Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
บทที่ 3 กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ - Coggle…
บทที่ 3 กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์
วิวัฒนาการของกฎหมายวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์
พ.ศ. 2466 ในสมัยรัชกาลที่ 6 ได้มีการออกกฎหมายขึ้นควบคุมการให้บริการด้านการดูแลสุขภาพแก่ประชาชน
พ.ศ. 2472 มีการแก้ไขโดยการตัดสาขาสัตวแพทย์ออกโดยให้การประกอบโรคศิลปะเป็นการ กระทำต่อมนุษย์เท่านั้น
พ.ศ. 2480 ได้มีการประกาศใช้กฎหมายฉบับใหม่ คือ พระราชบัญญัติควบคุม การประกอบโรคศิลปะ
พ.ศ. 2479 ซึ่งได้แบ่งการประกอบโรคศิลปะออกเป็น 2 แผน ได้แก่ แผนโบราณ และแผนปัจจุบัน
พ.ศ. 2518 เพิ่มอีก 2 สาขา คือ กายภาพบำบัดและเทคนิคการแพทย์
วันที่ 5 กันยายน พ.ศ.2528 ได้มีการประกาศใช้ "พระราชบัญญัติวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์"
พ.ศ. 2528 และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ (ฉบับที่ 2)
พ.ศ. 2540 ได้ประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา
ฉบับกฤษฎีกา เล่ม 114 ตอนที่ 75ก
วันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2540 และมี ผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2540 จวบจนถึงปัจจุบัน
กฎหมายแพ่งและพาณิชย์สำหรับพยาบาล และการกระทำความผิดที่พบบ่อย
ความหมายและลักษณะของกฎหมายแพ่ง
กฎหมายแพ่ง
กำหนดสิทธิ หน้าที่ และ ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล
เป็นความสัมพันธ์ระหว่างเอกชนกับเอกชนโดยทุกฝ่ายมีฐานะเท่าเทียมกัน
กฎหมายพาณิชย์
เกี่ยวข้องกับการค้าขายหรือกิจการใดๆ ที่ได้กระทำในเรื่องหุ้นส่วน
บริษัท ประกันภัย ตั๋วเงิน
กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
วิธีการดำเนินพิจารณาพิพากษาคดีในกรณีที่เกิดข้อพิพาทในทางแพ่งขึ้น เช่น วิธีฟ้อง ศาลที่ฟ้อง
องค์ประกอบของนิติกรรม
ผู้กระทำต้องแสดงออกในฐานะที่เป็นเอกชน
แสดงออกในฐานะเอกชน
การกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย
การกระทำที่กฎหมายให้อำนาจบุคคลกระทำได้ โดยชัดแจ้งหรือกฎหมายไม่ได้กำหนดไว้ว่าห้ามกระทำ
การกระทำโดยเจตนา
การแสดงเจตนาโดยชัดแจ้ง
ทำโดยวาจา เป็นลายลักษณ์อักษร
การแสดงเจตนาโดยปริยาย
เช่น เจ้าหนี้คืนหรือทำลายสัญญาเงินกู้ แสดงว่าเจ้าหนี้ไม่ต้องการให้ลูกหนี้คืนเงินตามสัญญา
ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวสิทธิ
ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง โอน สงวน หรือระงับสิทธิอย่างใดอย่างหนึ่งแก่คู่กรณีตามนิติกรรมนั้นๆ
ประเภทของนิติกรรม
นิติกรรมที่พิจารณาแบ่งตามจำนวนคู่กรณี
นิติกรรมฝ่ายเดียว
นิติกรรมที่เกิดผลโดยการแสดงเจตนาของบุคคลเพียงฝ่ายเดียว และมีผลผูกพันทางกฎหมาย
นิติกรรมหลายฝ่าย
นิติกรรมที่เกิดขึ้นโดยการแสดงเจตนาของบุคคลตั้งแต่สอง ฝ่ายขึ้นไป และทุกฝ่ายตกลงยินยอมตามข้อตกลง
นิติกรรมที่พิจารณาแบ่งตามการมีผลของนิติกรรม
นิติกรรมที่มีผลขณะ
ผู้แสดงเจตนายังมีชีวิต
การให้โดยเสน่หา สัญญาการซื้อ-ขาย
นิติกรรมที่มีผลขณะผู้แสดงเจตนาไม่มีชีวิต เช่น พินัยกรรม
นิติกรรมที่พิจารณาแบ่งตามค่าตอบแทน
นิติกรรมที่มีค่าตอบแทน เช่น สัญญาจ้างงาน สัญญาซื้อขาย
นิติกรรมที่ไม่มีค่าตอบแทน เช่น การใหโ้ดยเสน่หา สัญญายืมเงินโดยไม่มีดอกเบี้ย
ความสามารถของบุคคลในการให้การยินยอมรักษาพยาบาล
บุคคลธรรมดา
การตายโดยธรรมชาติ
การป่วยตาย แก่ตาย หรือถูกฆ่าตายของบุคคล ทำให้สภาพบุคคลสิ้นสุด
ในทางแพ่งบรรดาสิทธิหน้าที่ ความรับผิด และทรัพย์สินของผู้ตาย ย่อมตกทอดไปยังทายาท
การสาบสูญ
การที่บุคคลได้ไปจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ และไม่มีใครรู้แน่ว่า
บุคคลนั้น ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ เป็นเวลาติดต่อกัน 5 ปี
ศาลมีคำสั่งให้บุคคลนั้นเป็นคนสาบสูญ มีผลให้บุคคลนั้น เป็นคนตายตามกฎหมาย
นิติบุคคล
ผู้เยาว์ (Minor)
บุคคลที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะในทางกฎหมาย
บรรลุนิติภาวะใน 2 กรณี
อายุครบ 20 ปีบริบูรณ์
ต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดย ชอบธรรม ได้แก่ บิดามารดา หรือผู้ปกครอง ในการทำนิติกรรม
กรณีไม่ต้องได้รับความยินยอม
นิติกรรมที่ทำให้ผู้เยาว์ได้ประโยชน์ สิทธิ หรือหลุดพ้นจากหน้าที่
นิติกรรมที่ผู้เยาว์ต้องกระทำเองเฉพาะตัว
นิติกรรมที่สมควรแก่ฐานะและจำเป็นแก่การดำรงชีพ
นิติกรรมการจำหน่ายทรัพย์สิน ประกอบธุรกิจการค้า
คนไร้ความสามารถ (Incompetence)
คนวิกลจริต (Unsound mind) หรืออยู่ในภาวะผัก (Vegetative state)
บุคคล หรือพนักงานอัยการยื่นเรื่องต่อศาล และศาลมีคำสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ
บุคคลที่ศาลสั่งให้เป็นคนไร้สามารถไม่อาจทำนิติกรรมใดๆ หากกระทำนิติกรรมนั้น ถือเป็นโมฆียะทั้งหมด
ทำนิติกรรมใดๆ ผู้อนุบาลต้องเป็นผู้ทำแทน
ศาลยังไม่สั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ เนื่องจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ได้ร้องต่อศาล การทำนิติกรรมใดๆ จะเป็นโมฆียะ
ยกเลิกการเป็นคนไร้ความสามารถกระทำได้ โดยผู้ไร้ความสามารถที่หายวิกลจริต
คนเสมือนไร้ความสามารถ (Quasi – incompetence)
บุคคลที่ไม่สามารถ จัดทำการงานโดยตนเอง หรือจัดกิจการไปในทางเสื่อมเสียแก่ทรัพย์สินของตนเองหรือครอบครัว
บุคคลที่ศาลจะสั่งให้เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ
กายพิการ
จิตฟั่นเฟือน
ประพฤติสุรุ่ยสุร่าย เสเพลเป็นอาจิณ
ติดสุรายาเมา
เมื่อคู่สมรส บุพการี ผู้สืบสันดาน ผู้พิทักษ์ หรือพนักงาน อัยการร้องขอต่อศาล
ยกเลิกเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถกระทำได้ ถ้าสิ้นเหตุเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ
ลูกหนี้ที่ถูกศาลสั่งเป็นบุคคลล้มละลาย
ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้แล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นผู้มีอำนาจในการจัดการ
สามีภริยา
ผู้จัดการสินสมรสร่วมกัน จึงต้องให้ความยินยอมซึ่งกันและกันเป็นการทำนิติกรรม บางประเภท เช่น การซื้อขาย
สภาพบังคับทางแพ่ง
โมฆะกรรม
นิติกรรมที่มีวัตถุประสงค์ต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย
นิติกรรมที่ไม่ได้ทำให้ถูกต้องตามแบบที่กฎหมายกำหนด
การแสดงเจตนาโดยสำคัญผิดในสาระสำคัญแห่งนิติกรรม
โมฆียกรรม
ความสามารถของบุคคล
นิติกรรมที่ผู้เยาว์ทำต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม
การแสดงเจตนาโดยวิปริต
แสดงเจตนาโดยสำคัญผิด
จ้างงานแล้วเข้าใจผิด เมื่อทราบความจริง สามารถบอกเลิกจ้างได้
การแสดงเจตนาโดยการฉ้อฉล
การกระทำนิติกรรมโดย ผู้แสดงเจตนาถูกหลอกลวง ปกปิดความจริง
การแสดงเจตนาโดยการข่มขู่
ผู้ต้องหาใช้มีดจี้ที่หลังพยาบาล
การบังคับชำระหนี้
กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อใช้หนี้ หรืองดกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อใช้หนี้
การชดใช้ค่าเสียหายหรือค่าสินไหมทดแทน
ความเสียหายที่คำนวณราคาเป็นเงินได้
ความเสียหายที่ไม่อาจคำนวณราคาเป็นตัวเงินได้
ผู้เสียหายจะเรียกร้องได้ตามกฎหมายกำหนด
กรณีผู้เสียหายเสียชีวิต
ค่าปลงศพและค่าใช้จ่ายอันจำเป็นอย่างอื่น
ค่าขาดไร้อุปการะ
ค่าขาดแรงงาน
ถ้ายังไม่ตายทันที สามารถเรียกค่ารักษาพยาบาลที่จำเป็น เช่น ค่ายา
กรณีเสียหายแก่ร่างกายหรืออนามัย
ค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายอันจำเป็น
ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ในระหว่างเจ็บป่วย
ค่าเสียความสามารถในการประกอบอาชีพ
ค่าขาดแรงงานในครัวเรือนหรืออุตสาหกรรมของบุคคลภายนอก
ค่าเสียหายอื่นที่ไม่สามารถคำนวณเป็นตัวเงิน หรือค่าทำขวัญ
ความรับผิดทางแพ่งที่เกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์
สัญญา และความรับผิดจากการละเมิด
สัญญา
หมายถึง
การกระทำของบุคคลตั้งแต่สองฝ่ายขึ้นไป ที่แสดงเจตนาด้วยใจสมัครถูกต้องตรงกันที่ จะกระทำหรืองดเว้นการกระทำและตกลงกันทุกข้อโดยไม่มีข้อสงสัย
มีวัตถุประสงค์ที่จะก่อให้เกิดผลผูกพันโดยชอบตามกฎหมาย
ความรับผิดจากการละเมิด
ความรับผิดจากการละเมิด
การกระทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมาย
การประทุษกรรม หรือกระทำต่อผู้อื่นโดย ผิดกฎหมายด้วยการฝ่าฝืนข้อห้าม
พยาบาลไม่เดินดูอาการ ผู้ป่วยตามคำร้องขอของญาต
หมายรวมถึงการไม่ป้องกันผลที่จะเกิดขึ้นด้วย เช่น พยาบาลไม่ได้เฝ้าระวังและป้องกันการหกล้มของผู้ป่วย
การกระทำโดยจงใจหรือประมาท
การกระทำโดยจงใจ ความหมาย
การกระทำที่ตั้งใจหรือเจตนาโดยผิดกฎหมาย ไม่มีสิทธิหรือใช้ สิทธิเกินขอบเขต ทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น
การกระทำโดยประมาทเลินเล่อ
การกระทำโดยมิได้จงใจ แต่กระทำโดยปราศจาก ความระมัดระวังในระดับวิญญูชน
วิสัย หมายถึง
2 more items...
พฤติการณ์ หมายถึง
1 more item...
การให้ยาผู้ป่วยโดยไม่ปฏิบัติตามหลักการบริหารยา 6R
ทำให้บุคคลอื่นเสียหาย
ความเสียหายแก่ชีวิต เช่น ผ่าตัดผิดพลาด จนเสียชีวิต
ความเสียหายแก่ร่างกาย เช่น พิการ เจ็บป่วยเรื้อรัง
ความเสียหายแก่อนามัย เช่น ความสุขสบายและความรู้สึกต่างๆ เช่น เศร้าใจ เสียใจ
ความเสียหายแก่เสรีภาพ
ทำให้ผู้อื่นถูกจำกัดอิสรภาพ เช่น การกักขัง หน่วงเหนี่ยวผู้อื่น
ความเสียหายแก่ทรัพย์สินและสิทธิต่าง
การให้ทรัพย์ของผู้อื่นเสียหาย หรือ การทำให้ผู้อื่นเสียสิทธิต่างๆ ที่ได้มาถูกต้อง
อายุความ
ระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดให้บุคคลมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
ผู้เสียหายใช้สิทธินั้นร้องเรียนต่อศาลเกินระยะเวลาที่กำหนด ศาลจะมีคำสั่งยกฟ้องได้ เนื่องจากคดีขาดอายุความ
ผู้เสียหายมีสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนอันเกิดจากการละเมิดภายใน 1 ปี นับแต่วันที่รู้เรื่องการละเมิดและรู้ตัวผู้กระทำละเมิด และไม่เกิน 10 ปี
บุคคลต้องร่วมรับผิดกับผู้กระทำ
นายจ้างต้องร่วมรับผิดกับลูกจ้างในผลแห่งการละเมิด
พยาบาลฉีดยาผิด
โรงพยาบาลรับผิดชอบ แต่สามารถไล่เบี้ยให้พยาบาลชดใช้ค่าสินไหมทดแทนคืนโรงพยาบาลได้ (ปพพ. มาตรา 462)
ตัวการต้องรับผิดชอบผลแห่งการละเมิดของตัวแทนที่ได้กระทำไปภายในของเขตอ านาจของ ตัวแทน ซึ่งกระทำตามที่ตัวการมอบหมาย (ปพพ. มาตรา 427)
บิดามารดาของผู้เยาว์หรือผู้อนุบาลของผู้วิกลจริต ต้องร่วมรับผิดในผลแห่งการละเมิดที่ ผู้เยาว์หรือ
ผู้วิกลจริตกระทำ เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่า ได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรในหน้าที่การดูแล (ปพพ. มาตรา 429)
ครูบาอาจารย์ นายจ้างหรือบุคคลอื่น ซึ่งรับดูแลผู้ไร้ความสามารถอยู่เป็นนิตย์ หรือชั่วครั้งคราว จะต้องร่วมรับผิดกับผู้ไร้ความสามารถในการละเมิด (ปพพ. มาตรา 430)
กฎหมายอาญาสำหรับพยาบาลและการกระทำความผิดที่พบบ่อย
ความหมายและวัตถุประสงค์ของกฎหมายอาญา
กฎหมายมหาชน ซึ่งบัญญัติว่าการกระทำใดเป็นความผิด และกำหนดโทษอาญาแก่ผู้ฝ่าฝืน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุม
ความประพฤติของบุคคลให้อยู่ในสังคมด้วยความสงบเรียบร้อย
ประเภทของความรับผิดทางอาญา
ความผิดต่อแผ่นดิน
การกระทำที่มีผลต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร การปลอมและการแปลงเอกสารการลักทรัพย์
ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย
ความผิดต่อส่วนตัว
เป็นความผิดที่ไม่ร้ายแรง มีผลกระทบต่อผู้เสียหายฝ่ายเดียว และ กฎหมายบัญญัติประเภทไว้ชัดเจน
ความผิดฐานฉ้อโกง ยักยอกทรัพย์ผู้อื่น หมิ่นประมาท ความผิดฐาน บุกรุก ความผิดทางเพศ
ลักษณะสำคัญของความรับผิดทางอาญา
“ไม่มีความผิด ไม่มีโทษ ถ้าไม่มีกฏหมาย”
ต้องมีบทบัญญัติความผิด และกำหนดโทษไว้โดยชัดแจ้ง
ปอ.มาตรา 288 บัญญัติว่า “ผู้ใดฆ่าผู้อื่นต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี”
ต้องตีความเคร่งครัดตามตัวอักษร
การถอดความหมายของข้อความ หรือศัพท์ต่างๆ ในบทบัญญัติออกมา เพื่อให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น เข้าใจง่าย
“การ ประทุษร้าย”
กระทำที่เป็นเหตุให้บุคคลอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ไม่ว่าจะใช้ยา ทำให้มึนเมา
ไม่มีผลย้อนหลังที่เป็นโทษ
จะไม่มีผลในการเพิ่มโทษแก่บุคคล หากขณะกระทำยัง ไม่มีกฏหมายบัญญัติว่าการกระทำนั้นเป็นความผิด
ศาลหรือผู้พิพากษาจะนำกฎหมายใหม่มาใช้บังคับลงโทษผู้กระทำผิดไม่ได้
หลักเกณฑ์ความรับผิดทางอาญา
การกระทำ
ผู้กระทำต้องรู้สึกตัวและรู้ว่าตนกำลังทำสิ่งใด
พยาบาลวิชาชีพผูกรัดข้อมือผู้ป่วย
สำหรับการกระทำขณะละเมอ ถูกสะกดจิต ถูกผลัก ถูกเบียด
ใช้ไม้เคาะที่เข่าผู้ป่วย เพื่อทดสอบรีเฟล็กซ์ ถ้าพยาบาลไม่ระวัง ขาผู้ป่วยอาจกระตุกถูกใบหน้าได้รับบาดเจ็บ ไม่ถือว่าเป็นความผิด
กฎหมายบัญญัติว่าการกระทำนั้นเป็นความผิดและกำหนดโทษ
ผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิดจนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
ก่อนมีคำพิพากษาถึงที่สุดจะปฏิบัติต่อผู้ต้องหา หรือจำเลยเหมือนเป็นผู้กระทำผิดไม่ได้ (มาตรา 39)
กระทำโดยเจตนา ประมาท หรือไม่เจตนา
ผู้กระทำต้องมีเจตนาที่จะกระทำผิดเสมอจึงจะลงโทษ
อาจทำเพราะประมาทหรือไม่เจตนา อาจมีความผิดถ้ากฎหมายบัญญัติว่ามีความผิด (ปอ. มาตรา 59 วรรค 1)
การกระทำโดยเจตนา
การกระทำโดยรู้สำนึกในการที่กระทำ และในขณะเดียวกัน ผู้กระทำประสงค์ต่อผลหรือเล็งเห็นผลของการกระทำนั้น (ปอ. มาตรา 59 วรรค 2)
การกระทำโดยประมาท (Negligence)
การกระทำโดยปราศจากความระมัดระวัง ซึ่งบุคคลในภาวะนั้นต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ และผู้กระทำไม่ได้ใช้ความระมัดระวังเพียงพอ (ปอ. มาตรา 59 วรรค 4)
การกระทำโดยไม่เจตนา
การกระทำที่ผู้กระทำไม่ได้ตั้งใจให้เกิด และไม่คาดคิดว่า จะเกิดจากการกระทำนั้น แต่ผลลัพธ์ที่เกิดมากกว่าตั้งใจ
กฎหมายบัญญัติว่า ผู้กระทำก็ต้องรับผิดด้วย
เหตุยกเว้นความรับผิดทางอาญา
เหตุยกเว้นความรับผิด
การป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
การกระทำเพื่อป้องกันตนเองหรือผู้อื่น ให้พ้นจากอันตรายจากการประทุษร้ายที่ใกล้ถึงตั
ผู้เสียหายยินยอมให้กระทำ
ผู้เสียหายยินยอมให้กระทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่เกิดจากการข่มขู่
ความยินยอมเกิดขึ้นในขณะหรือก่อนที่กระทำความผิด
กฎหมายถือว่าการกระทำนั้นไม่เป็นความผิด
ตามมาตรา 276 หากหญิงยินยอมการกระทำของชายก็ไม่เป็นความผิด
เหตุยกเว้นโทษ
กระทำด้วยความจำเป็น
เป็นการกระทำเพราะเหตุถูกบังคับ หรืออยู่ภายใต้อำนาจ ของใครหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
การกระทำผิดเพราะความบกพร่องทางจิต
เป็นโรคจิต จิตบกพร่อง จิตฟั่นเฟือน
การกระทำตามคำสั่งของเจ้าพนักงาน
การกระทำตามคำสั่งของเจ้าพนักงาน
ผู้กระทำมีหน้าที่หรือเชื่อโดยสุจริตใจว่ามีหน้าที่ต้องปฏิบัติตาม ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ
การกระทำของเด็กอายุไม่เกิน 10 ปี
ถ้าเด็กอายุน้อยกว่า 10 ปี กระทำความผิด เด็กนั้นไม่ต้องรับโทษ (ปอ. มาตรา 73)
การกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์
ความผิดระหว่างสามี ภรรยาโดยชอบด้วย กฎหมาย จะได้รับการยกเว้นโทษ
ความผิดระหว่างสามี ภรรยาโดยชอบด้วย กฎหมาย จะได้รับการยกเว้นโทษ
เหตุลดหย่อนโทษ
การกระทำความผิดโดยไม่รู้ว่ากฎหมายบัญญัติว่าเป็นความผิด
กฎหมายยอมให้บุคคลยกความไม่รู้นี้ขึ้นเป็นเหตุของการขอ ลดหย่อนโทษได้
โดยขึ้นกับสภาพความคิดและพฤติการณ์เฉพาะตัวของผู้กระทำผิด
การกระทำโดยบันดาลโทสะ
กระทำความผิด เพราะความกดดันจากการถูกข่มเหงอย่างไม่เป็นธรรมจนเป็นเหตุให้บันดาลโทสะ
จึงได้กระทำผิดต่อผู้ข่มเหงในขณะนั้นหรือใน ระยะเวลาต่อเนื่องกระชั้นชิด (ปอ. มาตรา 72)
เหตุอื่นๆ ในการลดหย่อนหรือบรรเทาโทษ
ผู้โฉดเขลาเบาปัญญา มีความดีมาก่อน รับสารภาพผิด เป็นพยานหรือให้ความรู้แก่ศาล
อายุความ
อายุความฟ้องคดีทั่วไป
ระยะเวลาของอายุความแปรตามอัตราโทษตามความผิด
อายุความ 20 ปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษประหารชีวิต
อายุความฟ้องคดีความผิดอันยอมความได้
ความผิดฐานบุกรุกหรือหมิ่นประมาท กฎหมายกำหนดให้ผู้เสียหายต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระท าความผิด (ปอ. มาตรา 96)
โทษทางอาญา
โทษประหารชีวิต
เป็นโทษสูงสุด สำหรับลงโทษผู้กระทำความผิดคดีอุกฉกรรจ์
การฉีดยาหรือสารพิษเข้าร่างกายจนเสียชีวิต (ปอ.มาตรา 19)
อายุต่ำกว่า 18 ปี จ าคุกห้าสิบปี (ปอ.มาตรา 18 วรรคท้าย)
โทษจำคุก
จำกัดเสรีภาพของนักโทษที่ถูกควบคุมไว้ในเรือนจำตามระยะเวลาที่ กำหนดไว้ในคำพิพากษา
โทษกักขัง
เปลี่ยนโทษจำคุกไม่ เกิน 3 เดือน (ปอ.มาตรา 23) โทษปรับแล้วไม่ชำระค่าปรับ (ปอ.มาตรา 29)
โทษปรับ
การชำระเงินต่อศาลตามจำนวนที่ศาลกำหนดไว้ใน
คำพิพากษา (ปอ.มาตรา 28) ถ้าไม่ชำระภายใน 30 วัน ถูกยึดทรัพย์
โทษริบทรัพย์สิน
ผู้ใดทำหรือมีไว้ในครอบครองเป็นความผิด (ปอ. มาตรา 32) เช่น ยาบ้า
ได้มาโดยการกระทำความผิด นำมาโดยไม่รู้ (ปอ.มาตรา 33)
ให้รางวัลในการกระทำความผิด (ปอ. มาตรา 34)
ลหุโทษ
ความผิดที่ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือนหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (ปอ.มาตรา 102)
การทำงานเพื่อบริการสังคม
ผู้ที่จะทำงานบริการสังคมต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข
เข้าร่วมโครงการฝึกอบรมทางศีลธรรม วินัย หรือโครงการอื่นตามที่ศาลเห็นสมควร
ละเว้นการคบหาสมาคมหรือประพฤติใดๆ ที่อาจนำไปสู่การกระทำความผิดในทำนองเดียวกัน
ห้ามเสพสิ่งเสพติดทุกชนิด
ผู้ที่ถูกลงโทษโดยการทำงานบริการสังคม จะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของพนักงานคุม
ความรับผิดทางอาญาที่เกี่ยวกับการปฏิบัติการพยาบาล
ความประมาทในการประกอบวิชาชีพ
การกระทำหรือการพยาบาลโดยขาดความระมัดระวัง
จนเกิดความเสียหายอันตรายต่อสุขภาพหรือชีวิต
ต้องพิจารณาตามมาตรฐานวิชาชีพและ สภาพแวดล้อมหรือพฤติการณ์
สาเหตุของความประมาท
ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานวิชาชีพ
ไม่ซักประวัติการแพ้ยาหรือสารอื่นๆ
ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งการรักษาของ แพทย์ทั้งที่เป็นลายลักษณ์อักษรและด้วยวาจา
ใช้เครื่องมือ/อุปกรณ์การแพทย์ไม่ถูกต้อง
ไม่ปฏิบัติตามคู่มือการใช้เครื่องมือ
พยาบาลวิชาชีพต้องมีความรู้ เกี่ยวกับการใช้เครื่องมือนั้นๆ อย่างดี
ความบกพร่องด้านการสื่อสาร
ไม่รายงานแพทย์ เมื่อผู้ป่วยมีอาการเปลี่ยนแปลงหรือรายงานแพทย์ในเวลาที่ไม่เหมาะสม
ความบกพร่องด้านการบันทึก
ไม่บันทึกความก้าวหน้า หรือการเปลี่ยนแปลงของผู้ป่วยไว้ในเวชระเบียน
พยาบาลวิชาชีพไม่บันทึกสาระของคำสั่งพร้อมกับ ลงเวลาที่สั่ง
ความบกพร่องด้านการประเมินและเฝ้าระวังอาการ
ประเมินอาการในแต่ละเวรไม่ครบถ้วน ไม่ปรับปรุงแผนการดูแลไม่สังเกตการเปลี่ยนแปลง ของผู้ป่วย
ความบกพร่องด้านการ
ไม่พิทักษ์สิทธิของผู้ป่วย
ไม่สอบถามเมื่อมีคำสั่งยาที่สงสัย ไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง
ความประมาทในการประกอบวิชาชีพกับการปฏิเสธการรักษา
ประมาททำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายเล็กน้อยแก่ร่างกายหรือจิตใจ
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (ปอ. มาตรา 390)
ประมาททำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ (ปอ.มาตรา 300)
ลักษณะอันตราย
ตาบอด หูหนวก ลิ้นขาด หรือเสียฆานประสาท
เสียอวัยวะสืบพันธุ์ หรือความสามารถสืบพันธุ์
เสียแขน ขา มือ เท้า นิ้ว หรืออวัยวะอื่นใด
หน้าเสียโฉมอย่างติดตัว
แท้งลูก
จิตพิการอย่างเต็มตัว เช่น ถูกตีศีรษะจนสติฟั่นเฟือน
ทุพพลภาพหรือเจ็บป่วยเรื้อรัง
ทุพพลภาพหรือเจ็บป่วยด้วยอาการทุกขเวทนาเกินกว่า 20 วัน
ประมาททำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายถึงแก่ความตาย
ให้เลือดผิดหมู่ เพราะไม่ตรวจสอบถุงเลือดก่อนให้
ไม่ซักประวัติการแพ้ทำให้ผู้ป่วยเกิด anaphylactic shock
จำคุกไม่ เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท (ปอ. มาตรา 291)
การทอดทิ้งหรือละเลยผู้ป่วย
ทอดทิ้งบุคคลที่ตนเอง รับผิดชอบตามหน้าที่หรือตามสัญญา
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่ เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (ปอ. มาตรา 307)
ไม่ดูแลปล่อยปละละเลยให้ผู้ป่วย ออกไปโดยลำพังออกไปก่ออันตรายแก่ผู้อื่นหรือตนเอง
ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท (ปอ.มาตรา 373)
การเปิดเผยความลับของผู้ป่วย (Confidential disclosure)
องค์ประกอบความผิดฐานเปิดเผยความลับตามกฎหมายอาญา (ปอ. มาตรา 323)
รู้ความลับผู้อื่นมาเนื่องจากการประกอบอาชีพหรือจากการศึกษาอบรม
เปิดเผยความลับนั้น ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ความผิดฐานเปิดเผยความลับมีข้อยกเว้นตามหลักเกณฑ์
เป็นข้อผูกพันหรือหน้าที
การออกใบรับรองแพทย์
โรคติดต่อร้ายแรงเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด
ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่อาจรับผิดชอบหรือตัดสินใจด้วยตนเอง ทั้งนี้ถือเป็นการคุ้มครองความปลอดภัย และ ป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นแก่ผู้ป่วย
คำสั่งศาล เช่น ปฏิบัติตามหมายศาลหรือการให้การต่อศาลในฐานะพยาน
ผู้ป่วยรับรู้และยินยอมให้เปิดเผย
บริษัทประกันชีวิตขอทราบประวัติการเจ็บป่วยและ ผู้ป่วยลงชื่อยินยอมให้เปิดเผยเป็นลายลักษณ์อักษร
การรายงานการทุบตีทำร้ายร่างกายในครอบครัว
รายงานบาดแผลที่ผู้ป่วยมารักษา เนื่องจากก่อคดีอาชญากรรม
แนวปฏิบัติในการรักษาความลับของผู้ป่วย
ไม่นำเรื่องของผู้ป่วยมาวิพากษ์วิจารณ์ให้บุคคลภายนอกได้ยินหรือพูดในที่สาธารณะ
ไม่วางแฟ้มประวัติหรือเขียนการวินิจฉัยไว้ที่ปลายเตียง/หน้าห้องผู้ป่วย
กรณีศึกษาของนักศึกษาพยาบาล ไม่ควรเขียนนามสกุลจริงของผู้ป่วย แต่อาจเขียนเฉพาะชื่อ เว้นการเขียนนามสกุลไว้
ไม่นำบันทึกรายงานของผู้ป่วยออกจากหอผู้ป่วย
ไม่เปิดเผยข้อมูลของผู้ป่วยแก่ญาติหรือคนอื่น โดยผู้ป่วยไม่ยินยอม
ระมัดระวังการพูดเกี่ยวกับการวินิจฉัย และการรักษาในห้องผู้ป่วยที่เป็นห้องรวม
หากส่งข้อมูลเกี่ยวกับผู้ป่วยที่เป็นความลับ เช่น ผลการตรวจเลือดหาเชื้อ HIV ควรใช้ กระดาษปะหน้า ใส่ซองปิดผนึกและประทับตรา “ลับ”
อภิปรายข้อมูลผู้ป่วยเฉพาะกับผู้ร่วมทีมสุขภาพ และเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับการ รักษาพยาบาลเท่านั้น
จัดเก็บรายงานผู้ป่วยไว้เป็นสัดส่วน และทบทวนระเบียบยืมแฟ้มประวัติผู้ป่วย/เวช ระเบียน เมื่อมีการส่งไปให้ค าปรึกษา/ส่งต่อ หรือน าไปใช้เพื่อการศึกษา
โรงพยาบาลควรมีนโยบายจำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของผู้ป่วย การสืบค้นข้อมูล ทางคอมพิวเตอร์
จัดทำระเบียบการขอสำเนาเวชระเบียนของผู้ป่วยต่อบุคคลที่สาม เพื่อเป็นแนวทาง ปฏิบัติแก่บุคลากรในหน่วยงาน และป้องกันการนำความลับของผู้ป่วยไปใช้ในทางเสื่อมเสียแก่ผู้ป่วยและ ครอบครัว
การปฏิเสธความช่วยเหลือผู้ที่ตกอยู่ในอันตรายต่อชีวิต
การไม่ช่วยเหลือหรือปฏิเสธการช่วยเหลือผู้อื่นที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตทั้งๆที่ตนอาจช่วยได้
(ปอ.มาตรา 374) ต้องระวางโทษจ าคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจ าทั้งปรับ
ความผิดเกี่ยวกับเอกสาร: การปลอมเอกสารและการทำหรือรับรองเอกสารเท็จ
ความผิดฐานปลอมเอกสาร
ความผิดฐานปลอมเอกสาร
ทำเอกสารปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือบางส่วน เติมหรือตัดทอนข้อความ หรือแก้ไขด้วย ประการใดๆ
นำเอกสารปลอมที่ทำขึ้นไปใช้ในทางที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น
ความผิดฐานปลอมเอกสาร ซึ่งมีลายมือชื่อของผู้อื่น โดยไม่ได้รับความยินยอมหรือโดยฝ่าฝืนค าสั่ง
ความผิดฐานทำหรือรับรองเอกสารเท็จ
เป็นผู้ทำคำรับรองเป็นเอกสารเท็จ หรือเป็นผู้ใช้หรืออ้างคำรับรองนั้นโดยทุจริต
ใช้เอกสารเท็จนั้นในทางที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นและประชาชน
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
การทำให้หญิงแท้งลูก (Induced abortion)
การทำให้ตนเองแท้งลูก
มีความผิดและได้รับ โทษ จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจ าทั้งปรับ (ปอ.มาตรา 301)
การทำให้หญิงแท้งลูกโดยผู้เสียหายยินยอม
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับ ไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ถ้าการกระทำนั้นเป็นเหตุให้หญิงได้รับอันตรายสาหัสและถึงแก่ความ ตายผู้กระทำจะได้รับโทษหนักขึ้น (ปอ. มาตรา 302)
การทำให้หญิงแท้งลูกโดยผู้เสียหายไม่ยินยอม
ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ถ้าหญิงตั้งครรภ์ได้รับอันตรายสาหัสอย่างอื่น ผู้กระทำต้อง ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 – 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 – 200,000 บาท
และถ้าหญิงตั้งครรภ์ถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5–10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000–400,000 บาท (ปอ.มาตรา 303)
การพยายามทำให้หญิงแท้งลูก
ผู้กระทำไม่ต้องรับโทษ (ปอ.มาตรา 304) เพราะความผิดยังไม่สำเร็จ คือ ยังไม่แท้งลูก
การทำให้หญิงแท้งที่ถูกกฎหมาย
จำเป็นต้องกระทำเนื่องจากสุขภาพหญิงตั้งครรภ์
หญิงตั้งครรภ์เนื่องจากถูกข่มขืนกระทำชำเรา (มาตรา 276)
เด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี ตั้งครรภ์จากการถูกชำเราโดยเด็กยินยอมหรือไม่ก็ตาม (มาตรา 277)
ตั้งครรภ์เนื่องจากถูกล่อลวง ข่มขืนใจ ประทุษร้าย หรือใช้อำนาจครอบงำ โดยผิดทำนองคลองธรรม (มาตรา 282 – 284)