Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
Development of Nuse Director ศุภนุช ยงยวด 60116241 - Coggle Diagram
Development of Nuse Director ศุภนุช ยงยวด 60116241
การมอบหมายงานและความรับผิดชอบ
ปัจจัยการมอบหมายงาน
ประสบการณ์
ความชำนาญ
ความรู้
ความสามารถแต่ละบุคคล
ค่าตอบแทน
การจัดการเชิงกลยุทธ์
ความสำคัญ
ช่วยให้ผู้บริหารคิดอย่างเป็นระบบ
ช่วยสร้างความพร้อมให้องค์การ
ช่วยให้องค์การมีกรอบและทิศทางที่ชัดเจน
ช่วยให้องค์การมีมุมมองที่ครอบคลุม
ช่วยให้การทางานเกิดความสอดคล้องในการปฏิบัติหน้าที่
ช่วยสร้างประสิทธิภาพในการแข่งขัน ความได้เปรียบทางการแข่งขันนี้สามารถเกิดขึ้นจากการ นาเสนอสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ เหมาะสมกับราคา
ลักษณะลำคัญ
เป็นการบริหารองค์การแบบองค์รวม (Holistic Approach)
มุ่งเน้นที่ ภาพรวมทั้งหมดขององค์การ มากกว่าการพิจารณาองค์การแบบแยกส่วน เป็นการบริหารที่ มุ่งเน้นการบรรลุ ถึงเป้าหมายโดยรวมขององค์การทั้งหมดเพื่อให้ทิศทางการเนินการขององค์การเป็นไปในทิศทางที่นาไปสู่จุดหมาย เดียวกัน
เป็นการบริหารที่ให้ความสาคัญต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับองค์การ (Stakeholder - Oriented)
มุ่งเน้นและคานึงถึงความต้องการขององค์การ และ ความสาคัญของผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับองค์การหลายกลุ่ม เช่น ลูกค้าชุมชน หน่วยงานของรัฐ
เป็นการบริหารจัดการที่มุ่งเน้นการวางแผนระยะยาว (Long – Range Planning)
มีความเกี่ยวข้องหรือมีผลต่อทิศทางการดาเนินงานในระยะ ยาวขององค์การ
เป็นการบริหารองค์การที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ในการดาเนินงาน (Result – Based Focus
มุ่งเน้นและให้ความสาคัญต่อผลลัพธ์การดาเนินงาน โดยมีการระบุ เป้าหมาย วัตถุประสงค์ รวมทั้งตัวชี้วัดผลการดาเนินงานอย่างชัดเจน
เป็นการบริหารที่มุ่งเน้นการจัดการต่อการเปลี่ยนแปลงขององค์การ (Change - Oriented)
มุ่งเน้นความสาคัญต่อการจัดการกับการเปลี่ยนแปลงขององค์การทั้งระบบ ซึ่งครอบคลุม โครงสร้างขององค์การ เทคโนโลยี บุคลากรและทรัพยากรต่างๆ
เป็นการบริหารที่มุ่งเน้นถึงอนาคต (Future - Oriented)
มุ่งเน้นอนาคต โดยการสร้างหรือกาหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ และวัตถุประสงค์ขององค์การอย่างเป็น ระบบ
ขั้นตอนพื้นฐาน
การกาหนดกลยุทธ์
การวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์
กระบวนการเริ่มแรกที่สาคัญของการจัดการเชิงกลยุทธ์ในการพัฒนา กลยุทธ์ให้เหมาะสมกับองค์การ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการกาหนดกลยุทธ์ต้องเข้าใจในความสัมพันธ์และ แนวโน้มความเป็นไปของสภาพแวดล้อมภายนอกองค์การ ทั้งสภาพแวดล้อมทั่วไป และสภาพแวดล้อมใน ระบบสุขภาพ
การจัดการงบประมาณ
ชนิดของงบประมาณ
งบบุคลากร
ค่าจ้างชั่วคราว
ค่าจ้างประจำวัน
เงินเดือน
งบดำเนินการ
ค่าตอบแทน
ค่าใช้สอย
ค่าวัสดุ
ค่าสาธารณูปโภค
งบลงทุน
งบเงินอุดหนุน
งบเงินสด
งบแผนงาน
การจัดงบประมาณ
ขั้นเตรียมงบประมาณ
4ขั้นตอน
การกำหนดวัตถุประสงค์ หรือจัดทำแผนโครงการต่างๆ ประมาณการรายจ่าย
การรวบรวมปัญหา วิเคราะห์การใช้จ่ายในแต่ละโครงการของแต่ละงาน
แก้ไขปรับปรุงยอดรายจ่าย
เสนอแผนงบประมาณต่อฝ่ายบริหาร
ปัญหา
ขาดการกลั่นกรองและการจัดลาดับความสำคัญในคำของบประมาณ
ขาดความรู้ประสบการณ์ในการวงแผนและในเรื่องงบประมาณ
ขาดการประมาณการงบประมาณ
ขาดข้อมูลสนับสนุนในคำของบประมาณ
ขั้นอนุมัติงบประมาณ
ปัญหา
พิจารณารายละเอียดมากเกินไป
ขาดประสบการณ์ในการพิจารณา
คณะกรรมการพิจารณาไม่ครบองค์ประชุม
เป็นอำนาจของผู้บริหาร (คณะกรรมการบริหาร) หรือของรัฐสภาโดยรัฐสภาจะแต่งตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นพิจารณางบประมาณที่ฝ่ายบริหารเสนอมา ดังนั้นการจะให้งบประมาณได้รับการอนุมัตินั้นผู้นำเสนอจะต้องใช้กลยุทธ์ เช่น การหาเสียงสนับสนุนจากบุคคล ฝ่าย ต่างๆ โดยการหาข้อมูลเหตุผลมาสนับสนุนโน้มน้าว ให้ทีมอนุมัติเข้าใจเห็นความจำเป็นหรือความสาคัญของ โครงการต่างๆ สร้างความเชื่อถือ ศรัทธาในพฤติกรรมการทำงานของหน่วยงาน เพื่อทาให้งบประมาณที่ขอ อนุมัติไปได้รับการจัดสรร
ขั้นบริการงบประมาณ
หลักสำคัญ
ต้องมีการควบคุมและแก้ไขปัญหาข้อบกพร่องใน การใช้จ่าย
เพื่อไม่ให้เกิดความชะงักในการปฏิบัติงาน ในโครงการต่างๆต้องให้เป็นไปตามตารางเวลาที่กำหนด
เพื่อธารงไว้ซึ่งเจตนารมณ์ของฝ่ายบริหารที่อนุมัติงบประมาณ เพื่อให้งานได้ดาเนินไปตามแผน
เพื่อให้มีความยืดหยุ่นได้ในทุกระดับของการบริหารสามารถใช้จ่ายเงินงบประมาณในการ
ดาเนินงาน โครงการต่างๆ ให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ได้รับอนุมัติ
ปัญหา
ขาดประสิทธิภาพในการบริหาร
ขาดการตรวจสอบ และควบคุมกากับที่ดี
การดาเนินการหยุดชะงักไม่เป็นไปตามแผน
การจัดสรรงบประมาณทางด้านสุขภาพ
รายโรคที่ผู้ป่วยเป็น
รายกิจกรรม
การจัดสรรงบปริมาณยอดรวม
เหมาจ่ายรายหัวประชากร
รูปแบบการจัดการงบประมาณ
แบบเน้นการจัดการ
แบบเน้นการควบคุม
แบบเน้นการวางแผน
เน้นการแก้ปัญหาข้อจำกัดทางทรัพยากร หรือ งบประมาณฐานศูนย
บทบาทผู้บริหารการพยาบาลในการจัดการงบประมาณ
จัดทำงบประมาณของกลุ่มการพยาบาล
บริหารงบประมาณ ควบคุมค่าใช้จ่าย
ร่วมกำหนดพันธกิจ นโยบาย เป้าหมายในการจัดทำและจัดสรรงบประมาณ
วางแผน/จัดให้มีการพัฒนาความรู้เกี่ยวกันการเงินและงบประมาณ
การจัดอัตรากำลังคน
หลักการสาคัญ
แบบแผนหรือรูปแบบในการจัดอัตรากำลังขึ้นอยู่กับชนิดประเภทและความรุนแรงของผู้ป่วย
มีระบบการจัดเตรียมบุคลากรทดแทนให้เพียงพอในกรณีบุคลากรป่วย มีเหตุการณ์ฉุกเฉินหรือมี
ปริมาณงานเพิ่มขึ้น(ผู้ป่วยมาก) และมีแผนการลดจานวนบุคลากรเมื่อมีปริมาณงานลดลง
อยู่บนพื้นฐานการมุ่งผลสัมฤทธิ์ด้านประสิทธิภาพ ความคุ้มค่า คุณภาพ
การดูแลผู้ป่วย ตอบสนองพันธกิจ และสอดคล้องกับผลลัพธ์ที่โรงพยาบาลมุ่งหวัง
การประเมินผลการจัดอัตรากาลังต้องประเมินทั้งด้านคุณภาพการดูแลผู้ป่วยและคุณภาพชีวิต
การทางานของบุคลากร โดยสามารถประกันคุณภาพการพยาบาลได้
วัตถุประสงค์
เพื่อสรรหาบุคลกรทางการพยาบาลที่มีคุณสมบัติตามที่กาหนดสามารถใช้ประโยชน์จากความรู้ ความชานาญของบุคลากรทางการพยาบาลอย่างเต็มที่ และจัดสัดส่วนการผสมผสานอัตรากาลัง (Staffing mixed) อย่างเหมาะสม
เพื่อออกแบบการจัดตารางเวลาการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการพยาบาลให้เหมาะสมกับ ภารกิจของหน่วยงาน
1.เพื่อกาหนดปริมาณอัตรากาลังให้มีพยาบาลเพียงพอในการดูแลผู้ป่วย เหมาะสม และสมดุลกับภาระงานในแต่ละช่วงเวลาตลอด 24 ชั่วโมง
กระบวนการจัดอัตรากำลังทางการพยาบาล
การกระจายกำลัง (Staffing allocation)
เป็นระบบการบริหารงานบุคคลที่สาคัญ เพื่อให้มีบุคลากรที่เพียงพอในการ ปฏิบัติงาน ทั้งจานวนและความรู้ความสามารถ โดยใช้เครื่องมือทางการบริหารการพยาบาล คือการคิดภาระ งานและหาค่าร้อยละผลิตภาพ (Productivity) แล้วนาค่าผลิตภาพของแต่ละงานมาวิเคราะห์ ดูปัญหา ความ เป็นไปเปรียบเทียบกันทุกหน่วย
สิ่งที่ผู้บริหารต้องทราบและเข้าใจเกี่ยวกับคนทำงาน
:silhouette: อายุ
อายุเฉลี่ยของกำลังคน เพื่อการวาง แผนการจัดอัตรากาลังได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
:black_flag:การผสมผสานวัฒนธรรม
เพื่อจะให้มีคน ปฏิบัติงานได้ตลอดเวลา ในขณะเดียวกันก็สามารถสร้างแรงจูงใจ ที่จะให้ผู้ปฏิบัติงานได้ลาพักผ่อนหรือลาหยุด ไปร่วมทำกิจกรรมตามวัฒนธรรมหรือประเพณีของตนได้ โดยที่หน่วยงานยังมีบุคลากรปฏิบัติงาน
:pencil2: ช่องว่างระหว่างการศึกษา
เพื่อจะได้จัดอัตรากาลังในทีมผสมของบุคลากรทางการพยาบาลในแต่ละระดับ เพื่อให้ปฏิบัติในแต่ลเวรได้อย่างถูกต้อง เหมาะสมกับความรู้ ความสามารถอย่างแท้จริง
:recycle: คนทางานที่ไม่ได้ผลงานตามคาดหวัง
ควรทราบข้อมูลปัญหาการปฏิบัติงาน ระดับสมรรถนะของบุคลากรในหน่วยงาน เพื่อจัดเตรียมให้การพัฒนา แก้ไขเพื่อให้บุคลากรสามารถทางานได้ตามที่ ต้องการ ผู้บริหารควรประเมินสมรรถนะและผลการปฏิบัติงานของผู้ปฏิบัติอย่างจริงจัง และควรจัดคนที่ไป ปฏิบัติงานให้เหมาะสม ตรงตามสมรรถนะของแต่ละบุคคล
:<3: เพศ
ปัจจุบันได้มีพยาบาลเพศชายเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น ควรวางแผนการจัดกระจายพยาบาลเพศชายหรือหญิงให้เหมาะสมกับงานมากยิ่งขึ้น
:check: คุณค่า ความเชื่อมั่น ความศรัทธาในการทำงาน
ควรตระหนักและหล่อหลอมให้ทุกคนยึดมั่นผูกพัน และภักดีต่อองค์กร เทคนิคการจูงใจ การ ให้รางวัล การลงโทษทางวินัย ต่างๆ
การจัดตารางการปฏิบัติงาน (Scheduling)
เป็นการมอบหมายงานอย่างหนึ่งที่พยาบาลต้องปฏิบัติ หากไม่ขึ้นปฏิบัติตามที่ได้มอบหมายในตารางเวลาการ ปฏิบัติงานถือว่าได้ละทิ้งหน้าที่ ซึ่งถือเป็นความผิดร้ายแรง
รูปแบบ ของลักษณะเวรเป็นแบบผสมที่มีทั้งเวรเช้า เวรบ่าย และเวรดึก คือ ชช บบ ดด OO ชช บบ ดด OO หรือบางหน่วยงานก็จะจัดให้เป็น ดด บบ ชช OO หรือ ด บ ชช OO
การเปลี่ยนแปลงเพื่อพัฒนา
รูปแบบการเปลี่ยนแปลง
การเปลี่ยนแปลงเชิงรุก (Proactive)
เป็นการเปลี่ยนแปลงตนเองก่อนที่จะได้รับการเปลี่ยนแปลง
จากผู้อื่นซึ่งต้องอาศัยการวิเคราะห์สถานการณ์ และแนวโน้มสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเพื่อเตรียมการรองรับถึงที่จะเกิดขึ้นหากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นมีผลในเชิงลบก็จะทาให้เกิดผลที่ไม่รุนแรง
การเปลี่ยนแปลงเชิงรับ (Reactive)
เป็นการถูกเปลี่ยนแปลงโดยผู้อื่น อาจจะเป็นในเชิงจาก หน่วยงานต้นสังกัด หรือเป็นนโยบายระดับองค์กร ระดับประเทศก็ได้ ทั้งๆ ที่ บุคคลในองค์กรอาจไม่ยอมที่จะ เปลี่ยนแปลง หรือมีความคิดติดยึดในแบบเดิมๆมานาน ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงแบบนี้อาจมีผลกระทบต่อผู้ที่ ได้รับการเปลี่ยนแปลง มีการต่อต้านได้ หากไม่ได้รับการสื่อสาร การประสานงาน หรือการเตรียมตัวให้พร้อม
มาก่อน
กระบวนการเปลียนแปลง
:check: ช่วงละลายพฤติกรรม (Unfreezing) เป็นความพยายามละลายระบบ หรือรูปแบพฤติกรรมเดิม
เปรียบเสมือนละลายน้าแข็งให้เป็นน้า ทั้งนี้ จะต้องทาให้บุคคลรู้สึกมีความมั่นคง โดยจะหลีกเลี่ยงการคุกคาม หรือทาให้มีความเสี่ยง โดยใช้วิธีการจูงใจทั้งเชิงบวกและเชิงลบในการบริหารงาน
แนวทางการบริหารการเปลี่ยนแปลง
บทบาทหน้าที่ของผู้บริหารทางการพยาบาลที่ดี คือ การเป็นผู้นาสาหรับผู้ใต้บังคับบัญชากล่าวคือต้อง เป็นตัวอย่างที่ดี ดังนั้น การแสดงบทบาทที่สนับสนุน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเพียงอย่างเดียวคงไม่เพียงพอคง ต้อง ริเริ่มหรือกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นด้วย ต้องบริหารเชิงรุก หรือ Proactive การบริหารที่ต้องมี การคาดการณ์และวางแผนไว้ล่วงหน้าอย่างเหมาะสมเพื่อรองรับสถานการณ์ต่างๆที่อาจเกิดขึ้น
สาเหตุของการเปลี่ยนแปลง
การต่อต้านการเปลี่ยนแปลง
การ่อต้านเงียบ
วิธีการแก้ไขคือ ต้องเปิดโอกาสให้ได้แสดงความรู้สึก หรือความ คิดเห็นออกมา ดีกว่าเก็บซ่อนความรู้สึกนั้นไว้
จะแสดงตนเหมือนพร้อมให้ความ ร่วมมือ แต่เมื่อต้องปฏิบัติงาน จะไม่ให้ความร่วมมือ
การต่อต้านเปิดเผย
การปฏิเสธการเปลี่ยนแปลง
การหลีกเลี่ยงการร่วมมือใดๆทั้งสิ้น
การแก้ไข : ชี้แจงความจำเป็นของการเปลี่ยนแปลง
การไล่ตามการเปลี่ยนแปลง
การนำการเปลี่ยนแปลงมาใช้ประโยชน์
:check: ช่วงตกผลึกอีกครั้ง (Refreezing) เป็นช่วงที่พฤติกรรมใหม่ที่ได้จากการเรียนรู้เริ่มจะอยู่ตัวจึงต้อง มีการเสริมแรงให้พฤติกรรมธารงอยู่อย่างยั่งยืน โดยการจัดทาเป็นระบบ มาตรฐาน และมีกระตุ้นและจูงใจให้ บุคคลปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง
:check:ช่วงการเปลี่ยนแปลง (Changing) เป็นช่วงที่เป็นการเรียนรู้เพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมใหม่จน นาไปสู่พฤติกรรมที่องค์กรพึงปรารถนา โดยผ่านวิธีการต่าง ๆ เช่น การสอนงาน การพัฒนา ฝึกอบรม ฯลฯ
คุณสมบัติของหัวหน้าฝ่ายการพยายาล
ด้านประสบการณ์
ประสบการณ์การด้านการจัดการ
มีประสบการณ์ด้านการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาล
มีการเลื่อนขั้นตามลำดับ
ด้านวิชาการ
จบการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านพยาบาลศาสตร์/ได้รับใบประกอบวิชาชีพ/เป็นสมาชิกการพยาบาล/ปริญญาโทบริหารหรือเที่ยบเท่า
ด้านปฏิบัติการ
จัดหา ควบคุมพัสดุ ครุภัณฑ์เครื่องมือทางการแพทย์และการพยาบาลให้เพียงพอ
ควบคุม ติดตาม และกำกับระบบบริการพยาบาลในหน่วยงานที่รับผิดชอบ
กำหนดขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบ
การจัดการทรัพยากร
ความสำคัญของการบริหารทรัพยากรต่อองค์กร
ทำให้มีการใช้ทรัพพยากรได้อย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ
ได้รับและใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เหมาะสมและทันสมัย
อัตราบุคคลากรทางการแพทท์มีปริมาณเพียงพอในการดูแลผู้ป่วย
การจัดสรรบุคลากร
สนับสนุนและส่งเสริมให้บุคลากรมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและเหมาะสม สอดคล้องกับภารกิจ
ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของบุคลากร เพื่อทำให้เกิดแรงจูงใจ
พัฒนาระบบการประเมินภาระงาน การประเมินผลการปฏิบัติงานอย่างยุติธรรม เสมอภาค โปร่งใส
การจัดสรรวัสุอุปกรณ์
มีวัสดุอุปกรณ์สำรองไว้ สำหรับอุปกรณ์ทางการแพทย์ทั้งหมด
วางแผนงบประมาณในการจัดหาวัสดุอัปกรณ์
ใช้ทรัพยากรที่จำกัดอย่างมีประสิทธิภาพ
อุปกรณ์การแพทย์ได้รับการทดสอบเมื่อรับมาใหม่และหลังจากใช้งานตามความเหมาะสม