศษ
อาการ
ตรวจร่างกาย
ครวจพิเศษ
สาเหตุ
ตรวจร่างกาย
ประวัติส่วนตัว
อาการสําคัญที่มา
ประวัติการเจ็บป่วยปัจจุบัน
ประวัติการเจ็บป่วยอดีต
ประวัติการเจ็บป่วยครอบครัว
ผลการตรวจร่างกาย
Plan for Treatment
Plan for Treatment at ER
Plan for Treatment at ward
นางสาวจุฑามาศ ขลุ่ยศรีตระกูล เลขที่ 12.
ตรวจพิเศษ
ตรวจร่างกาย