Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
กิจกรรมการพยาบาล (Nursing Implementation), นางสาวกัญญาณัฐ สมประสงค์ …
กิจกรรมการพยาบาล
(Nursing Implementation)
ปัญหาที่ 1
ผู้ป่วยมีภาวะระดับน้ำตาลในเลือดสูง เนื่องจากมีความรู้ด้านโภชนาการเกี่ยวกับชนิดของอาหารที่ควรรับประทาน ไม่เพียงพอ
แนะนําและสร้างสัมพันธภาพกับผู้ป่วย เพื่อให้เกิดความไว้วางใจในการพูดคุยและให้คําแนะนํา
ประเมินความรู้และสอนผู้ป่วย/ญาติให้สังเกตการรับรู้และการประเมินเมื่อมีอาการผิดปกติ เพื่อลดความรุนแรงของโรคและอาการผิดปกติที่จะเกิดขึ้น
เมื่อมีระดับน้ําตาลในเลือดต่ำจะมีอาการ
หัวใจเต้นเร็ว เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ ฉุนเฉียวง่าย กังวล สายตาพร่า เหงื่อออกมาก หิวบ่อย อ่อนเพลีย ตัวสั่น ถ้าอาการรุนแรงอาจชักหรือหมดสติ ต้องดําเนินการดังนี้
2.กรณีที่มีอาการค่อนข้างมาก แต่ยังรู้สึกตัว ให้ดื่มน้ําหวาน 1⁄2 - 1 แก้ว หรืออมลูกอม 1-2 เม็ด ถ้ายังไม่ดีขึ้น สามารถดื่มน้ําหวานซ้ําอีก 1 แก้วได้
3.ถ้ามีอาการรุนแรงถึงขั้นหมดสติ รีบนําส่งโรงพยาบาลทันที
1.ถ้าอาการไม่มาก ควรรีบรับประทานทันที เช่นข้าว ขนมปัง นม น้ําหวานและผลไม้รสหวานก่อน
เมื่อมีระดับน้ําตาลในเลือดสูงจะมีอาการ
กระหายน้ำมาก คลื่นไส้ ปัสสาวะบ่อยและมากผิดปกติ โดยเฉพาะเวลากลางคืน อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ตาพร่ามัว ซึม อาจหมดสติหรือมีอาการชักกระตุกได้ ต้องปฏิบัติโดย
ดื่มน้ําให้มากๆ เพื่อช่วยเจือจางน้ําตาลในเลือด (ถ้ามีเครื่องวัดระดับน้ำตาลลองตรวจเลือดเพื่อวัดระดับน้ําตาล ให้แน่ใจว่าสูงจริง แล้วค่อยฉีดอินซูลินหรือทานยา)
หากหมดสติให้รีบพาไปพบแพทย์โดยด่วน
แนะนําให้รับประทานยาMIXTARD 70:30 INJ (ED) , ยาFOLIC ACID (ED) 5 MG , ยา Aspilets-Aspirn (ED) 81 mg , ยา SIMVASTAIN 20 มก.และยา LOSEC-Omeprazole CAP(ED) ตามแผนการรักษาของแพทย์
ให้ความรู้ด้านโภชนาการอาหารสําหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน พร้อมบอกประโยชน์ของการรับประทานอาหารที่เหมาะสมกับโรค เพื่อควบคุมระดับน้ําตาลในเลือด เช่น
1.อาหารที่สามารถรับประทานได้ไม่จํากัดปริมาณ
เช่น ผักก้าน ผักใบเขียวทุกชนิด เพราะทําให้การดูดซึมน้ําตาลช้าลง อีกทั้งใยอาหารยังช่วยดูดซับน้ำตาล ไม่ให้เข้าสู่กระแสเลือดเร็วเกินไป ทําให้ร่างกายสามารถดึงน้ําตาลไปใช้ได้พอดี
2.อาหารที่สามารถกินได้แต่ต้องจํากัดปริมาณ ได้แ
อาหารประเภทแป้ง เช่น ข้าว ก๋วยเตี๋ยว ขนมปังขาว เผือก มัน เพราะมีคาร์โบไฮเดรตน้อยกว่าน้ำตาล โดยแป้งจะถูกย่อยเปลี่ยนให้เป็นน้ำตาลได้เร็ว แต่อาหารเหล่านี้ก็ยังมีโปรตีน วิตามิน แร่ธาตุ และเป็นแหล่งพลังงานที่สําคัญของร่างกาย จึงไม่ควรงดหรือจํากัดจนเกินไป
ผลไม้บางชนิด ที่มีรสหวานและมีปริมาณน้ำตาลค่อนข้างสูง เช่นมะม่วงสุก ทุเรียน ขนุน
แนะนําญาติให้จัดอาหารตามหลักโภชนาการของผู้ป่วยโรคเบาหวาน และจํากัดปริมาณแป้ง น้ําตาล และผลไม้รสหวานที่ผู้ป่วยชอบรับประทาน
แนะนําญาติและผู้ป่วยให้ปรับเปลี่ยนอาหารว่างในการรับประทานแต่ละครั้ง เช่น รับประทานส้ม1ผล มะม่วงสุก1/2ผล มะละกอสุก 8 ชิ้น แต่ไม่ควรรับประทานบ่อยเนื่องจากเป็นผลไม้ที่มีรสหวาน ปรับจากการดื่มเครื่องดื่มไมโลทุกวันเป็นนานๆวันดื่มครั้ง หรือดื่มวันละน้อยๆเป็นต้น
ปัญหาที่ 2
ผู้ป่วยมีภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน ได้แก่โรคไตเรื้อรัง โรคตา(ต้อ) ภาวะอาการปลายมือปลายเท้าชา และปัสสาวะบ่อยในตอนกลางคืน เนื่องจากมีความรู้ไม่เพียงพอเกี่ยวกับการปฏิบัติตนให้ถูกต้องต่อโรคเบาหวาน
ประเมินความรู้ความเข้าใจของผู้ป่วยที่มีต่อโรคเบาหวาน และภาวะแทรกซ้อนที่เกิด
เพื่อนํามาวางแผนและหาวิธีการที่เหมาะสมในการให้ข้อมูลและความรู้แก่ผู้ป่วย
แนะนําวิธีการออกกําลังกายโดยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด เช่น การกระดกส้นเท้า , ปลายเท้า การยกและกางแขนขา ออกวันละประมาณ 30 นาที เพื่อลดอาการชาของปลายมือปลายเท้า
สังเกตอาการผิดปกติ ได้แก่ อาการบวม ปัสสาวะออกน้อยจากโรคไต ตาพร่ามัวมองเห็นไม่ชัดเจนจากเบาหวานขึ้นตา ปัสสาวะบ่อยๆจากการควบคุมระดับน้ําตาลได้ไม่ดี การตรวจดูแผลที่เท้า เพื่อตรวจอาการที่ผิดปกติ และจะได้ทำการรักษาได้ทัน ลดความรุนแรงของโรค
แนะนําให้ได้รับการตรวจตา
แนะนําให้ไปตรวจตามนัดอย่างต่อเนื่อง
ให้ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน ได้แก่ ทําให้เกิดโรคไตเรื้อรัง โรคตา อาการชาตามปลายมือปลายเท้าและปัสสาวะบ่อยในตอนกลางคืน ให้คําแนะนําในการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน
แนะนําให้สังเกตและตรวจเท้าทุกวันเพื่อป้องกันการเป็นแผล และสาธิตวิธีการดูแลตนเองเมื่อเป็นแผล การทําความสะอาดบาดแผลเพื่อป้องกันการติดเชื้อที่เสี่ยงต่อการเกิดแผลเรื้อรัง
ให้ความรู้ในการหลีกเลี่ยงรับประทานอาหารรสหวาน เค็ม และมันเพื่อควบคุมความรุนแรงของโรค
แนะนําให้รับประทานยาตามแผนการรักษาของแพทย์และให้คำแนะนําเกี่ยวกับผลข้างเคียงของยา เพื่อลดอาการเจ็บป่วย และความเข้าใจในการรับประทานยา ยาที่รับประทานเช่น
ยาโรคเบาหวาน ได้แก่ ยาMIXTARD 70:30 INJ (ED) , ยาFOLIC ACID (ED) 5 MG , ยา Aspilets-Aspirn (ED) 81 mg , ยา SIMVASTAIN 20 มก. และยา LOSEC-Omeprazole CAP(ED)
ยาโรคตา ได้แก่ ยา HISTA-OPH (ED) 0.05% ขวด และยา NATEAR EYE DROPS (ED) 10 ML
ยาโรคไตได้แก่ยา FERROUS FUMARATE (ED) , ยาGabapentin (ED) 100 mg , ยาPARACETAMOL 500 และยาTolperisone Hydrochloride 50 mg
ปัญหาที่ 3
ผู้ป่วยอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคไตเรื้อรัง เนื่องจากมีความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติตนให้ถูกต้องเกี่ยวกับโรคไตเรื้อรังระยะที่ 4 ไม่เพียงพอ
แนะนําผู้ป่วยและญาติผู้ดูแลให้จัดอาหารที่เหมาะสมกับโรคไตของผู้ป่วยเพื่อป้องกันภาวะไตวายเฉียบพลัน ดังนี้
หลีกเลี่ยงอาหารที่มีคอเลสเตอรอล เช่น ไข่แดง ไข่ปลา เนย
รับประทานผลไม้ที่มีปริมาณโพแทสเซียมต่ํา เช่น แอปเปิ้ล ชมพู่
หลีกเลี่ยงอาหารรสเค็ม ลดการเติมเกลือ น้ําปลา ซอส เพิ่มในอาหาร
รับประทานเนื้อปลา มื้อละ 3-4 ช้อนกินข้าว ไข่ขาว 2-3 ฟอง
ให้ความรู้เกี่ยวกับภาวะแทรกซ้อนทางไตที่เกิดจากโรคเบาหวาน เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนใหม่ และลดความรุนแรงของโรค
สังเกตอาการผิดปกติของร่างกาย ได้แก่ อาการบวม ปัสสาวะออกน้อย มีอาการชา กระตุก มือจีบ ปวดหน้าอก หายใจหอบเหนื่อย หายใจลําบากจากภาวะแทรกซ้อนจากโรคไตเรื้อรัง เพื่อตรวจอาการที่ผิดปกติ และจะได้ทําการรักษาได้ทัน ลดความรุนแรงของโรค
แนะนําให้ผู้ป่วยหลีกเลี่ยงการซื้อยาแก้ปวดหรือยาสมุนไพรรับประทานเอง เนื่องจากอาจจะมีสารตกค้างสะสมในร่างกายหรือทําให้เกิดอันตรายต่อไตในผู้ป่วยเป็นโรคไตเรื้อรังได้ เพื่อรักษาสภาพของไตไม่ให้แย่ไปกว่านี้
ปัญหาที่ 4
ผู้ป่วยอาจเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ได้แก่ การหกล้ม เนื่องจากมีการทรงตัวไม่ดี มีอาการบวมและปวดบริเวณหัวเข่าข้างขวา ร่วมกับการอยู่ในวัยผู้สูงอายุและมีภาวะน้ำหนักเกิน
แนะนําญาติในการจัดสิ่งแวดล้อมที่บ้านให้เป็นระเบียบ ไม่วางของระเกะระกะ เพื่อป้องกันการเดินหกล้ม
ให้ความรู้และสาธิตวิธีการออกกําลังกายเพื่อบริหารเข่าโดย
ถ้าเดินเจ็บเสียวมาก
ถือไม้เท้าด้านตรงข้ามกับเข่าที่เจ็บ
ใช้ความร้อนประคบ
ให้ใส่ปลอกเข่า
ถ้าอาการปวดบวมลดลง
ออกกำลังกายบริหารอยู่กับที่
นอนหงาย เกร็งกล้ามเนื้อหน้าขา
ท่านั่งเก้าอี้ เหยียดเข่าตรง
ออกกําลังกายบริหารแบบเคลื่อนไหวที่เข่า
ท่าเหยียดเข่า นอนหงายเกร็งกล้ามเนื้อหน้าและขายกขาขึ้น
แนะนําวิธีการควบคุมน้ําหนักในวัยผู้สูงอายุเพื่อควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ และลดแรงที่กระทําต่อข้อเข่า
ถ้ามีอาการเข่าเสื่อมมากแนะนําให้ไปพบแพทย์เพื่อให้การรักษาที่เหมาสะต่อไป
ประเมินรูปร่างและน้ำหนักของผู้ป่วยเพื่อจัดกิจกรรมการออกกําลังกายที่เหมาะสม
เนื่องจากนหน้ำกตัวที่เพิ่มขึ้นจะเพิ่มแรงที่กระทําต่อข้อเข่า
แนะนําญาติให้ดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด ระมัดระวังการเกิดอุบัติเหตุ ในการเดินในบ้านที่เป็นทางต่างระดับ
ให้ความรู้เกี่ยวกับอาการและวิธีป้องกันโรคข้อเข่าเสื่อม โดยอาการเริ่มแรกจะรู้สึกเจ็บปวด ป้องกันโดยหลีกเลี่ยงการนั่งกับพื้น ถ้ามีอาการเจ็บ ปวด บ่อยๆ ไม่ทุเลาควรปรึกษาแพทย์ เพื่อป้องกันการเกิดโรคเข่าเสื่อม และลดความเจ็บปวดบริเวณหัวเข่า
แนะนําเรื่องการจัดสภาพภายในห้องน้ำ การใช้ส้วมแบบชักโครก
เพื่อลดอาการปวดและบวมของหัวเข่า จากการนั่งยองๆในเวลานานๆ
ตรวจประเมินอาการ บริเวณเข่า ว่ามีอาการอักเสบปวดบวมแดงร้อนหรือไม่ เพื่อตรวจหาอาการที่ผิดปกติ และจะได้ทําการรักษาได้ทัน ลดความรุนแรงของโรค
แนะนําให้หลีกเลี่ยงการใช้ขาให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในขณะที่มีอาการปวดและบวม
เพื่อลดอาการบวมของหัวเข่า
ปัญหาที่ 5
ความคงทนในการทำกิจกรรมลดลง เนื่องจากมีปัญหาเป็นโรคหัวใจทำให้เหนื่อยง่ายเวลาทำกิจกรรม
ให้คําแนะนําเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทํากิจกรรมโดยให้ผู้ป่วยปฏิบัติตัว ดังนี้
ออกกําลังกายสม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 3-5 วัน
พักผ่อนให้เพียงพอ
ดูแลตนเองไม่ให้เกิดภาวะอ้วนลงพุง
ควบคุมน้ำตาลในเลือด ความดันโลหิต และระดับไขมันในเลือด ด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ รสไม่จัด ไขมันต่ำและเหมาะสมกับโรค
สาธิตการออกกําลังกายควรเป็นการออกกําลังกายที่ไม่หนักจนเกินไป เพื่อความเหมาะสมกับโรค เช่น
ท่างอเข่า
ท่างอสะโพก
ท่าเหยียดเข่า
ท่าแกว่งแขนสูงกํามือ-แบมือ
ท่าเขย่งฝ่าเท้า
ท่ากางศอก-หุบศอก
ปัญหาที่ 6
ผู้ป่วยอาจได้รับสารอาหารไม่ครบ 5 หมู่ เนื่องจากมีฟันเพียงซี่เดียว ส่งผลให้มีความบกพร่องในการเคี้ยวอาหาร
แนะนําให้ญาติผู้ดูแลจัดอาหารที่เหมาะสมกับผู้ป่วย
เพื่อเพิ่มสารอาหารให้แก่ผู้ป่วยโดย
เน้นจัดอาหารที่มีสีสันน่ารับประทาน หลากหลาย และเป็นอาหารอ่อน ชิ้นเล็ก เคี้ยวง่าย
นําวัตถุดิบมาผ่านวิธีการต้ม ตุ๋น ลวก นึ่ง เพื่อให้มีความอ่อนนุ่มและสะดวกในการเคี้ยว
หั่นหรือสับอาหารที่แข็งและเหนียว เป็นชิ้นลูกเต๋าเล็กๆ และบางๆ
เน้นใช้เครื่องเทศหรือสมุนไพรต่างๆ มา ปรุงเป็นเมนู เพราะเครื่องเทศจะกระตุ้นความอยากอาหารได้ดี
แนะนําให้ผู้ป่วยหลีกเลี่ยงอาหารบางขนิด
เพื่อรักษาฟันที่มีอยู่เพียงหนึ่งซี่เท่านั้น โดย
หลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสหวาน ขนมหวาน ซึ่งทําให้ฟันผุ
หลีกเลี่ยงน้ำหวาน น้ำอัดลม และน้ำผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวเพราะเป็นตัวทําลายสารเคลือบฟัน และทําให้ฟันสึกกร่อน
หลีกเลี่ยงหลีกเลี่ยงอาหารชิ้นใหญ่หรืออาหารที่มีความแข็งและเหนียว เนื่องจากอาจทําให้เกิดการติอดคอได้
นางสาวกัญญาณัฐ สมประสงค์
รหัสนักศึกษา622001005